ตอนที่ 25 แม่ของเขาทุบตีนางก็ไม่ผิด
เมื่อทุกคนเห็นสมองที่คิดว่าถูกหลินจิ่วเหนียงกินไปแล้วปรากฏขึ้นอีกครั้ง พวกเขาก็ถึงกับเงียบไป หากตอนนี้ยังไม่เข้าใจอีก ก็แสดงว่าโง่เขลาไร้ทางเยียวยาแล้ว
เห็นได้ชัดว่า ตอนนี้พวกเขาทุกคนถูกหลินจิ่วเหนียงหลอก
เอ้อร์ล่ายจื่อพลันหงุดหงิดขึ้นมา “หลินจิ่วเหนียง เ้าปั่นหัวพวกเราเล่นหรือ?”
คนอื่นก็โมโหเช่นกัน เพราะไม่มีใครมีความสุขเมื่อถูกหลอก
“หากไม่ปั่นหัวพวกเ้า แล้วจะให้ไปปั่นหัวใคร?” หลินจิ่วเหนียงยกยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ “ใครบอกให้พวกเ้าโง่เองเล่า?”
เชื่อทุกเื่ กระทั่งเื่กินสมองดิบ
ทั้งยังเชื่อเื่ควักสมองคนมากินอีกด้วย ฮ่าๆ จะไม่ให้ปั่นหัวได้อย่างไร?
เมื่อหลิวซื่อหลางเห็นว่าผู้คนที่นี้กำลังจะเริ่มทะเลาะกันขึ้นอีกครั้ง เขาก็รีบพูดเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศตึงเครียดระหว่างทั้งสองฝ่าย ทั้งยังขอโทษแทนแม่ของเขาด้วย ในที่สุดก็โน้มน้าวให้ทุกคนออกไปได้สำเร็จจนรู้สึกโล่งใจ
มุมปากของหลิวซื่อหลางกระตุกเมื่อมองเห็นหลี่ต้าจุ่ยจอมยุยง นางถูกทุบตีจนสะบักสะบอม เรียกได้ว่าเป็ผลงานชิ้นเอกของมารดาเขาจริง ๆ
เมื่อเห็นว่านางยังคงร้องไห้ หลิวซื่อหลางก็ส่ายหน้า “หลี่ต้าจุ่ย ทุกคนไปกันหมดแล้ว หากเ้ายังไม่รีบไป ท่านแม่ข้าจะอารมณ์เสียและทุบตีเ้าอีกนะ”
หลี่ต้าจุ่ยที่อยากแก้แค้นในตอนแรกหัวใจเต้นแรง นางเงยหน้าขึ้นและกำลังจะพูด แต่เมื่อเห็นสายตาดุดันของหลินจิ่วเหนียง นางก็ตื่นตระหนก แล้วลุกขึ้นวิ่งหนีไปโดยไม่เอ่ยคำใดสักคำ
หลินจิ่วเหนียงในปัจจุบัน น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
หลิวซื่อหลางเหลือบมองหลี่ต้าจุ่ยที่กำลังหลบหนีไป แล้วส่ายหน้า นางเป็หญิงสาวจอมนินทากาเลผู้โด่งดังที่สุดในหมู่บ้าน คำพูดของนางมีแค่หนึ่งในสิบที่เป็ความจริง แม่ของเขาทุบตีนางก็ไม่ผิด
หลิวซื่อหลางกำลังจะช่วยแม่เก็บข้าวของกลับบ้าน แต่เมื่อเห็นมารดายืนมองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉยอยู่ข้าง ๆ หัวใจเขาก็เต้นรัว เื่จบลงแล้ว แต่แม่ของเขากลับดูไม่พอใจ
เขาเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง กลืนน้ำลายด้วยความกระวนกระวาย แล้วพูดยอมรับผิด “ท่านแม่ ขอโทษนะขอรับ ดูเหมือน ดูเหมือนว่าข้าจะทำให้ท่านเดือดร้อนอีกแล้ว”
“ดูเหมือน?”
