“เมื่อครู่..เ้ากล่าวว่าเช่นไรนะ?” ชายวัยกลางคนที่เพิ่งจะกลับมาจากล่าสัตว์กล่าวถามออกมาด้วยใบหน้ามึนงง
กระต่ายป่าที่อยู่ในมือล่วงลงไปอยู่บนพื้นั้แ่เมื่อไรก็มิอาจทราบได้บางทีอาจจะเป็ในตอนที่เขาได้ยินสิ่งที่ภรรยาของตนเล่าเื่ราวบางอย่างให้ฟังกระมัง
“ข้ากล่าวว่า อิงฮวาไปทำร้ายคุณหนูสี่น่ะสิ!” เหมยลี่กล่าวตอบผู้เป็สามีด้วยความร้อนรนในตอนนี้นางกำลังวางแผนว่าจะหลบหนีออกไปจากตระกูลเมิ่งดีหรือไม่
ขืนอยู่ต่อไปก็มิแน่ว่าครอบครัวของนางจะรอดพ้นเคราะห์กรรมครั้งนี้ไปได้แต่ถ้าหลบหนีไปเสียตอนนี้ ตอนที่เื่ราวยังมิได้แผ่กระจายออกไปเป็วงกว้างโอกาสที่จะหลุดรอดออกไปย่อมมีสูงกว่า
“คุณหนูชิงชิงน่ะรึ?ทำไมลูกของเราถึงไปรู้จักกับบุคคลระดับนั้นได้กัน?!” หรูเป้ยเฟิงมิอาจสงบสติอารมณ์ได้อีกต่อไปในตอนนี้ท่าทางของเขาดูลุกลี้ลุกลนไปหมด
“พวกเราจะทำเช่นไรดี?ข้ากลับว่าอีกไม่นานน่าจะมีผู้พิทักษ์มาจับพวกเราอีกเป็แน่!” เหมยลี่ในตอนนี้ร้อนรนจนทำอะไรแทบมิถูกสองมือของนางพยายามจัดเก็บเสื้อผ้าจนวุ่นวายไปหมด
“รีบเก็บของเตรียมหนีกันเถอะ! ข้าจะจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยเอง”ยังไม่ทันที่หรูเป้ยเฟิงจะกล่าวตอบอันใด เหมยลี่ก็กล่าวออกมาอย่างต่อเนื่องทันทีบ่งบอกได้เป็อย่างดีว่าสำหรับนางสถานการณ์ในตอนนี้มันย่ำแย่เพียงใด
แต่แล้วก็มีมือของชายกลางคนผู้หนึ่งยื่นออกมาขวางทางเหมยลี่ที่กำลังจะวิ่งไปดึงผ้าที่กำลังตากเอาไว้เสียก่อนทำให้ร่างของหญิงกลางคนต้องหยุดชะงักพลางชำเลืองสายตามองร่างของอีกฝ่ายด้วยความสับสน
หรือว่า..สามีของตนจะมีเส้นสาย หนทางอื่นใดที่นางมิเคยทราบมาก่อนกันนะ?
“ใจเย็นลงก่อน ข้าคิดวิธีดี ๆ ออกแล้ว”หรูเป้ยเฟิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังหลังจากนั้นเขาก็เดินไปยังกลางบ้านเพื่องัดพื้นไม้แผ่นหนึ่งขึ้นมาอย่างแรง
ด้านล่างพื้นไม้ที่ถูกงัดขึ้นมามีกระดานไม้หนาอีกแผ่นถูกวางเอาไว้ชายกลางคนใช้ขวานจามลงไปจนกระดานไม้กลายเป็รูโหว่ขนาดใหญ่เผยให้เห็นว่าด้านล่างมีรูขนาดเล็กถูกขุดเอาไว้อยู่หนึ่งรูที่ด้านในมีถุงผ้าใบหนึ่งถูกเก็บเอาไว้
“ข้าจะใช้เงินเหล่านี้ติดสินบนข้ารับใช้ที่เป็เวรยามในวันนี้ให้เ้ากับอิงฮวาพากันออกไปโดยอ้างว่าไปหาซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารแล้วข้าจะแอบออกไปในภายหลัง”ชายกลางคนหยิบถุงผ้าออกมาก่อนจะยัดไว้ด้านในชุดผ้าฝ่ายของตนด้วยความเร่งรีบหลังจากนั้นเขาก็กล่าวแผนการที่คิดเอาไว้ออกมา
