ยิ่งไปกว่านั้น ทิวาและวินต่างก็อยู่ในงานนี้ด้วย ทั้งคู่หน้าถอดสีมันซีดเผือดราวกับคนเจอภูตผีปีศาจ ถึงกระนั้นคนที่แตกสลายที่สุดในวินาทีนี้คือ ‘มายด์’
หญิงสาวทรุดฮวบลงกับเก้าอี้น้ำตาไหลทะลักอาบสองแก้มด้วยความเสียใจและช็อกสุดขีดเมื่อเห็นแฟนหนุ่มที่เธอรักและเชื่อใจกำลังเริงสวาทอยู่กับหญิงอื่น
"ไอ้วิน! มึงทำแบบนี้กับมายด์ได้ยังไงวะ!!"
‘คิน’ ที่ยืนจับตาดูอยู่ะเิโทสะออกมาจนถึงขีดสุด ความโกรธแค้นที่วินทำร้ายหัวใจของมายด์ประกอบกับความอัดอั้นเื่น้ำหนึ่งทำให้เขาขาดสติ คินพุ่งตัวราวกับพยัคฆ์ร้าย ตรงปรี่วิ่งเข้าไปชกเข้าที่ใบหน้าของวินอย่างจังจนวินล้มคว่ำก่อนจะตามขึ้นคร่อมรัวหมัดใส่ไม่ยั้ง เป็การชกต่อยชุดใหญ่เพื่อระบายความแค้นแทนเพื่อนสาวที่เขาแอบรักงานแต่งงานที่เคยหรูหรากลับกลายเป็ลานประลองโกลาหลในพริบตาแเื่พากันวิ่งหลบจลาจลย่อมๆ นี้ด้วยความแตกตื่น
"กรี๊ดดดดดด!! ปิดไฟเดี๋ยวนี้! ใครเป็คนทำ!อีหน้าไหนมันแอบอัดคลิปฉันเอามาเปิด! ออกมานะ!"
‘น้ำหนึ่ง’ สติแตกโดยสมบูรณ์แบบ เธอหวีดร้องเสียงแหลมสูงจนแสบแก้วหูกรีดร้องะโด่าทอสาปแช่งหาตัวการด้วยความอับอายและบ้าคลั่งเนื้อตัวสั่นเทิ้มจนเดรสสีแดงสดดูราวกับเปลวเพลิงที่กำลังเผาไหม้ตัวเอง
ท่ามกลางความวุ่นวายพ่อของภูผาซึ่งเป็ประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ั์ใหญ่และเป็แขกผู้มีเกียรติที่มีตำแหน่งใหญ่โตทรงอิทธิพลที่สุดในงานนี้ทนดูความเสื่อมเสียไม่ไหวเขาส่งสัญญาณด้วยสายตาเฉียบขาดให้บอดี้การ์ดคนติดตามชุดดำสองคนทันที
"ไปลากตัวผู้หญิงคนนั้นออกไปจากงานซะอย่าให้มาทำลายพิธีศักดิ์สิทธิ์ของเพื่อนฉัน" พ่อของภูผาสั่งเสียงเฉียบ บอดี้การ์ดร่างั์ตรงเข้าล็อกแขนน้ำหนึ่งที่กำลังดิ้นรนกรีดร้องบ้าคลั่งแล้วหามเธอออกไปจากห้องจัดเลี้ยงทันทีราวกับสิ่งของไร้ค่า
ขณะเดียวกัน‘ภูผา’ ที่ยืนสังเกตการณ์อยู่รีบพุ่งตัวเข้าไปตะครุบกอดเอวหนาของคินเอาไว้ ดึงแยกสุนัขบ้าสองตัวออกจากกัน นนท์ที่เพิ่งตั้งสติได้ก็รีบเข้ามาช่วยล็อกตัววินเอาไว้ภูผาใช้พละกำลังที่เหนือกว่าลากคินและวินแยกย้ายออกไปขังไว้คนละห้องพักในโซนรับรองของโรงแรมเพื่อสงบสติอารมณ์และกันไม่ให้กลับมาฆ่ากันตายในงาน
สำหรับทิวาความอายทำให้เขาฉวยโอกาสหนีออกจากงานหายตัวไปทันที
ในห้องจัดเลี้ยงที่เริ่มควบคุมสถานการณ์ได้‘พิมพ์’ ผู้บริหารสาวแกร่ง และ ‘ดา’ เลขาสาวคนเก่งรีบถลันเข้าไปโอบกอดและนั่งลงอยู่เป็เพื่อนมายด์ที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน
ผู้หญิงทั้งสองคนที่เคยผ่านาแจากผู้ชายมาก่อนเข้าใจความรู้สึกนี้ดีที่สุด พิมพ์ลูบหลังปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงอบอุ่นส่วนดาคอยซับน้ำตาและบีบมือให้กำลังใจ มายด์ซบหน้าลงกับตักของพิมพ์ปล่อยโฮเอาความบอบช้ำทั้งหมดออกมา
