เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เล่มที่ 2 บทที่ 33 บันทึกการเดินทางสู่ชมพูทวีป พึงอ่านให้ขึ้นใจ


            การมีท่านลุงเป็นเศรษฐีให้ความรู้สึกแบบไหน?

            เดิมทีเฉียวเยว่ก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้รู้แล้ว นางนั่งขัดสมาธิบนเตียงเตา มองหีบใบใหญ่ตรงหน้า ด้านในมีแก้วแหวนเงินทองจำนวนไม่น้อย กำไลวงเล็ก หยกหรูอี้แบบแขวนอันเล็ก แล้วก็ตะเกียบเงินชิ้นเล็กๆ น่ารักเป็นที่สุด

            นางหยิบแมลงปอทองคำน้อยฝีมือประณีตชิ้นหนึ่งขึ้นมาประดับบนศีรษะเองอย่างเงอะงะ แล้วเงยดวงหน้าน้อยซึ่งมีรอยยิ้มพร่างพรายแต่งแต้มถามว่า "ท่านแม่ ข้าสวยหรือไม่?"

            ไท่ไท่สามพยักหน้า "สวย"

            จะว่าสวยก็สวยอยู่ เพียงแต่ดวงตาของบุตรสาวของนางลุกวาวเจิดจรัสอย่างลุ่มหลงเกินไปหน่อย 

            "เฉียวเยว่ ของเหล่านี้ แม่เก็บให้เจ้าดีหรือไม่?"

            หากซานหลางเห็นเข้า เกรงว่าจะไม่พอใจ เขาไม่ชอบที่บุตรสาวเห็นแก้วแหวนเงินทองแล้วตาโต

            เฉียวเยว่ตั้งกำแพงระแวดระวังทันที นางปิดหีบแล้วกางแขนทั้งสองกอดไว้ แต่หีบใบใหญ่เบ้อเร่อเด็กเล็กๆ คนหนึ่งอุ้มไหวเสียที่ไหน

            ถึงกระนั้น นางยังคงเอ่ยอย่างเด็ดขาด "ของเหล่านี้เป็นของข้า เป็นของข้าทั้งหมด ข้าเก็บเองได้"

            ซูซานหลางเข้าห้องมาเห็นท่าทางละโมบในทรัพย์สินของบุตรสาวตัวน้อย พริบตานั้นพลันรู้สึกทนดูไม่ได้

            เขาวางตัวบริสุทธิ์สูงส่งสง่าผ่าเผยมาโดยตลอด เคยมีนิสัยเช่นนี้เสียที่ไหน 

            "ซูเฉียวเยว่ นี่เจ้าจะทำอะไร" เขาหันไปกำชับไท่ไท่สาม "นำของไปเก็บให้หมด อย่าให้ยายหนูได้รับผลกระทบมากไปกว่านี้ บุตรสาวของข้าซูซานหลางแม้มิใช่เซียนหญิงผู้อยู่เหนือโลกียวิสัย แต่จะให้มัวหมองเพราะของเหล่านี้ไม่ได้"

            เฉียวเยว่หัวเราะเยาะ รู้สึกว่าบิดาของนางสมองเลอะเลือน

            ด้วยเกรงว่าของรักของหวงจะถูกชิงไป นางจึงปีนขึ้นไปหย่อนก้นนั่งทับบนหีบเสียเลย แล้วกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง "วิญญูชนไม่แย่งชิงของรักของผู้อื่น ท่านพ่อ ท่านมิใช่วิญญูชน"

            น้ำเสียงของซูซานหลางเย็นยะเยือก "ข้าไม่ใช่วิญญูชน ข้าเป็นบิดาเจ้า"

            เฉียวเยว่เห็นบิดาไม่ใช่คนคุยง่าย ก็ทำตาปริบๆ "พี่สาวกับฉีอันก็มีของขวัญเหมือนกัน พวกท่านจะคิดเอาแต่ของของข้าไปไม่ได้"

            ไท่ไท่สามเอ่ยอย่างละมุนละม่อมแฝงไปด้วยรอยยิ้ม "พวกเขามอบให้ข้าเก็บหมดแล้ว"

            คนที่รักเงินทองมากที่สุดในบ้านก็มีอยู่คนเดียวนี่แหละ! 

