บทนำ
หวังกุ้ยฮวารู้สึกว่าชีวิตนี้ช่างแสนสั้น...
เพียงพริบตาก็จบสิ้นเสียแล้ว...
“ฮองเฮา ได้โปรดเสวยยาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
“ยาหรือ...” นางหัวเราะขื่น มองดูขันทีคนสนิทคล้ายไม่รู้จัก นางเก็บฟ่านเจี๋ยผู้นี้มาเลี้ยงั้แ่ยังเล็ก ยามนั้นเขาถูกขันทีาุโทุบตีจนแทบสิ้นไร้เรี่ยวแรง ไม่นึกว่าวันนี้อีกฝ่ายจะเป็ผู้มอบสำรับสุดท้ายพร้อมกับยาพิษให้กับนาง
ยาอะไรกันเล่า...
ยาที่จะดับลมหายใจสุดท้ายของนางน่ะสิ
“ได้โปรดเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
“แม้แต่เ้าก็เชื่อเขาหรือ”
“ฮองเฮา... ความผิดนี้สาหัสนัก ได้โปรดเถิดพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าาทรงมีเมตตามากยิ่งแล้ว”
คราวนี้เขาถึงกับโขกศีรษะจนหน้าผากแตก หวังกุ้ยฮวารู้สึกคล้ายยิ้มไม่คล้ายยิ้ม ดวงตาของนางว่างเปล่า บุรุษผู้นั้นฝีปากดีนัก เพียงไม่นานเขาก็ชักจูงคนที่เคยรับใช้นางไปจนหมดสิ้น
ยามนี้...นางเหลือเพียงตัวอย่างแท้จริง
“เมตตาหรือ... เกรงว่าคำนี้จะใช้กับบุรุษเช่นนั้นไม่ได้” นางเหยียดยิ้มหยัน คนอย่างหลี่เยียนเอาอะไรมามีเมตตา เขาใช้นางเป็กำแพงคุ้มภัย ใช้ครอบครัวของนางเป็โล่รับหอก ผลักชีวิตแล้วชีวิตเล่าไปตายแทนตน ยามนี้ก็จะกำจัดนางให้พ้นทาง
“แล้วบุรุษเช่นเปิ่นหวาง... ควรใช้นิยามใดเล่า”
เงามืดทาบลงเบื้องหน้า แต่หวังกุ้ยฮวาไม่ได้เงยมอง นางพบว่ายามนี้แม้แต่เสียงของเขาก็ชวนให้อยากอาเจียน เหตุใดนางในอดีตถึงได้หลงคารมบุรุษผู้ตลบแตลงเช่นนี้ได้กัน
“สับปลับ กลับกลอก ทรราช”
นางหัวเราะเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงฟ่านเจี๋ยขยับจนชนลูกกรงเหล็ก ไม่ว่าใครก็คงไม่คาดคิดว่านางจะโพล่งคำด่าออกมาต่อหน้าฮ่องเต้เช่นนี้
แต่แล้วอย่างไรเล่า... ในเมื่อถูกยัดเยียดความผิดถึงตายมาแล้วก็ขอสาปแช่งให้สาแก่ใจ
“สามานย์ น่ารังเกียจ ขยะแขยง”
สีหน้าของหลี่เยียนมืดครึ้ม เท้าก้าวประชิดลูกกรงมากขึ้นเรื่อยๆ มือของชายหนุ่มยื่นไปข้างหลัง ผู้คุมจึงส่งกุญแจให้อย่างรวดเร็ว
“เส็งเคร็ง อัปรีย์ สถุล”
ประตูห้องขังถูกผลักเปิด ร่างสูงของบุรุษผู้ทรงอาภรณ์สีทองปักลายัทะยานก้าวเข้ามาใกล้ หวังกุ้ยฮวามองเห็นเพียงชายที่ปักลายคลื่นน้ำกับวิหค นางไม่คิดจะเงยมองแต่หลี่เยียนกลับกระชากเส้นผมจนใบหน้างดงามเผยเต็มสายตา
ดวงตาหงส์เต็มไปด้วยความเคียดแค้น หากโลหิตสามารถไหลแทนน้ำตาคราบจางๆ บนใบหน้างดงามคงเป็สีชาดผสานกลิ่นคาว
“เ้ากล้า!”
“ฝ่าาประชวรหรือเพคะ พระองค์ถามหม่อมฉันก็ตอบ ยังมีสิ่งใดที่ไม่กล้ากัน หรือว่าถูกเป่าหูจนฟังสิ่งอื่นไม่ได้ยินแล้วเล่า”
เพียะ!
