น่าเสียดายที่ท่านหลงคิดง่ายเกินไปบุรุษผู้นั้นกล้าอวดดีในโรงพนันได้ถึงเพียงนั้นประการที่หนึ่งเป็นเพราะชนะจนหน้ามืดตามัวจริงแต่อีกประการหนึ่งก็ย่อมต้องเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว
ครั้นออกจากประตูโรงพนันจวี้ไฉฟางบุรุษผู้นั้นก็หายลับเข้าไปในฝูงชนอย่างรวดเร็วดุจปลาไหลเลื้อยหลุดมือมิช้าก็ไร้ร่องรอยให้ติดตาม
เหล่าลูกสมุนที่พลาดท่าเสียทีต่างโกรธแค้นจนแทบกระอักเลือด จึงตัดสินใจรีบไปยังหน้าเรือนของชายผู้นั้นปักหลักรอคอยด้วยความเชื่อมั่นว่าอีกฝ่ายต้องปรากฏกายออกมา!
แม้การบุกไปทำร้ายถึงเรือนจะเป็นเรื่องไม่สมควรเพราะเกรงว่าจะกระทบชื่อเสียงของโรงพนันจวี้ไฉฟาง แต่ถ้าดักรอหน้าประตูพอมันออกมาก็จับยัดกระสอบพาตัวไปสั่งสอนที่อื่นให้เข็ดหลาบก็ยังไม่สาย
คิดแผนการไว้เสียดิบดีแต่ใครเล่าจะคาดคิด เมื่อไปถึงหน้าเรือนก็พบว่าประตูเล็กหน้าเรือนถูกลงกลอนอย่างแน่นหนาเห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายยังไม่เคยกลับมาเลย
หัวหน้าลูกสมุนเห็นเช่นนั้นจึงส่งคนไปสืบข่าวอย่างลับๆจึงได้รู้ว่าบุรุษผู้นั้นมิได้กลับมาเหยียบเรือนของตนหลายราตรีแล้ว
"ไอ้สารเลว..."
เมื่อรู้ว่าบุรุษผู้นั้นเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้วคาดว่าการปักหลักรอคอยคงมิอาจได้ผล หัวหน้าลูกสมุนก็โกรธจนควันออกหูถ่มน้ำลายรดประตูอย่างแรง "เฉินซานเอ๋อร์เจ้าหมอนี่มันเจ้าเล่ห์นัก!"
"มีปัญญาหนีก็หนีไปตลอดชีวิตเถิด คราวหน้าหากข้าเจอตัวละก็ข้าจะซ้อมเจ้าจนแม่แท้ๆ ยังจำไม่ได้!"
หลังจากเฝ้ารออยู่หน้าประตูหนึ่งชั่วยามก็ยังไร้วี่แวว เขาจึงสบถด่าอีกไม่กี่คำ ก่อนจะพาลูกน้องกลับไป
เมื่อไม่อาจสั่งสอนบุรุษผู้นั้นได้ดังใจหวังเขาไม่เพียงแต่ไม่พอใจเท่านั้น แต่ระหว่างทางกลับยังรู้สึกใจคอไม่ดีโดยเฉพาะเมื่อคิดถึงว่าเมื่อกลับไปแล้ว จะต้องเผชิญกับโทสะของท่านหลงก็ยิ่งสั่นเทิ้มด้วยความหวาดหวั่น
แต่ถึงจะวิตกกังวลเพียงใดเขาก็ทำได้เพียงกัดฟันกรอด กลับไปรายงานตามจริง
เป็นไปตามคาดท่านหลงเมื่อได้ยินว่าเรื่องราวกลับไม่สำเร็จดังใจหวังก็พลันบันดาลโทสะยกเท้ากระทืบเขาอย่างแรง "ไอ้พวกไร้ประโยชน์!"
"เจ้าพวกนี้ เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ!" ท่านหลงโกรธจนหอบหายใจ"ไร้ประโยชน์สิ้นดี คนอยู่ตรงหน้ายังปล่อยให้หนีไปได้ในหัวของพวกเจ้ามีแต่ขี้เลื่อยหรืออย่างไร? หา?"