            เฉียวเยว่รู้สึกว่าพี่สาวของนางเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี!

            นางยังคงเถียงอย่างมีเหตุผล "แต่ข้าอยากจัดการเอง ข้าจะไม่ทิ้งของซี้ซั้ว และไม่มอบให้ใครส่งเดชเป็นอันขาด"

            จนถึงวันนี้ เฉียวเยว่ก็ยังไม่เข้าใจความคิดของบิดาอย่างถ่องแท้ เขากลัวว่านางจะมอบสิ่งของให้ผู้อื่นเสียที่ไหน ของนอกกายเหล่านี้จะให้ใครสำคัญด้วยหรือ ซูซานหลางเพียงกลัวว่าบุตรสาวของตนจะหลงติดกลิ่นอายรสนิยมชั้นต่ำต่างหาก

            "เฉียวเยว่เด็กดี เจ้าชอบเครื่องประดับชิ้นไหนสามารถขอกับมารดาเจ้าได้ แต่ของเหล่านี้ไม่อาจเก็บไว้ที่นี่ เจ้าดูตนเองสิ มองเพชรนิลจินดาจนดวงตาจะถลนออกมาอยู่แล้ว นี่หรือบุตรสาวของข้าซูซานหลาง? จวนของพวกเราหาได้ขาดสิ่งของเหล่านี้เสียหน่อย สตรีชนชั้นสูงมิควรมัวหมองด้วยของสามัญเหล่านี้"

            ซูซานหลางลองคุยกับบุตรสาวด้วยเหตุผล แต่การใช้เหตุผลคุยกับนางก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เด็กน้อยคนนี้ฉลาดแกมโกงเป็นที่สุด ไม่รู้ว่าไปเรียนมาจากไหน

            เหอะๆ ว่ากันว่าหลานกับลุงมักจะคล้ายกัน แปดส่วนคือคล้ายท่านลุงของนาง

            พี่ชายคนโตของภรรยาผู้นั้นเป็นคนมีแผนการ ความคิดล้ำลึกเหนือสามัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็จะไม่ใช้วิธีเฉกเช่นคนทั่วไป เพื่อบรรลุเป้าหมายไม่เคยเลือกวิธีการ 

            เมื่อคิดเยี่ยงนี้ ร่างกายของเขาพลันหลั่งเหงื่อเย็น เขากลัวจริงๆ ว่ากระต่ายอ้วนตัวน้อยของเขาคนนี้จะเป็นเหมือนท่านลุงของนาง 

            "เฉียวเยว่เด็กดี มานี่ พ่อขอคุยกับเจ้าหน่อย"

            เฉียวเยว่ตั้งท่าระแวดระวัง "ท่านอย่าพยายามล้างสมองข้าดีกว่า ข้าขอปฏิเสธที่จะรับการล้างสมองจากท่าน"

            ซูซานหลาง "..."

            เขารู้สึกว่ากรามของตนเองบดเข้าหากันกรอดๆ ไยจะไม่นึกอยากตีเด็ก ต้องบอกว่าบุตรสาวของเขาคนนี้ ถึงจะเป็นเทพสวรรค์ลงมาเองยังถูกยั่วโมโหจนตายได้

            "ท่านพ่อ นี่คือของที่ท่านลุงให้ข้า เมื่อเป็นของข้าแล้ว จะเอาไปไว้ที่ห้องของพวกท่านได้อย่างไร มันไม่สะดวกต่อการใช้งานของข้าในแต่ละวัน อีกอย่างท่านดู ท่านดู กำไลอันกระจิริดแค่นี้ ให้ท่านก็ใช้ไม่ได้" 