“แต่อย่าเอาสิ่งของออกไปเลยมันจะผิดสังเกตจนเกินไป ออกไปเพียงตัวเปล่าและเอาของเล็กน้อยซ่อนไว้ในชุดก็พอ” หรูเป้ยเฟิงชี้ไปยังกองเสื้อผ้าที่เหมยลี่นำมากองไว้ก่อนจะส่ายหัวออกมาเขาชี้ไปยังของมีค่าที่มีขนาดเล็กเป็เชิงบอกใบ้อีกฝ่ายว่าควรนำสิ่งเ่าั้ไปจะดีกว่า
“เช่นนี้นี่เอง! พวกเราจะมิเป็อันใดใช่หรือไม่ข้ากังวลเหลือเกิน?”เหมยลี่รับฟังในสิ่งที่สามีของตนบอกกล่าวอย่างตั้งใจหลังจากนั้นนางจึงกล่าวถามออกมาด้วยความไม่สบายใจ
“พวกเราต้องไม่เป็ไร ข้าจะปกป้องพวกเ้าเอง!ข้าขอสัญญา”หรูเป้ยเฟิงดึงตัวภรรยาแสนสวยของตนมากอดพลางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึก
ตลอดเวลาที่คู่สามีภรรยาวัยกลางคนพากันร้อนรนไม่หยุดหย่อนร่างของเด็กสาวตัวน้อยก็ยืนดูอยู่ด้านข้างด้วยความเงียบงันนางมองไปยังทั้งสองคนด้วยความสงสัย
ท่านพ่อท่านแม่ ทั้งสองคนเหตุใดจึงคิดไปไกลขนาดนั้นกัน
“อิงฮวา ลูกก็รีบไปเก็บของได้แล้วพวกเราจะออกไปในทันทีเพื่อให้ทันเวลา”ชายกลางคนที่สังเกตเห็นว่าลูกสาวของตนเอาแต่ยืนนิ่งจึงกล่าวออกมาเพื่อเรียกสติอีกฝ่าย
ดูเหมือนอิงฮวาจะหวาดกลัวอยู่เป็แน่ข้าจะต้องไม่ทำให้บุตรสาวของข้ารู้สึกแย่ไปมากกว่านี้ก่อนอื่นก็ต้องออกไปจากที่นี่ก่อนแล้วค่อยคิดหาทางออกอีกทีนึง
ครึ่งหลัง
“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านใจเย็นลงก่อนเถิด” ในที่สุดเด็กน้อยก็ทนดูต่อไปไม่ไหวนางทำการกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอันสงบนิ่ง
เมื่อถูกบุตรสาวกล่าวเรียกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเช่นนี้นั่นจึงทำให้คู่สามีภรรยาวัยกลางคนได้สติขึ้นมาอีกคราพวกเขาพากันมองไปยังร่างของเด็กสาวตัวน้อยด้วยความประหลาดใจ
ขนาดผู้ใหญ่วัยกลางคนเช่นพวกเขายังรู้สึกตื่นกลัวจนแทบจะขาดใจตายแต่บุตรสาวของพวกเขากลับนิ่งสงบได้ขนาดนี้นั่นจึงทำให้ทั้งสองคนเกิดความละอายขึ้นมาภายในจิตใจมิใช่น้อย
“มีอะไรรึ? ลูกรัก”หรูเป้ยเฟิงเป็ผู้แรกที่เปิดปากออกมาหลังจากสงบสติอารมณ์ลงได้แล้วเขาจ้องมองเด็กสาวตัวน้อยด้วยความสงสัยว่าอีกฝ่าย้าจะกล่าวอะไรกันแน่
“ถ้าตระกูลเมิ่งจะเอาเื่พวกเราจริง ๆถึงพวกเราจะหนีออกไปในตอนนี้ ก็ใช่ว่าจะหลบหนีพวกเขาได้พ้นการทำเช่นนั้นรังแต่จะสร้างความคลางแคลงใจให้กับทางตระกูลเมิ่งเสียมากกว่า” อิงฮวากล่าวอธิบายออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังท่าทีของนางในยามนี้ไม่มีวี่แววของเด็กน้อยขี้เล่นเหลืออยู่อีกต่อไป
แต่มันกลับเต็มไปด้วยท่าทีของผู้ที่มากไปด้วยประสบการณ์ผู้หนึ่งเสียมากกว่า
“มันก็จริงอย่างที่เ้าว่า แต่ถ้าพวกเรารั้งอยู่ที่นี่ต่อไปยังไงก็ต้องโดนลงโทษเป็แน่”ชายกลางคนกล่าวแย้งบุตรสาวของตนออกมา