หลินจิ่วเหนียงเย้ยหยัน “ดูเหมือนงั้นหรือ?”
เมื่อนางปล่อยมือ สมองเสือดาวก็ตกลงไปในช่องว่างมิติ จากนั้นนางก็เริ่มเก็บข้าวของที่กระจัดกระจายบนพื้น “ข้าไม่ได้โกรธ แต่ในเมื่อเ้าปล่อยพวกเขาไป ดังนั้น...”
หลินจิ่วเหนียงพยายามแบกตะกร้าไว้บนหลังอีกครั้ง แล้วมองหลิวซื่อหลางด้วยความเ็า “เ้าแบกฟืนที่เ้าตัดมาไว้บนหลัง แล้วะโกลับไป”
หัวใจของหลิวซื่อหลางสั่นสะท้าน ะโ ะโเหมือนกบหรือ?
นั่นจะไม่เหนื่อยหรือ?
เขาร้องว่า “ท่านแม่...”
“ไม่ต้องเรียกข้า” หลินจิ่วเหนียงขัดจังหวะเขาอย่างไร้ความปรานี พร้อมยกยิ้มเย้ยหยัน “หลิวซื่อหลาง ทุกสิ่งบนโลกนี้มีราคาที่ต้องจ่าย เ้าไม่อยากทำให้พวกเขาขุ่นเคือง และไม่อยากให้ข้าขุ่นเคืองเช่นกัน เ้าคิดว่าสามารถทำได้โดยไม่ต้องจ่ายอันใดเลยงั้นหรือ?”
หลิวซื่อหลางหน้าแดง ขณะตอบเสียงแ่เบา “ท่านแม่ ข้า ข้าแค่ไม่อยากให้พวกท่านทะเลาะกัน ข้า...”
“ทะเลาะหรือ?” หลินจิ่วเหนียงหัวเราะอย่างโเี้ “หลิวซื่อหลาง ข้าถูกรังแกอย่างหนัก แต่เ้ายัง้าให้ข้าใจเย็นอีกหรือ?”
หลิวซื่อหลางกังวล “ท่านแม่ พวกเขามีคนมากกว่า หากทะเลาะกัน ท่านจะต้องเดือดร้อนนะขอรับ”
“เป็เพราะเ้าคิดเช่นนั้น คนเหล่านี้จึงสร้างปัญหาอีกครั้งแล้วครั้งเล่า” หลินจิ่วเหนียงกล่าวด้วยสีหน้าเฉยเมย “แล้วหากทะเลาะกันไปเลยเล่า หากไม่กลัวการต่อสู้ คนเหล่านี้จะไม่กล้าสร้างปัญหาอีก”
“ข้าบอกเลยว่าหากเ้าเลือกที่จะเงียบ พวกนั้นก็จะรวมตัวกันมารังแกเ้าอีกในครั้งต่อไป ยิ่งกว่านั้นคือข้าไม่ได้ผิด เหตุใดข้าต้องปล่อยพวกเขาไป?”
