การเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร

    ตอนที่ 18 โควต้าชั้นเรียนอัจฉริยะของสถาบันอสูรฟ้าคราม

    จวนเจ้าเมือง
           ภายในจวนเจ้าเมือง เสวี่ยซานเจ้าเมืองอสูรจันทรากำลังยืนอยู่หน้ากระจกสื่อสารระยะไกลซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่เผ่าพันธุ์มนุษย์สร้างขึ้น โดยอุปกรณ์กระจกสื่อสารระยะไกล สามารถใช้พูดคุยสื่อสารกันได้ทั่วทั้งสามอาณาจักร
           กระจกสื่อสารระยะไกลที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ตามความเหมาะสมของการใช้งาน ยิ่งมีขนาดใหญ่ยิ่งหาซื้อได้ยากและมีราคาที่แพง สำหรับเสวี่ยซานที่เป็นลูกหลานของหนึ่งในสามตระกูลใหญ่ ตระกูลจึงได้มอบกระจกสื่อสารระยะไกลขนาดใหญ่สองเมตรให้ ซึ่งทำให้เสวี่ยซานรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมากในตอนที่ได้รับมันมา เพราะยิ่งกระจกสื่อสารระยะไกลมีขนาดใหญ่ภาพและเสียงที่ได้รับจะยิ่งชัดเจน รวมถึงแสดงให้เห็นถึงความหรูหรามีระดับของผู้ที่มีกระจกสื่อสารระยะไกลขนาดใหญ่ได้เป็นอย่างดี
           ในขณะที่เสวี่ยซานกำลังยืนฟังรายงานประจำวันจากเหล่าเจ้าหน้าที่ของเมืองที่ออกไปสืบหาข่าวจากบริเวณเมืองใกล้เคียง เสวี่ยซานที่ยืนอยู่หน้ากระจกสื่อสารระยะไกลก็ได้มีท่าทีตกใจกับข่าวที่ได้ยินในวันนี้ 
           ซึ่งมีข่าวที่น่าตื่นตกใจหลายข่าวเช่น ข่าวเรื่องสาขากลุ่มโจรภูเขามารอสูรที่อยู่ใกล้บริเวณเมืองจันทราอสูร ถูกสัตว์อสูรจำนวนมากบุกทำลายย่อยยับ และข่าวเรื่องพบสาเหตุของปรากฏการณ์เสาแสงสีฟ้าสามเส้นที่เกิดขึ้นบริเวณใกล้เคียงกับเมืองจันทราอสูรว่าเกิดจากมีเมืองโบราณปรากฎขึ้น 
           ซึ่งเมืองโบราณแห่งนี้พึ่งปรากฎออกมาในบริเวณใกล้เคียงกับเหตุการณ์เสาแสงสีฟ้าที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ผู้คนจึงคาดเดาว่าเมืองโบราณแห่งนี้คือสาเหตุของปรากฎการณ์เสาแสงสีฟ้าที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว 
           หลังจากฟังรายงานข่าวเรื่องอื่นจนจบ เสวี่ยซานได้รู้สึกว่าในช่วงหนึ่งปีมานี้ในบริเวณรอบเมืองมีเรื่องต่างๆเกิดขึ้นหลายอย่างจนน่าแปลกใจ ในขณะที่เสวี่ยซานกำลังยืนคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทหารรักษาการของจวนได้เข้ามารายงานว่า 
           “เรียนท่านเจ้าเมือง คุณชายหวังเหว่ยได้มารอท่าน อยู่ภายในห้องรับรองของจวนแล้วขอรับ”
           เสวี่ยซานเมื่อได้ยินดังนั้นจึงไปยังห้องรับรองของจวนทันที หวังเหว่ยที่เห็นเจ้าเมืองเข้ามาภายในห้องจึงได้กล่าวทักทายเจ้าเมือง จากนั้นหวังเหว่ยจึงได้ถามเจ้าเมืองว่า
           “ท่านเจ้าเมืองเรียกข้ามาพบเพราะมีเรื่องพูดคุยกับข้าหรือขอรับ ?”