            เฉียวเยว่งัดเหตุผลสารพัดมากล่าวอ้าง ดวงหน้าเล็กจ้อยกลมป่องปฏิเสธที่จะมอบของอย่างเด็ดขาด

            เด็กดื้อมีเยอะ แต่ดื้อขนาดนี้น้อยนักที่จะได้พบเห็น 

            "เจ้าเป็นแค่เด็กผู้หญิง โลภในทรัพย์สินเงินทองเช่นนี้ดีจริงหรือ?" ซูซานหลางสุดจะทนแล้ว "ในบ้านเคยให้เจ้าขาดสิ่งของเหล่านี้ตั้งแต่เมื่อไร?"

            เฉียวเยว่กะพริบตาถี่ๆ ในที่สุดก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดบิดานางถึงทำเช่นนี้ นางพรูลมหายใจเฮือก ตบเอกน้อยๆ ของตนเองอย่างเอาจริงเอาจัง "ท่านพ่อ นี่ไม่เรียกว่าละโมบทรัพย์สินเงินทอง ท่านนี่สอนเด็กไม่เป็นจริงๆ สิ่งที่ควรปลูกฝังให้เด็กตั้งแต่ยังเล็กคือความคิดในการจัดการทรัพย์สินเงินทอง เด็กจะได้ไม่กลายเป็นคนซื่อไร้สมอง สิ่งใดล้วนไม่นำพา เติบโตไปก็จะถูกหลอกได้ง่าย"

            ซูซานหลางรู้สึกว่าตนเองโมโหจนจะหายใจไม่ออกแล้ว

            "จุดนี้... ท่านไม่อาจเทียบกับท่านลุงได้" 

            ในที่สุดความอดทนเส้นสุดท้ายในใจของซูซานหลางก็ขาดผึง เขาอุ้มบุตรสาวตัวน้อยขึ้นไปแล้วยกมือฟาดก้นของนางหนึ่งที "ข้าว่าแล้วคุยกับเจ้าด้วยเหตุผลไม่ได้เรื่อง ควรตีก้นไปเลยดีกว่า"

            "หวา... ซูซานหลางตีเด็ก คนไม่ดี คนไม่ดี คนไม่ดีตีเด็กแล้ว ท่านย่า... ช่วยด้วย"

            นางโก่งคอร้องตะโกนสุดเสียง

            ข้างนอกก็ย่อมจะได้ยิน ฉีอันคิดจะวิ่งเข้าไปในห้อง แต่ถูกอิ้งเยว่คว้าตัวไว้ นางเอ่ยอย่างใจเย็น "เจ้าจะทำอันใด?"

            ฉีอันแกว่งกำปั้นน้อยๆ "ข้าจะไปช่วยเฉียวเยว่ ท่านพ่อแย่มาก รู้แต่จะตีเด็ก"

            นี่เรียกว่าตีที่ไหน ซูซานหลางแค่ตบก้นเบาๆ ทีเดียวเท่านั้นเอง 

            หากออกแรงจริงๆ นางจะร้องตะโกนท้าทายเช่นนี้ได้หรือ?

            อิ้งเยว่เอ่ยเสียงเรียบ "เด็กตัวกะเปี๊ยกเท่าเต้าหู้สามก้อนอย่างเจ้า ทะเล่อทะล่าเข้าไปเดี๋ยวได้ถูกตีไปอีกคน เฉียวเยว่เคยเล่า 'บันทึกการเดินทางสู่ชมพูทวีป [1] ' ให้เจ้าฟังแล้วมิใช่หรือ"

            ฉีอันพลันนึกขึ้นได้ "จริงด้วยสิ ข้าต้องไปหาเทพสวรรค์มาช่วยมารน้อย" 

            หลังจากนั้นก็วิ่งตื๋อออกไป 

            เมื่อฉีอันไปเชิญทัพหนุนกลับมาถึง ตนเองก็ไปหลบด้านหลังของอิ้งเยว่ 

             ฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินเสียงเฉียวเยว่ร้องไห้ลั่นห้อง ก็ปวดใจแทบไม่ไหว รีบเข้าไปทันควัน "นี่พวกเจ้าทำอะไรกัน"

