คนธรส มาทำงานกับ ก้องภพ ในตำแหน่งผู้ช่วยของชายหนุ่ม โดยที่หญิงสาวจะต้องนั่งทำงานอยู่ห้องทำงานของ ก้องภพ
“ทำไมต้องให้รสนั่งทำงานในห้องทำงานของพี่ด้วยล่ะคะ จริงๆ รสนั่งอยู่ข้างนอกก็ได้?” คนธรส ถามขึ้นอย่างสงสัย
“ใครจะกล้าให้ว่าที่ลูกสะใภ้คนโปรดของคุณแม่ ไปนั่งทำงานอยู่ข้างนอกเหมือนพนักงานทั่วไปได้ล่ะ” ก้องภพ กล่าวประชดประชัน
“งั้นก็หาห้องให้รสนั่งทำงานไปเลยสิค่ะ จะได้ไม่ต้องมาทนเห็นหน้ากันอยู่แบบนี้ทั้งวันและก็ทุกวันไงคะ” คนธรส กล่าวเสนอความคิดเห็นออกมาเพราะไม่อยากให้ชายหนุ่มต้องมาอึดอัดใจเพราะเธอ เพราะที่โดนจับให้แต่งงานกันก็แย่พออยู่แล้ว
“เสียใจนะสาวน้อย ไม่มีห้องว่างสำหรับคุณหรอก และผมคิดว่าคุณทำงานอยู่ในห้องของผมนะดีแล้ว เพราะจะได้อยู่ในสายตาของผมด้วย” ก้องภพ กล่าวพร้อมกับหรี่ตามองคนตัวเล็ก และเดินเข้ามาหาที่ละก้าวๆ คนธรส เห็นดังนั้นก็ถอยหลังไปจนไปติดที่ผนังห้องอย่างช่วยไม่ได้
“พี่ภพ จะทำอะไรคะ? ไม่ต้องเข้ามาเลยนะ ถอยออกไปเลย” คนธรส ดันหน้าอกชายหนุ่มไว้ด้วยแรงอันน้อยนิดที่มี แต่ก็ไม่เป็ผลสำเร็จ ชายหนุ่มขยับเข้ามาใกล้ร่างบางจนแนบชิดสนิทกัน
“ปล่อยรสนะคะ พะ พี่จะทำอะไรน่ะ?” คนธรส กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นๆ
“ก็จะขอใช้สิทธิ์ล่วงหน้าสักหน่อยไงละทูนหัว” ว่าแล้ว ก้องภพ ก็ก้มลงปิดปากคนตัวเล็ก ด้วยปากของเขาอย่างชำนิชำนาญ
“อื้อออ!..” คนธรส กำลังจะเอ่ยประท้วง ก็ถูกปิดปากบางจิ้มลิ้มนั้นเอาไว้เสียก่อน จึงทำให้ต้องกลืนคำพูดที่จะกล่าวประท้วงลงไปในคอ ก้องภพ จูบไปรอบๆ เรียวปากบางจิ้มลิ้ม จนคนตัวเล็กสั่นสะท้าน อ่อนระทวยและเผลอไผลคล้อยตามไปด้วยกับการกระทำนั้น
ชายหนุ่มสอดลิ้นสากอุ่นร้อนลื่นเข้าไปในโพรงบางอันแสนหวานล้ำนั้น อย่างโหยหา พร้อมกับใช้ลิ้นสากอุ่นร้อนลื่น ดูดดึง หยอกเย้า ไล่ต้อน หลอกล่อ ให้หลงใหลไปกับการััของเขา จนทำให้ร่างสั่นสะท้านแล้วสะท้านอีก เสียวซาบซ่าน แทบจะทรงตัวเอาไว้ไม่อยู่ จึงต้องยกแขนเรียวเล็กขึ้นคล้องคอคนตัวโตไว้ เพื่อเป็หลักพิง ไม่ให้ร่างล้มพับลงไปกองบนพื้นห้อง