           “ใช่แล้วข้ามีเรื่องอยากพูดคุยกับเจ้าหนุ่มน้อยผู้มีความสามารถ เจ้าสามารถเรียกข้าว่าเสวี่ยซานได้ เราจะได้ดูสนิทกันมากขึ้น ฮ่าๆ”   หวังเหว่ยเมื่อได้ยินดังนั้นจึงตอบเจ้าเมืองว่า
           “ขอรับท่านเสวี่ยซาน ข้าชื่อหวังเหว่ยขอรับ ข้าเองก็มีเรื่องอยากพูดคุยกับท่านเช่นกัน เชิญท่านพูดก่อนเลยขอรับ” เสวี่ยซานได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้ารับและพูดขึ้นว่า
           “หวังเหว่ย โอ้! เจ้ามีชื่อเหมือนกับท่านบรรพบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ในตำนานเมื่อหลายแสนปีก่อนของเผ่าพันธุ์มนุษย์เรา หรือเจ้าคือท่านบรรพบุรุษหวังเหว่ยกลับชาติมาเกิด” หวังเหว่ยได้มีท่าทีนิ่งอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินที่เสวี่ยซานกล่าว
           “ฮ่า ฮ่า ข้าเพียงแค่ล้อเจ้าเล่น เพื่อให้เจ้ารู้สึกผ่อนคลายลงเวลาพูดคุยกับข้า เอาล่ะ ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้าหวังเหว่ย เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมู่บ้านอสูรสีขาว สาขาของกลุ่มโจรมารอสูรที่พาตัวหญิงสาวชาวบ้านไปได้ถูกทำลายลงแล้วโดยเหล่าสัตว์อสูรกลุ่มใหญ่ซึ่งยังไม่รู้ว่าสัตว์อสูรกลุ่มนี้มาจากไหนและหายไปอยู่ที่ไหนภายหลังจากที่ทำลายสาขาของกลุ่มโจรมารอสูรเสร็จ เนื่องจากไม่มีคนตรวจพบร่องรอยของเหล่าสัตว์อสูรกลุ่มใหญ่นี้เลยแม้แต่น้อย”
           เมื่อได้ยินดังนั้นหวังเหว่ยได้ครุ่นคิดเล็กน้อย จากนั้นพยักหน้ารับทราบว่าเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว เสวี่ยซานเมื่อเห็นหวังเหว่ยเข้าใจเรื่องราวแล้วจึงได้พูดขึ้นอีกว่า
           “หวังเหว่ยข้าเห็นว่าเจ้าอายุยังน้อยและมีระดับเลเวล12แล้ว ข้าจึงอยากเชิญเจ้าเข้าเรียนที่สถาบันอสูรฟ้าครามในชั้นเรียนอัจฉริยะ ในชั้นเรียนนี้ของสถาบันจะรับนักเรียนเพียง10คนเท่านั้นต่อปีและข้ามีโควต้าของชั้นเรียนอัจฉริยะหนึ่งที่ เจ้าสนใจหรือไม่ ?”
           “ข้าสนใจขอรับท่านเสวี่ยซาน ข้านั้นกำลังจะสอบเข้าเรียนที่สถาบันเมื่อสถาบันเปิดรับนักเรียนใหม่ในอีกสองเดือนข้างหน้าขอรับ”
           “ดี! ข้าจะมอบใบโควต้าของชั้นเรียนอัจฉริยะให้เจ้า เจ้าสามารถเข้าเรียนได้ทันทีเมื่อสถาบันเปิดเรียนในอีกสองเดือนข้างหน้า โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการเรียนและไม่ต้องสอบเข้า ข้านั้นดูคนไม่เคยผิดพลาดข้าเชื่อว่าเจ้าจะกลายเป็นชายหนุ่มผู้มีชื่อเสียงที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตอย่างแน่นอน” หวังเหว่ยที่ได้ยินดังนั้นจึงยิ้มออกมาเล็กน้อยจากนั้นพูดขึ้นว่า
           “ท่านเสวี่ยซานขอรับข้าอยากจะเปิดร้านขายเม็ดยาสมุนไพรขึ้นภายในเมือง ขอท่านช่วยออกใบอนุญาตทำการค้าให้ข้าได้หรือไม่ขอรับ” เสวี่ยซานได้มองพิจารณาหวังเหว่ยอย่างลึกซึ้งจากนั้นได้ตอบหวังเหว่ยว่า
           “หวังเหว่ยข้าบอกเจ้าตามตรง ภายในเมืองตอนนี้มีร้านขายเม็ดยาสมุนไพรอยู่เพียงไม่กี่ร้านและทำกำไรจากธุรกิจนี้ได้น้อยมาก เพราะในปัจจุบันเม็ดยาสมุนไพรผลิตได้ง่ายและมีราคาถูกเนื่องจากคุณภาพของมัน เจ้าแน่ใจแล้วรึที่จะทำธุรกิจด้านนี้” 
           หวังเหว่ยที่ได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้ายืนยันและขอให้เสวี่ยซานออกใบอนุญาตเปิดร้านให้โดยบอกว่าตนเองอยากลองทำธุรกิจนี้ดู
           เสวี่ยซานเห็นว่าหวังเหว่ยยังเยาว์วัยคงอยากลองเรียนรู้หาประสบการณ์ในด้านธุรกิจ จึงตกลงออกใบอนุญาตเปิดร้านขายเม็ดยาสมุนไพรให้หวังเหว่ย โดยที่หวังเหว่ยจะเปิดร้านตรงไหนในเมืองก็ได้ ขอเพียงหวังเหว่ยเป็นเจ้าของพื้นที่นั้น! 
           หลังจากหวังเหว่ยได้รับใบอนุญาตเปิดร้านขายเม็ดยาสมุนไพรและใบโควต้าเข้าเรียนชั้นเรียนอัจฉริยะของสถาบันอสูรฟ้าครามแล้ว เขาได้ขอตัวกลับไปยังคฤหาสน์เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดร้านขายเม็ดยาสมุนไพรในทันที