“แพศยา! เจียมตัวเสียบ้าง รู้ไว้ซะว่ายามนี้เ้าอยู่ในฐานะใด”
หวังกุ้ยฮวายกมือแตะแก้มข้างที่ถูกตบ นางถุยน้ำลายลงเฉียดปลายเสื้อคลุมของสวามีอย่างรังเกียจ ปกติแล้วนางไม่ใช่คนไร้มารยาทเช่นนี้ แต่กับคนหยาบช้าเช่นเขาจะกระด้างสักหน่อยก็คงไม่เป็ไรกระมัง
หากไม่ได้เอาคืนสักหน่อยนางคงตายตาไม่หลับ
“ผีฮองเฮาอย่างไรเล่า ท่านยัดเยียดฐานะนี้ให้ข้าเองไม่ใช่หรือ จากนี้จะทำอย่างไรต่อเล่า ยกย่องจีอิ๋งเฟยออกหน้าเป็มารดาแคว้นหรือ ต่อให้ยามนี้ผู้คนจะตาไม่แจ้ง แต่ยามนั้นคงไม่ง่ายนักหรอกหลี่เยียน!”
“เ้ากล้าเอ่ยนามเปิ่นหวาง!”
พระนามฮ่องเต้สูงส่งเทียมฟ้า หากไม่ได้รับอนุญาตไม่ควรเอ่ยนาม แม้จะออกเรือนให้กับบุรุษผู้นี้ั้แ่เขายังเป็แค่องค์ชายเล็กๆ นอกสายตา แต่หวังกุ้ยฮวาก็ไม่เคยได้รับโอกาสให้ขานนามเขาแม้สักครา
เป็นางเองที่โง่งม
เป็นางเองที่หลงผิดคิดว่าเขารักตนเหมือนที่นางค่อยๆ ยกมอบหัวใจกับเขา
กว่าจะรู้ว่ากลายเป็เพียงหมากตัวหนึ่งที่รอวันเขี่ยทิ้งก็สายเกินไป นางสูญสิ้นทุกอย่าง ทั้งครอบครัว พี่น้อง บุตรธิดาและหัวใจที่เคยมีรักให้กับหลี่เยียน
วันนี้นางจะขอควักหัวใจตนเอง
เหยียบซ้ำด้วยสองเท้าที่เคยก้าวเข้ามากราบไหว้ฟ้าดินร่วมกันกับเขา
ขยี้จนแหลกให้สมกับความเ็ปทั้งหมดที่ถูกหลอกใช้จนซากศพกองเป็ูเา
“นามท่านหรือ... สูงส่งที่ไหนกันเล่า บุรุษเช่นท่านมีอะไรให้ข้าหวั่นเกรง ข้าอยากด่าก็ด่า อยากเรียกชื่อก็เรียก วางใจเถิด... ข้าไม่คิดจะเรียกเหมือนกับที่จีอิ๋งเฟยขานนามบนเตียงหรอก”
“สารเลว! เ้าไม่มีสิทธิ์เอ่ยนามนาง”
ใบหน้าของหวังกุ้ยฮวาหันไปตามแรงตบ ยามนี้แก้มสองข้างของนางบวมเท่ากันแล้ว เืในปากก็น่าจะคั่งถึงรับรู้ได้ถึงความคาว หญิงสาวถ่มน้ำลายลงพื้นอีกครั้ง สะบัดตัวออกจากการจับกุมของฮ่องเต้หนุ่มที่ยามนี้โทสะโหมแรงขึ้นกว่าเดิม
นางถอยจนชิดกำแพงหินเย็นเฉียบ ตะไคร่น้ำเกาะจนทำให้มือลื่นยากวางพิง ถึงอย่างนั้นหวังกุ้ยฮวาก็ยังรั้น ดวงตาของนางไม่ยอมแพ้ แม้สองขาจะสั่นเทาแต่ก็ยังยืนหยัดสู้ไม่ถอย
ไม่มีสิทธิ์หรือ...
ใครกันแน่ที่ไม่มีสิทธิ์
“อะไรกันเล่าหลี่เยียน นามเ้าข้ายังกล้าเอ่ย เอาอะไรมาห้ามไม่ให้ข้าพูดถึงนางแพศยาผู้นั้น”
“หวังกุ้ยฮวา! หุบปาก!!”
