อวี่ฟู่ชิงย้อนถามเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “เสี่ยวลู่อยากให้พี่อยู่เป็นเพื่อนหนูเหรอครับ?”
ไป๋ลู่ “..................”
ไอ้เวรนี่สะกดคำว่ายางอายไม่เป็นหรือไงวะ!
อวี่ฟู่ชิงยิ้มกริ่ม “ถ้าเสี่ยวลู่อยากให้พี่อยู่เป็นเพื่อน คืนนี้พี่ก็จะไม่กลับครับ”
“......”
ไป๋ลู่จำต้องฝืนใจเค้นเสียงรอดไรฟันออกมาสามคำอย่างยากลำบาก
“หนู—อยาก—ค่ะ”
อวี่ฟู่ชิงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ตกลง”
ทันใดนั้น ไป๋ลู่ก็ตะเบ็งเสียงตะโกนลั่นกองถ่าย
“คุณลุงฝ่ายประสานงานคะ! เลิกกินได้แล้ว เลิกกินได้แล้ว! พี่ฟู่ชิงจะค้างที่นี่คืนนี้ รีบจัดห้องให้เขาห้องหนึ่งเร็วเข้าค่ะ!”
“ได้เลย! ไม่มีปัญหา!”
มุมปากของไป๋ลู่ยกขึ้นอย่างได้ใจ
หึ... อยากนอนกับฉันเหรอ ฝันไปเถอะไอ้ผู้ชายบ้ากาม
ผู้กำกับจางเดินเข้ามาตบไหล่ชายหนุ่ม “คุณชายอวี่ คุณต้องดูแลเสี่ยวลู่ให้ดีนะ ถึงผมจะไม่มีสิทธิ์พูดคำนี้ แต่เธอชอบคุณมากจริงๆ คุณอย่าทำให้เธอเสียใจล่ะ”
ไป๋ลู่ “?????”
ฉันอยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ตายตรงนี้เลยโว้ย!
อวี่ฟู่ชิงมองเธอด้วยสายตาลึกซึ้งกินใจ “แน่นอนครับ”
ไป๋ลู่รีบปฏิเสธเป็นพัลวัน “หนูเปล่า! ไม่ใช่นะ! อย่าพูดมั่วๆ นะคะ!”
ผู้กำกับจางคิดแค่ว่าเด็กสาวกำลังเขินอาย จึงไม่สนใจท่าทีของเธอ แล้วหันไป
พูดกับอวี่ฟู่ชิงต่อ
“คุณชายอวี่ ปกติเสี่ยวลู่เป็นเด็กดี รู้ความ ว่านอนสอนง่าย และมีมารยาทมาก แต่เธอกลับเชิดหน้าชูคอและเรียกใช้แค่คุณคนเดียว เธอปฏิบัติกับคุณเป็นพิเศษ ไม่เหมือนกับคนอื่นเลยนะ”
“ผมเข้าใจครับ” อวี่ฟู่ชิงพยักหน้ารับ “ไม่ว่าเสี่ยวลู่จะดื้อรั้นเอาแต่ใจแค่ไหน ผมก็จะตามใจเธอ ต่อให้เธออาละวาด ผมก็จะง้อเธอแน่นอน”
ไป๋ลู่ตกใจจนหน้าเหวอ รีบโบกมือปฏิเสธรัวๆ
“ไม่ๆๆๆ! นี่เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว หนูแทบอยากจะเอามีดแทงอวี่ฟู่ชิงให้ตายทีละแผลๆ ด้วยซ้ำ หนูจะไปชอบเขาได้ยังไง! เข้าใจผิดแล้ว เป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้งนั้น!”
ผู้กำกับจางยิ้มบางๆ ส่งสายตาประมาณว่า ‘เด็กสาวก็ปากไม่ตรงกับใจแบบนี้แหละ’ ให้กับอวี่ฟู่ชิง
อวี่ฟู่ชิงเองก็ส่งสายตาตอบกลับไปว่า ‘อืม ผมเข้าใจดีครับ’
ไป๋ลู่ยืนใบ้กินไปเลย
ยิ่งอธิบาย ก็ยิ่งดูเหมือนเธอโกรธกลบเกลื่อนเพราะถูกจี้ใจดำ
ช่างมันเถอะ! ใครจะว่ายังไงก็ตามใจเลย!
