องค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 65 ลูกชิ้นทองเงิน

            ตอนนั้นเองจางเจิ้นอันก็เห็นอันซิ่วเอ๋อร์ยืนอยู่ริมหน้าต่าง เขาพยักหน้ายิ้มให้อันซิ่วเอ๋อร์ก็ยิ้มตอบอย่างรู้กัน ผ่านไปสักพัก จางเจิ้นอันก็ลุกขึ้นยืนถามนักเรียนว่า "คัดเสร็จกันหรือยัง?"

            เด็กๆ ได้ยินเสียงทุ้มนุ่มของเขาราวกับได้รับอภัยโทษ ก็พากันขานตอบเป็นเสียงเดียวว่า"ท่านอาจารย์ คัดเสร็จแล้วขอรับ"

            "คัดเสร็จแล้วก็เลิกเรียน"จางเจิ้นอันพูดจบก็เดินออกจากห้องเรียน พอเขาเดินพ้นประตูไปพวกนักเรียนก็กรูตามกันออกมาเหมือนผึ้งแตกรัง

            "ยังไม่ถึงเวลานี่นาเหตุใดถึงเลิกเร็วนักเล่า?" อันซิ่วเอ๋อร์มองจางเจิ้นอันที่เดินเข้ามานางยิ้มๆ แล้วพูดว่า "ไม่ใช่ว่าเพราะข้ามาหรอกนะท่านถึงได้เลิกเร็วแบบนี้?"

            "จะเป็นไปได้อย่างไรพวกนั้นนั่งไม่ติดเก้าอี้แล้ว ขืนให้นั่งต่อก็อยู่แต่ตัว ใจไม่อยู่แล้วสู้ปล่อยกลับบ้านเร็วหน่อยไม่ดีกว่าหรือ?" จางเจิ้นอันอธิบายจริงจังไม่ยอมรับตามที่นางพูด

            อันซิ่วเอ๋อร์ไม่ได้ติดใจเรื่องนั้นแต่ถามขึ้นว่า "วันนี้เหตุใดท่านถึงไม่ใส่ผ้าปิดตาเล่า?แสงแบบนี้ ตาจะไม่ระคายเคืองหรือ?"

            "ไม่ต้องห่วงหรอกก่อนหน้านี้หมอให้ข้าปิดตาสองปี ตอนนี้ก็เกินสองปีแล้ว ถอดออกก็ไม่เป็นไร อีกอย่างแสงในสำนักศึกษาก็ไม่ได้จ้าอะไรนัก" จางเจิ้นอันเอื้อมมือไปรับตะกร้าไม้ไผ่จากนางพอดีเห็นอันหรงเหอเดินผ่านมา ก็กวักมือเรียก

            อันหรงเหอวิ่งเข้ามาอย่างร่าเริงเหมือนลูกหมาน้อยพอเห็นทั้งสองคนก็รีบคำนับ "ท่านอา ท่านอาจารย์"

            "เจ้าหนูนี่ เปลี่ยนคำเรียกไวเชียวนะ"อันซิ่วเอ๋อร์ได้ยินเขาเรียกจางเจิ้นอันแบบนั้นก็ยิ้ม ลูบหัวเล็กๆของเขาแล้วถามว่า "วันนี้ท่านอาเขยของเจ้าโชว์ฝีมือในห้องเรียนเป็นอย่างไรบ้าง?"

            "ท่านอาเขยน่าเกรงขามมากขอรับ"อันหรงเหอพอถูกถามก็เล่าเจื้อยแจ้ว "เมื่อเช้าท่านผู้ใหญ่บ้านมาบอกว่ามีอาจารย์ใหม่ทุกคนก็อยากรู้ ส่งเสียงกันจอแจ แต่พอเห็นว่าเป็นท่านอาเขยเท่านั้นแหละแม้แต่หายใจยังไม่กล้าเลยขอรับ"

            "โอ้โหท่านอาเขยของเจ้าเก่งขนาดนั้นเชียว?" อันซิ่วเอ๋อร์จูงมือเขาเดินไปพลางถาม"แล้วตลอดเช้า ไม่มีเด็กซนเลยหรือ?"

