ฟานอวี้เดินกลับมายังห้องหอของตน แต่อีกฝ่ายก็เข้าห้องและปิดประตูไปแล้ว แม่ทัพหนุ่มยืนเคาะอยู่นานจนชินลี่เดินมาเปิดให้
"เ้าคิดที่จะทำอะไร ถ้าเ้าคิดจะกราบทูลฮ่องเต้ล่ะก็ข้าจะไม่ไว้หน้าเ้าเช่นกัน "
ฟู่หรงเดินออกมาจากฉากกั้นแต่งตัว เพื่อเปลี่ยนชุดก่อนจะเข้านอน ฟานอวี้ยืนส่งเสียงขู่คนตัวเล็ก หยุดชะงักเมื่อเห็นรูปร่างที่เย้ายวนและเนินเขาล้นชุดที่ผูกเชือกคาด อกอยู่ ตัดกับผิวขาวอมชมพูผุดผ่องราวกับไข่มุก ซึ่งแต่งต่างจากอีกคนที่ตนพึ่งกอดมา ฟู่หรงนั่งลงบนเตียงก่อนที่จะเอนตัวลง ใช้แขนเล็กเท้าคางของตนมองอีกคนด้วยสายตายั่วยวน
"เ้าอย่ามาคิดใช้ลูกไม้เช่นนี้กับข้า ข้าไม่คิดที่จะกินของเหลือเดนจากชายใดทั้งนั้น ถึงตายข้าก็ไม่พิศวาสเ้าเป็แน่"
ฟู่หรงสะบัดผ้าขึ้นพร้อมกับลุกนั่ง ก่อนที่จะยิ้มออกมาจนฟานอวี้ต้องกัดฟันกับท่าทีของอีกคน
"เพราะข้ารู้ว่าท่านแม่ทัพไม่ชอบกินของเหลือเดนจากใคร ก็เลยช่วยท่านแม่ทัพยังไงล่ะ ไม่ดีหรือเ้าคะ "
"เ้าหมายถึงอะไรกัน คนอย่างข้าไม่มีทางจะกินของเหลือเดนจากใครทั้งนั้น โดยเฉพาะเ้า "
"อย่างไรก็อย่ากลืนน้ำลายตัวเองนะเ้าคะ ถ้าเช่นนั้นท่านแม่ทัพก็ออกไปจากห้องนี้เถอะเ้าค่ะ แต่ว่าเื่ของคุณหนูชิงชิง ถ้าอยากรับนางเป็ฮูหยิน ขอให้รอเพียงสามเดือน หลังจากนั้นอยากจะรับสตรีใดก็แล้วแต่ ข้าจะไปจากที่นี่เอง"
ฟานอวี้ยิ้มเยาะคนตัวเล็กก่อนที่จะเดินเข้าไปใกล้
แล้วเอ่ยกับคนตัวเล็กที่มีความสูงแค่บ่าตนเท่านั้น
"สามเดือนนี้เ้าคิดว่าจะทำให้ข้าเปลี่ยนใจมาชอบเ้าเช่นนั้นหรือ ข้าจะบอกกับเ้าว่าไม่มีทาง ชิงชิงเท่านั้นที่คู่ควรกับข้า "
"สำหรับท่านมองแค่ความเหมาะสมเท่านั้นน่ะหรือ เวลาสามเดือนนี้ข้าไม่ได้ขอเพื่อตัวเองหรอก แต่ท่านจะได้รู้เองเมื่อถึงเวลานั้น ออกไปเถอะข้าเหนื่อยแล้ว "
ฟู่หรงเอ่ยอย่างรำคาญ แต่ก็คิดอยากแกล้งอีกคนขึ้นมา จึงทำทีก้าวเข้าไปหาร่างใหญ่ พร้อมกับนิ้วเรียวเล็กจิ้มลงที่อกแกร่ง และเลื่อนไปตามแผงอกนั้นเบาๆ
"หรือว่าท่านแม่ทัพอยากจะนอนในห้องนี้เ้าค่ะ "
ฝูหรงเอ่ยก่อนที่จะส่งสายตายั่วยวนให้กับคนตัวโต ฟานอวี้ชะงักกับท่าทีเย้ายวนของคนตรงหน้าอย่างลืมตัว กลิ่นหอมจากกายสาวทำเอาแม่ทัพสติล่องลอยไป จนเสียงของผู้ติดตามด้านนอกดังขึ้นดึงให้กลับมาอีกครั้ง
"ฝันไปเถอะว่าข้าจะร่วมหอกับหญิงเช่นเ้า วันใดที่ข้าทำเช่นนั้นข้าจะเอามีดแทงตนเองเสียดีกว่า "
ฟู่หรงยิ้มให้กับคนตัวโตด้วยท่าทียียวนจนน่าหมั่นไส้ ฟานอวี้รีบเดินออกไปจากห้องของคนที่ทำให้ตนโมโห ก็ตรงไปหาคนสนิทของตนที่รออยู่ในสวน
"จางเหยาเ้าไปเอาเหล้ามาเดี๋ยวนี้ "
