หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
ใน่เวลาเจ็ดวันมานี้ ทั้งทอยและเฟิร์นแทบจะไม่ได้คุยกันเลย ที่จริงเฟิร์นเธอก็กะจะหาเวลาไปคุยอยู่ แต่ไม่ว่าจะตอนพักเที่ยงหรือเลิกเรียน ทอยก็มักจะปลีกตัวและหายออกไปอย่างรวดเร็ว บางทีเขาอาจพยายามหลบหน้าเธอก็เป็ได้
ในทีแรกเธอก็คิดดังนั้น แต่จู่ ๆ ในวันนี้เธอก็ถูกเขาเรียกให้มาพบ
เฟิร์นกำลังก้าวเดินไประเบียงทางเดินบนอาคารเรียน ซึ่งอาคารแห่งนี้มีความสูงเจ็ดชั้น และเธอก็อยู่ ณ ชั้นที่เจ็ด
เนื่องจากตอนนี้เป็เวลาตอนเย็นซึ่งเป็เวลาเลิกเรียน ทำให้อาคารที่ปกติมักจะเต็มไปด้วยนักเรียน ในตอนนี้แทบไม่มีนักเรียนคนใดอยู่เลย เพราะหลังจากเลิกเรียนนักเรียนแทบทั้งหมดก็จะลงไปซ้อมกีฬากัน เหตุจากในอีกไม่กี่เดือนจะมีกีฬาสีจัดขึ้น ซึ่งกีฬาสีที่จัดในโรงเรียนนั้นเป็กิจกรรมที่สำคัญอย่างมาก จึงไม่แปลกที่เหล่านักเรียนจะแห่กันไปซ้อมกีฬาแทนที่จะอยู่แต่ในห้องหรือกลับบ้าน
เมื่อเฟิร์นเดินมาได้สักพักก็ได้พบกับทอย ทอยในตอนนี้กำลังถือกล้องส่องทางไกลส่องออกไปนอกระเบียง เขานั้นจดจ่ออยู่กับภาพที่อยู่ในกล้อง จนทำให้เขาไม่รู้สึกตัวว่าเฟิร์นได้อยู่ข้างเขาแล้ว
ด้วยความสงสัยที่ว่าทำไมเขาถึงมัวแต่จดจ่ออยู่กับอะไรอยู่ เธอจึงลองมองไปตามทิศที่เขามองอยู่ และนั้นจึงทำให้เธอรู้ว่าสิ่งที่เขาจับจ้องอยู่นั้นก็คือ เหล่านักเรียนหญิงที่กำลังซ้อมวอลเลย์บอลอยู่ในโดม ถึงจะมองไม่ชัดแต่เธอก็แน่ใจ เพราะเขาในตอนนี้กำลังยิ้มและพ่นลมหายใจเข้าออกเหมือนคนโรคจิต
"ใครก็ได้ช่วยด้วย!!" เฟิร์นะโออกไป "มีไอ้โรคจิตกำลังทำอนาจารอยู่แถวนี้ค่ะ!!"
เสียงะโของเฟิร์นที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนั้น ทำให้ทอยใมากจนเกือบทำกล้องตก โชคดีที่เขายังคว้ามันเอาไว้ได้ทัน และเมื่อเขาจับความหมายของเสียงที่ะโได้ เขาก็รีบมองสำรวจไปมาด้วยความลุกลน เมื่อเห็นว่าไม่มีครูอยู่ เขาจึงถอนหายใจด้วยโล่งอก
"อย่าะโแบบนี้สิ... เดี๋ยวก็มีคนเข้ามาได้ยินเอาหรอก..." ทอยพูด
"ก็นั่นแหละที่ฉัน้าล่ะ!!" เฟิร์นพูดสวนกลับไป
"ว่าแต่...เธอมาช้าจังเลยนะ ช้าซะจนฉันต้องหาอย่างอื่นทำเลย" ทอยพูดเหน็บแนม
"ขอโทษละกันนะ ที่ฉันดันมีการมีงานที่ต้องทำ จนทำให้ไอ้โรคจิตคนนึงเผยสันดานออกมาน่ะ" เฟิร์นเหน็บแนมกลับ
"ฮ่ะ ๆ เจ็บชะมัดเลยแฮะ" ทอยหัวเราะแห้ง มือขวาพลาง
เฟิร์นในตอนนี้เริ่มอารมณ์ไม่ดีที่ต้องมาคุยกับทอย แต่เธอก็พยายามสงบสติอารมณ์ลง เพราะรู้ว่าเขาเป็คนยังไง "สรุปแล้วเรียกฉันมามีเื่อะไรกันแน่เนี่ย?"