ในยามปกติเขามักจะตามใจอีกฝ่ายอยู่เสมอแต่ในยามนี้ที่สถานการณ์เสี่ยงเป็เสี่ยงตาย เขามิอาจทำเช่นนั้นได้ชายกลางคนเลือกที่จะพูดคุยกับเด็กน้อยด้วยเหตุและผลตามความเป็จริง
“แม่ก็เห็นด้วยกับพ่อของลูกนะหรือลูกมีวิธีอื่นใดที่ดีกว่านี้ก็สามารถกล่าวออกมาได้เลย”เหมยลี่กล่าวสนับสนุนในความคิดของหรูเป้ยเฟิงแต่นางก็มิได้ปิดกั้นความคิดเห็นของบุตรสาวตนเอง
“ข้าบอกได้ว่าพวกเรามิเป็อันใดหรอกท่านพ่อท่านแม่ อีกสักครู่พวกท่านก็จะเข้าใจเอง”เด็กสาวตัวน้อยกล่าวออกมา ในคำพูดของนางมีความนัยบางอย่างซ่อนเร้นอยู่
น่าเสียดายที่หรูเป้ยเฟิงและเหมยลี่มิอาจตีความมันออกมาได้ในตอนนี้กว่าพวกเขาจะได้ทราบในสิ่งที่อีกฝ่ายบอกก็ใช้เวลาอีกสักพักเลยทีเดียว...
“ซิ่ว อิงฮวา! ออกมาเดี๋ยวนี้!”เสียงะโด้วยความดุดันของชายผู้หนึ่งดังขึ้นมาจากภายนอกตัวบ้านที่ครอบครัวของเด็กสาวตัวน้อยกำลังปรึกษากันอยู่
ทั้งสามคนมองหน้ากันอยู่สักพักก่อนที่ชายกลางคนผู้ซึ่งเปรียบเสมือนหัวหน้าครอบครัวจะลุกขึ้นยืนแล้วทำสัญญาณบ่งบอกให้สองแม่ลูกอยู่เฉยๆ เอาไว้ก่อนหลังจากตรวจเช็คความเรียบร้อยรอบตัวจนเสร็จสิ้นหรูเป้ยเฟิงก็เดินไปเปิดประตูไม้ออกไป
ที่ภายนอกของตัวบ้านมีร่างของผู้พิทักษ์ตระกูลยืนอยู่ห้าคนพวกเขาแต่ละคนมีใบหน้าเรียบนิ่งไร้อารมณ์มิอาจบอกได้ว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่
หรูเป้ยเฟิงพยายามข่มใจของตนให้สงบเพื่อประเมินสถานการณ์ตรงหน้าเพื่อป้องกันมิให้ตัวเขาทำอะไรผิดพลาดลงไป
“เ้าเป็ใคร?เกี่ยวข้องอันใดกับบุคคลที่ชื่อซิ่ว อิงฮวา?”ผู้ฝึกตนคนหนึ่งกล่าวถามออกมาในทันที ถึงแม้เขาจะไม่เคยเจอซิ่วอิงฮวามาก่อนแต่เขาก็รู้ว่าอีกฝ่ายเป็เด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่นหมายความว่ามิมีทางที่จะเป็ชายกลางคนตรงหน้าของเขาไปได้อย่างแน่นอน
“ข้า..ข้าเป็บิดาของนาง” หรูเป้ยเฟิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย
“ไปตามตัวนางมาให้ข้า มีคน้าพบนาง” ผู้ฝึกตนคนเดิมกล่าวออกมา
“ข้าขอถามท่านได้หรือไม่ว่าเป็ผู้ใด้าพบนางมีเหตุอันใดเกิดขึ้นหรือไม่?” ชายกลางคนกัดฟันแน่นก่อนจะกล่าวถามออกมาด้วยใบหน้าจริงจัง
เขาลอบคิดในใจว่าถ้าเกิดอันใดขึ้นเขาจะใช้ตัวเองถ่วงเวลาเอาไว้เพื่อให้เหมยลี่กับอิงฮวาได้หลบหนีออกไป!
แม้ตัวเขาจะไม่ใช่หัวหน้าครอบครัวที่ดีอันใดนัก แต่เขาก็ไม่ใช่คนขี้ขลาด!!
ถึงแม้จะเป็ตระกูลเมิ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่ถ้ากล้าแตะต้องลูกเมียของข้าข้าก็จะขอสู้ตายดูสักครา!