            "มีสิขอรับ" อันหรงเหอกำลังจะเล่า แต่ยังไม่ทันพูดก็หัวเราะออกมาเสียก่อนอันซิ่วเอ๋อร์เห็นเขาหัวเราะไม่หยุด ก็หันไปถามจางเจิ้นอัน "ท่านไปทำอะไรมา เหตุใดเขาถึงหัวเราะขนาดนี้?"

            "ไม่มีอะไร ก็แค่มีคนว่าข้าข้าเลยให้พวกเขายกมือขึ้นยืนด่าอยู่ข้างนอกครึ่งชั่วยามเท่านั้นเอง"จางเจิ้นอันเล่าด้วยน้ำเสียงเรียบๆ เรื่องที่เขาเล่าไม่ได้น่าขำเลยอย่างน้อยอันซิ่วเอ๋อร์ก็ขำไม่ออก พอได้ยินว่ามีคนด่าจางเจิ้นอันนางก็รู้สึกโมโหขึ้นมาทันที จึงต่อว่า

            "เจ้าเด็กพวกนี้นี่เป็นถึงปัญญาชนแท้ๆ กล้าด่าแม้กระทั่งอาจารย์ ช่างไม่มีมารยาทเอาเสียเลยท่านน่าจะลงโทษให้หนักกว่านี้!"

            "ไม่เป็นไรน่า ไม่ต้องโกรธหรอก"สำหรับคำด่าของคนอื่น จางเจิ้นอันมักจะยิ้มรับได้เสมอ

            เมื่อเห็นเขาไม่ใส่ใจอันซิ่วเอ๋อร์ก็ไม่พูดอะไรอีก เพียงจูงมือทั้งสองคนไปยังลานด้านหลังสำนักศึกษาตรงนั้นยังเป็นป่าไผ่ที่คุ้นเคย มีโต๊ะหินเก้าอี้หินเหมือนเดิมอันซิ่วเอ๋อร์เอาผ้าเช็ดเบาๆ แล้วจึงให้พวกเขานั่งลงจากนั้นเปิดผ้าที่คลุมตะกร้าออก จัดอาหารออกมาวางพลางยิ้มพูดว่า"มาเถอะ หิวกันแล้วใช่ไหม กับข้าวบ้านๆ อย่ารังเกียจกันนะ"

            "จะเป็นไปได้อย่างไรกับข้าวฝีมือเจ้า ข้าย่อมชอบกินอยู่แล้ว" จางเจิ้นอันเห็นนางเอาถ้วยมาแค่สองใบก็ถามขึ้น"แล้วเจ้ากินรึยัง?"

            "กินแล้วเจ้าค่ะ"

            อันซิ่วเอ๋อร์โกหกจางเจิ้นอันเหลือบมองนางแวบหนึ่ง หยิบถ้วยเล็กมาตักข้าวสองถ้วยถ้วยหนึ่งส่งให้อันหรงเหอ อีกถ้วยยื่นให้อันซิ่วเอ๋อร์ ไม่รอให้นางปฏิเสธเขาก็หยิบช้อนของตัวเองตักข้าวจากชามใหญ่และกับข้าว กินอย่างเอร็ดอร่อย

            "อ้าวท่านกินแค่นั้นจะไปอิ่มได้อย่างไร?" อันซิ่วเอ๋อร์รีบจะตักข้าวในถ้วยตัวเองให้เขา"ข้ากลับไปกินที่บ้านก็ได้"

            "เจ้ากินข้าวคนเดียวมันเหงาน่าคราวหน้าเรามากินด้วยกัน" จางเจิ้นอันยื่นมือห้ามไว้"วันนี้ข้าก็ไม่ได้ทำอะไรมาก แค่นั่งคุมเด็กพวกนั้นไม่ได้หิวเท่าไร แค่นี้ก็พอแล้ว"

            "โอ้ งั้นคราวหน้าข้าจะเอามาเยอะๆเจ้าค่ะ" อันซิ่วเอ๋อร์รับคำ แล้วก้มหน้าก้มตากินข้าว

            เมื่อเห็นเขาใช้ช้อนตักแกงกับข้าวกินอย่างทุลักทุเลแม้แต่จะคีบผักก็ไม่สะดวก อันซิ่วเอ๋อร์จึงคีบแตงกวาผัดใส่ถ้วยให้ เขาไม่ปฏิเสธรับไปกินอย่างมีความสุข นางยังคีบเนื้อปลา เลาะก้างออกอย่างระมัดระวังแล้วคีบใส่ถ้วยให้เขา