เมื่อคนก่อเื่ทั้งสามถูกกำจัดออกไปบรรยากาศก็เริ่มกลับเข้าสู่ความสงบ พิธีกรตั้งสติและกล่าวขออภัยแเื่ก่อนจะดำเนินพิธีการสวมแหวนและตัดเค้กแต่งงานของพ่อของนนท์ต่อไปได้จนเสร็จสิ้นสมบูรณ์ท่ามกลางสายตาของนนท์และโซเฟียที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ห่างๆความโกลาหลในค่ำคืนนี้กำลังจะกลายเป็ชนวนเหตุที่เหวี่ยงให้ชีวิตของทุกคนพลิกผันไปสู่อีกทิศทางหนึ่งอย่างสิ้นเชิง
++++++++++
ทางแยกของสายลมและูเา
บรรยากาศภายในรถยนต์คันหรูที่แล่นฝ่าความมืดกลับมายังคฤหาสน์ตระกูล“วรโชติเมธี” เงียบสงัดจนน่าอึดอัด ทันทีที่ก้าวเท้าข้ามธรณีประตูบ้านพายุอารมณ์ที่ถูกกักเก็บไว้ตลอดทั้งคืนจากงานแต่งงานที่โกลาหลก็ะเิออกทันที ‘ภูผา’ หันกลับมาเผชิญหน้ากับบิดาบังเกิดเกล้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความขัดเคือง
"ผมบอกพ่อแล้วไงว่าผมไม่ไป! พ่อส่งผมเรียนจนจะจบวิศวะแล้วจะมาบังคับให้ผมไปต่อเรียนเพื่อไปลงคอร์สบริหารเฉพาะทางที่เมืองนอกบ้าบอนั่นทำไมอีก!" ภูผาตอบกลับเสียงทุ้มลึก ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงจนเส้นเืที่ขมับปูดโปน
ผู้เป็พ่อที่บัดนี้เดินไปทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ในห้องทำงานถอนหายใจยาวพลางมองลูกชายคนเดียวด้วยสายตาเรียบนิ่งและทรงอำนาจ
"แกต้องไปภูผา... แค่ปีเดียวเท่านั้น ไปเรียนรู้โครงสร้างธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับสากลแกคือลูกชายคนเดียว วรโชติเมธีจำเป็ต้องมีแกกลับมาสานต่อตำแหน่งประธานบริหาร"
"สานต่อบริษัทงั้นเหรอ?!" ภูผาหัวเราะหยันในลำคอ แววตาคมกริบสั่นไหวด้วยปมหลังอันเ็ปที่ซ่อนอยู่ลึกในใจ
"ในหัวของพ่อเคยมีเื่อื่นนอกจากธุรกิจ เงิน และผลกำไรบ้างไหม?! พ่อเคยสนใจความรู้สึกของผมหรือของใครในบ้านบ้างหรือเปล่า!เพราะพ่อเอาแต่บ้างาน ประชุมข้ามวันข้ามคืนแบบนี้ไง...คุณแม่ถึงทนไม่ไหวจนต้องหนีไปแต่งงานใหม่ที่เมืองนอก!พ่อฆ่าความสุขในบ้านด้วยความร่ำรวยของพ่อแล้วยังจะมาบังคับให้ผมเป็คนบ้างานจนครอบครัวพังพินาศเหมือนพ่ออีกงั้นเหรอ? ผมไม่มีวันทำตัวแบบพ่อเด็ดขาด!"
"ภูผา!!" บิดาตบโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่นแววตาเคร่งขรึมและกร้าวขึ้นทันที
"ที่พ่อต้องบ้างาน ต้องสร้างอาณาจักรนี้ขึ้นมา ก็เพื่อให้แกมีกินมีใช้มีหน้ามีตาในสังคมอย่างทุกวันนี้ไม่ใช่หรือไง! อย่าลามปามถึงแม่แก... และฟังพ่อให้ดี ถ้าแกขัดคำสั่ง ไม่ยอมบินไปเรียนต่อพ่อจะเซ็นสัญญายกหุ้นทั้งหมดและสิทธิ์การบริหารในบริษัทให้กับอาของแก ทรัพย์สินทุกชิ้น คฤหาสน์หลังนี้ รถทุกคันจะไม่มีชื่อแกแม้แต่อย่างเดียว พ่อพูดคำไหนคำนั้น แกอยากจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่จากศูนย์ด้วยตัวเองก็ตามใจ!"
