เป็นนางร้ายอยู่ดี ๆ ทำไมนางเอกมาชอบฉันล่ะ [YURI]

    บทที่ 13 สัญญาหมั้นหมาย

    สัญญาหมั้นหมาย
    การเอาตัวรอดในโลกที่โหดร้ายเหมือนถูกส่งมาชดใช้กรรมในนรกก็ไม่ปาน ในรอบสามเดือน ไอรีนเกือบตายมาแล้วสองครั้ง ครั้งแรกหาตัวคนร้ายไม่ได้ มือปริศนาที่ซ่อนตัวในเงามืด ราวกับรอเวลามาคร่าชีวิตน้อย ๆ นี้ไปครั้งที่สอง เกิดจากกรรมเก่าตามมาเอาคืน เจ้ากรรมนายเวรที่เปรียบเสมือนเจ้าภาพหลักในงานเลี้ยง แต่หยอกเล่นแรงจนเกือบต้องจูงมือเด็กหญิงตัวน้อยไปส่งให้ยมทูตทุกคนรอบกายที่เหมือนจะไว้ใจได้ แล้ว...แน่ใจจริงหรือ คนใดคนหนึ่งในกลุ่มผู้แสนดี อาจกลายกลับเป็นมือปริศนาเสียเอง บางทีอาจเป็นเจ้าภาพเจ้าเก่า เจ้าหญิงผู้แสนดี หรือแม้กระทั่ง....ว่าที่คู่หมั้นคลุมถุงชน!?
    “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”“ข้าดีขึ้นแล้วค่ะท่านดยุค”“ข้าขอโทษที่มาเยี่ยมเจ้าเอาป่านนี้”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”“ว่าแต่...อลิส เจ้าจะมานั่งจ้องมองพวกเราไปถึงเมื่อไหร่”ทำไมชีวิตฉันต้องมาอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดขนาดนี้นะ เจ็บขาเดินไม่ได้ก็เศร้าจะตายอยู่แล้ว ยังมาถูกขังให้อยู่ในห้องขององค์หญิงอลิสเบธอีก ถ้าที่พูดไปยังแย่ไม่พอ ความหวังสุดท้ายที่จะทำให้ฉันหลุดพ้นจากเมืองหลวงเจ้าปัญหานี้อยู่ตรงหน้าแท้ ๆ แต่คนที่จับฉันขัง ดันมานั่งเฝ้าจนไม่กล้าพูดเนี่ยแหละ.....“ข้าเป็นเจ้าของห้องนี่คะ จะให้ข้าไปไหนล่ะ”“แต่ข้าขอคุยตามลำพังกับ ‘คู่หมั้น’ สักครู่ได้หรือไม่”“ไม่ได้ค่ะ ถึงจะเป็น ‘ว่าที่คู่หมั้น’ ก็คงให้อยู่ด้วยกันตามลำพังในห้องนอนไม่ได้ หากครอบครัวนางรู้เข้า คงไม่พอใจเป็นแน่”“ถึงจะเป็นเช่นนั้นเจ้าก็ไม่จำเป็นต้องมานั่งจับตามองอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ก็ได้นี่...”อินโทรเพลง ฉันมาทำอะไร ของพี่เบิร์ด ต้องมาแล้วแหละ ฉันมาทำอะไรที่นี่กันเลยทีเดียว แผนเอไม่สำเร็จ ต้องหาแผนบีมาสำรองแล้วแหละ จะให้องค์หญิงมาขังฉันไว้ในวังเป็นเดือน ๆ ไม่ได้ ประสาทกินตายพอดี“ในห่อที่ท่านดยุคถือมาคืออะไรเหรอคะ”“อ๋ออ นี่นะเหรอ” ดยุคเออร์กี้วางกล่องที่ห่อด้วยถุงผ้าอย่างดีวางลงบนเตียง ก่อนจะค่อย ๆ คลี่ถุงผ้านั้นออกด้วยความระมัดระวัง เผยให้ของที่อยู่ข้างใน คัพเค้กชิ้นเล็ก ๆ ตกแต่งด้วยครีมและผลไม้หลากสีสัน วางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบในกล่องไม้เล็ก ๆ“ข้าไปหาเจ้าที่ปราสาทมาน่ะ แต่ท่านลุงบอกว่าเจ้าอยู่ในวัง แล้วสาวใช้ที่ชื่อ อืมมม น่าจะเบตตี้นะ ฝากสิ่งนี้มาให้เจ้า”“โหหห คัพเค้กของพี่เบตตี้จริง ๆ ด้วย ขอบคุณนะคะท่านดยุค”“ข้าขอโทษนะที่ไม่มีอะไรมาฝากเจ้าเลย หากรู้ว่าเจ้าเจ็บหนักขนาดนี้ ข้าคงจะรีบมาให้เร็วกว่านี้” ว่าพลางมองด้วยสายตาราวกับจะตำหนิไปที่น้องสาว“เอ่อ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ข้าเองที่เป็นคนบอกให้เจ้าหญิงเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ข้าไม่อยากให้ใครเป็นห่วงน่ะค่ะ โดยเฉพาะท่านพ่อกับท่านแม่”“เจ้านี้เป็นเด็กดีเสมอเลยนะ” มือของท่านดยุคค่อย ๆ เอื้อมเพื่อที่จะจะผมของเด็กน้อยตรงหน้าอย่างอ่อนโยน แต่กลับต้องชะงักมือทันที....“อะแฮ่ม ๆ ท่านพี่ก็มานานแล้วนะคะ สมควรแก่เวลาที่จะกลับได้แล้วมั้งคะ”“ข้ากลับก่อนนะไอรีน ไว้คราวหน้า ข้าจะมาเยี่ยมเจ้าใหม่นะ”“เอ่อ...ค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะท่านดยุค ข้อขอโทษด้วยนะคะ ที่ไม่สามารถเดินไปส่งท่านที่รถม้าได้”“ไม่เป็นไรหรอก ข้าให้เจ้าของห้องไปส่งก็ได้ เจ้าพักผ่อนก่อนเถอะ”“ค่ะ ขอบคุณนะคะ”เห้ออออออ....ออกกันไปได้ซะที นึกว่าจะต้องนั่งอึดอัดจนขาดใจตายไปซะแล้วววววววว
    หลังจากเดินออกมาจนลับตาคน เออร์กี้ก็ขอคุยกับน้องสาวสุดที่รักเป็นการส่วนตัวทันที“อลิส เจ้าทำเช่นนั้นทำไม”“ข้าทำอะไรเหรอคะ ไม่เห็นทราบเลย”“ก็ทำตัวเสียมารยาทต่อหน้าคู่หมั้นข้าไง”“เสียมารยาทอย่างไรคะ ข้าก็แค่ทำหน้าที่เจ้าของห้องที่ดี แล้วอีกอย่าง ไอรีนก็เป็นแค่ว่าที่ ยังไม่ได้เป็นคู่หมั้นเสียหน่อย ข้าก็แค่พยายามปกป้องเกียรติของนางเท่านั้นเอง”“ปกป้องเกียรติของนางจากใคร จากข้าน่ะเหรอ”“ใช่ค่ะ ข้าไม่อยากให้นางต้องไปสู้รบตบมือกับใคร การที่ท่านพี่จะเรียกนางว่าคู่หมั้นได้เต็มปากเต็มคำเช่นนี้ ท่านพี่ก็ควรจะจัดการเรื่องของท่านให้ดีเสียก่อนนะคะ เหล่าเลดี้ เคาน์เตส ดัชเชส รวมถึงคุณผู้หญิงจากตระกูลอื่น ๆ จะได้ไม่มามองนางเป็นศัตรูหัวใจ”“เจ้าไม่ควรมาก้าวก่ายเรื่องของข้านะ เจ้าถูกตามใจจนลืมเรื่องมารยาทแล้วเหรอ”“ข้าว่าท่านคงลืมแล้วนะคะ ถึงแม้ท่านจะเป็นพี่ชายตามสายเลือดของข้า แต่ข้า คือ มกุฎราชกุมารี อีกทั้งยังเป็นรัชทายาทลำดับที่ 1 ของอาณาจักร ใครกันแน่คะ ที่ลืมเรื่องมารยาทน่ะ”“เจ้าไม่เคยยกตำแหน่งเต็มยศขนาดนี้มาข่มข้าเลยสักครั้ง ข้าชักจะอยากรู้แล้วซิว่าทำไม ข้าขอตัวกลับก่อนนะ ฝ่าบาท”“...”“อ่อ ถ้าเจ้าเหงา ข้าเรียกคู่หมั้นของเจ้ามาให้มั้ย เจ้าจะได้ไม่เอาเวลามาเป็นห่วงเป็นใย ว่าที่คู่หมั้นของข้า น่ะ”หลังจากนั้นเออร์กี้ก็นั่งรถม้าออกจากราชวังด้วยท่าทีสบายอกสบายใจ ผิดกับอลิสเบธที่แสดงอาการหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
    “เห้ออออออ....เอาไงดีเนี่ยะ แผนเอ กลับไปแล้ว จะทำยังไงให้ได้กลับบ้านดีนะ รู้แล้ว ฉันนี่มันอัจฉริยะ” คิดได้แบบนั้นไอรีนก็ทำการบีบน้ำตา? ร้องไห้ทันที“ฮึก ๆ ฮืออออออออออออ” น้ำตาหลั่งไหลพรั่งพรูออกมาราวกับสั่งได้ !?“ไอรีน ๆ เจ้าเป็นอะไร เจ็บแผลเหรอ ใครอยู่ข้างนอก รีบไปตามท่านหมอมาเร็วเข้า”“ฮืออ ข้าไม่ได้เจ็บขาหรอกค่ะ ข้าแค่ ฮึก ๆ ข้าเห็นคัพเค้กของพี่เบตตี้แล้วมันทำให้ข้า ฮึก คิดถึงบ้านน่ะค่ะ ฮือออออออ”“เจ้าไม่ต้องร้องไปหรอกนะ เดี๋ยวเจ้าหายดีเมื่อไหร่ ข้าจะให้เจ้ากลับบ้านทันทีเลย เจ้าก็บอกข้าเองไม่ใช่เหรอ ว่าไม่อยากให้พ่อกับแม่ของเจ้าเป็นห่วง ดังนั้น เจ้าจะต้องรักษาตัวให้ดีเสียก่อนนะ”“ฮือออ ข้ารู้ค่ะ แต่ข้าเหงานี่คะ หากได้ออกไปนั่งเล่นข้างนอกห้องบ้าง คงจะหายเหงาได้บ้าง...”“โอเค ๆ ข้ารู้แล้ว พรุ่งนี้ข้าจะให้คนพาเจ้าออกไปนั่งเล่นนอกห้องนะ เจ้าหยุดร้องได้แล้ว”
    หลังจากวันที่คุยกับองค์หญิงอลิสเบธล่าสุดก็ผ่านมาสองวันแล้ว ฉันเดินได้แล้วถึงจะมีกะเผลก ๆ เซ ๆ อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ต้องให้ใครพยุงแล้ว ยาของพี่อีฟที่มันเทพจริง ๆ ถ้าได้เอามาขาย ฉันต้องเป็นเศรษฐินีแน่นอน แผลตามตัวก็หายแล้วไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน เลิศศศศศศแต่ฉันก็ยังไม่ได้ไปไหนไกลจากห้ององค์หญิง หญิงรับใช้นี่เฝ้ากันพรึบพรั่บยิ่งกว่าที่บ้านอีก มูฟออนจากห้องนี้ไม่ได้จริง ๆตอนนี้สภาพฉันพร้อมกลับบ้านแล้ว