“นายท่านสามแย่แล้ว”
ในเมืองสือเฉิง ณ จวนใหญ่โตโอ่อ่าที่หนึ่งมีชายตัวโตคนหนึ่งท่าทางเฉลียวฉลาดวิ่งหอบมาแต่ไกลเข้ามาที่เรือนรองแห่งหนึ่ง
ในโถงในเรือนรองแห่งนั้นมีบุรุษอายุเกินกว่าห้าสิบปีกำลังกอดสตรีงามนางหนึ่งอยู่เขากำลังก้มหน้าคลอเคลียกับแม่นางนางนั้น เมื่อเห็นชายตัวโตคนนั้นวิ่งเข้ามาก็แสดงสีหน้าโมโหเกรี้ยวกราดออกมา ตะคอกใส่ชายคนนั้น “หวงซันหากวันนี้เจ้าไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะมารบกวนข้าล่ะก็เตรียมตัวโดนหิ้วไปลงโทษได้เลย!”
“นายท่านสามเมื่อกี้พวกเราไปตรวจสอบใบแทงผู้ประลองมามีใบหนึ่งลงเงินในใบแทงผู้ประลองจำนวนสามหมื่นสามพันเสวียน”
หวงซันคุยกับผู้อาวุโสคนนั้นอย่างร้อนใจสายเผลอหันไปจับจ้องสาวงามที่เสื้อผ้าหน้าผมกระเซอะกระเซิงเห็นผิวกายวับๆ แวมๆที่อยู่กลางอ้อมกอดของเจ้านาย ในใจของเขารู้สึกร้อนผ่าว ทว่าเมื่อถูกตะคอกใส่เข้าก็รีบเก็บสายตาก้มหน้าไป
“มีใบแทงผู้ประลองจำนวนเงินสามหมื่นสามพันเสวียนแล้วจะทำไมเป็นเรื่องใหญ่แค่ไหนกันเชียว”ผู้อาวุโสคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“นายท่านสาม ใบแทงใบนั้นวางเงินเดิมพันให้กับไป๋เหมยจากบ้านสกุลไป๋ สามหมื่นสามพันเสวียนเชียวนะขอรับรายได้ทั้งหมดที่ได้จากการเปิดวางเงินเดิมพันครั้งนี้ยังนำไปจ่ายให้กับใบแทงใบนี้ไม่พอเลย”
หวงซันสีหน้าเศร้าเหมือนกับจะร้องไห้ออกมาใครจะคิดว่าไป๋เหมยจากบ้านสกุลไป๋ที่มีความสามารถเพียงแค่นั้นจะเข้าสู้รอบสี่คนสุดท้ายในการประลองได้และพวกเขายังรับลงใบแทงผู้ประลองคนนี้ที่วางเงินเดิมพันจำนวนเงินหลายหมื่นเสวียนไปแล้วอีกพอคิดถึงอัตราเดิมพันที่สูงลิบลิ่วที่ลงไว้ให้กับไป๋เหมยจากบ้านสกุลไป๋แล้วเขาก็เครียดจนเหงื่อตกไม่หยุด
เมื่อได้ยินที่หวงซันพูดผู้อาวุโสคนนั้นก็สีหน้าเปลี่ยน สะดุ้งจนลุกขึ้นมายืนสาวงามที่นั่งอยู่บนตักเซจนเกือบล้มลงพื้น พูดอย่างร้อนใจว่า “ตรวจสอบแล้วยังว่าใครเป็นคนวางเงินเดิมพัน รีบตรวจสอบมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!”
“ตรวจสอบแล้ว ใบแทงใบนี้ข้าเป็นคนรับไว้เอง เพราะเขาวางเงินเดิมพันให้กับไป๋เหมยจากบ้านสกุลไป๋ดังนั้นข้าจึงชัดเจนมากๆ เขาใส่ชุดคลุมมาในตอนนั้น มองเห็นหน้าไม่ชัดเท่าไรทว่าฟังจากน้ำเสียงดูแล้ว น่าจะอายุยังไม่มาก คิดว่าน่าจะยังเป็นวัยรุ่นอยู่” หวงซันพูดอย่างมั่นใจ
“เสียงเด็กมาก ใส่ชุดคลุมตอนนี้มาแลกเงินเดิมพันแล้วหรือยัง?”