ทอยยื่นกล้องส่องทางไกลอีกอันที่อยู่ในกระเป๋าให้กับเฟิร์น "รับไปสิ ฉันมีอะไรจะให้ดู"
เฟิร์นรับมันมา "แล้วจะให้ฉันดูอะไรล่ะ?"
"ผลลัพธ์ที่ฉันได้มายังไงล่ะ"
"ผลลัพธ์?"
"อืม...พอดีใน่หนึ่งสัปดาห์มานี้ ฉันได้ลองใช้พลังของฉัน เพื่อทดสอบว่ามันทำอะไรได้บ้าง ฉันเลยเรียกเธอเพื่อให้มาดู"
"อย่างนี่นี่เอง... งั้นก็...เริ่มกันเลยเถอะ"
"อะแฮ่ม!" เขากระแอมขึ้นเหมือนเพื่อเป็การรวบรวมสมาธิ "สิ่งแรกที่ฉันอยากรู้เกี่ยวกับพลังของฉันก็คือ มันมีพลังมากแค่ไหนกัน ฉันเลย...ลองลบความทรงจำของคนสองคนไป โดยความทรงจำที่ฉันลบนั้นจะต่างกัน"
"แล้วผลที่ได้ล่ะ?"
"ลองมองไปที่สนามบอลดู"
เธอทำตามที่เขาพูด เธอลองส่องกล้องไปที่สนามบอลที่อยู่ข้างหน้าอาคารที่พวกเขายืนอยู่ ที่สนามบอลนั้นเต็มไปด้วยเหล่านักเรียนที่กำลังฝึกซ้อมกันอยู่ พวกเขาต่างวิ่งซ้อมกันอย่างขยันขันแข็ง "แล้วยังไงต่อ" เธอพูดเมื่อลองมองไปที่สนาม
"เธอเห็นผู้ชายตัวสูง ๆ ผมสีดำ ที่กำลังเดาะบอลอยู่ข้างสนามไหม?"
"อ่า... เห็นแล้ว"
"เขามีชื่อว่าบีม ฉันน่ะสั่งให้เขาลืมเื่ฟุตบอลไป... หลังจากนั้นเขาก็ไม่เล่นบอลอีกเลยไม่แม้แต่จะมาซ้อม แต่สุดท้าย...เขาก็กลับมาเล่นบอลอีกครั้ง อาจจะเพราะมีคนไปตามตัวเขาให้มาซ้อม จึงทำให้เขาจำได้ว่าฟุตบอลคืออะไร... ทีนี้สิ่งที่ฉันได้รู้จากเขามีอยู่สองอย่าง หนึ่ง...พลังของฉันนั้นค่อนข้างจะทรงพลัง พลังของฉันน่ะลบทุกอย่างเกี่ยวกับฟุตบอลของเขาไป มันทำให้เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าบอลคืออะไร"
"แล้วอย่างที่สองล่ะ?" เฟิร์นพูด
"เธอจำได้ไหม?...ว่าตอนที่ฉันใช้พลังของฉันลบความจำเนเน่น่ะ ความจำของฉันหายไปพร้อมกับเนเน่" เขาหันมาคุยกับเฟิร์นตรง ๆ
เธอก็ด้วย "อืมจำได้สิ"
"ในทีแรก...ฉันก็คิดว่าอาจจะเป็ผลของการใช้พลังครั้งแรก แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่... ในทุก ๆ ครั้งที่ฉันลบความทรงจำใครไป... ความทรงจำของฉันก็จะถูกลบไปด้วย ทุกอย่างฟุตบอลของฉันหายไปเหมือนกับเขา และสิ่งแย่ที่สุดก็คือ ฉันลืมแม้กระทั่งว่าฉันสั่งให้เขาลืมอะไรไป กว่าฉันจะจำได้ก็ต้องใช้เวลาหลายวัน"
"อย่างนี้นี่เอง" เฟิร์นยืนครุ่นคิดพิจารณาข้อมูลที่ได้รับมา "มันคงเป็ราคาที่นายจำเป็ต้องจ่ายสินะ ถ้าอย่างนั้น...นายลองใช้พลังลบสิ่งเล็ก ๆ ดูบ้างหรือยัง?"
"นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันจะพูดต่อไป" เขาหันกลับไปส่องกล้องดังเดิม เมื่อเห็นดังนั้นเฟิร์นก็ทำตามด้วย "เห็นผู้ชายที่กำลังนั่งพักอยู่ข้างบีมหรือเปล่า?"
"เห็นแล้ว"
"เขาชื่อว่าอาร์ม ฉันสั่งให้หมอนั้นลืมวิธีการเตะบอลไป หลังจากนั้นเขาก็เตะบอลไม่เป็ไปสักพักนึง แต่ว่าเขาก็ยังคงมาซ้อมฟุตบอลอยู่เสมอ และไม่นานเขาก็กลับมาเตะบอลได้อีกครั้ง ถ้าจะให้ฉันสรุปล่ะก็ สิ่งที่ฉันลบไปเป็เพียงแค่ส่วนหนึ่งของฟุตบอล แต่ไม่ใช่ทั้งหมด นั่นจึงทำให้เขายังคงจำได้ว่าบอลคืออะไร แต่แค่...เขาลืมวิธีการเตะบอลไป"
"งั้นก็หมายความว่า... นายก็ยังจำได้งั้นสินะว่าสั่งให้เขาลืมอะไรไป"
"ใช่... และก็เพราะยังจำได้ ทำให้ฉันรู้ว่าความทรงจำอะไรของฉันที่หายไป นั่นจึงทำให้ฉันรู้วิธีแก้ เพียงแค่นั่งมองพวกเขาเตะบอลไป ความทรงจำของฉันก็กลับมาแล้ว กลับกันกับตอนที่ฉันลบเื่ฟุตบอลไป ฉันต้องนั่งงงเป็ไก่ตาแตกเลยว่า สิ่งที่ฉันลบไปนั้นคืออะไร? และสิ่งที่พวกเขาเตะกันอยู่นั้นมันคืออะไร?"
"แปลว่าการใช้พลังของนาย จะต้องคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดกับนายด้วยสินะ... แล้ว...นายรู้หรือเปล่าว่าพลังของนายสามารถอยู่ได้นานแค่ไหน?"
"ตอนนี้ก็ยังไม่รู้หรอก...แต่เดี๋ยวรู้แน่ และเพื่อที่จะได้รู้ ฉันมีเื่ที่จะต้องให้เธอช่วยอยู่เื่นึง"
"ช่วย? ฉันน่ะนะ?"
"อืม... ลองมองไปที่หอประชุมดูสิ"
"อ่า...ดูอยู่"
เฟิร์นมองไปที่หอประชุม ที่อยู่ถัดจากสนามฟุตบอล มันเป็หอประชุมสีขาวที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ เพื่อรองรับจำนวนนักเรียนภายในโรงเรียน ทางเข้าของหอประชุมอยู่ทางด้านขวา และด้านข้างก็มีโต๊ะหินอ่อนวางไว้อยู่
"เห็นผู้หญิงที่นั่งอยู่ที่บนโต๊ะหรือเปล่า?"
"เห็นแล้ว... นั่นใช่...ฟ้าหรือเปล่า...?"