"ท่านแม่ทัพ เหตุใดถึงจะดื่มเหล้าตอนนี้ล่ะขอรับ"
"ไปส่งคุณหนูชิงชิงถึงจวนแล้วหรือหานชิง "
"ขอรับท่านแม่ทัพ ว่าแต่เหตุใดฮูหยินถึงเข้าไปใน เรือนนั้นได้ทั้งที่พวกข้าน้อยก็อยู่ด้านนอก"
หานชิงเอ่ยในสิ่งที่ตนสงสัย ฟานอวี้เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ทำให้แปลกใจเช่นกัน
"ตอนที่นางเข้าไปข้าเองก็ไม่ได้สนใจที่จะมองนาง ข้าจึงลืมสังเกตว่านางเข้ามาได้เช่นไร "
ฟานอวี้เมื่อนึกถึงข้อนี้ก็อดแปลกใจไม่ได้ คนของตนก็ล้วนแต่เป็คนมีฝีมือ เหตุใดจึงไม่รู้ว่ามีคนแอบเข้ามา
“เ้าแน่ใจหรือว่าคนของเราเฝ้าดีพอที่จะไม่มีคนลอบเข้ามา สตรีตัวเล็กสองคนเข้ามาได้โดยที่ไม่มีใครเห็นได้เช่นไรกัน”
“คนของเราก็เดินยามอยู่ตลอดนะขอรับ”
“นั่นสิ แล้วสองคนนี้เข้ามาทางไหนกัน”
ทั้งสามยังคงหารือกันเื่ของผู้ที่แอบเข้ามาในเรือนหลัง จนดึกดื่นค่อนคืนจึงแยกย้ายกันกลับห้องพัก
สายของอีกวันฟู่หรงตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาบน้ำแต่งตัวจนเรียบร้อยแล้ว ก็ออกไปรอแม่ทัพที่ห้องโถงของเรือนที่ถูกจัดเตรียมไว้
สำหรับยกน้ำชาบิดามารดาของสามี ท่านแม่ทัพหยางจงอวี้และฮูหยินเฉียวนั่งรอบุตรชายที่ยังไม่ตื่นของตน ด้วยสีหน้าที่เป็กังวล
"ฟู่หรงท่านพี่ของเ้ายังไม่ตื่น เ้าก็รอหน่อยเถอะนะ คงจะดื่มมากไปเลยตื่นช้าเช่นนี้ "
"เ้าค่ะท่านแม่ ข้าก็หวังว่าคงจะแค่ดื่มมากไปจนทำให้ตื่นสายนะเ้าคะ "
ฮูหยินเฉียวยิ้มแห้งออกมาเมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้นของฝูหรง เพราะเมื่อคืนคนของตนรายงานว่าฟานอวี้นั้น แอบลักลอบพาคุณหนูเสี่ยวชิงชิงเข้าไปที่เรือนด้านหลัง
ฮูหยินเฉียวแม้จะไม่ชอบใจที่ต้องรับสะใภ้ ที่เคยอยู่กินกับชายอื่นมาก่อนเข้ามา แต่เมื่อรู้ว่าบุตรสาวของขุนนางใหญ่ทำตัวเช่นนี้ตนก็ไม่ชอบใจเช่นกัน
"ให้คนไปตามท่านแม่ทัพของเ้าหรือยังหานชิง"
"จางเหยาไปเชิญท่านแม่ทัพแล้วขอรับ "
ฟู่หรงนั่งนิ่งด้วยท่าทีที่สงบ จนเวลาผ่านไปฟานอวี้ก็เดินเข้ามา พร้อมกับใบหน้าที่เ็าเช่นเคย
"ลูกมาแล้วท่านพ่อท่านแม่ "
"มาแล้วก็คุกเข่าลง ฟู่หรงมานั่งข้างท่านพี่ของเ้าสิ"
"เ้าค่ะท่านพ่อ "
ฮูหยินน้อยเดินเข้ามาใกล้คนตัวโต ก่อนที่จะนั่งลงข้างสามีไม่แม้ที่จะชายตาแล คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็ภรรยาของตน จนถึงยามยกน้ำชาแทนที่ผู้เป็พ่อแม่ จะรับน้ำชาดื่ม กลับส่งน้ำชานั้นให้กับบุตรชายและสะใภ้แทน
"อะไรกันท่านพ่อ เหตุใดจึงส่งน้ำชาคืนมา "
ฟานอวี้เอ่ยถามบิดาขึ้นทันทีเมื่อเห็นเช่นนั้น แต่คำตอบที่ได้ทำเอาแม่ทัพถึงกับหน้าถอดสีไปอีกครั้ง