หลี่เยียนย่างสามขุมเข้ามาใกล้ มือหนาบีบลำคอของสตรีซึ่งช่วยผลักดันให้เขาก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด เขาไม่ได้อยากทำเช่นนี้ แต่หวังกุ้ยฮวารู้ความลับของเขามากเกินไป เขาอาจผลักให้นางออกบวชเพื่อมอบตำแหน่งฮองเฮาให้กับจีอิ๋งเฟยได้ทว่าคนตายเท่านั้นที่ไม่อาจเผยความลับตลอดกาล
ต่อให้จะเป็สหายร่วมรบหรือคนที่เคยสนับสนุนหลี่เยียนก็ไม่คิดเก็บไว้ การแย่งชิงบัลลังก์ไม่ง่าย ดังนั้นเขาจะไม่ยอมหลงเหลือจุดอ่อนให้ผู้ใดใช้แย่งชิง
สตรีนางนี้เป็จุดอ่อนนั้น...
เพราะนางรู้ถึงความโสมมทุกอย่างที่เขาเคยกระทำ
“หลี่เยียน... อย่ารั้งรออีกเลย ฆ่าข้า... ฆ่าด้วยสองมือของเ้า”
หวังกุ้ยฮวารู้ว่าเขาไม่ชอบการท้าทาย ดวงตาของชายหนุ่มยามนี้ครึ้มดำ เมื่อพิศมองดูราวกับห้วงแห่งอนธการอันไร้ที่สิ้นสุด สำหรับบางคนอาจหวาดหวั่น แต่นางในยามนี้ไม่มีสิ่งใดจะสูญเสีย
อยากฆ่านางหรือ...
เช่นนั้นก็ฆ่าด้วยมือของตนเอง
อย่าทำทีเป็มอบยาพิษใต้คราบของยารักษา หลบอยู่หลังขันทีไม่กล้าลงมือด้วย
ขลาดเขลานัก!
ยังขี้ขลาดตาขาวไม่เคยเปลี่ยน!!
“หวังกุ้ยฮวา!”
แรงบีบที่คอแรงขึ้นแต่เ้าของนามกลับไม่นำพา หญิงสาวเหยียดยิ้มหยันหัวเราะเสียงดังทั้งที่ลำคอคล้ายจะขาดออกจากกัน
“ไม่กล้าหรือ แค่ก! ไม่สินะ... เ้าเป็แบบนี้เสมอ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่ผลักให้ข้าเป็ผู้ลงมือ แค่กๆ สาแก่ใจแล้วหรือไม่เล่า บัลลังก์เืนี้ที่ได้มา อำนาจในมือยามนี้ของเ้าก็เป็เพราะข้าหามามอบให้”
“หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้!!”
หลี่เยียนไม่้าฟัง เขาไม่อยากได้ยินใครตอกย้ำว่าเกาะชายกระโปรงผู้หญิงขึ้นสู่อำนาจ ยามนี้เขาสังหารคนปากมากเ่าั้ไปหลายคน เหลือก็เพียงแต่ตัวการที่เขายังไม่อาจตัดใจทำร้ายนางจนถึงที่สุด
หวังกุ้ยฮวาอยู่เคียงข้างเขาทุกเวลา ั้แ่ยามที่ไม่มีใครจนกระทั่งมีมือมากมายยื่นมาหา ทว่าเขาไม่อาจปล่อยนางไป ไม่เช่นนั้นความสงบในอนาคตจะต้องถูกทำลาย
“ไม่กล้าฟังหรือ ทำไมกันเล่า หรือเพราะข้าไม่เคยกระซิบอย่างอ่อนหวานที่ข้างหูของเ้ากัน ฮะๆๆ”
ผู้ถูกจับกุมหัวเราะเย้ยหยัน เส้นเืในดวงตาแดงก่ำ ความเคียดแค้นล้นอกเพราะเชื่อใจคนผิด ทว่ากลับไม่มีกำลังจะทำได้แม้แต่หลีกหนี
หวังกุ้ยฮวาไม่ได้ชิงชังแค่หลี่เยียน แต่นางยังรังเกียจตนเองที่มีตาหามีแววไม่ ถูกงูพิษแว้งกัดคราวแล้วคราวเล่ายังไม่รู้ตัว มักสร้างข้อแก้ตัวให้เขาเพื่อให้ตนสามารถยอมรับได้เสมอ