"ใช่ และเื่ที่จะต้องให้เธอช่วยก็เกี่ยวกับฟ้านี่แหละ"
"ทำไม? นายลบความทรงจำอะไรของเธอไป?" เฟิร์นหันมาถาม
"พอดีว่าฉันสั่งให้ฟ้าลืมใส่กางเกงในมาน่ะสิ เธอช่วยไปถกกระโปรงฟ้าข-"
ไม่ทันได้พูดจบ กล้องส่องทางไกลที่อยู่ในมือของเฟิร์นก็ได้หวดเข้าที่ศีรษะของทอยอย่างจัง และตอนนี้ศีรษะของเขาก็เต็มไปด้วยเือีกครั้ง
ความรุนแรงของการหวดครั้งนั้นทำให้ทอยแทบจะสลบลงไปในทีเดียว แต่เฟิร์นก็ไม่ปล่อยเขาให้นอนสลบอย่างสบาย ๆ หรอก ก่อนที่เขาจะล้มลงกับพื้น เธอก็รีบกระชากคอเสื้อของเขาเอาไว้ "นี่แกทำไปจริง ๆ เหรอเนี่ย!?" เธอะโอัดใส่หน้าของทอย
"ล้อเล่นน่ะ ล้อเล่น" เขารีบแบมือและชูขึ้นเพื่อปรามเธอ
"งั้นก็แล้วไป" เธอปล่อยมือ ปล่อยให้ทอยนอนล้มลงไปกับพื้น
"เธอเนี่ย...โหดชะมัดเลย... ทำฉันหัวแตก...แล้วยังไม่ช่วยอีก..." น้ำเสียงของเขาในตอนนี้เต็มด้วยความเ็ป เขาพยายามเค้นเสียงออกมาเพื่อพูดกับเธอ
"แล้วใครสั่งให้แกล้อเล่นเื่แบบนั้นกันฮ่ะ!? รีบ ๆ ลุกขึ้นมาแล้วพูดต่อได้แล้ว" เฟิร์นสั่งเขาแบบไม่สนใจไยดี
"ดะ...ได้ครับ" ทอยขานรับ จากนั้นเขาก็พยายามพยุงร่างกายของตัวเองขึ้นอย่างทุลักทุเล เมื่อยืนได้แล้วเขาไม่ได้ส่องกล้องดังเดิม เขาเพียงแค่ยืนกุมศีรษะของเขาด้วยความเ็ป "ลองมอง...ไปที่แขนขวาของฟ้าสิ... เธอได้ใส่กำไลมาหรือเปล่า?"
เฟิร์นลองมองไปที่แขนของฟ้า แต่เธอก็ไม่พบอะไร "อืม... เธอไม่ได้ใส่มา" เธอหันกลับมาบอกกับทอย
ทอยสะบัดศีรษะไปมา เพื่อขจัดความเ็ป "งั้นนี่ก็วันที่เจ็ดแล้ว..." เขาพึมพำ จากนั้นก็หันไปพูดกับเฟิร์น "ปกติฟ้าน่ะมักจะใส่กำไลอยู่เสมอ ฉันเลยลองสั่งให้ฟ้าลืมใส่กำไลมาโรงเรียน เพราะว่ากำไลน่ะเป็เครื่องประดับที่อยู่นอกเหนือจากเครื่องแบบนักเรียน ทำให้ถ้าเกิดลืมใส่มันมาก็ไม่ได้ผิดกฎโรงเรียน และอีกอย่างมันไม่ใช่เครื่องประดับที่เด่นขนาดนั้น จึงทำให้ไม่ค่อยมีใครสังเกตเห็น มันจึงเหมาะที่จะใช้ในการทดลอง..."
"งั้นก็แปลว่าการที่เธอลืมใส่กำไลมาเจ็ดวัน เพราะเธอไม่ได้ถูกคนอื่นเตือนว่าให้ใส่มาสินะ... สรุปก็คือพลังของนายสามารถอยู่ได้ไม่จำกัดหากไม่ถูกกระตุ้นเสียก่อน ถูกต้องหรือเปล่า?"
เขาพยักหน้า "อืม... ก็เหมือนกับฉันนั่นแหละ ถ้าเธอไม่ได้เปิดวิดีโอนั่นให้ฉันดูล่ะก็ ป่านนี้ฉันก็คงยังคงจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนั้น"
"แล้วมันยังมีเื่อื่นอีกไหม? เกี่ยวกับพลังของนายน่ะ"
"โอ๊ะ! เกือบลืมไปเลย..." ทอยพึ่งนึกอะไรได้เพราะคำพูดของเฟิร์น "พลังของฉันน่ะ...ใช้ได้กับคนที่ฉันรู้จักเท่านั้น"
"ฮ่ะ!? หมายความว่ายังไง?"
