น็อกถึงกับสะดุ้งเฮือกเมื่อเจอกับคำถามที่แสนจะธรรมดาของเทพีไกอา เรื่องข้อมูลเกี่ยวกับพลังของเขากระทั่งเหล่าบรรพบุรุษที่สอนวิชาให้กับน็อก ยังไม่เคยพูดถึงมาก่อนที่สำคัญเขาพึ่งจะได้รู้ข้อมูลนี้เมื่อไม่นานมานี้เอง แต่กับเทพีไกอาที่พึ่งจะเจอกันไม่ถึง 5 นาทีนางกับรู้ได้ยังไงกัน
"ท่านพูดถึงสิ่งใดกัน!!" น็อกเลือกที่จะหยั่งเชิงก่อน
"ท่านไม่จำเป็นที่จะต้องปิดบังเราหรอก เรามิใช่ศัตรูของท่านและที่สำคัญ เราคือหนึ่งในขุมกำลังที่เผชิญหน้ากับจักรพรรดิอสูรแห่งการทำลายล้าง ก่อนที่จะผนึกอสูรตนนั้นลงในมิติอนันตเวคิน ฉะนั้นสัมผัสพลังในตัวท่านเราย่อมคุ้นเคยเป็นอย่างดี"
กลุ่มของน็อกที่ฟังบทสนทนาได้แต่สับสนมึนงง เพราะทุกคนแทบจะไม่เข้าใจเรื่องที่น็อกกับเหล่าทวยเทพกำลังพูดคุยกัน และก็เป็นมินมินที่เริ่มเอ่ยขึ้น
"ขออภัยที่ต้องขัดจังหวะท่านเทพีไกอา ไม่ทราบว่าพวกเราควรจะออกไปรอข้างนอกก่อนหรือไม่ พวกท่านจะได้พูดคุยปรึกษากันได้สะดวกยิ่งขึ้น"
"ถ้าหากพวกท่านไม่ตะขิดตะขวงใจ เชิญไปรอที่ห้องรับแขกก่อนได้หรือไม่!?" เทพีไกอายังคงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ ก่อนจะมองด้วยความแปลกใจเล็กน้อย เพราะมนุษย์นั้นขึ้นชื่อในเรื่องความอยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างมาก ทว่าเด็กสาวตรงหน้ากลับรู้ได้ด้วยตนเองว่า เรื่องไหนควรรับรู้ เรื่องไหนไม่ควรรับรู้
"เมื่อเป็นเช่นนั้นรบกวนช่วยส่งพวกเราไปด้วย" มินมินโค้งคารวะเล็กน้อย
"วิ้ง!!?" เสียงดีดนิ้วของเด็กสาวในชุดเดรสสีขาว พร้อมกับร่างของมินมิน ฮันน่า และอีริค พลันหายไปทันที
"เอาล่ะ ที่นี้ท่านช่วยตอบข้อสงสัยของเราได้หรือยัง!!?" เมื่อภายในน้องเหลือเพียงน็อก เทพีไกอาก็เริ่มถามขึ้นอีกครั้ง
"ถ้าเช่นนั้นข้าขอพูดตามตรง เหล่าบรรพบุรุษยังไม่เคยเอ่ยพูดถึงเรื่องนี้กับข้า แต่ข้ารับรู้ทั้งหมดได้จากตัวของข้าเอง" น็อกเลือกที่จะพูดตามความจริง แต่ยังคงปกปิดบางส่วนเอาไว้
"น่าแปลก ทั้งที่เรื่องนี้ค่อนข้างสำคัญ แล้วเหล่าบรรพบุรุษได้กล่าวเตือนสิ่งใดกับท่านบ้าง!!?"