เหลือแค่หารถม้าออกจากวังเท่านั้น สองถึงสามวันมานี้ องค์หญิงก็ไม่ค่อยว่างมาหาฉันเลย ดังนั้นฉันต้องทำอะไรก็ได้เพื่อเลี่ยงหญิงรับใช้เหล่านี้ไปขอความช่วยเหลือจากองค์หญิงเบลฉันเห็นองค์หญิงเบลมาแว๊บ ๆ แถว ๆ นี้บ้าง แต่น่าจะเข้ามาหาฉันไม่ได้ เพราะคำสั่งขององค์หญิงอลิสเบธ ถ้าหาทางติดต่อไปได้ องค์หญิงเบลต้องยอมช่วยแน่ ๆ แต่ฉันต้องทำยังไงนี่แหละใช่!!! น้องปุ๊กปิ๊กไง เจ้านกน้อยสื่อสารที่ฉันใช้คุยกับองค์หญิงเบลบ่อย ๆ ล่าสุดฉันส่งจดหมายนัดไปเที่ยวจตุรัสให้องค์หญิง แล้วองค์หญิงส่งน้องกลับมารึเปล่าเนี่ยะ น้องอยู่ไหน ปราสาทฉันรึในวัง
    "รู้แล้วววว ถ้าฉันวาดรูปนกผูกไว้ที่หน้าต่างองค์หญิงอาจจะเข้าใจก็ได้" ไอรีนรีบเอารูปนกที่วาดเสร็จไปผูกไว้ที่ระเบียงหน้าต่างห้องนอนทันที พร้อมทั้งภาวนาขอให้องค์หญิงเบลเข้าใจที่จะสื่อหลังจากผ่านไปหนึ่งวันจนไอรีนเริ่มถอดใจ นกพิราบสื่อสารตัวสีขาว อวบอ้วนสะพายกระเป๋าใบเล็ก ๆ ไว้ข้างหลังบินเข้ามาตรงหน้าต่างที่ผูกผ้าไว้
    ‘เลดี้ไอรีนเป็นอย่างไรบ้างคะ หายดีแล้วรึยัง ข้าเห็นเลดี้ผูกผ้ารูปนกไว้ เลยเข้าใจว่าให้ข้าสื่อสารผ่านทางนกแทน ขอโทษด้วยคะที่มาช้า พอดีเจ้านกตัวน้อยหลงทางแล้วทำจดหมายหาย ข้าก็เลยทำกระเป๋าให้ ถ้าเลดี้จะตอบกลับ รบกวนนำใส่กระเป๋านะคะเบล’
    ‘ข้าสบายดีค่ะ ขอบคุณองค์หญิงเบลที่เป็นห่วงนะคะ ข้ามีเรื่องอยากรบกวนให้ท่านช่วยค่ะ รบกวนองค์หญิงช่วยหารถม้าให้ข้าหน่อยได้หรือไม่คะ ข้าอยากกลับบ้านค่ะ ขอด่วนที่สุดเลยนะคะไอรีน’
    ‘ข้าจัดเตรียมรถม้าให้แล้วนะคะ พรุ่งนี้ เลดี้ไอรีนเดินออกมาตรงหลังสวนดอกลิลลี่ได้เลยค่ะ รถม้าจะจอดรออยู่ตรงนั้นถึงก่อนเที่ยงเท่านั้นนะคะ เพราะตอนบ่ายองค์หญิงอลิสเบธจะกลับมาจากราชการต่างเมืองเบล’
    เอาล่ะ ทีนี้ฉันจะได้กลับบ้านซะที กลับไปได้เมื่อไหร่ค่อยหาทางขอบคุณองค์หญิงเบล ส่วนเรื่องขององค์หญิงอลิสเบธก็คงตามฉันกลับมาไม่ได้หรอก ฉันแค่ต้องหาทางไปที่รถม้าให้ทันเวลาก็พอ หลังจากนั้น ลาแล้วลาเลยแล้วกันนะเมืองหลวงเนี่ยะ ขอกลับไปใช้ชีวิตสงบ ๆ ที่บ้านเถอะ.....
    TALK : น้อนจะได้ออกจากวังแล้ววววว รึเปล่านะ!?ในส่วนของคุณว่าที่คู่หมั้นและน้องสาวนั้นก็ร้ายพอกัน สมแล้วที่สายเลือดเดียวกันค่ะคุณพรี่.....