"ก็หมายความอย่างนั้นนั่นแหละ ฉันน่ะไม่สามารถลบความทรงจำของคนที่ฉันไม่รู้จักได้ ถ้าฉัน้าจะลบความทรงจำของใคร ฉันจำเป็จะต้องรู้จักเขาก่อน ไม่ใช่เพียงแค่รู้จักชื่อ...แต่ต้องรู้จักในระดับนึง ฉันถึงจะลบความทรงจำของเขาได้"
"พลังของนายเนี่ย... มีข้อจำกัดเยอะจังแฮะ"
"ก็ช่วยไม่ได้นี่... แล้ว...พอรู้ดังนี้แล้ว เธอจะยังชวนฉันเป็นักสืบอยู่หรือเปล่า?"
เฟิร์นรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับพลังของทอย จากนั้นก็วิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของพลัง เธอพยายามคิดสรุปออกมาว่าพลังของเขานั้นจะยังมีประโยชน์อยู่หรือไม่? และสุดท้ายเธอก็ได้คำตอบ
เฟิร์นพยักหน้า เพื่อเป็การให้คำตอบกับทอย
เมื่อเห็นดังนั้น ทอยจึงยื่นมือไปหาเฟิร์น "ถ้าอย่างนั้นก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย"
"ทางนี้ก็เช่นกัน" เฟิร์นจับมือทอยตอบ
"แต่จะว่าไป... ฉันแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพลังของเธอเลยนี่" หลังจากนั้นเขาก็ปล่อยมือของเธอ
"แล้วนายอยากรู้อะไรล่ะ?" เฟิร์นถาม
"ก็ทุกเื่นั่นแหละ"
เฟิร์นเกาแก้มของตัวเอง "ฉันก็ไม่รู้จะเริ่มยังไงดีเลยนะเนี่ย งั้นเอาเป็เื่ง่าย ๆ ก่อนละกัน อืม... ฉันต้องเสียพลังงานเสมอเวลาที่จะใช้พลัง"
"งั้นก็แปลว่าเธอไม่สามารถใช้พลังของตัวเองได้บ่อยงั้นสิ?"
"ใช่... ถ้าฉันใช้เยอะมากเกินไป ฉันอาจสลบลงไปตรงนั้นเลยก็ได้"
"แล้วมีอะไรอีกไหม?" ทอยเอียงคอด้วยความฉงน
"อืม... ถ้าคำถามที่ฉันถามมีวงกว้างมากเกินไป คำตอบที่จะปรากฏออกมาจะเป็คำสั้น ๆ ถ้าอยากรู้รายละเอียดล่ะก็ ต้องไปถามแยกเอาเอง"
"หมายความว่าไง?"
"ก็สมมติฉันถามเกี่ยวกับนายว่า 'นายเคยเจออะไรมาบ้าง' คำตอบที่ปรากฏออกมาก็จะเป็คำสั้น ๆ อย่างเช่น 'กำพร้า ถูกทิ้ง โดดเดี่ยว' มันก็จะบอกเพียงแค่นี้ ถ้าฉันอยากรู้รายละเอียดว่านายกำพร้าเพราะอะไร ฉันก็ต้องใช้พลังไปเรื่อย ๆ จนกว่าคำตอบนั้นจะสมบูรณ์"
"งั้นก็หมายความว่า ตอนที่เธอใช้พลังเพื่อถามว่ากางเกงในของฉันมีสีอะไรในตอนนั้น ที่คำตอบที่โผล่ออกมาว่า 'สีแดง' เลย ก็เพราะว่าคำถามที่เธอถามมีวงแคบงั้นสินะ"
"เข้าใจอะไรง่ายดีนี่" เธอประหลาดใจในความหัวไวของทอย
"ขอบคุณที่ชม... แล้วมีอะไรมากกกว่านี้อีกหรือเปล่า"
"อืม... กระดาษหนึ่งแผ่นสามารถถามได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ไม่ว่ากระดาษแผ่นนั้นจะแผ่นใหญ่แค่ไหน ก็ถามได้เพียงเื่เดียว"
"มีอีกไหม?"
"มีแค่นี้แหละ"
"งั้นฉันขอถามหน่อยสิ พลังของเธออ่านความทรงจำเื่อะไรได้บ้าง?"
"ทุกเื่นั่นแหละ ก็อย่างที่เคยบอกไป ขอแค่มันเคยอยู่ในความทรงจำของคนที่ฉันจะอ่าน ไม่ว่าเื่อะไรฉันอ่านได้หมดแหละ"
"งั้นเหรอ? งั้นฉันมีเื่อยากให้เธอช่วยเื่นึงน่ะ ช่วยอ่านความทรงจำของคนคนนึงให้หน่อยสิ"
"ใครล่ะ?"