บุรุษผู้นั้นถูกดุด่าว่ากล่าวมิกล้าปริปากแม้แต่คำเดียว ก้มหน้าลงทำท่าทางนอบน้อมราวกับสุนัขทว่าในใจกลับเต็มไปด้วยความเคียดแค้นสาปแช่งด่าทอท่านหลงซ้ำแล้วซ้ำเล่านับครั้งไม่ถ้วน
ผ่านไปหนึ่งก้านธูปท่านหลงคงด่าคนจนหมดแรง จึงหยุดลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆพลางกวาดสายตามองเหล่าลูกสมุน "เรื่องนี้ไม่อาจปล่อยผ่านไปได้ง่ายๆไม่ว่าเจ้าจะใช้วิธีการใดก็ตาม ต้องสั่งสอนมันให้หนักให้มันคายเงินที่ชนะจากโรงพนันของพวกเราออกมาให้หมด!"
ก่อนหน้านี้ท่านหลงรู้เพียงว่าเฉินซานเอ๋อร์ผู้นั้นชนะพนันในโรงพนันไปตลอดค่อนวันแต่กลับไม่รู้ว่ามันขนเงินไปมากมายเพียงใด ครั้นเรียกผู้จัดการมาคำนวณบัญชีจึงได้รู้ว่ามันโกยเงินไปถึงแปดร้อยกว่าตำลึง!
ถึงแม้ผลกำไรของโรงพนันในแต่ละวันจะไม่ต่ำกว่าหลายพันตำลึงแต่เงินแปดร้อยกว่าตำลึงก็ไม่อาจเรียกว่าเป็นจำนวนน้อย ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องนี้มิใช่เพียงปัญหาเรื่องเงินทองทว่ายังกระทบถึงหน้าตาและศักดิ์ศรีของโรงพนันอีกด้วย
หากเรื่องนี้ปล่อยผ่านไปง่ายๆไม่ต้องพูดถึงว่าเขาจะทนความขุ่นเคืองนี้ได้หรือไม่ แต่หากเรื่องนี้รู้ถึงหูหลงจินต่อให้เป็นเขา ก็ยากจะรอดพ้นความผิดไปได้
เพราะเรื่องราวในโรงพนันครั้งก่อนท่านหลงจึงถูกหลงจินลงโทษอย่างหนัก
แม้ว่าภายหลังจะจับกุมพ่อค้าเหล่านั้นได้อีกทั้งเงินทองที่สูญเสียไปก็ได้กลับคืนมาทว่าความอื้อฉาวที่เกิดขึ้นนั้นไม่เล็กน้อยส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของโรงพนันจวี้ไฉฟางของพวกเขาอยู่บ้าง
ภายหลังเหตุการณ์ครานั้นหลงจินได้เคยเตือนเขาว่า หากโรงพนันจวี้ไฉฟางเกิดปัญหาขึ้นมาอีกท่านหลงคงมิได้อยู่ที่นี่เพื่อดูแลสถานที่แห่งนี้อีกต่อไป
นี่นับว่าเป็นปัญหาร้ายแรงสำหรับท่านหลง
ที่ท่านหลงกล้าทำตัวเหิมเกริมในเมืองอวิ๋นเฉิงได้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาเป็นหลานห่างๆ ของหลงจินและตำแหน่งผู้ดูแลโรงพนันจวี้ไฉฟางของเขา ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่มิอาจมองข้าม
หากเขาสูญเสียตำแหน่งผู้ดูแลโรงพนันจวี้ไฉฟางลูกสมุนเหล่านั้นจะยังคงเคารพเขาเช่นเดิมได้หรือ?
ท่านหลงรู้ซึ้งถึงสถานะของตนเองดีด้วยเหตุนี้เขาจึงยิ่งตระหนักว่าเรื่องราวครั้งนี้ เขาต้องหาทางแก้ไขให้เร็วที่สุดมิเช่นนั้นหากเรื่องราวถึงหูหลงจิน จุดจบของเขาย่อมมิอาจคาดเดาได้
เมื่อฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้เขาก็ขมวดคิ้วและหันไปมองลูกน้องที่อยู่ข้างตัว "เจ้าเฉินซานเอ๋อร์คนนี้ ปกติแล้วเป็นคนดวงดีหรือเปล่าเคยมีครั้งไหนที่ชนะติดต่อกันขนาดนี้หรือไม่?"
เมื่อได้ยินคำถามนั้นลูกน้องส่ายหน้ายิก โดยไม่ทันไตร่ตรอง “คนผู้นี้เป็นตัวซวยทั้งเรือนใหญ่ ร้านรวง และไร่นานับสิบมลายสิ้นเพราะการพนัน มือเขาไม่นำพาโชคลาภแล้วจะมีโชคกับเขาได้อย่างไรกันขอรับ?”