            ซูซานหลางกำลังอบรมบุตรสาวอย่างระอาใจ มารดาเขาก็มาอีกแล้ว

            "ท่านแม่"

            เฉียวเยว่รีบพูดทันที "ท่านย่า ท่านลุงมอบของขวัญให้ข้าหีบหนึ่ง ท่านพ่อกับท่านแม่ข้าจะเก็บของไปให้ได้ ซ้ำยังจะตีข้าอีกด้วย"

            เฉียวเยว่ตะโกนฟ้องรวดเดียวจบประโยคไม่มีหยุดพัก 

            ฮูหยินผู้เฒ่าแยกแยะอยู่สักพักถึงเข้าใจว่านางพูดถึงเรื่องอะไร เห็นดวงหน้าน้อยน่าสงสารของนางก็เจ็บปวดหัวใจสุดประมาณ ถลึงตาโกรธใส่บุตรชาย แล้วกอดเฉียวเยว่ไว้ "เฉียวเฉียวไม่ร้อง"

            หลังจากนั้นก็กล่าวอย่างโมโหโทโส "เดี๋ยวนี้พวกเจ้าสองสามีภรรยานับวันก็ยิ่งไม่ได้เรื่อง เฉียวเยว่เป็นเด็กดีถึงเพียงนี้ พวกเจ้าจะเอาอะไรอีก ซานหลาง ช่วงนี้เจ้าว่างมากใช่หรือไม่ถึงมีเวลามาตีบุตร ช่างเก่งกล้าเสียเหลือเกิน"

            ซูซานหลางรู้สึกไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง แทบจะกระอักเลือดออกมาจริงๆ เขาพยายามสงบจิตใจ "ท่านแม่ ท่านคิดดู เฉียวเฉียวยังเล็ก หากไม่ควบคุมนางเสียแต่บัดนี้ โตไปเห็นเงินทองก็จะยิ่งตาโต นี่คือสิ่งที่ลูกผู้ดีมีสกุลพึงกระทำหรือขอรับ" 

            เพื่อสู้กับเรื่องนี้ เขาวิตกกังวลมากจริงๆ

            เฉียวเยว่ตะโกนเสียงดัง "แต่ชอบเงินก็ไม่ผิดเสียหน่อย ตนเองเห็นมาเยอะแล้ว เติบโตขึ้นถึงจะไม่ถูกเงินเพียงเล็กน้อยและถ้อยคำเสนาะหูของคนถ่อยหลอกเอาได้" 

            "พรืด"

            ฮูหยินผู้เฒ่าหัวเราะอย่างอดไม่ได้ "ยายหนูคนนี้นี่!"

            เฉียวเยว่ซบใบหน้าบนซอกคอของฮูหยินผู้เฒ่า "ท่านย่า บิดาข้าสมองเลอะเลือน" 

            ซูซานหลางหน้าดำทะมึน "สมองข้าแจ่มแจ้งเกินไปต่างหาก ถึงไม่จับพวกเจ้าสองพี่น้องตีไปเสียพร้อมกัน ปล่อยให้สายลับไปขอกำลังเสริมมาช่วย" แม้ว่าเขาจะปราดเปรื่องเพียงใดก็คาดไม่ถึงว่าจะเป็นเช่นนี้

            เขาเว้นจังหวะครู่หนึ่ง ก่อนพูดเสริม "เบื้องหลังยังมีกุนซือหัวแหลมอีกคน" 

            อิ้งเยว่เอ่ยเสียงเรียบ "อย่างไรเสียการตีคนก็ไม่ถูกต้อง" 

            ซูซานหลางจนปัญญาจริงๆ "ข้าหวังดีกับพวกเจ้า บิดาอย่างข้าจะทำร้ายพวกเจ้าลงคอเชียวหรือ?"

