ปิ๊งรักยัยสวยเวอร์
ตอนที่ 37-เขินใช่ไหม?
“น้องอดทนนะคะ เดี๋ยวแม่พาไปหาหมอนะ” น้ำส้มบอกลูกสาวด้วยความห่วงใย อาการเหมือนทรมานทำให้หัวใจของผู้เป็นแม่เจ็บร้าวไปทั้งดวง พยายามอุ้มลูกขึ้นสู่อ้อมอก แต่ด้วยน้ำหนักตัวที่มากเกือบครึ่งของแม่ จึงทำให้น้ำส้มดูอุ้มลำบาก
“ผมอุ้มเองครับ” นักรบอาสา แม้ว่าเขาจะเจ็บข้อเท้า
“แต่ขาคุณเจ็บอยู่?” การบาดเจ็บของนักรบที่เพิ่งจะเกิดขึ้น ทำให้น้ำส้มทักท้วง เธอห่วงว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บซ้ำอีก
“ผมไหวครับ เดี๋ยวอุ้มไปรอที่รถ...รถผมจอดอยู่ข้างนอกสะดวกกว่าไม่ต้องเสียเวลาถอยรถคุณออก” เขาห่วงใยเด็กหญิงไม่ต่างไปจากผู้เป็นแม่ พูดจบรีบอุ้มน้องมะนาวแล้วเดินไปยังรถยนต์ทันที
“โอเคค่ะ เดี๋ยวฉันไปหยิบกระเป๋าแป๊บค่ะ” ตกลงกันได้เสร็จสรรพน้ำส้มรีบขึ้นไปจัดการเตรียมเอกสารสำคัญ เธอน้ำตาไหลเพราะห่วงลูกสาวเพียงคนเดียว มือไม้สั่นเทาจนแทบทำอะไรไม่ถูก ยิ่งให้ลูกตัวงอลงกับพื้นยิ่งทำให้หัวใจของคนเป็นแม่เจ็บปวด
“คุณอาน้องปวดท้อง ปวดตรงนี้มาก ฮึกฮือ” น้องมะนาวที่กำลังต่อสู้กับอาการปวดท้องรุนแรง เธอร้องไห้และบอกออกมาทั้งน้ำตา เด็กหญิงเริ่มปวดมากขึ้นจนแทบทนไม่ไหว เจ็บในท้องเหมือนไส้จะขาดดั่งเข็มแหลมทิ่มแทงซ้ำ ๆ
“มะนาวของอาเก่งอยู่แล้ว อดทนแป๊บเดียวเดี๋ยวก็หายนะครับ อาพาไปหาหมอนะคนเก่ง” นักรบพูดปลอบเขาสงสารเด็กหญิงจนแทบน้ำตาคลอ ยิ่งน้องมะนาวร้องไห้จนพูดฟังไม่เป็นศัพท์เขาก็ยิ่งสงสารจับใจ
“น้องจะ จะ อ้วก...” ยังไม่ทันจะถึงรถ พูดบอกจบประโยคอาการก็ออกทันที เด็กหญิงปล่อยอาเจียนออกมาจนเต็มหลังของนักรบ ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง แต่นักรบก็ไม่ได้นึกรังเกียจ เขารีบวางน้องมะนาวลงกับพื้น แล้วลูบหลังให้เธอ
“โธ่ น้องมะนาว อาผิดเองที่ให้หนูกินเยอะแบบนี้...อาขอโทษ” ความเจ็บป่วยที่เด็กหญิงต้องเผชิญและแบกรับ เขาย้อนนึกถึงตัวเองว่าเป็นต้นเหตุ หากเขาควบคุมการกินของน้องคงไม่ต้องเป็นแบบนี้ รู้สึกผิดจนไม่อยากให้อภัยตัวเอง ยิ่งเห็นเด็กน้อยอาเจียนอย่างทรมาน ดวงตาของน้องแดงก่ำ และมีน้ำตารินไหล เขาก็ยิ่งอยากจะตบตัวเองให้เจ็บ
“น้องไม่ไหว ฮือ ฮึก ฮือ” ปากเล็กพูดบอกเมื่ออาเจียนออกมาจนหมดท้อง เธอร้องไห้และโผเข้ากอดคอของนักรบ อย่างต้องการกำลังใจ นั่นยิ่งทำให้นักรบนึกโทษตัวเอง “คุณอาจะอยู่เป็นเพื่อนน้องใช่ไหม?”
“ได้สิครับอาจะทิ้งน้องได้ยังไงล่ะ...โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะคนดี น้องอยากอ้วกอีกไหม” เขาลูบหัวของเด็กน้อยที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ ดวงตาของน้องมะนาวบวมแดง น้ำลายไหลเลอะเทอะตามริมฝีปาก ท้องก็ยังเจ็บไม่จางหาย หนำซ้ำดวงตาก็เริ่มแสบเพราะร้องไห้หนัก
“ไม่ น้องอ้วกหมดแล้ว ฮึก อึก...น้องจะตายไหมคะ?”
“ไม่หรอกครับ หมอรักษาแป๊บน้องก็หายปวดท้องแล้ว แต่น้องต้องอดทนก่อนนะ”
“น้องจะอดทนค่ะ”
นักรบอุ้มเด็กหญิงออกมาหน้าบ้าน วางน้องลงเบาะด้านข้าง และจัดการถอดเสื้อที่เลอะทิ้งถังขยะ ไม่ได้คำนึงถึงตัวเองที่ได้รับบาดเจ็บเหมือนกัน เพราะน้องมะนาวสำคัญกว่าอื่นใด ต้องรีบพาไปส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด
“ไปค่ะ...มะนาว!” น้ำส้มที่เตรียมของสำคัญ เธอวิ่งหน้าตั้งมายังรถยนต์ แต่ต้องตกใจเมื่อเห็นลูกสาวร้องไห้หนัก ดวงตาแดงก่ำและปูดบวม เธอมองไปยังนักรบที่ไร้เสื้อห่มกายด้วยความฉงนใจ
“น้องมะนาวอาเจียนครับ ขึ้นรถเร็ว” เขาคลายความสงสัยให้เธอเร็วไวอย่างรู้ใจ เพียงแค่มองหน้าเท่านั้นก็สัมผัสได้
“ค่ะ”
รถยนต์ขับเคลื่อนมาตามท้องถนนที่การจราจรไม่ค่อยเอื้ออำนวย สร้างความร้อนใจให้กับนักรบและน้ำส้ม ยิ่งน้องมะนาวตัวงอให้อ้อมอกของแม่ ความเจ็บปวดทำให้น้ำส้มน้ำตาไหลเพราะสงสารลูกสาว
“ไหวไหมคะลูก” เธอถามลูกสาวที่ดูอ่อนเพลีย เด็กหญิงเสียพลังงานในการอาเจียนจนตอนนี้ดวงตาแทบปิด อาการปวดท้องก็ยังคงมีมาเป็นระลอก เจ็บจนเหมือนมันชา อาการเหนื่อยล้าทำให้เด็กหญิงอยากจะนอนหลับ ใบหน้าเหลืองซีด
“น้องเหนื่อยจัง” เด็กหญิงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเบาหวิว เปลือกตาปิดอย่างสะลึมสะลืออย่างอ่อนแรง
“ใกล้ถึงโรงพยาบาลแล้ว อดทนอีกแป๊บนะลูก”
“ค่ะ”
“น้องเก่งมากค่ะ...แม่รักน้องนะ”
//โรงพยาบาล//
นักรบอุ้มน้องมะนาวมายังห้องฉุกเฉิน เขาร้อนใจจนลืมว่าตัวเองเจ็บข้อเท้า เพราะห่วงน้องมะนาวไม่ได้สติ กลัวว่าเธอจะเป็นอันตราย เสื้อที่ไม่ได้ใส่ทำให้เขาตกเป็นเป้าสายตาของพยาบาล และผู้คนที่อยู่ในบริเวณ แต่เขาก็ไม่สนใจ
“ฉันเป็นแม่ของน้องค่ะ” เธอรีบบอกพยาบาล ไม่อยากให้ลูกสาวที่เจ็บป่วยอยู่เพียงลำพัง “น้องแม่อยู่ตรงนี้นะคะ” ผู้เป็นแม่น้ำตาไหล หากเจ็บเองได้เธอก็อยากเจ็บแทนลูกสาว นั่งจับมือของน้องมะนาวอยู่ข้างเตียง หมอก็ตรวจอาการตามหน้าที่ และซักถามอาการของผู้เป็นแม่จนสรุปอาการได้ เกิดจากอาหารไม่ย่อยเพราะกินมากเกินไป กระเพาะรับไม่ไหวทำให้ต้องอาเจียนออกมา