“อีกทั้งเ้ายังเป็คนขี้ขลาดอีกด้วย” หลินจิ่วเหนียงพูดด้วยสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม “คิดว่าเ้าจะปกป้องคนที่เ้ารักได้ ข้าว่ามันเป็เพียงภาพลวงตา ไม่มีความกล้าหาญเลยแม้แต่น้อย ต่อให้จะรู้ดีชั่วก็ตาม”
เหมือนกับตอนที่ส่งเ้าของร่างเดิมไปที่ 'ถ้ำทิ้งคนชรา' เขาไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน แต่ก็ไม่กล้ายืนหยัดต่อสู้ มันจึงไม่ต่างจากคนที่ไม่มีความคิดเห็น
คนประเภทนี้น่ารำคาญที่สุด
หลิวซื่อหลางก้มหน้าลงด้วยความอับอาย ไม่กล้าสบตากับหลินจิ่วเหนียงอีกต่อไป เขาขยับปาก แต่ไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาสักคำ
หลินจิ่วเหนียงส่ายหน้า “หลิวซื่อหลาง ไม่มีใครขอให้เ้าเป็คนไม่ย่อท้อ แต่ในฐานะลูกผู้ชาย เ้าควรมีความรับผิดชอบ และจำเป็ต้องต่อสู้บ้าง อย่างน้อยเ้าต้องสามารถปกป้องญาติ ภรรยา และลูก ๆ ของเ้าได้ ถ้าเ้าทำไม่ได้ ก็แสดงว่าไม่ใช่ลูกผู้ชาย แต่เป็เพียงแค่คนไม่เอาไหนคนหนึ่งเท่านั้น”
“ข้าถูกรังแกอย่างน่าอนาถ แต่เ้ายัง้าประนีประนอมกับคนพวกนั้นอีก เป็คนแบบนี้ไม่มีประโยชน์ เ้าควรคิดได้ด้วยตัวเอง”
หลังจากพูดจบ นางก็หันหลังเดินแบกกระบุงกลับไปที่บ้าน
หลิวซื่อหลางมีนิสัยไม่กล้าตัดสินใจ ซึ่งเป็สิ่งที่หลินจิ่วเหนียงเกลียดที่สุดในตัวเขา
ไม่ว่าจะคิดอะไรก็ไม่มีใครขัดใจ มันเป็ไปได้จริงหรือ?
ไม่มีความกล้าที่จะต่อสู้เพื่อครอบครัวตัวเองด้วยซ้ำ หลินจิ่วเหนียงนึกเย้ยหยัน หากเขาไม่ยอมเปลี่ยนนิสัย สักวันหนึ่งอาจต้องเดือดร้อน
ใครจะรู้ว่าเหตุการณ์ “ถ้ำทิ้งคนชรา” จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่?
ความจริงหลินจิ่วเหนียงไม่สนใจว่าหลิวซื่อหลางจะเป็อย่างไรในอนาคต แต่อย่างไรเสียตอนนี้เขาก็อาศัยอยู่กับนาง หากเขายังคงเป็เช่นนี้ต่อไป นางคงเป็บ้าเพราะความโกรธ นางจึงอดไม่ได้ที่จะพูดออกไป
หากเขาเป็แบบนี้ตลอดเวลา นางคงโง่เขลาแล้วที่ปล่อยให้เขาสร้างความเดือดร้อนต่อไป
หลินจิ่วเหนียงเดินแบกของใส่หลังมา แต่เมื่อนางเดินมาถึงประตูบ้านก็ต้องขมวดคิ้ว เมื่อเห็นกองเืสีแดงสดอยู่ไม่ไกล
แต่นางก็ทำแค่ขมวดคิ้ว วินาทีต่อมาก็เดินตรงไปที่ลานหน้าบ้าน เมื่อออกมาอีกครั้ง นางก็สาดน้ำชำระล้างกองเืนั้นทิ้ง
เมื่อวางอ่างลงแล้ว นางจึงหันหน้าเดินไปบ้านของช่างไม้สวีในหมู่บ้าน
ประตูนี้ควรได้รับการซ่อมแซม ไม่เช่นนั้นใครจะรู้ว่าจะมีใครวิ่งเข้ามาในบ้านของนางอีก เพียงแค่คิดก็โมโหแล้ว
หลังจากหารือเื่รูปแบบและเลือกวัสดุทำประตูกับช่างไม้สวีแล้ว หลินจิ่วเหนียงก็จ่ายเงินมัดจำ แล้วรีบกลับบ้าน
ทันทีที่นางเข้าไปในบ้าน นางก็เห็นหลิวซื่อหลางเดินไปมาอยู่ที่ลานบ้านด้วยสีหน้ากังวล หลินจิ่วเหนียงไม่สนใจเขา และตรงไปที่บ่อน้ำเพื่อจัดการกับแพะป่า
หากไม่รีบจัดการ มันจะเหม็นเน่า ไม่อาจปล่อยให้เหยื่อที่ล่ามาด้วยความยากลำบากนั้นสูญเปล่าได้ ์จะลงโทษหากทำให้อาหารสิ้นเปลืองไปเปล่า ๆ
“ท่านแม่!”