            "การบังคับผู้อื่นให้เดินตามทางที่ตนเองกำหนดก็ไม่ถูกต้องอยู่แล้ว นี่เป็นการกระทำที่เผด็จการไร้เหตุผล นอกจากนี้... ฮึ่ม อย่านึกว่าข้าไม่รู้ ท่านแค่อยากได้กำไลอันจิ๋วของข้า นี่คือของที่ท่านลุงมอบให้ ย่อมเป็นของข้า ปรกติท่านก็เอาของของข้าไปหมด เดี๋ยวนี้ยิ่งหนักข้อขึ้นทุกวัน" เด็กหญิงตัวน้อยโกรธจนแก้มป่อง

            พอเห็นบุตรชายซึ่งไม่เคยบันดาลโทสะมาก่อนถูกบุตรสาวยั่วโมโหจนแทบกระอักโลหิตอยู่เป็นระยะ ไม่รู้เพราะเหตุใดฮูหยินผู้เฒ่าถึงรู้สึกว่าน่าสนใจ เหมือนว่าบุตรชายของตนจะดูมีกลิ่นอายความเป็นมนุษย์มากขึ้นกว่าเดิม 

            นางอมยิ้มกล่าวว่า "เอาล่ะๆๆ ไม่มีใครช่วงชิงของของเจ้าไปได้ แต่จะเก็บไว้ให้ในคลังสมบัติ ส่วนกุญแจให้เจ้าถือดีหรือไม่?" 

            ในที่สุดเฉียวเยว่ก็พยักหน้า "ท่านย่ามีใจกระจ่างเที่ยงธรรม ให้การอบรมบุตรหลานดีเยี่ยมที่สุด ไม่เหมือนท่านพ่อ" 

            ซูซานหลางเหลืออด "เจ้าอยากก้นลายใช่หรือไม่"

            เฉียวเยว่รีบปิดก้นน้อยๆ ของตนเองทันควัน พลางฟ้อง "ท่านย่า ท่านพ่อข่มขู่ข้า"

            ฮูหยินผู้เฒ่าหัวเราะ "เอาล่ะ เอาล่ะ ซานหลาง เจ้าอย่าเอาแต่ตีบุตร ห้าขวบไม่เล็กแล้ว อย่างไรเสียก็เป็นสตรี มีเด็กผู้หญิงห้าขวบที่ไหนยังถูกบิดาตีก้นบ้าง แค่ตีมือก็มากพอแล้ว" 

            ดวงตากลมโตของเฉียวเยว่กลอกกลิ้งไปมา "ท่านย่า ท่านทราบหรือไม่เหตุใดบิดาข้าถึงตีก้น"

            ฮูหยินผู้เฒ่าคล้อยตามคำพูดของนาง "เพราะเหตุใดหรือ?"

            เฉียวเยว่ยู่ปาก "ก็เพราะก้นมีเนื้อเยอะกว่า บิดาข้าเฉียบแหลมยิ่งกว่าลิง ต้องตีข้ายับเยินแน่ๆ "

            ซูซานหลางบดกรามอีกครั้ง "ท่านแม่ ท่านส่งนางให้ข้า ส่งให้ข้า! คอยดูว่าข้าจะไม่ตีก้นเจ้าให้ลายไปข้าง ข้าจะทำให้นางรู้เสียบ้าง บุตรสาวบ้านไหนแสบเหมือนอย่างนาง ทั้งวันคิดแต่จะก่อเรื่องซุกซน สามวันไม่ตีก็ขึ้นไปรื้อกระเบื้องหลังคา ข้าคิดว่าคงสอนนางดีๆ ไม่ได้แล้ว"

            "ท่านย่า!"