คำขาดของผู้เป็พ่อทำให้ภูผาชะงักไปทันทีสมองของชายหนุ่มเ้าสำราญหมุนคว้างเขาไม่ได้เสียดายเงินทองเพื่อไปปรนเปรอความสุขส่วนตัว แต่เขาไม่อยากยอมแพ้และปล่อยให้อาและญาติคนอื่นที่จ้องจะฮุบสมบัติครอบครัวมาตลอดได้ทุกสิ่งไปบริษัทนี้แม่ของเขาก็เคยร่วมเหนื่อยสร้างมากับพ่อใน่แรกเช่นกันเขาจะยอมให้คนอื่นเอาไปเสวยสุขได้อย่างไร
ท่ามกลางความสับสนอลหม่านในหัว ภูผาพลันนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต...วันก่อนที่จะเกิดเื่ชกต่อยแตกหักกับคินเพราะเื่น้ำหนึ่ง วันนั้นเป็่ที่พ่อก็เริ่มกดดันเื่แผนการส่งเขาไปเรียนต่อเมืองนอกภูผาที่กำลังเครียดจัดและฟุ้งซ่านจึงหอบขวดเหล้าไปนั่งปรับทุกข์กับ ‘คิน’ ที่ห้องซ้อมดนตรีอันเงียบสงบ
ในวันนั้นคินหยุดซ้อมเบส หันมาฟังเขาโวยวายอย่างตั้งใจก่อนจะตบไหล่เพื่อนและให้คำแนะนำด้วยน้ำเสียงอบอุ่น แต่ว่าจริงจังเด็ดขาดตามประสาเพื่อนแท้
"ไอ้ภู... มึงใจเย็นๆ ก่อนวะ ฟังกูนะเว้ย เื่พ่อมึงน่ะลองกลับไปคิดทบทวนดูใหม่ ชั่งน้ำหนักในใจให้ดีๆ อย่าเพิ่งเอาอารมณ์ประชดประชันมาเป็ตัวตั้ง ทำอะไรไปแล้ว ผลลัพธ์สุดท้ายที่ออกมาในอนาคตมันจะเป็ยังไงมึงต้องมองให้ออก" คินสบตากับเขาตรงๆ
"พ่อมึงบีบมึงด้วยเื่สมบัติใช่ไหม? ถ้ามึงเลือกที่จะหันหลัง เดินหนีเพราะความสะใจสะใจที่ได้ขัดใจพ่อในวันนี้... แต่ในอนาคต บริษัทตกไปอยู่ในมือของอามึง คนที่มึงเกลียดที่สุดมึงจะยอมรับมันได้จริงหรือเปล่าวะ? แลกความสะใจชั่วคราวกับความสูญเสียตลอดไปมันคุ้มกันไหม ชั่งใจดูให้ดี ผลลัพธ์แบบไหนที่มึงยอมรับมันได้มากกว่ากัน มึงโตแล้วนะภู"
คำเตือนสติที่มีเหตุผลและละเอียดลึกซึ้งของคินในวันวานแวบเข้ามาในห้วงความคิดบัดนี้คินไม่ได้อยู่ข้างกายเขาในฐานะเพื่อนอีกต่อไปแล้วหลังจากเหตุการณ์แตกหัก ดูเหมือนคำเตือนของเพื่อนรักกลับทำหน้าที่ของมันได้เป็อย่างดีภูผาสูดหายใจเข้าลึกๆ ความใจร้อนและทิฐิเริ่มลดลงเมื่อเอาคำพูดของคินมาชั่งน้ำหนักดูอย่างถี่ถ้วน
‘ถ้าเรายอมไปเรียนต่อ... เราจะรักษาบริษัทของแม่ไว้ได้ และมันก็แค่ปีเดียว’
ภูผาค่อยๆคลายกำหมัดที่สั่นเทาลง ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเรียบเฉยเฉียบคมและนิ่งสุขุมตามเดิมเขาสบตาบิดานิ่งก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว
"ตกลงครับพ่อ... ผมจะไปเรียนต่อเมืองนอกตามที่พ่อ้า"
ภูผาพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานของบิดาเพื่อกลับขึ้นห้องนอนไปเตรียมตัวเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลโดยในใจลึกๆ เขาหวังว่า่เวลา 1 ปีที่เมืองนอกนี้จะช่วยให้เื่ราววุ่นวายในกรุงเทพฯ คลี่คลายลง แต่ก่อนไป...เขาจะทำทุกทางเพื่อเคลียร์ใจกับคินและดึงเพื่อนรักคนเดิมกลับคืนมาให้ได้
++++++++++