            จางเจิ้นอันเห็นเนื้อปลาสีขาวนวลในถ้วยก็เงยหน้ามองอันซิ่วเอ๋อร์ ทั้งสองสบตากัน ส่งผ่านความรู้สึกหวานชื่นให้แก่กัน

            พอกินข้าวเสร็จ เก็บกวาดเรียบร้อยอันซิ่วเอ๋อร์ก็ยังไม่รีบกลับ นั่งคุยเล่นกับพวกเขาสองคนต่อ

            ส่วนใหญ่จะถามจางเจิ้นอันว่าอยู่ที่นี่รู้สึกอย่างไรพอปรับตัวได้ไหม จางเจิ้นอันเพียงยักไหล่ ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่ลึกๆ แล้วเขารู้สึกว่าดีกว่าที่คิดไว้ เด็กพวกนี้ไม่ได้ดูแลยากอย่างที่คาด

            พอได้ยินอันซิ่วเอ๋อร์ถามอันหรงเหอก็แสดงความคิดเห็นของตัวเองออกมาบ้างน้ำเสียงเต็มไปด้วยความชื่นชมจางเจิ้นอัน รู้สึกว่าจางเจิ้นอันไม่เพียงสอนเก่งแต่ยังดูน่าเกรงขาม

            เขาเล่าว่า "เมื่อก่อนตอนท่านอาจารย์กู้อยู่เพื่อนนักเรียนบางคนที่นั่งข้างหลังไม่ค่อยฟังอาจารย์สอน ท่านก็ไม่ค่อยว่าอะไรบางทีพออาจารย์ไม่อยู่ พวกเขาก็ส่งเสียงดังรบกวนพวกเราเรียนแต่ท่านอาเขยไม่เป็นแบบนั้น วันนี้ท่านนั่งอยู่ในห้องเรียนตลอดเช้าไม่มีใครกล้าส่งเสียงดังเลย เวลาคัดอักษรก็เงียบสงบ ข้าชอบบรรยากาศแบบนี้มากขอรับ"

            "ได้ยินหลานเจ้าพูดแล้วใช่ไหม?แม่บ้านจอมบงการ ข้าสบายดีน่า เจ้าไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าห่วงจริงๆก็ไปบอกผู้ใหญ่บ้านสิว่าไม่ต้องให้ข้าสอนแล้ว"

            จางเจิ้นอันรู้สึกว่าอันซิ่วเอ๋อร์นี่ช่างย้อนแย้งคนที่อยากให้เขามาสอนก็คือนาง คนที่กังวลว่าเขาจะสอนไม่ดีก็คือนางอีก

            "ท่านก็ค่อยๆ ปรับตัวไปเถอะข้าเชื่อว่าท่านต้องเป็นอาจารย์ที่ดีได้แน่นอน" อันซิ่วเอ๋อร์ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจางเจิ้นอันจะได้มาเป็นครูสอนหนังสือตอนนี้นางกำลังดีใจสุดๆ มีหรือจะยอมทำตามคำขอของเขา

            ทั้งสามคุยกันต่ออีกสักพักอันซิ่วเอ๋อร์คิดในใจว่าควรจะเก็บกวาดห้องนอนกับห้องหนังสือสองห้องด้านหลังสำนักศึกษาไว้ดีไหมเผื่อตอนเที่ยงพวกเขาจะได้มีที่พักผ่อน แต่คิดๆ ดูแล้วกลัวว่าจางเจิ้นอันจะอยู่ไม่ทน เดี๋ยวจะเสียแรงเปล่า เลยไม่ได้ลงมือทำแค่นั่งคุยกับพวกเขา ฟังอันหรงเหอท่องบทกวีไปพลางๆ

            เวลาพักเที่ยงไม่ได้นานนักอันซิ่วเอ๋อร์อยู่จนพวกเขาเข้าเรียนคาบบ่ายแล้วจึงถือตะกร้ากลับแต่พอเดินมาถึงลานด้านหน้า นางก็อดไม่ได้ที่จะย้อนกลับไปดูอีกครั้งอยากเห็นสภาพของจางเจิ้นอันตอนนี้ให้แน่ใจก่อน ถึงจะวางใจได้