นานพอดูกว่าที่ชายหนุ่มจะถอนปากออกจากปากบางจิ้มลิ้ม ก้องภพมองริมฝีปากของคนตัวเล็ก ที่เขาเป็ผู้ทำให้มันเจ่อบวมแดงระเรื่อขึ้นมา ด้วยความหลงใหล ทำไมนะเวลาที่เขาอยู่ใกล้ผู้หญิงคนนี้ความอดทนของเขาจะลดระดับลงไปแทบจะไม่เหลือเลย เธอมีเวทมนต์อันใดกัน ถึงทำให้เขาเป็อย่างนี้ ทั้งที่สาวเ้าก็อยู่เฉยๆ ไม่ได้เล่นหูเล่นตา หรือยั่วยวนอะไรเขาเลยแม้แต่สักนิดเดียว
“อุ้ย! ขะ ขอโทษค่ะ คุณภพ ฤทัยเคาะประตูแล้วนะคะ” ฤทัย เลขาของก้องภพเปิดประตูเข้ามา เพื่อจะมารายงานงานที่จะต้องทำในวันนี้ให้ ก้องภพ ได้รับรู้รับทราบ
“ไม่เป็ไรครับ คุณฤทัย” ก้องภพ กล่าวขึ้น พร้อมกับผละออกห่างจากคนตัวเล็ก พร้อมกับดึงมือเรียวเล็กให้เดินตามไปนั่งลงยังโต๊ะทำงาน ที่ชายหนุ่มได้ให้คนจัดไว้สำหรับเป็ที่นั่งทำงานของ คนธรส
หญิงสาวไม่กล้าเงยมองผู้มาใหม่เลยเพราะรู้สึกอายมากมาย จนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี ใบหน้า คนธรส แดงระเรื่อราวกับลูกตำลึงสุกยังไงยังงั้นในตอนนี้
และเมื่อ คนธรส นั่งลงประจำโต๊ะทำงานของเธอแล้ว ก้องภพ ก็เดินไปนั่งลงประจำที่นั่งของตัวเอง และฟังตารางการทำงาน ที่เลขาของเขารายงานให้รับทราบว่าจะต้องมีอะไรที่ ก้องภพ จะต้องทำให้วันนี้บ้าง
“ตอนเช้าคุณภพมีประชุมกับผู้บริหาร และ่บ่ายมีประชุมกับลูกค้า และพอ่เย็นมีนัดทานข้าวกับคุณเรนุกาค่ะ” ฤทัย กล่าวรายงานตารางของวันนี้ให้รับทราบ
“อืม!.. คุณฤทัยช่วยยกเลิกนัด คุณเรนุกา ให้ผมด้วยก็แล้วกันนะ เพราะวันนี้ผมจะต้องทานข้าวเย็นกับคุณแม่ และก็ว่าที่เมียน่ะ” ก้องภพ สั่งการ ฤทัย เลขาของตนให้ดำเนินการตามที่บอกด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
“ว่าที่เมีย!.. คุณก้องภพ กำลังจะแต่งงานหรือคะ?” ฤทัย เอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัยใคร่รู้ เพราะ ก้องภพ ไม่เคยมีวี่แววว่าจะคบใครจริงจังเลยสักคน เพราะคู่ควงของเขาแต่ละคน ถึงแม้จะมีดีกรีเป็ถึงดารานางแบบชั้นนำของประเทศก็ตาม แต่ก็เป็ได้แค่คู่ควงเท่านั้นเอง ชายหนุ่มไม่ได้คิดที่จะจริงจังกับใคร
“ใช่ ก็เร็วๆ นี้แหละ” ก้องภพ เอ่ยตอบพร้อมกับมองไปยังคนตัวเล็ก ที่นั่งทำงานอยู่อีกมุงหนึ่งของห้องทำงานของเขา ซึ่ง คนธรส ก้มหน้าก้มตา ไม่ยอมมองหน้าคนที่อยู่ในห้องเลยแม้แต่คนเดียว เพราะรู้สึกเขินอายขึ้นมายังไงบอกไม่ถูก
๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