น้องมะนาวแอทมิทต้องให้น้ำเกลือ ตอนนี้เธอปลอดภัยแต่ร่างกายของเธออ่อนล้า จึงยังคงนอนหลับตาไม่ได้สติ น้ำส้มนั่งเฝ้าลูกสาวไม่ห่างกาย เธอร้องไห้สงสารลูกน้อยจนดวงตาบวมเป่งเช่นกัน นักรบก็เคียงข้างไม่ห่างกาย เขาไม่อาจวางใจปล่อยให้สองแม่ลูกอยู่เพียงลำพังได้ จึงยังคงไม่ไปไหน
“มะนาวปลอดภัยแล้ว คุณอย่ากังวลมากเลยนะน้ำส้ม” นักรบเอ่ยด้วยน้ำเสียงละมุน มืออุ่นวางบนไหล่ของน้ำส้มสื่อถึงการปลอบประโลม
“ขอบคุณมากนะคะที่พามามะนาวมาส่งโรงพยาบาล ถ้าไม่ได้คุณฉันคงทำอะไรไม่ถูก” เธอกล่าวด้วยความซาบซึ้งใจกับการที่เขาช่วยเหลือในครั้งนี้ “และขอโทษที่มะนาวทำให้เสื้อของคุณเปื้อน ฉันจะซื้อคืนให้นะคะ”
“แค่นี้เองครับ อีกอย่างที่น้องป่วยแบบนี้ก็เพราะผม” เขาพูดขึ้น พร้อมกับลากเก้าอี้มานั่งตรงข้ามเธอ สองมือเอื้อมกุมมือเรียวของน้ำส้มไว้ สายตาเปล่งประกายของความรู้สึกผิด ที่เขาไม่อาจห้ามปรามการกินของน้อง เพราะอยากเอาใจเด็กหญิง
“คุณเกี่ยวอะไร?” เธอย้อนถามพลางขมวดคิ้วงุนงง
“ถ้าผมไม่ซื้อของกินมากมายเอาใจมะนาว เธอก็คงไม่เป็นแบบนี้” เขาเอ่ยด้วยความรู้สึกผิดที่ยังเกาะกุมหัวใจ หันไปมองน้องมะนาวที่นอนหน้าซีด ลูบหัวของเธอเบา ๆ จับมือป้อม ๆ ของน้องแนบแก้มอย่างอบอุ่น
“ฉันไม่อยากจะโทษคุณหรอกนะ เพราะรู้นิสัยของลูกสาวตัวเองดี เธอคงทำให้คุณใจอ่อนละมั้ง”
“ผมขอโทษนะ” เขาหันมาพูดกับเธอด้วยแววตาเศร้า
“ช่างมันเถอะ ยังไงมะนาวก็ปลอดภัยแล้ว...ฉันว่าคุณน่าจะหาเสื้อใส่นะคะ” เธอไม่คิดกล่าวโทษเขา แค่ลูกสาวปลอดภัยก็ดีใจมากแล้ว ภาพของกล้ามเนื้อที่อยู่ตรงหน้า ทำให้เธอนึกขึ้นได้ว่าเขาควรหาอะไรบดบัง แต่ก่อนหน้าเธอมัวแต่ห่วงและพะวงกับลูกสาว จึงไม่ได้สนใจเขามากนัก แต่ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มคลี่คลาย จึงนึกได้ว่าผู้ชายตรงหน้าโชว์เนื้อหนังมังสาในที่สาธารณะ สร้างความปั่นป่วนหัวใจแก่พยาบาล รวมทั้งเธอด้วยในตอนนี้
“กลัวอดใจไม่ไหวเหรอครับ” เขาไม่แซวปากเปล่า ขยับเข้ามาใกล้จนน้ำส้มแทบเสียการทรงตัว กลิ่นกายชายที่กระทบเข้ากับจมูก แม้จะมีกลิ่นเหม็นคาวจากอ้วกของลูกสาว ก็สร้างความหวั่นไหวแก่เธอไม่น้อย
“ทะลึ่ง!” เธอไม่อาจทนต่อความใกล้ชิดของเขาได้ไหว ต้องลุกยืนแล้วขยับออกห่างไปยืนอีกฟากเตียง
“หน้าแดงเชียว เขินผมใช่ไหมล่ะ?” นักรบก็ยังคงเป็นนักรบผู้แซวเก่งอยู่วันยังค่ำ เขาค้ำเตียงแล้วโน้มหน้าไปใกล้น้ำส้ม โดยมีน้องมะนาวนอนคั่นกลางเขาก็ไม่หวั่น ความพยายามสูงยิ่งกว่าเสาไฟฟ้า ทำเอาน้ำส้มเขินรอบแล้วรอบเล่า