น็อกครุ่นคิดอยู่เพียงชั่วครู่ก่อนจะเริ่มตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เหล่าบรรพบุรุษได้เอ่ยเตือนเพียงแค่ว่า ไม่ว่าจะเจอศึกใหญ่แค่ไหน หรือแม้กระทั่งท้อแท้ ผิดหวังเพียงใด จงอย่าได้ถอดใจยอมแพ้เป็นอันขาด มีเพียงเท่านี้ครับ"
"แสดงว่าเหล่าบรรพบุรุษของท่านนั้นเชื่อใจในตัวท่านเป็นอย่างมาก ทว่าตัวเรานั้นยังไม่รู้จักท่านมากเพียงพอจึงไม่อาจไว้วางใจในตัวท่านได้ เราขอเป็นตัวแทนของเหล่าทวยเทพขอร้องให้ท่านมาอยู่ใต้พันธะสัญญาของนามธรรมทั้งสองได้หรือไม่ เพราะหากมีอะไรเกิดผิดพลาดขึ้นมาทางเลือกเดียวที่ต้องทำก็คือการสังหารท่าน"
น็อกไม่ได้รู้สึกแปลกใจแม้แต่น้อย เพราะขนาดตัวเขาเองที่ต้องทำการสังหารผู้คนไปเป็นจำนวนมาก ก็ด้วยเหตุผลเดียวกันเพื่อปกป้องมวลมนุษย์หมู่มาก ฉะนั้นเขาย่อมเข้าใจดีว่าเทพีไกอาเอง ก็คงเป็นห่วงเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของเหล่าทวยเทพด้วยเช่นกัน แต่ห่วงก็ส่วนเป็นห่วงมันไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมอยู่ใต้พันธะสัญญาผู้อื่น เพราะก็เปรียบเสมือนกับการที่เราทำพันธะสัญญาอสูรรับใช้ แต่คราวนี้เป็นน็อกที่ต้องรับใช้นามธรรมทั้งสองแทน ซึ่งเขาไม่มีทางยอมอย่างแน่นอน
"ข้านั้นไม่ได้ติดปัญหาแต่อย่างใดหากท่านต้องการสังหารข้าในยามที่ข้ามิอาจควบคุมพลังได้ ทว่าตัวข้าเองก็จะไม่ยอมอยู่ใต้อาณัติใครด้วยเช่นกัน" น็อกเอ่ยยืนยันอย่างหนักแน่น
"ท่านอย่าได้เข้าใจผิด นามธรรมทั้งสองนั้นมิใช่ตัวตนที่ธรรมดา ท่านไม่อาจทำพันธะสัญญาเสมอภาค เพราะระดับพลังที่แตกต่างกันจนเกินไป นอกจากท่านจะยอมอยู่ใต้พันธะสัญญาของนามธรรมทั้งสอง และที่เราต้องการให้ท่านอยู่ใต้พันธะสัญญาก็เพื่อคอยปกป้องยามท่านมีภัย และกำจัดท่านในยามที่ท่านเป็นภัยด้วยเช่นกัน" เทพีไกอารีบไขความกระจ่างให้ทันที
"ถ้าข้าให้นามธรรมทั้งสองอยู่ใต้พันธะสัญญาของข้า พวกท่านจะยอมกันไหมล่ะ!!?" ถึงน็อกจะเริ่มเข้าใจในสิ่งที่เทพีไกอาต้องการจะสื่อ แต่เขาไม่ยอมรับกับเงื่อนไขนี้อย่างแน่นอน จึงเลือกที่จะเอ่ยถามกลับไป
"น่าสนุกนี่ ถ้าเจ้าทำได้จริงเราจะยอมอยู่ใต้พันธะสัญญาเจ้า!!" เด็กหญิงในชุดขาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงใสซื่อ
"เราเห็นด้วย แต่ถ้าเจ้าทำไม่ได้จะต้องมาอยู่ใต้พันธะสัญญาพวกเรา!!" เด็กหญิงในชุดดำเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ตกลง" น็อกตอบรับอย่างยินดี เขาไม่รู้หรอกว่านามธรรมทั้งสองนั้นแข็งแกร่งแค่ไหน แต่การเดิมพันครั้งนี้เขามั่นใจว่าชนะอย่างแน่นอน
"เราว่าท่านตัดสินใจให้ดีก่อนนะ นามธรรมทั้งสองนั้นมีพลังที่สูงส่งมาก ท่านอาจได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการทำพันธะสัญญาในครั้งนี้ได้" เทพีไกอากล่าวเตือนด้วยความเป็นห่วง
น็อกยิ้มตอบรับก่อนจะส่ายหัวเพียงเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวขึ้น "ท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอก" จากนั้นน็อกก็ไปยืนอยู่ด้านหน้าของนามธรรมทั้งสอง และเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เรียบสงบ
"พวกท่านพร้อมกันหรือยัง!!?"