            นางแอบอยู่ข้างหน้าต่างบานสุดท้าย ชะโงกดูเห็นจางเจิ้นอันยืนอยู่บนแท่นสอน กำลังถามทบทวนบทเรียนแล้วหยิบหนังสือขึ้นมาเริ่มสอนบทความต่อไป นางฟังเนื้อหาที่สอนไม่เข้าใจนักแต่รู้สึกว่าเสียงของจางเจิ้นอันทุ้มนุ่มน่าฟังแม้จะไม่นุ่มนวลสง่างามเหมือนกู้หลินหลาง แต่ก็มีเสน่ห์และความน่าเกรงขามในแบบของตัวเองอันซิ่วเอ๋อร์มองดู ในที่สุดก็รู้สึกวางใจ

            จนกระทั่งจางเจิ้นอันอ่านบทความจบให้นักเรียนท่องจำกันเอง อันซิ่วเอ๋อร์จึงค่อยๆ เดินจากไปอย่างเงียบๆตลอดทางกลับบ้าน นางรู้สึกตื่นเต้นดีใจ รู้สึกว่าสามีตัวเองช่างยอดเยี่ยมเหลือเกินเขาเก่งแบบนี้ได้อย่างไรกันนะ? ไม่ได้การคืนนี้ต้องทำของอร่อยๆ บำรุงเขาหน่อยแล้ว

            พอกลับถึงบ้านอันซิ่วเอ๋อร์ทำงานฝีมือต่ออีกครู่หนึ่งก็ล้างมือ เตรียมจะทำอาหารอร่อยๆให้จางเจิ้นอัน แต่พอมองไปรอบบ้าน นอกจากปลาแล้ว ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรน่ากินเลย

            ผักที่นางปลูกไว้ก็มีแค่แตงกวาที่เริ่มออกผลเล็กๆสองสามลูก แต่แตงกวาก็ไม่ใช่ของแปลกใหม่อะไรไก่สองสามตัวที่เลี้ยงไว้ก็ยังไม่โตพอที่จะฆ่าได้

            จะทำขนมแป้งดีไหมนะ?แต่ขนมแป้งนอกจากจะดูสวยงามแล้ว รสชาติจริงๆก็ไม่ได้ต่างจากหมั่นโถวธรรมดาเท่าไร ช่วงนี้ทุกครั้งที่ไปตลาดนัดนางก็จะทำขนมแป้งไปขายเต็มตะกร้า ส่วนที่ขายไม่หมด สองคนก็กินกันเองตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นจางเจิ้นอัน หรือแม้แต่นางเองก็เริ่มจะเบื่อแล้ว

            ชักจะจนปัญญา ตั้งใจจะทำของดีๆ ให้เขากินใครจะรู้ว่าจะกลายเป็น ‘แม่ครัวมีฝีมือแต่ไร้วัตถุดิบ’ ไปเสียได้

            นางไม่อยากยอมแพ้ ค้นหาของในบ้านอีกครั้งแต่ก็หาไข่ไก่ไม่ได้สักฟอง กลับไปเจอผงข้าวเหนียวอยู่บ้างอันซิ่วเอ๋อร์ตาวาวขึ้นมา คิดว่าจะฆ่าปลาตัวหนึ่ง เลาะก้างออกเอาเนื้อปลากับผงข้าวเหนียวมาผสมกัน ทำเป็นลูกชิ้นปลา ต้องอร่อยแน่ๆ

            พอคิดได้แบบนี้ นางก็เกิดความคิดใหม่ขึ้นมา

            นางตักปลาเฉาตัวหนึ่งออกจากอ่างทุบหัวให้สลบ แล้วผ่าท้องควักไส้ออก แต่ก็ไม่ได้ทิ้งไส้ปลาไป หาข้องใส่ปลาใบเล็กๆที่จางเจิ้นอันเคยใช้ เอาไส้ปลาใส่ไว้ แล้วหาลำไม้ไผ่เล็กๆติดด้ายสองสามเส้นไปด้วย แล้วจึงออกจากบ้าน

            หมู่บ้านชิงสุ่ยแม้จะได้ชื่อมาจากแม่น้ำชิงสุ่ยที่ใสสะอาด แต่ก็มีสระน้ำเล็กๆ อยู่หลายแห่งอันซิ่วเอ๋อร์หาสระน้ำตื้นๆ ที่มีหญ้าขึ้นรกๆ หน่อยเอาไส้ปลาที่เตรียมมาผูกกับด้าย แล้วมัดปลายด้ายอีกข้างกับไม้ไผ่แค่นี้ก็ได้คันเบ็ดง่ายๆ แล้ว นางตั้งใจจะใช้มันตกกุ้งกับปู