เมื่อเห็นหลินจิ่วเหนียง หลิวซื่อหลางก็รีบรายงานนางว่า “เกิดเื่ขึ้นกับอู่นีแล้วขอรับ อู่นีถูกอาสะใภ้รองผลักจนล้มหัวแตกและสลบไป ยังไม่สามารถห้ามเืที่หัวนางได้เลยขอรับ”
หลินจิ่วเหนียงมองเขา “แล้วอย่างไร?”
หลิวซื่อหลางตกตะลึง เขามองหลินจิ่วเหนียงด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ แล้วเอ่ยตะกุกตะกัก “ท่านแม่ อู่นีได้รับาเ็นะขอรับ”
เมื่อก่อนท่านแม่ไม่ได้รักอู่นีมากหรอกหรือ?
หลินจิ่วเหนียงเบ้ปาก “การที่นางได้รับาเ็มันสำคัญกับข้าอย่างไร? เ้าลืมไปแล้วหรือว่าพวกเ้ากับข้าได้ตัดสัมพันธ์กันไปแล้ว ดังนั้นไม่ว่านางจะอยู่หรือตายก็ไม่เกี่ยวข้องกับข้า”
ใบหน้าของหลิวซื่อหลางซีดเผือด ขาอ่อนแรงจนเกือบจะล้มลง คำพูดของท่านแม่ช่างเืเย็นไร้ความปรานีนัก นางคิดจะทิ้งพวกเขาไว้ตามลำพังจริงหรือ?
“เป็เ้านั่นแหละ!”
หลินจิ่วเหนียงไม่สนใจสายตาโศกเศร้าของหลิวซื่อหลาง แล้วมองหลิวซื่อหลางหัวจรดเท้า “เ้าเป็พี่ชายของนาง เมื่อนางถูกคนทำร้ายจนาเ็ แน่นอนว่าเ้าต้องไปล้างแค้นให้นาง”
นางหยิบไม้ท่อนหนากว่าแขนขึ้นมาจากด้านข้าง แล้วยัดมันลงในมือของเขา “ไปเลย ใช้ไม้นี้ทวงความยุติธรรมให้กับอู่นี น้องสาวของเ้า”
หลิวซื่อหลางมือสั่น ไม้หล่นลงบนพื้น เขาบ่นพึมพำด้วยใบหน้าซีดเซียว “ท่านแม่...”
แม่กำลังบอกให้เขาไปทำร้ายคนอื่นหรือ?
นั่นคืออารองและอาสะใภ้รอง ซึ่งเป็ญาติของเขาเอง
“ไม่ต้องเรียกข้า” หลินจิ่วเหนียงพูดอย่างเฉยเมย “กล้าหน่อย หยิบไม้ไปทวงความยุติธรรมให้นาง จะมาเรียกข้าเพื่ออันใด?”
“เหตุใด เ้าคิดว่าข้าจะออกไปเรียกร้องความยุติธรรมให้นางงั้นหรือ?”
“หลิวซื่อหลาง อย่าไร้เดียงสา มันเป็ไปไม่ได้! แม้ว่านางจะตายต่อหน้าต่อตาข้า ข้าก็จะไม่แม้แต่มองนางด้วยซ้ำ”
ก็แค่หมาป่าตาขาวตัวหนึ่ง ใครรักก็ไปจัดการเอง นางไม่สนใจหรอก
............................................................................................................................
สารจากผู้แปล
แม่สอนให้รู้จักกล้าแล้ว เหลือแค่จะไปช่วยน้องไหมเท่านั้นแหละ
ไหหม่า(海馬)