"อืม / แน่นอน" เด็กหญิงทั้งสองตอบรับด้วยท่าทีที่แตกต่างกันออกไป
น็อกสะบัดมือวาดอักขระอย่างรวดเร็วรูปแบบการวาดอักขระของน็อกนั้น แตกต่างจากอักขระพันธะสัญญาอย่างเห็นได้ชัด เทพีไกอาและนามธรรมทั้งสองอดมองอย่างประหลาดใจไม่ได้ เมื่อน็อกวาดลวดลายอักขระเสร็จสิ้น เขาก็เข้าไปยืนใจกลางวงอักขระก่อนที่อักขระทั้งหมดจะถูกดูดกลืนเข้าสู่ร่างกายของน็อก จนหายไปและปรากฏเป็นตราสัญลักษณ์ขึ้นบนฝ่ามือทั้งสองข้าง ก่อนจะยกยิ้มขึ้นมาอย่างพึงพอใจ
"ตอนนี้ข้าเตรียมการเสร็จสิ้นแล้ว พวกท่านพร้อมหรือยัง!!?"
นามธรรมทั้งสองได้แต่หันมามองกันอย่างงุนงง กระทั่งเทพีไกอาเองก็ต่างกัน ไม่มีใครรู้ว่าน็อกนั้นทำพันธะสัญญารูปแบบไหน เพราะไม่เคยมีใครเห็นรูปแบบนี้มาก่อน
"จะให้เราทำอะไรบ้าง" เด็กหญิงในชุดชาวเอ่ยถาม
"ข้าจะฝังตราพันธะสัญญาไว้กลางหน้าผากของพวกท่าน จำเป็นที่จะต้องแตะตัวพวกท่านยอมรับได้หรือไม่" น็อกเอ่ยถามขึ้นด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"ไม่มีปัญหา" เด็กหญิงในชุดขาวเอ่ยอยากใคร่รู้
"ชิ ถ้าไม่สำเร็จเมื่อเจ้าอยู่ใต้พันธะสัญญาของเรา จะต้องถูกสั่งสอนแน่" เด็กหญิงในชุดดำเอ่ยสำทับตาม
"ย่อมได้" เมื่อน็อกพูดจบก็เดินไปหน้าเด็กหญิงทั้งสอง ก่อนจะประทับตราพันธะสัญญา แสงสีทองประกายเงินไหลจากตราพันธะสัญญาค่อยๆ ไหลเข้าสู่ร่างของเด็กหญิงทั้งสองผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจก็เสร็จสมบูรณ์ ทว่าตัวของเด็กหญิงทั้งสองกลับไม่ได้รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงใดใด แม้กระทั่งเทพีไกอาเองก็ยังไม่อาจสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงได้
"เราคิดว่าท่านคงไม่อาจจะทำได้อย่างอย่างที่กล่าวมา ถ้าเช่นนั้น....." เทพีไกอาส่ายศีรษะและเอ่ยขึ้นแต่...
"ข้าทำตราพันธะสัญญาเสร็จสมบูรณ์แล้ว เชิญพวกท่านตรวจสอบได้" น็อกพูดขัดขึ้นทันที
"ดี ดี งั้นเรามาทดสอบกัน แล้วจะให้ทดสอบยังไงล่ะ" เด็กหญิงในชุดขาวถามด้วยแววตาเป็นประกาย
"เหอะ!!" เด็กหญิงในชุดดำเพียงแค่นเสียงเล็กน้อย แต่ก็ดูสนใจอยากจะทดสอบเร็วๆ เช่นกัน
"ง่ายๆ พวกท่านบอกว่าเหล่านามธรรมมิใช่ตัวตนธรรมดา ถ้าเช่นนั้นการสังหารข้าคงทำได้อย่างไม่ยากเย็นนัก เช่นนั้นลองดูเถอะว่าในเวลานี้พวกท่านสามารถทำเช่นนั้นได้หรือไม่" น็อกเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายอารมณ์
"ฟิ้วววว!! ฟิ้วววว!!"