            พวกกุ้งปูชอบกินของเหม็นๆ เน่าๆไม่ค่อยเลือกกิน ไส้ปลาพวกนี้มีกลิ่นคาวจัดที่สุด ไม่นานอันซิ่วเอ๋อร์ก็ยกคันเบ็ดขึ้น บนไส้ปลามีกุ้งเกาะอยู่หลายตัว

            พอดึงคันเบ็ดขึ้นฝั่งอันซิ่วเอ๋อร์ก็รีบปลดกุ้งออกจากไส้ปลา ไม่ได้ตกกุ้งตกปลามานานแล้วเผลอโดนก้ามกุ้งหนีบเข้าให้ แต่นางกำลังสนุกกับการเก็บเกี่ยวโดนหนีบแค่นี้ไม่ได้ทำให้ความตั้งใจที่จะตกกุ้งลดลงเลย

            ชาวบ้านไม่ค่อยชอบกินกุ้งเพราะจับยากกลิ่นคาวแรง เนื้อก็น้อย เลยไม่ค่อยมีคนมาตก นานๆ ทีจะมีเด็กๆ อยากกิน มาตกเล่นๆพอแก้ขัด กุ้งในสระน้ำตื้นแห่งนี้จึงค่อนข้างชุกชุม ตกไปประมาณครึ่งชั่วยามกุ้งในข้องของอันซิ่วเอ๋อร์ก็เกือบจะเต็มแล้ว

            นางก้มมองกุ้งที่เบียดกันอยู่ในข้องยิ้มจนตาหยี ไส้ปลาที่ใช้เป็นเหยื่อโดนกุ้งรุมทึ้งจนแทบไม่เหลือนางดึงเศษด้ายทิ้งลงน้ำไป หยิบไม้ไผ่เล็กๆ กับข้องใส่กุ้ง มุ่งหน้ากลับบ้าน

            พอกลับถึงบ้าน ก็เทกุ้งลงในอ่าง ใส่น้ำสะอาดแล้วเริ่มจัดการกับปลาที่นางผ่าท้องไว้ก่อนหน้านี้

            ทำปลามาหลายครั้งแล้วตอนนี้ฝีมือการจัดการปลาก็คล่องแคล่วชำนาญขึ้นมาก

            นางตัดหัวปลา ค่อยๆใช้มีดกรีดเลาะไปตามแนวกระดูกสันหลัง พลิกอีกด้าน ทำเช่นเดียวกัน ค่อยๆเลาะไปตามแนวกระดูก จากนั้นนางก็ดึงก้างปลาออกมาทั้งแผง ราวกับเล่นกล

            จากนั้นอันซิ่วเอ๋อร์ก็เอาน้ำส้มสายชูเล็กน้อยทาบนตัวปลาอย่างระมัดระวังใช้มือค่อยๆ ลอกหนังปลาออกตรงมุมหนึ่ง สอดมีดเข้าไปด้านใน แนบไปกับหนังปลากรีดอย่างรวดเร็ว หนังปลากับเนื้อปลาก็แยกออกจากกันทำแบบเดียวกันกับหนังปลาอีกด้าน บนเขียงจึงเหลือแต่เนื้อปลาสีขาวๆ สองชิ้น

            ล้างเขียงให้สะอาดอันซิ่วเอ๋อร์หั่นเนื้อปลาเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่เกลือนิดหน่อยคลุกเคล้าแล้วใช้มีดสับจนละเอียด ขั้นตอนนี้ต้องใช้แรงพอสมควรแต่พอเห็นเนื้อปลาที่สับละเอียดแล้ว นางก็รู้สึกพอใจมากหาชามใบใหญ่มาตักเนื้อปลาใส่

            จากนั้นใช้น้ำผสมกับแป้งข้าวเหนียวนวดไปเรื่อยๆ จนแป้งเหนียวนุ่มยืดหยุ่นดี นางจึงแบ่งแป้งออกมาครึ่งหนึ่งเอาไปคลุกกับเนื้อปลา แล้วนวดขยำอีกหลายครั้งจนเนื้อปลากับแป้งข้าวเหนียวเข้ากันดี นางจึงปั้นเป็นลูกชิ้นปลากลมๆ ทีละลูก