ต้องรอให้ภัยมาถึงตัวค่อยกระจ่างว่าในใจของบุรุษผู้นี้ไม่เคยมีนางอยู่แม้เศษเสี้ยว
“ถ้าเ้ายอมตัดลิ้น เปิ่นหวางจะไม่ฆ่าเ้า”
ความบ้าคลั่งของสตรีที่เคียงกายมาตลอดหลายปีทำให้หลี่เยียนลดความมุละทุลง เขาไม่เคยเห็นนางกรีดร้องสุดเสียงขนาดนี้มาก่อน เดิมคิดว่าฟ่านเจี๋ยจะทำให้นางลดทิฐิลง แต่ดูเหมือนเขาจะมองนางผิดไป
แท้จริงแล้วเขากลับไม่เคยเข้าใจหวังกุ้ยฮวาเลย
“ฆ่าข้าเสีย... ถ้าข้ายังมีชีวิตอยู่ข้าสาบานว่าจะกลับมาแก้แค้นเ้าให้ตายทั้งเป็ ต่อให้เ้าตัดลิ้นข้าก็จะใช้มือเขียน ต่อให้เ้าตัดแขนข้าก็จะใช้เท้าเขี่ย ถ้าเ้าตัดจนไม่เหลือสิ่งใดแล้วก็ฝังร่างข้าทิ้ง ไม่สิ! ทิ้งร่างข้าลงน้ำให้สายธารพาข้าลอยไปไกลแสนไกลเสียเถอะ เพราะถ้าข้ายังอยู่ในแผ่นดินนี้ อย่างไรก็จะไม่ยอมให้เ้าได้อยู่อย่างสงบสุข”
เสียงของหญิงสาวแหบแห้ง นางเริ่มไอมากขึ้นเพราะนิ้วแกร่งยังกักขังลำคอเอาไว้ แม้หลี่เยียนจะผ่อนแรงลงไปบ้างแล้ว แต่สตรีที่ถูกกักขังอยู่ในคุกมานานนับเดือนจะยังหลงเหลือเรี่ยวแรงต่อสู้กับเขาได้อีกนานเพียงใด
หวังกุ้ยฮวาตัดสินใจั้แ่แรกแล้วว่าจะอยู่จนกว่าเขาจะมาหา
และจะตายต่อหน้าเขา...
สาปแช่งให้เขาไม่อาจหลับสนิทตลอดกาล
“หวังกุ้ยฮวา!”
ความผูกพันที่มีอยู่เจือจางทำให้หลี่เยียนตัดใจบีบจุดตายของนางไม่ลง ทว่าหวังกุ้ยฮวารู้ดีว่าสิ่งใดจะทำให้อีกฝ่ายฉุนจนขาดสติ
“ต้องรอให้ข้าสาปแช่งจีอิ๋งเฟยก่อนหรือเ้าถึงจะลงมือ ถ้าเช่นนั้น--”
“หญิงสารเลว! ทั้งที่เปิ่นหวางจะให้โอกาสเ้า!!”
หวังกุ้ยฮวาสำรอกออกมาเป็เืหลังจากฮ่องเต้หนุ่มเผลอบีบคอด้วยแรงโทสะก่อนจะสะบัดทิ้ง แต่ชายหนุ่มลืมไปว่าหญิงสาวไม่ใช่ทหารทนมือทนเท้า เมื่อถูกเขวี้ยงจึงกระแทกกับกำแพงจนศีรษะแตก
แม้จะแตกตื่นกับการกระทำของตัวเองแต่หลี่เยียนกลับละล้าละลังอยู่กลางห้อง ไม่เหมือนฮ่องเต้ผู้เด็ดขาดในท้องพระโรง แต่ราวกับเด็กน้อยหลงทางที่สูญเสียมารดาชี้นำ
ความเจ็บแปลบแล่นพล่านทั่วร่างของฮองเฮาที่ถูกส่งเข้าคุกหลวง สตรีทั่วไปทำผิดคงถูกขับไปสำนึกผิดในตำหนักเย็น ต่อให้้าปะาก็ยังควรมีสภาพศพที่สวยงามเพื่อคนภายนอกจะไม่ด่าทอว่าฮ่องเต้โหดร้ายทารุณ แต่ฮ่องเต้บัดซบอย่างหลี่เยียนจะรู้ได้อย่างไร เขาคิดว่ายามนี้บัลลังก์มั่นคงแล้วถึงได้ลงมือเก็บผู้สนับสนุนเก่าจนเหลือแต่คนปลิ้นปล้อนในปัจจุบัน
ช่างเถิด...