"ตู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!?"
แสงสีทองและสีดำพุ่งผ่านร่างของน็อกอย่างรวด ทว่าในระยะสุดท้ายก่อนจะถึงตัวของน็อก มันกลับเบี่ยงวิถีการโจมตีพาดผ่านตัวของน็อกไป แม้จะเป็นเพียงการโจมตีระดับต่ำ แต่พลังการโจมตีกลับมีอานุภาพรุนแรง ถึงขนาดทำให้ประตูห้องโถงที่อัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณที่หนาแน่น ถึงกับระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
น็อกค่อยๆ หันกลับไปมองความวินาศสันตะโรด้านหลังของเขา ได้แต่กลืนน้ำลายอย่างฝืดคอเพราะในตอนที่เขาเข้ามาภายในห้องโถงนี้ เขาได้สำรวจบริเวณรอบๆ ตลอดเวลาเพื่อหาช่องทางหลบหนี หากต้องเกิดการต่อสู้ขึ้นมา และได้ข้อสรุปว่าทั่วทั้งห้องโถงนี้ปกคลุมไปด้วยพลังวิญญาณหนาแน่น โดยเฉพาะที่ประตูขนาดใหญ่นั่นซึ่งต่อให้เขาใช้พลังทั้งหมดที่มีในตอนนี้ ก็คงทำได้เพียงแค่สะกิดมันเท่านั้นแหละ
แต่เด็กหญิงทั้งสองกลับสามารถทำลายได้อย่างง่ายดาย จากการที่น็อกผนึกตราพันธะสัญญาลงในตัวของเด็กหญิงทั้งสองทำให้ได้รับรู้ว่าความจริงข้อนึงว่า พวกเธอใช้เพียงแค่เศษเสี้ยวพลังเท่านั้น พลางได้แต่คิดในใจว่าเขารับใครที่ไม่ควรจะรับมาอยู่ใต้พันธะสัญญาหรือเปล่า
ซึ่งเขาก็มั่นใจเป็นอย่างมากว่าต่อให้เป็นเทพีไกอาเอง ก็คงไม่สามารถเอาชนะหนึ่งในเด็กหญิงตรงหน้าเขาได้แน่นอน ก่อนที่น็อกจะดีดนิ้วขึ้นหนึ่งครั้งก็ปรากฏตราพันธะสัญญา ขึ้นตรงหน้าผากของเด็กหญิงทั้งสอง ก่อนที่ร่างของเด็กหญิงทั้งสองจะทรุดลงราวกับไร้เรี่ยวแรง
"เกิดอะไรขึ้น / นี่มันอะไรกัน" เด็กหญิงทั้งสองอุทานขึ้นมาแทบจะพร้อมเพรียงกัน
"เอาล่ะ!! ตอนนี้ทุกท่านคงเข้าใจแล้วสินะ ว่าตราพันธะสัญญาของข้าสะกดพวกท่านได้"
"ได้อย่างไรกัน" เทพีไกอาอุทานอย่างตกตะลึง
"ก็แค่เรื่องง่ายๆ เพราะพวกท่านมีชีวิตอยู่กันมาอย่างยาวนานและยังยึดติดกับสิ่งเดิมๆ จนลืมไปว่าโลกได้มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปมากน้อยเพียงใด นี่คือหนึ่งในวิชาใหม่ของข้าตราพันธนาการนิรันด์ ทำให้ผู้ที่อยู่ใต้พันธะสัญญาของข้าไม่อาจที่จะทำร้ายข้าได้ กลับกันข้าสามารถผนึกพลังของผู้ที่อยู่ใต้พันธะสัญญา รวมไปถึงการสังหารได้ทันทีในกรณีที่ข้าต้องการ" น็อกเริ่มอธิบายขึ้นทันที