ยังไงชาตินี้เธอก็ไม่ได้กะจะมีความรักอยู่แล้ว เป็นดาราหญิง มีข่าวฉาวบ้างก็เรื่องปกติ ถือว่าสร้างกระแสไปก็แล้วกัน
รองผู้กำกับเดินเข้ามาแซว “เหล่าจาง คุณกำลังยกลูกสาวให้แต่งงานอยู่ตรงนี้หรือไง?”
ผู้กำกับจางพยักหน้าหงึกหงัก “อย่าว่าไป ก็รู้สึกแบบนั้นอยู่หน่อยๆ เหมือนกัน”
อวี่ฟู่ชิงยิ้มกว้างอย่างมีความสุขเป็นพิเศษ
ไป๋ลู่ “..................”
จ้างวานฆ่าคนราคาเท่าไหร่?
ฉันจะเหมาฆ่าทีเดียวสามคน ขอลดราคาหน่อยได้ไหม!
อวี่ฟู่ชิงเอ่ยขึ้นยิ้มๆ
“เสี่ยวลู่ ถึงพี่จะคุยกับพ่อของหนูแล้ว แต่ความสมัครใจของหนูก็สำคัญมากนะ หนูกล้าเซ็นสัญญากับอวี่ซิง เอ็นเตอร์เทนเมนต์ไหม? ที่ผู้กำกับจางพูดก็มีเหตุผล หนูโตแล้ว ควรจะมีบริษัทจัดการศิลปินที่มืออาชีพกว่านี้มาช่วยวางแผน สตูดิโอของราชาจอเงินลู่ก็ดีมากเหมือนกัน แถมอยู่ในค่ายเขา หนูจะได้เรียนรู้อะไรอีกเยอะ หนูเลือกเองเถอะ—”
“ไม่ค่ะ หนูจะเซ็นสัญญากับอวี่ซิง เอ็นเตอร์เทนเมนต์” ไป๋ลู่พูดขัดจังหวะ เน้นย้ำทีละคำ “นอกจากอวี่ซิง เอ็นเตอร์เทนเมนต์แล้ว หนูจะไม่ไปที่ไหนทั้งนั้น”
“ดี ขอบใจนะที่เสี่ยวลู่ไว้ใจ” อวี่ฟู่ชิงลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างโล่งอก
“พี่ชายฟู่ชิงจะเอาทรัพยากรที่ดีที่สุดมาปั้นหนู จะวางแผนให้อย่างดีเลย”
ไป๋ลู่มองสีหน้าที่ดูเหมือนยกภูเขาออกจากอกของเขา ในใจกลับหัวเราะเยาะไม่หยุด
ชาติก่อน อวี่ฟู่ชิงเป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูง เขาไม่พอใจที่เป็นแค่เจ้าของค่ายบันเทิง แต่อยากจะชุบมือเปิบในวงการไฮเทค มันจึงแอบเอา ‘อวี่ซิง’ ไปจำนองกู้เงินโดยไม่ให้ตาเฒ่าอวี่รู้
แต่คนสมองกลวงอย่างอวี่ฟู่ชิงจะไปรู้อะไรเรื่องเทคโนโลยี ผลคือเจ๊งไม่เป็นท่าจนหมดตัว เรื่องร้อนถึงตาเฒ่าอวี่ต้องงัดเงินก้นหีบก้อนสุดท้ายมาไถ่ถอนบริษัทคืน
ทว่าตอนนั้น บัญชีบริษัทกลวงโบ๋ไม่เหลือสักแดงเดียว โครงการที่ลงทุนไปก่อนหน้าก็จมทุน กู้คืนไม่ได้ในเร็ววัน
ชาติก่อน... ก็เพราะอาศัยสัญญาจากเธอนี่แหละ อวี่ฟู่ชิงถึงกวาดเงินสปอนเซอร์มาได้เป็นกอบเป็นกำ ทำให้ ‘ค่ายนรกนั่น’ ได้ต่อลมหายใจฟื้นคืนชีพขึ้นมา
แต่ต่อให้เธอไม่เซ็นสัญญา บริษัทก็ยังไม่ตายง่ายๆ หรอก เพราะตาเฒ่าอวี่ซุกไพ่ตายใบสำคัญเอาไว้ ขนาดลูกชายแท้ๆ ยังไม่ระแคะระคาย
ดังนั้น เธอจำเป็นต้องเซ็นสัญญากับที่นั่น ถึงจะขยี้มันให้แหลกคามือได้อย่างแท้จริง!