"เพราะเ้าไม่ได้ทำในสิ่งที่ควรทำั้แ่เมื่อวานอย่างไรล่ะ ข้าไม่เคยสอนให้เ้าทำตัวเช่นนี้ เกิดมาเป็ชายเหตุใดจึงทำตัวเช่นอิสตรี เสียดายที่เป็ถึงแม่ทัพใหญ่ของแคว้น เ้าทำอะไรอย่าคิดว่าข้าไม่รู้ "
แม่ทัพหยางเอ่ยกับบุตรชายของตน จนฟานอวี้นิ่งเงียบไปเมื่อคิดถึงสิ่งที่ตนทำนั้นเป็เื่ที่ผิดจริงๆ
ฟู่หรงเองก็นั่งไม่เอ่ยอะไร จนฮูหยินเฉียวบอกให้แม่สื่อทำหน้าที่อีกครั้ง
ทั้งสองทำตามแม่สื่อจนกระทั่งถึงคราที่ต้องคำนับกันและกัน ฟานอวี้ที่เคยเห็นใบหน้าของฮูหยินตนเพียงในตอนกลางคืนที่มีแสงเทียน ก็ว่าใบหน้านี้งดงามแล้ว
แต่พอได้เห็นใบหน้าในยามปกติกลับดูงดงามกว่าหญิงใดที่เคยพบมา จนผู้เป็แม่ต้องเอ่ยเตือนสติ
"ฟานอวี้น้องรอคำนับนานแล้วนะ "
แม่ทัพหนุ่มเมื่อได้สติจึงรีบคำนับอีกคนเช่นกัน หลังเสร็จสิ้นการยกน้ำชาแล้ว ของกินก็ถูกตั้งโต๊ะก่อนที่ทั้งหมดจะไปร่วมกันทาน
ฟานอวี้ยังคงจับจ้องที่ใบหน้างามมิวางตา ตรงกันข้ามกับสิ่งที่ได้เอ่ยมาก่อนนี้ ทำให้ผู้ที่ถูกมองถึงกับทำหน้าไม่ถูก เมื่อเห็นสามีที่เอ่ยว่าเกลียดตนไม่ยอมละสายตา ประมุขของจวนเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงเอ่ยถามถึงเื่ศึก
"พ่อได้ยินว่าทางแคว้นซางไห่กำลังรวบรวมกองทัพอีกแล้วใช่หรือไม่ "
"จริงหรือท่านพี่ หากเป็เช่นนี้ฟานอวี้ก็ต้องไปทำศึกอีกครั้งแล้วน่ะสิ เ้าต้องออกจากเรือนไปอีกแล้ว"
ฮูหยินเฉียวเอ่ยถามทันทีที่ได้ยิน ฟานอวี้จึงหันไปเอ่ยกับมารดาทันทีเพราะรู้ว่ามารดานั้นเป็ห่วงตน
"ท่านแม่อย่ากังวลเลยขอรับ ลูกเป็แม่ทัพถึงอย่างไรก็ต้องนำทัพเอง และอีกอย่างใช่ว่าจะเป็ครั้งแรกเสียที่ไหน ลูกไปเช่นนี้เสมอนะขอรับ"
"แต่ใครก็รู้ว่าแคว้นซางไห่นั้นมักใช้เล่ห์เหลี่ยมในการศึก เ้าอาจจะพลาดก็ได้ "
ฮูหยินเฉียวยังคงกังวลอยู่เช่นนั้น แม้ว่าสองพ่อลูกจะเอ่ยเช่นไรก็ไม่สามารถทำให้คลายกังวลลงได้ ฟู่หรงจึงลองเอ่ยออกมาเผื่อจะช่วยได้บ้าง
"ท่านแม่ไม่เชื่อว่าท่านพี่จะเอาชนะศึกได้หรือเ้าคะ ข้าเองแม้จะพึ่งเข้ามาอยู่ แต่ก็เชื่อมั่นว่าท่านพี่จะต้องชนะศึกได้เป็แน่ ท่านพี่ก็คงจะเก่งเหมือนท่านพ่อ ท่านแม่ว่าเช่นนั้นหรือไม่เ้าคะ "
"นั่นสินะ ฟานอวี้ก็เก่งเหมือนท่านพี่นี่หน่า ศึกครั้งนี้ก็ต้องเอาชนะได้อยู่แล้วจริงไหมลูก "
"ขอรับท่านแม่ "
ฟานอวี้และแม่ทัพหยางต่างก็แปลกใจไม่น้อย ที่ฟู่หรงนั้นช่างรู้จักที่จะพูดให้คนที่กังวลนั้นคลายลงได้ สีหน้าของแม่ทัพดูไม่อยากจะเชื่อนัก ที่อีกฝ่ายจะเป็สตรีอ่อนโยนเช่นนี้ได้
“หึ คงใช่ถ้อยคำอ่อนโยนเช่นนี้สินะ ถึงได้แต่งเข้ามาในจวนนี้ได้ แต่ข้ามิมีทางเชื่อเ้าหรอกนะ”