            แท้จริงแล้วเฉียวเยว่เพียงแค่เปล่งเสียงร้องได้ แต่มิได้หลั่งน้ำตาสักหยด

            ฮูหยินผู้เฒ่าทนความปวดใจไม่ไหว ตวาดเสียงเข้ม "เจ้าสาม อย่าให้มันเกินไปนัก"

            หลังจากนั้นก็ลูบดวงหน้าน้อยของเฉียวเยว่ พลางปลอบโยน "เฉียวเยว่ไม่ร้อง มา คืนนี้ไปนอนกับย่า"

            "ข้าก็จะไปนอนกับท่านย่าด้วย" ฉีอันรีบกระโดดออกมา เขาไม่มีทางอยู่เผชิญหน้ากับไฟโทสะสามจั้งของบิดาอย่างแน่นอน 

            ฮูหยินผู้เฒ่าปล่อยมือจากเฉียวเยว่ แล้วจูงคนละข้าง "ดี ดี ดี ไปนอนกับย่าให้หมด"

            หลังจากนั้นก็ออกคำสั่ง "เอาสมบัติของเฉียวเยว่ไปเก็บ ลั่นแม่กุญแจไว้ แล้วส่งลูกกุญแจมา"

            "ข้าก็จะเก็บเองเหมือนกัน" ฉีอันร้องขอบ้าง

            ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้ม "อื้ม ของฉีอันก็เหมือนกัน พวกเจ้าลองคิดดีๆ ถึงเฉียวเยว่จะยุ่งวุ่นวายไปบ้าง แต่คำพูดของนางใช่ว่าไร้เหตุผล อย่าคิดว่าเด็กยังเล็ก ต้องผิดไปเสียทุกเรื่อง"

            เฉียวเยว่ยืดอก "ถูกต้อง"

            ซูซานหลางอับจนปัญญาอย่างถึงที่สุด

            ผลลัพธ์สุดท้ายของเรื่องคือสองพี่น้องได้แขวนกุญแจเล็กคนละดอกแล้วเดินตามฮูหยินผู้เฒ่ากลับไปเรือนหลัก 

            เฉียวเยว่พาฉีอันร้องเพลงเสียงดัง "ข้ามีลาน้อยตัวหนึ่ง แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยขี่มัน อยู่มาวันหนึ่งข้าเกิดครึ้มใจขี่มันไปตลาด..."

            ชาติก่อนนางเป็นเด็กกำพร้า เข้าใจความสำคัญของเงินอย่างสุดซึ้ง แม้จะรู้ว่าในจวนนี้จะไม่ทำให้นางต้องลำบาก แต่การได้เห็นว่าตนเองมีทรัพย์สินเงินทองเท่าไรก็กลายเป็นความสุขทางใจของนางไปแล้ว 

            ความสุขเช่นนี้พวกท่านยังจะช่วงชิงไปได้อย่างไร

            เพียงแต่บิดาของนางต้องโกรธมากแน่ๆ

            เฉียวเยว่ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาเท้าคาง "ท่านย่า ท่านพ่อต้องโกรธแน่เลย ข้าควรคิดหาวิธีง้องอนท่านพ่อหรือไม่? ชายหนุ่มที่ชมชอบโคลงกลอนบทกวีมักมีจิตใจเปราะบางอยู่ด้วย" 

            "พรืด" ฮูหยินผู้เฒ่าหัวเราะขบขันอย่างไม่อาจสะกดกลั้นอีกครา 

            ...

            [1] บันทึกการเดินทางสู่ชมพูทวีป คือหนึ่งในสี่ของวรรณกรรมเอกของประเทศจีน เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับการเดินทางไปแสวงบุญที่ชมพูทวีปของพระถังซัมจั๋ง ซึ่งมีลูกศิษย์สามคนร่วมเดินทางได้แก่ซุนหงอคง ตือโป๊ยก่าย และซัวเจ๋ง ระหว่างทางก็พบกับมารปิศาจใหญ่น้อยที่คิดหมายจะกินเนื้อของพระถังซัมจั๋งตลอดทาง เปรียบดั่งอุปสรรคระหว่างการเดินทางไปแสวงบุญ

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู ที่คุณอ่าน

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390