ไม่อย่างนั้นตาเฒ่าอวี่ที่มีไพ่ตาย ก็จะเป็นเหมือนแมลงร้อยขาที่ตายยากตายเย็น... แวบหนึ่งเธอเห็นภาพซ้อนของ 'คุณยายคายตะขาบ' ในตำนานขึ้นมาทันที... ขืนปล่อยไว้ มันต้องฟื้นกลับมาแว้งกัดได้ทุกเมื่อแน่!
พอนึกได้ว่าตัวเองกำลังหักหลังสตูดิโอของคุณพ่อแท้ๆ ไป๋ลู่ก็รู้สึกแย่จนอยากจะร้องไห้โฮออกมา
อวี่ฟู่ชิงเห็นสีหน้าเธอไม่สู้ดี ก็นึกว่าเธอกินอิ่มจนจุกเสียด “เสี่ยวลู่ ดึกมากแล้ว รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ”
“พรุ่งนี้มีงานแถลงข่าวปิดกล้อง พวกคุณก็อย่าสังสรรค์กันจนดึกดื่นนักล่ะ” ผู้กำกับจางกำชับทุกคนไม่กี่ประโยค ก็ขอตัวกลับไปพักผ่อนเช่นกัน
“พี่ฟู่ชิง... เดี๋ยวค่ะ”
วินาทีนี้... ไป๋ลู่ทิ้งศักดิ์ศรีลงถังขยะไปแล้ว ไม่กลัวใครจะเข้าใจผิดว่าเธอหลงรักอวี่ฟู่ชิงอีกต่อไป เธอวิ่งกลับไปที่ห้อง คว้าตุ๊กตากระต่ายตัวหนึ่งออกมาแล้วยื่นให้เขา
“วางไว้ที่หัวเตียงพี่นะ เจ้าตัวนี้หนูชอบที่สุด พี่ก็คิดซะว่ามันเป็นตัวแทนหนู คอยนอนอยู่เป็นเพื่อนพี่ก็แล้วกันนะคะ” เธอดัดเสียงสองอ้อนจนคนฟังขนลุก
อวี่ฟู่ชิงรับไป แล้ววางไว้ที่หัวเตียงทันทีอย่างว่าง่าย “แบบนี้ใช่ไหม?”
ไป๋ลู่พยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะหมุนตัววิ่งหนีกลับห้องไปดื้อๆ
ตลอดทางเดินมีทีมงานอยู่ไม่น้อย ต่างพากันแอบป้องปากหัวเราะคิกคัก
“ไป๋เสี่ยวลู่นี่ขี้อายชะมัด พอให้ของขวัญคุณชายอวี่เสร็จก็วิ่งหนีป่าราบเลย”
“ใช่ๆๆ ตอนยื่นของให้ เสียงงี้แข็งทื่อ สงสัยจะเขินจนทำตัวไม่ถูก!”
“จะอายทำไมกัน ให้ตุ๊กตาแทนตัวไปนอนเป็นเพื่อนผู้ชาย พูดจาสองแง่สองง่ามขนาดนี้ ฉันว่าเธอกล้ารุกหนักมากนะ”
ไป๋ลู่ “..................” เป็นสายลับเนี่ย...เปลืองตัวชะมัด!
แต่ช่างเถอะ ถ้าทุกอย่างราบรื่น พรุ่งนี้เธอก็สามารถแกล้ง ‘อกหัก’ และเลิกชอบอวี่ฟู่ชิงได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
...
ตีสอง สรรพสิ่งเงียบสงัด เสิ่นซินลั่วในชุดนอนลูกไม้กึ่งโปร่งใสบางเบา ค่อยๆ แง้มประตูห้องออกมา เมื่อแน่ใจว่าทางเดินปลอดคน ก็หยิบมือถือโทรหาอวี่ฟู่ชิง สิบกว่านาทีให้หลัง อวี่ฟู่ชิงที่ถูกปลุกตื่นรับสายด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “ฮัลโหล!”
เสิ่นซินลู่วางสายทันที เธอย่องกริบไปที่หน้าประตูห้องของเขา แล้วเคาะ... ก๊อกๆ
อวี่ฟู่ชิงกระชากประตูเปิด ทันทีที่เห็นสภาพยั่วยวนของเสิ่นซินลั่ว ความหงุดหงิดในแววตาก็เปลี่ยนเป็นประกายไฟราคะลุกโชน! เสิ่นซินลั่วแสร้งใช้สองมือบีบหน้าอกเข้าหากัน ตีหน้าเศร้าเคล้าน้ำตา
“พี่ชายฟู่ชิง... ขอโทษนะคะ ฉันไม่อยากรบกวนพี่ดึกๆ แบบนี้ แต่ห้องน้ำห้องฉันน้ำไม่ไหล ฉันอยากจะขอยืม—”
ยังพูดไม่ทันจบ อวี่ฟู่ชิงก็รวบเอวบางของเสิ่นซินลั่ว ดึงร่างเธอหายวับเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูล็อกทันที
...
ตีสี่ ปังๆๆ——! ไป๋ลู่ทุบประตูห้องอย่างบ้าคลั่ง “อวี่ฟู่ชิง! เปิดประตู! เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ!”
คุณชายอวี่ที่เพิ่งจะ ‘เสร็จกิจ’ และอาบน้ำหมาดๆ พอได้ยินเสียงไป๋ลู่ ก็ลนลานทำตัวไม่ถูกขึ้นมา เขาหันไปขู่เสิ่นซินลั่วที่นอนระทดระทวยอยู่บนเตียงเสียงเหี้ยม
“ห้ามส่งเสียงเด็ดขาด!” เสิ่นซินลั่วทั้งน้อยใจและโกรธจัดจนหน้าแดงก่ำ
อวี่ฟู่ชิงสูดหายใจลึก ปั้นหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะแง้มประตูห้องเปิดออกเพียงช่องเล็กๆ “เสี่ยวลู่... ดึกป่านนี้มีธุระอะไรเหรอครับ?” ไป๋ลู่ทำหน้ามุ่ยงอแง “เอากระต่ายคืนมา! ไม่มีมันหนูนอนไม่หลับ!”
อวี่ฟู่ชิงมองชุดนอนลายการ์ตูนแขนยาวขายาวมิดชิดของเธอ รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่ลึกๆ ก็โล่งใจ
เด็กน้อยของเขา... ยังไงก็สูงส่งกว่าเสิ่นซินลั่ว เรื่องพุ่งเข้าสู่อ้อมกอดผู้ชายกลางดึกแบบไร้ยางอายพรรค์นั้น เด็กน้อยของเขาไม่มีทางทำหรอก
อวี่ฟู่ชิงรีบหันไปหยิบตุ๊กตากระต่ายที่หัวเตียงมาส่งให้เธอ
“อะ คืนให้” ไป๋ลู่คว้าเจ้ากระต่ายได้ก็สะบัดหน้าเดินหนีไปทันทีโดยไม่ร่ำลา
อวี่ฟู่ชิงหันกลับมามองในห้อง เห็นชุดสายเดี่ยวลูกไม้ที่ถูกตัวเองฉีกขาดกระจุยกระจายเกลื่อนพื้น ในใจก็เกิดความรังเกียจเดียดฉันท์ขึ้นมาอีกระลอก เด็กดีของเขา ไม่มีวันใส่ชุดนอนแบบนี้มายั่วยวนผู้ชายเด็ดขาด ชายหนุ่มโยนชุดคลุมอาบน้ำไปบนเตียงอย่างไม่ไยดี “ที่ระเบียงทางเดินไม่มีคน เธอรีบไสหัวกลับห้องไปซะ เร็วเข้า”
เสิ่นซินลั่วน้อยใจจนอกแทบระเบิด แต่จำคำสอนของอู๋ลี่ผิงได้แม่น จึงยอมกล้ำกลืนความเจ็บใจ สวมเสื้อคลุมอาบน้ำแล้วเดินจากไปอย่างว่าง่าย
...
หารู้ไม่... ไป๋ลู่ไม่ได้ปัญญาอ่อนหรือแค่อยากมากวนเวลานอนของอวี่ฟู่ชิงเล่นๆ เธอมาเพื่อ ‘กู้ภัย’ ตุ๊กตากระต่ายต่างหาก เพราะภายในดวงตากลมโตของตุ๊กตาตัวนี้...
มีกล้องจิ๋วแอบถ่ายซ่อนอยู่! มันเป็นของขวัญที่เธอได้รับตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาในกองถ่าย และคนที่ให้ของขวัญชิ้นนี้... ก็คือทีมงานคนหนึ่งในกองถ่ายนั่นเอง