ถ้าเขาคิดว่าจีอิ๋งเฟยเหมาะสมจะเป็ฮองเฮาก็ช่าง สตรีที่มีพื้นเพจากคณิกาหอโคมแดงผู้นั้นคงจะช่วยให้บัลลังก์ของหลี่เยียนมั่นคงขึ้นหรอก
หวังกุ้ยฮวาอยากอยู่ดูจุดจบของหลี่เยียนยิ่งนัก น่าเสียดายที่ร่างกายของนางไม่อาจทนทานได้อีกต่อไป
นางต้องพิษไข้เย็นเพราะอากาศอันหนาวเหน็บมาสักพักแล้ว แม้หมอหลวงจะบอกให้รักษาแต่นางก็ดึงดัน คอยจนสวามีมาพบหน้าเพื่อสนทนา หรืออีกเหตุผลคือให้เขาต้องฝังใจกับการตายของนางจนไม่อาจลบเลือน
“ไปตายซะ! หลี่เยียน!!”
ดวงตาของหวังกุ้ยฮวายังเบิกโพลง แต่ร่างกายของนางแน่นิ่งไปเสียแล้ว หลี่เยียนผวาเข้าไปหาสตรีตรงหน้าจับร่างที่ยังอุ่นแล้วเร่งให้คนไปตามหมอ ชายหนุ่มยังเขย่าแขนภรรยาอยู่แบบนั้น เชื่อมั่นว่าสตรีอย่างหวังกุ้ยฮวาไม่มีทางจะจากไปง่ายๆ
“ฝ่าา... ฮองเฮาสิ้นพระชนม์แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
แม้ไม่ต้องตรวจชิดใกล้หมอหลวงก็รู้ในทันที เขาทราบอยู่แล้วว่าฮองเฮาป่วยจากภายใน หลายปีมานี้รับยาพิษแทนฮ่องเต้ไม่รู้เท่าไร ยิ่งถูกกักขังในสถานที่อับชื้นอย่างคุกใต้ดินยิ่งทำให้อาการกำเริบได้ง่ายกว่าปกติ
แต่เพราะพระนางมีรับสั่งไม่ให้บอกเลยไม่มีใครรายงานให้หลี่เยียนรู้ ตัวฮ่องเต้หนุ่มก็ไม่ได้มีจิตพิศวาสหวังกุ้ยฮวาจึงปล่อยปละละเลยไร้ความสนใจ
ทว่าเวลานี้เขากลับ้ายื้อนางเอาไว้
“เ้าเป็หมอไม่ใช่หรือ ต้องรักษานางได้สิ! ถ้าเ้าทำไม่ได้ก็ไปหาคนอื่นมา เปิ่นหวางจะต้องได้ยินเสียงนาง ได้ยินนางด่าว่าเปิ่นหวางอีก!”
“ฝ่าา... ได้โปรดเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
หมอหลวงทั้งหมดถูกตามมาเข้าเฝ้า ยามนี้คุกหลวงแออัดไปด้วยผู้คนที่คุกเข่าขอให้ฮ่องเต้ยอมรับความจริง
แรกก็ตั้งใจกำจัดนางทิ้ง ยามนี้ผู้อื่นจากไปพร้อมรอยอาฆาตจะยังยื้อไว้เพื่อสิ่งใด
“ฝ่าา... ฮองเฮาจากไปแล้วจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ”
ฟ่านเจี๋ยที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดพยายามฝืนกลั้นน้ำตา เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ความเ็ปทิ่มแทงลงไปทั่วร่าง ขันทีหนุ่มคุกเข่าลง โขกศีรษะจนแผลบนหน้าผากชุ่มไปด้วยโลหิต
ไม่ต่างจากหมอหลวงทั้งหมดที่ต่างก็ทำตาม เสียงเนื้อกระทบศิลาดังกึกก้อง ประหนึ่งเพลงบรรเลงส่งิญญาแด่หวังฮองเฮา
หวังกุ้ยฮวาได้รับสมญาคุณหนูอันดับหนึ่งในวัยสิบห้า แต่งเป็ชายาเอกขององค์ชายสิบหลี่เยียนในวัยสิบหก ผลักดันจนเขาขึ้นเป็รัชทายาทตอนอายุสิบแปด กลายเป็มารดาของแคว้นตอนอายุยี่สิบสอง
สุดท้าย...
จบชีวิตในฐานะฮองเฮาตอนอายุยี่สิบห้า