ผู้อาวุโสคนนั้นเอ่ยถามสีหน้าเคร่งเครียด ราวกับว่ากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างไว้ในใจ
“ยังไม่มาแลกขอรับพวกเราเพิ่งมาตรวจสอบใบแทงผู้ประลองใบนี้เอง” หวงซันตอบ
“ยังไม่มาแลกถ้าอย่างนั้นไม่น่าจะใช่คนเมืองสือเฉิงของพวกเราอย่าหาว่าพวกเราไม่เกรงใจก็แล้วกัน”
ผู้อาวุโสเงยหน้าแววตาเป็นประกาย มองไปที่หวงซัน เขายกมือข้างหนึ่งทำท่าเชือดคอ พร้อมกล่าวว่า “เจ้าน่าจะรู้ว่าควรจัดการอย่างไรแล้วนะ พอคนนั้นมาแลกเงินเดิมพัน ก็……”
“นายท่านสามข้ารู้แล้วว่าควรทำอย่างไร ข้าจะจัดการให้เรียบร้อยไร้ร่องรอย ไม่ทิ้งปัญหาไว้แน่”
หวงซันตอบสนองอย่างเด็ดขาดราวกับว่าไม่ได้ทำเช่นนี้เป็นครั้งแรก หลังจากพยักหน้า ก็เหลือบไปมองสาวงามคนนั้นอีกครั้งจากนั้นก็ออกไปจากห้องโถงนั้นอย่างรู้สึกเสียดาย
เช้าตรู่วันต่อมา แดดแรกของเช้าวันใหม่เริ่มสาดส่องปลุกสิ่งมีชีวิตบนโลกให้ตื่นจากการหลับใหล
“ฟู่!”
ตู้เซ่าฝู่พ่นปราณโสมมออกมาจากร่างเขาที่กำลังนั่งขัดสมาธิยืดแขนขึ้นมาบิดขี้เกียจ พร้อมกับมีเสียงกรอบแกรบจากข้อต่อของกระดูกท่าทางของเขาดูกระปรี้กระเปร่าเต็มเปี่ยมตัวพลัง
“พรุ่งนี้ต้องไปฝึกที่เหลยฉือของบ้านสกุลเยี่ยแล้ววันนี้ต้องไปคิดบัญชีแล้วล่ะ”
ตู้เซ่าฝู่ลุกขึ้นยิ้มแฉ่งด้วยสีหน้าสดชื่น หลังจากล้างหน้าล้างตาแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วก็เดินทางออกจากบ้านสกุลตู้ไป
ร้านเป่าไหลเป็นร้านที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งในเมืองสือเฉิงและเป็นหนึ่งในร้านที่เปิดให้วางเงินเดิมพันในการประลองของวัยรุ่นจากสุดยอดห้าสกุลในครั้งนี้ด้วย
แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องเมืองสือเฉิงค่อยๆสว่างจ้าขึ้น มีชายหนุ่มคนหนึ่งที่สวมชุดสีม่วงสวมผ้าคลุมปิดหน้าปิดตาเดินมาหยุดหยู่ที่หน้าร้านเป่าไหลเขาเงยหน้าขึ้นไปมองป้ายร้านเป่าไหลก่อนแป๊บนึง แล้วก็ก้าวเข้าข้างในร้านเป่าไหลไป
เมื่อชายหนุ่มนิรนามคนนี้เดิมเข้ามาในร้านเป่าไหลสายตาของคนในร้านมากมายเป็นประกายขึ้นมา ต่างจับจ้องมาที่ชายหนุ่มคนนี้
“แลกเงินเดิมพันจากใบแทงผู้ประลอง”ชายหนุ่มชุดม่วงคนหนึ่งในใบแทงผู้ประลองใบหนึ่งวางไว้ที่โต๊ะต้อนรับมองไปที่ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ด้านหลังโต๊ะต้อนรับ
เมื่อรับใบแทงผู้ประลองที่วางบนโต๊ะแววตาของหวงซันก็เป็นประกาย หลังจากรับใบแทงผู้ประลองใบนี้ว่า ก็กล่าวว่า “ยินดีด้วยขอรับท่าน ใบแทงผู้ประลองใบนี้ชนะด้วยอัตราเดิมพันที่สูงมากเชิญเข้าไปรับแลกเงินกับข้าที่ด้านในเถิด”
“ได้”
ชายหนุ่มชุดม่วงพยักหน้าเดินตามหวงซันเข้าไปด้านในร้าน
“เร็ว ปิดประตู”
หลังจากชายหนุ่มชุดม่วงเดินตามเข้าไปทางด้านในร้านเงาของคนร้านเป่าไหลจำนวนมากก็ออกมากันจำนวนมาก พร้อมกับรีบปิดประตูร้านแววตาของทุกคนในนี้ดูไม่เป็นมิตรสักเท่าไร
“ท่านไม่ใช่คนเมืองสือเฉิงใช่หรือไม่?”
ภายในร้านบริเวณลานนอกเรือนที่ไม่แคบสักเท่าไรจู่ๆ หวงซันก็หันหลังกลับมา ยิ้มและถามชายหนุ่มชุดม่วงที่สวมผ้าคลุมศีรษะ
“เกี่ยวอะไรกับการแลกเงินเดิมพันจากใบแทงผู้ประลองของข้าด้วยหรือขอวางเงินไว้ทั้งหมด สามหมื่นสามพันเสวียน ไป๋เหมยจากบ้านสกุลไป๋เข้ารอบสี่คนสุดท้ายตามอัตราเดิมพัน น่าจะได้เงินจากการชนะในอัตราร้อยหกสิบเท่าดังนั้นทั้งหมดคือห้าล้านสองแสนแปดหมื่นเสวียน รีบแลกให้ข้าเร็วๆ เถิดข้ายังมีเรื่องต้องทำอีก”มองไม่เห็นสีหน้าของชายชุดม่วงที่ใส่ชุดคลุมหน้าอยู่ทว่าฟังเสียงดูแล้วน่าจะยังเด็กอยู่
เมื่อได้ยินจำนวนเงินที่มากมหาศาลเช่นนั้นหวงซันก็หน้าเสีย รู้สึกหน้าตึงทำสีหน้าไม่ถูก
ใครจะคิดว่าไป๋เหมยที่มีระดับฉานเพียงแค่นั้นจะอยู่จนถึงรอบสี่คนสุดท้ายได้นี่เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อเลย ได้ยินว่าที่ไป๋เหมยได้ถึงจุดนั้นเป็นเพราะตู้เซ่าฝู่จากบ้านสกุลตู้เพราะตู้เซ่าฝู่คุ้มครองนาง ทำให้ไป๋เหมยเข้าสู่รอบสี่คนสุดท้ายแล้ว
เมื่อนึกถึงจุดนี้ หวงซันก็แค้นเคืองตู้เซ่าฝู่จากบ้านสกุลตู้คนนั้นมากหากไม่ได้เพราะเจ้าตู้เซ่าฝู่คนนั้น ร้านเป่าไหลก็คงไม่ขาดทุนย่อยยับขนาดนี้
ทว่าหวงซันชัดเจนความสามารถของตัวเองดีความสามารถของเขาไม่สามารถจัดการตู้เซ่าฝู่เองได้ และยิ่งไปกว่านั้นตู้เซ่าฝู่ยังเป็นคนของบ้านสกุลตู้ร้านเป่าไหลไม่อาจไปมีเรื่องกับบ้านสกุลตู้ได้ ต่อให้ร้านเป่าไหลมีกลุ่มนักล่าอสูรสุราลัยคอยหนุนอยู่ก็ยังไม่สมควรไปมีเรื่องด้วย
“ใบแทงผู้ประลองอะไรคำพูดของท่านข้าฟังไม่เข้าใจ”
สีหน้าของหวงซันกลับมาเป็นปกติจากนั้นเริ่มแสยะยิ้มอันชั่วร้ายออกมา แม้เข้าจะจัดการตู้เซ่าฝู่ไม่ไหว ทว่าชายหนุ่มคนนี้ที่มาหาเขาเขาไม่เกรงกลัวแต่อย่างใดเรื่องที่เขากำลังจะทำต่อจากนี้เขาก็ไม่ได้ทำเป็นครั้งแรก กลุ่มนักล่าอสูรสุราลัยคร่าชีวิตคนและอสูรปีศาจมามากมายแล้ว
ชายหนุ่มชุดม่วงสวมผ้าคลุมศีรษะคนนั้นเงยศีรษะขึ้นมาเขาใช้แววตาที่ดุดันโหดเหี้ยม จ้องมองมาที่หวงซัน
“เจ้าหมายถึงไม่คิดจะจ่ายเงินชนะเดิมพันให้ข้างั้นหรือข้าให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง อย่าตัดสินใจทำอะไรที่ทำให้ตัวเองต้องเสียใจภายหลัง” น้ำเสียงของชายหนุ่มใต้ผ้าคลุมคนนี้เย็นยะเยือกขึ้น
“ฮ่าๆ เสียใจภายหลังงั้นหรือนอกจากสุดยอดห้าสกุลในเมืองสือเฉิงแล้ว พวกเขาก็ไม่มีใครต้องกลัวอีกแล้ว”
หวงซันหัวเราะเสียงดังนอกจากสุดยอดห้าสกุลในเมืองสือเฉิงแล้ว พวกเขายังต้องเกรงกลัวใครอีกยิ่งไปกว่านั้นต่อให้เป็นสุดยอดห้าสกุลในเมืองสือเฉิงพวกเขาก็ยังมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลให้พึ่งอยู่ มิเช่นนั้นร้านเป่าไหลจะตั้งอยู่รอดในเมืองสือเฉิงที่มีสุดยอดห้าสกุลอยู่ได้อย่างไร
เสียงหัวเราะหายไป แววตาของหวงซันสั่นไหวเป็นประกายโบกมือ พร้อมตะโกนให้คำสั่ง “ลงมือเลย!”
“ฟึบๆ!”
เมื่อหวงซันพูดจบ ก็มีเงาคนจำนวนไม่ต่ำกว่ายี่สิบคนพุ่งกระโจนออกมาจากมุมลับแต่ละคนพุ่งมาด้วยสายตาอาฆาต ขณะนั้นชายชุดม่วงตกอยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานถูกรุมกระหน่ำโจมตีแล้ว