ทอยใช้กล้องส่องทางไกลส่องไปนอกระเบียงอีกครั้ง "ผู้ชายที่นั่งอยู่โต๊ะทางขวาของฟ้าน่ะ"
เฟิร์นใช้กล่องส่องไปตามทอย เธอได้เห็นกับนักเรียนชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนโต๊ะ เขาเป็คนที่มีผมหน้าม้าสีดำสนิท รอบดวงตาของเขานั้นมีรอยคล้ำที่เกิดจากการนอนดึก ดวงตาหย่อนลงด้วยความเบื่อหน่าย ั์ตาของเขาเป็สีดำเฉกเช่นเดียวกับผมของเขา เขาเป็คนที่มีแต่ความมืดหม่นไม่มีความสดใสใด ๆ เลย แต่เขาก็ยังมีจมูกที่เป็สัน โครงปากและโครงหน้าที่สอดคล้องกัน แต่ถ้าไม่นับเื่ที่เขาเป็คนที่มืดหม่น เขาก็เป็คนหน้าตาดีในระดับหนึ่งเลย
"แล้วนาย้าให้ฉันอ่านอะไรล่ะ?" เธอหันกลับมาถามทอย
"พอดีว่าเขาน่ะเป็เพื่อนสนิทฉัน ฉันเลยอยากรู้ว่าเขาน่ะแอบปิดบังเื่อะไรจากฉันหรือเปล่าน่ะสิ" ทอยหันมาตอบ
"เฮ้อ... นายเนี่ยนา..." เธอรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับทอย
"นะ ๆ ๆ ๆ ๆ ขอร้องล่ะ" เขายกมือไหว้เพื่อขอร้องเฟิร์น "ถ้าฉันรู้ความลับของหมอนั่นล่ะก็ ฉันจะเก็บเอาไว้แบล็กเมล์หมอนั่นได้ เวลาที่ฉัน้าอะไรจากเขา"
"เพราะเื่นั้นแหละ ฉันถึงไม่อยากทำ"
"ขอร้องล่ะ" ตอนนี้เขาแทบจะก้มกราบลงกับพื้น
"เฮ้อ... ก็ได้" เธอถอนหายใจด้วยความเหนื่อยใจ จากนั้นก็ฉีกกระดาษออกมาจากสมุดโน้ต ต่อมาก็นำกล้องส่องไปหาผู้ชายคนนั้น แล้วนำกระดาษไปทาบที่เลนส์ "หมอนั่นมีความลับอะไรกับทอย" เธอพูดเพื่อใช้พลังของเธอ
เมื่อพูดเสร็จเธอก็ละสายตาจากกล้อง แล้วก็สะบัดกระดาษไปมาเพื่อรอดูคำตอบ ในแต่ละครั้งที่สะบัดก็จะค่อย ๆ มีตัวอักษรเพิ่มขึ้นมา เมื่อพบว่าตัวอักษรปรากฏครบแล้ว เธอจึงเริ่มอ่านมัน และคำตอบที่เธอได้อ่านก็ทำให้เธอตกตะลึงจนตาแทบถลนออกมา
กระดาษแผ่นนั้นเขียนว่า 'คนที่ชอบ หนังโป๊ พลัง'
"ทอยดูนี่สิ!" เฟิร์นรีบยื่นกระดาษแผ่นนั้นไปให้ทอยอ่านด้วยความกระตือรือร้น
"ทำไมจะต้องใขนาดนั้นด้วยล่ะ" จากนั้นเขาก็อ่านคำตอบที่อยู่ในกระดาษ และเมื่อได้อ่านเขาถึงกับต้องกำหมัดแน่น ด้วยความโกรธเกรี้ยว "ไอ้เ้าหมอนั่น!! คิดจะเก็บหนังโป๊ไว้ดูคนเดียวสินะ!!"
"ไม่ใช่เื่นั้นโว้ยยยยยยย!!" เฟิร์นลองมองดูกระดาษแผ่นนั้นเพื่อความมั่นใจ "มันเขียนว่าหมอนั่นก็มีพลังเหมือนกัน..."