            พอทำลูกชิ้นปลาเสร็จ ก็มาทำลูกชิ้นกุ้งต่อขั้นแรกคือจัดการกับกุ้ง ใช้กรรไกรตัดหัวกุ้งทิ้ง ดึงเส้นดำออกเอาแต่เนื้อตรงกลางเท่านั้น กุ้งเกือบครึ่งข้อง จัดการอยู่เป็นชั่วยามสุดท้ายได้เนื้อกุ้งมาแค่ชามเล็กๆ

            นางนำเนื้อกุ้งมาสับละเอียด ใส่เกลือแล้วคลุกกับแป้งข้าวเหนียวส่วนที่เหลือ ปั้นเป็นลูกชิ้นกุ้งแบบเดียวกับลูกชิ้นปลาแค่นี้ขั้นตอนการทำของว่างก็เสร็จไปกว่าครึ่งแล้ว

            ล้างมือ ก่อไฟ ตั้งกระทะ ใส่น้ำพอน้ำเดือดก็ใส่ลูกชิ้นลงไปต้มให้สุก ตักขึ้นพักไว้ จากนั้นเทน้ำในกระทะออกใส่น้ำมัน พอน้ำมันร้อนจัด ก็ใส่ลูกชิ้นที่ต้มไว้ครึ่งหนึ่งลงไปทอดเสียงดังฉ่าขึ้นมาทันที สักพัก กลิ่นหอมก็ฟุ้งไปทั่วทั้งครัว

            จางเจิ้นอันเพิ่งเดินเข้าประตูบ้านมาก็ได้กลิ่นหอมของปลาและกุ้งกลิ่นหอมที่ลอยอยู่ในอากาศกระตุ้นความอยากอาหารของเขาได้เป็นอย่างดีตลอดบ่ายที่ต้องรับมือกับเด็กๆ ทั้งใช้สมองและใช้แรงเขารู้สึกว่าเหนื่อยยิ่งกว่าออกไปจับปลาเสียอีก แต่พอกลับถึงบ้าน ได้กลิ่นหอมๆแบบนี้ ความเหนื่อยล้าก็หายไปหมดสิ้น

            เขาเดินเข้าไปในครัวเห็นอันซิ่วเอ๋อร์กำลังตักลูกชิ้นทอดขึ้นจากกระทะทีละลูกพอเห็นจางเจิ้นอันเดินเข้ามา นางก็หันมายิ้มให้ "ท่านพี่กลับมาแล้ว ข้ากำลังทำลูกชิ้นทองเงินอยู่พอดี ท่านลองชิมตอนร้อนๆสิเจ้าคะ"

            นางใช้ตะเกียบคีบลูกชิ้นสองสีจัดใส่จานครึ่งหนึ่งเป็นลูกชิ้นต้มสีขาวเหมือนหิมะ อีกครึ่งเป็นลูกชิ้นทอดสีเหลืองทองดูน่ากินมาก นางจัดวางอย่างสวยงามแล้วคีบลูกชิ้นสีทองลูกหนึ่งส่งไปจ่อที่ปากจางเจิ้นอัน เขาอ้าปากงับเบาๆเปลือกนอกกรอบ ข้างในนุ่ม รสชาติสดหวานอร่อยจนแทบละลาย

            "อร่อยไหมเจ้าคะ?" นางเงยหน้าถาม

            "อร่อยมาก" เขาพยักหน้า ในแววตาเต็มไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

            "ท่านชอบก็ดีแล้วที่ข้าอุตส่าห์ทำอยู่ตั้งนาน" อันซิ่วเอ๋อร์ยิ้มแก้มปรินางบอกให้เขายกจานลูกชิ้นไปวางบนโต๊ะ ส่วนตัวเองก็ใช้น้ำมันร้อนๆที่เหลือในกระทะทำน้ำพริกเผาต่อ

            มื้อค่ำวันนั้นทั้งสองกินแค่บะหมี่คลุกน้ำมันพริกเผาง่ายๆ กับลูกชิ้นทองเงินแต่บ้านที่เรียบง่ายกลับดูอบอุ่นเป็นพิเศษเพราะมีกลิ่นหอมของอาหารและเสียงหัวเราะมีความสุขของหญิงสาว

             

    คล้ายกับเรื่ององค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592