"อีกอย่าง วันนี้หลังจากที่พบว่ามันชนะพนันไปหลายตาแล้วเหล่าลิ่วก็แอบลงมือไปแล้ว ตามหลักการ เฉินซานเอ๋อร์ไม่มีทางชนะต่อไปได้แต่มันกลับชนะ นี่มันต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่!"
ลูกสมุนคนสนิทกล่าวด้วยความมั่นใจ"เฉินซานเอ๋อร์ เจ้าโง่นั่น หากมิใช่ว่าจู่ๆ ก็ฉลาดขึ้นมาคงมีผู้ใดคอยบงการอยู่เบื้องหลังแน่ขอรับ!"
อันที่จริงใจของเขาโน้มเอียงไปอย่างหลังมากกว่า
ท้ายที่สุดเฉินซานเอ๋อร์ผู้นี้ก็เป็นลูกค้าเก่าแก่ของโรงพนันจวี้ไฉฟางของพวกเขาระดับความสามารถและสติปัญญาของอีกฝ่ายเป็นเช่นไร พวกเขาย่อมล่วงรู้จนหมดสิ้นคนเช่นนั้นจะมีปัญญาได้อย่างไร!
ท่านหลงไม่ได้โง่เขลาถึงเพียงนั้นเมื่อได้ยินที่ลูกสมุนกล่าวก็พลันเข้าใจขึ้นมาสีหน้ายิ่งบิดเบี้ยวดูอัปลักษณ์ขึ้นอีกหลายส่วน "พวกเจ้า นอกเหนือจากจับตาดูเฉินซานเอ๋อร์แล้วจงสืบให้รู้ด้วยว่าช่วงนี้มันไปข้องแวะกับผู้ใด!"
หากไม่อาจสาวถึงตัวคนที่อยู่เบื้องหลังได้เกรงว่าโรงพนันจวี้ไฉฟางของพวกเขาในภายภาคหน้าจะต้องเผชิญกับปัญหานับไม่ถ้วน
ในเมื่อคนผู้นั้นสามารถสอนสั่งคนอย่างเฉินซานเอ๋อร์ที่แต่เดิมมิได้มีพรสวรรค์ให้เก่งกาจได้ถึงเพียงนี้ ก็ย่อมแสดงว่ามิใช่คนธรรมดาสามัญ
หากมันจงใจหาเรื่องโรงพนันจวี้ไฉฟางคราวหน้าหากนำวิธีการเหล่านั้นไปสอนผู้อื่นอีกมิใช่ว่าทุกคนก็จะพากันมาโกยเงินจากโรงพนันหรอกหรือ?
หากเป็นเช่นนั้นละก็โรงพนันจวี้ไฉฟางของพวกเขาก็คงกลายเป็นโรงทานแจกเงินไปแล้วจะดำเนินกิจการต่อไปได้อย่างไร?
กิจการจะดำเนินต่อไปได้หรือไม่สำหรับท่านหลงแล้วมิใช่เรื่องสำคัญที่สุด แต่เขาตระหนักดีว่าหากโรงพนันจวี้ไฉฟางเกิดปัญหาใดขึ้นอีกแม้เพียงเล็กน้อยเกรงว่าตำแหน่งผู้ดูแลของเขาก็คงไม่อาจรักษาไว้ได้
และตนเองที่ครองความเป็นใหญ่ในเมืองอวิ๋นเฉิงมาหลายปีอาศัยอำนาจของท่านอา ทำตัวโอหังมาโดยตลอด หากเสียอำนาจไปแล้วจุดจบของเขาย่อมไม่สวยงามสักเท่าไร
เมื่อนึกถึงตรงนี้ท่านหลงก็ถึงกับขนลุกไปทั้งสรรพางค์ตัดสินใจแล้วว่าจะต้องจัดการเรื่องราวครั้งนี้ให้เรียบร้อยไม่ว่าจะต้องจ่ายด้วยราคาเท่าใด เขาก็ยอมทั้งนั้น!
เมื่อลูกน้องเห็นสีหน้าถมึงทึงก็ล่วงรู้ว่านายของตนได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดและโกรธเกรี้ยวอย่างแท้จริงแล้วจึงไม่กล้าเสี่ยงที่จะทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคือง พวกเขาจึงพยักหน้าถี่รัวพร้อมให้คำมั่นว่าจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด