บทที่ 23 ชิวหลีเกา
การเคี่ยวชิวหลีเกาต้องใช้เวลา ทั้งใช้ความละเอียดรอบคอบและต้องควบคุมระดับไฟให้เหมาะสม
เมื่อเคี่ยวจนกลายเป็น้ำเชื่อมแล้วจึงใช้ผ้ากรองเอาแต่น้ำ
เอ้อร์เป่าส่งเกี๊ยวเสร็จและกลับมาช่วยเจียงเหลียนจูได้พักใหญ่แล้ว ส่วนต้าเป่าเป็คนสุดท้ายที่กลับมา
เมื่อถูกถามถึงสาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้น
ต้าเป่าจึงเล่าเื่ที่พบกับครอบครัวตระกูลหวังตามความเป็จริง
จากนั้นต้าเป่าก็กล่าวว่า "ระหว่างทางขากลับ ข้าเดินอ้อมไม่ได้ผ่านหน้าบ้านพวกเขาดังนั้นจึงล่าช้าไปครู่หนึ่งขอรับ"
เจียงเหลียนจูมองเขาด้วยรอยยิ้ม เข้าใจ... เข้าใจได้อย่างถ่องแท้
เ้าเด็กคนนี้คิดรอบคอบยิ่งนัก ในเมื่อถูกเกลียดชังถึงเพียงนี้ย่อมต้องกังวลว่าพวกอู่หลางจะดักซ้อมจึงรู้จักเดินอ้อม แต่เ้าเด็กคนนี้รู้จักเดินอ้อมตอนกลับแล้วทำไมตอนไปถึงต้องเดินผ่านหน้าบ้านเขาด้วยเล่า มั่นใจนะว่าไม่ได้ตั้งใจไปยั่วโมโหให้เขาโกรธแค้น?
อย่างไรก็ตามฟังดูแล้วก็น่าพอใจไม่น้อย
ถึงอย่างไรนางก็ไม่กลัวเจียงซื่อ! ครอบครัวตระกูลหวังไม่มีทางเลิกกลั่นแกล้งพวกนางเพียงเพราะพวกนางไปขอโทษและประนีประนอมและจะไม่มีทางทำดีกับพวกนางเพียงเพราะการขอโทษนั้นด้วย
ครอบครัวที่ใจดำและไร้ยางอายเช่นนี้ นางไม่สนใจว่าพวกเขาจะคิดอย่างไรและไม่เกรงกลัวพวกเขาแม้แต่น้อย
"ท่านหัวหน้าหมู่บ้านว่าอย่างไรบ้าง?"
"ท่านหัวหน้าหมู่บ้านบอกว่าต่อไปพวกเราไม่ต้องส่งของให้แล้ว มีของอร่อยก็กินกันเองในบ้าน พวกเราใช้ชีวิตให้ดีก็พอแล้วขอรับ"
เจียงเหลียนจูพยักหน้า หัวหน้าหมู่บ้านผู้นี้เป็คนเที่ยงธรรมนับว่าไม่เลวเลย
"ท่านแม่ ท่านกำลังทำอะไรอยู่หรือขอรับ" ต้าเป่าสังเกตเห็นน้ำเชื่อมในหม้อ
เอ้อร์เป่าที่กำลังควบคุมไฟในเตา หาโอกาสแทรกขึ้นมาได้เสียที "ท่านแม่บอกว่ากำลังต้มชิวหลีเกา ลูกสาลี่กับสมุนไพรพวกนั้นถูกต้มจนกลายเป็น้ำหม้อหนึ่ง พอกรองกากออก ท่านแม่ก็ใส่น้ำตาลแล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อนต่อไป ตอนนี้เริ่มมีกลิ่นหอมหวานแล้ว"
เจียงเหลียนจูยิ้ม "เคี่ยวเสร็จแล้ว เดี๋ยวจะให้พวกเ้ากิน หอมหวานยิ่งนักเชียวล่ะ"
เด็ก ๆ ทั้งหลายต่างเบิกตากว้างด้วยความคาดหวัง
เคี่ยวต่อไปอีกครู่หนึ่งน้ำเชื่อมในหม้อก็ส่งกลิ่นหอมหวานเข้มข้น เจียงเหลียนจูใช้ตะเกียบแตะชิมเล็กน้อย
"ได้ที่แล้ว พวกเ้าเอาชามมา"
ลูกน้อยทั้งสามคนถือชามใบเล็กยืนเรียงแถวกันอย่างเรียบร้อย
เจียงเหลียนจูตักให้คนละช้อนโต๊ะใหญ่ "ลองชิมดูสิ"
ลูกน้อยทั้งสามอดใจไม่ไหว ตอนนี้พวกเขาเลิกกังวลว่าเจียงเหลียนจูจะวางยาพิษฆ่าตนเองแล้วมีหน้าที่เพียงแค่กินก็พอ
อาหารที่ท่านแม่ทำให้พวกเขาทุกครั้ง ล้วนอร่อยจนไม่อาจบรรยายได้
ชิวหลีเกาเป็น้ำเชื่อมเข้มข้นเคี่ยวจากสมุนไพรและน้ำตาลแดง น้ำเชื่อมมีสีน้ำตาลใสเหมือนน้ำชา เมื่อตักขึ้นมาจะดูวาวใสกลิ่นหอมรัญจวนทำให้จิตใจปลอดโปร่ง
ต้าเป่าอุทานขึ้นเป็คนแรก "ท่านแม่ ทำไมชิวหลีเกานี้ถึงไม่มีรสฝาดแล้วขอรับ" ต้องรู้ก่อนว่าสาลี่ป่านั้นฝาดจนปากชาเลยทีเดียว!
"เพราะใส่สมุนไพรและน้ำตาล อีกทั้งยังเคี่ยวเป็เวลานานรสฝาดจึงมลายหายไปสิ้น" เจียงเหลียนจูยิ้มตอบ
เอ้อร์เป่าชิมคำหนึ่งดวงตาก็เป็ประกาย "ทั้งหอมทั้งหวาน ยามไหลลงคอก็รู้สึกลื่นละมุน รู้สึกว่าร่างกายสบายขึ้นมากเลยขอรับ ท่านแม่ สิ่งนี้คือขนมที่เขียนไว้ในหนังสือหรือ?"
เจียงเหลียนจูไม่ปล่อยให้สงสัยอีกต่อไป จึงอธิบายให้พวกเขาฟังว่า "ชิวหลีเกานี้ความจริงแล้วเป็ยา ปกติสามารถกินเป็ขนมหรือดื่มก็ได้ หลัก ๆ ทำจากลูกสาลี่ใส่ชวนเป้ย ใส่ใบปี่พา ยาจีนที่มีสรรพคุณบำรุงน้ำลายแล้วนำมาเคี่ยวรวมกับน้ำผึ้ง แต่บ้านเราไม่มีน้ำผึ้งมีแต่น้ำตาลแดง ข้าจึงใช้น้ำตาลแดงแทน"
"ชิวหลีเกามีสรรพคุณดีในการรักษาอาการไอแห้งที่เกิดจากปอดร้อน ไอเป็เื แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก และมีเสมหะ ไม่ว่าจะเป็ผู้ป่วยชายหญิง เด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถรับประทานได้หรือจะกินเป็ขนมหวานก็ช่วยบำรุงน้ำลายแก้กระหายและป้องกันอาการไอได้"
ซานเป่ากินอย่างเอร็ดอร่อยจนหมดชามเล็ก แล้วยื่นชามมาตรงหน้าเจียงเหลียนจู "อ้าม..."
ท่าทางนี้แสดงว่านางถูกใจชิวหลีเกาเป็อย่างมาก
ต้าเป่ากินอย่างใจเย็น เขามองชิวหลีเกาที่เหลือในหม้ออย่างครุ่นคิด "ท่านแม่ ชิวหลีเกานี้ทั้งอร่อยและมีประโยชน์มาก พวกเรานำไปขายในเมืองเพื่อหาเงินได้หรือไม่ขอรับ?"
เจียงเหลียนจูยิ้ม "ยังคงเป็ต้าเป่าที่รู้ใจแม่ที่สุด ข้าคิดแบบนั้นพอดี ตอนนี้เป็ฤดูใบไม้ร่วงซึ่งเป็ฤดูที่แห้งแล้ง หลายคนจะมีอาการไอแห้งและแน่นหน้าอก พรุ่งนี้มีตลาด ข้าตั้งใจจะไปขายชิวหลีเกาพอดี"
เอ้อร์เป่ารีบบอกด้วยสายตาอ้อนวอนทันที "ท่านแม่ พวกข้าจะช่วยท่านแม่ขาย พาพวกข้าไปตลาดนัดด้วยนะขอรับ"
หนานเป่าน้อยก็เงยหน้าขึ้นจากชาม ส่งเสียงอ้อ ๆ อยู่สองสามคราพร้อมกับกะพริบตากลมโต
ความหมายคืออยากไปด้วยเช่นกัน
เจียงเหลียนจูยิ้ม "ตกลง ไปด้วยกันหมดนี่แหละ พวกเราแม่ลูกนั่งรถเทียมวัวไปกันนะ"
เมื่อวานไปตลาดเหลือเงินอยู่หลายสิบอีแปะ เพียงพอสำหรับค่ารถเทียมวัวไปกลับของทั้งครอบครัวและยังสามารถกินซาลาเปาไส้หมูชิ้นโตเป็อาหารเช้าได้อีกด้วย
เมื่อมีความหวัง ทุกคนต่างมีความสุขและล้างตัวเข้านอน
ก่อนนอน เอ้อร์เป่าไปให้อาหารลูกหมาอีกครั้งจึงนอนหลับได้อย่างสบายใจ
พอถึงกลางดึก ลูกหมาป่าน้อยทั้งหลายอาจจะคิดถึงแม่หมาป่าหรืออย่างไร จึงเริ่มส่งเสียงร้อง อู้ว ๆ เสียงไม่ดังนัก แต่ในยามค่ำคืนกลับได้ยินชัดเจนเป็พิเศษ
เจียงเหลียนจูลุกขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อให้อาหารเหลวแก่ลูกหมาป่าน้อยเมื่อปลอบพวกมันจนสงบลงแล้วจึงนอนต่อ
เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่ท้องฟ้ายังไม่สว่างดี นางยังคงตื่นแต่เช้าในขณะที่เด็ก ๆ ยังหลับอยู่
นางฝึกวิชาหมัดมวยและการยืนท่าม้าอยู่ในลานบ้าน
การออกกำลังกายเป็เื่ที่ละเลยไม่ได้
หลังจากร่ายรำเพลงหมัดจบชุดหนึ่งก็ได้ยินเสียงต้าเป่า เด็กคนนี้ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูแอบมองอยู่เงียบ ๆ
เจียงเหลียนจูกวักมือเรียกให้เขาเข้ามา "แม่จะสอนวิชาหมัดมวยให้ เ้าอยากเรียนหรือไม่?"
ต้าเป่าตอบโดยไม่ลังเล "อยากเรียนขอรับ!"
เจียงเหลียนจูชอบเขาที่เป็แบบนี้ อะไรก็เก็บไว้ในใจ ไม่ถามมาก แต่มีความเข้าใจโลกเป็นิสัยที่ดีมาก
"ถ้าอย่างนั้น ทุกเช้าต้องตื่นมาพร้อมกับแม่ ฝึกพื้นฐานบางอย่าง ตอนนี้แม่เริ่มไม่ชำนาญเหมือนเมื่อก่อนแล้ว พอดีเลยที่จะต้องเริ่มฝึกใหม่ั้แ่ต้น"
ต้าเป่า "ขอรับ!"
เจียงเหลียนจูฝึกคนเดียวก็ต้องฝึก มีสองคนก็ต้องฝึก มีลูกชายมาเป็เพื่อนฝึกเวลาจึงผ่านไปเร็วขึ้น
เมื่อท้องฟ้าเริ่มสว่าง เจียงเหลียนจูก็เก็บข้าวของ ทั้งไก่ป่าสามตัว กระต่ายป่าสองตัว สมุนไพร เห็ด และของที่กินได้ นางไม่ได้นำไปขาย สิ่งเหล่านี้เก็บไว้กินที่บ้าน ในบ้านมีเด็กหลายคน มีของกินเท่าไหร่ก็หมด คำที่ว่าลูกชายวัยกำลังโตจะทำให้บิดาจนลงนั้นไม่ใช่เื่ล้อเล่น อีกทั้งของพวกนี้ขายได้เงินไม่กี่อีแปะ
เป้าหมายหลักของนางคือ้านำโสมคนอายุร้อยปีต้นนั้นไปขายและดูว่าตลาดของชิวหลีเกาจะเป็อย่างไร
ต้าเป่าปลุกเอ้อร์เป่าและหนานเป่าน้อยให้ตื่นนอน
เจียงเหลียนจูให้พวกเขาสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ เมื่อเด็ก ๆ ได้ยินก็ยิ่งตื่นเต้น
ต่างแย่งกันล้างหน้าอย่างกระตือรือร้น
เจียงเหลียนจูยังมัดผมทรงจุกเล็ก ๆ สองข้างให้หนานเป่าน้อย สวมชุดสีแดงมงคล พร้อมกับผมจุกสองข้าง สองวันนี้ถูกเจียงเหลียนจูเลี้ยงดูด้วยอาหารและเครื่องดื่มที่ดีทุกวัน เ้าก้อนแป้งน้อยจึงดูสดใสผิวพรรณเนียนนุ่มน่ารักเหมือนตุ๊กตานำโชค
เมื่อมองไปที่ต้าเป่า เครื่องหน้าคมชัดดูเป็ผู้ใหญ่เกินตัว ในอนาคตเมื่อเติบโตขึ้นไม่รู้ว่าจะเป็ที่หมายปองของหญิงสาวจำนวนเท่าใด