บทที่ 7 ภัยคุกคามปริศนา พาร์ท 1
หลังจากที่ปราชญ์ัสิ้นใจและเหล่าอสูรบินตัวเล็กๆถูกทำลายจากเวทมนตร์ของอาคอนที่ทิ้งไว้กับอาเรียทีมทั้งหมดย้อนกลับมาเพื่อเก็บหินิญญาไฟในโซนก่อนหน้าและเดินทางออกจากดันเจี้ยนแบล็คเคิร์สสารถีที่รออยู่ด้านนอกดันเจี้ยนส่งรอยยิ้มยินดีหลังจากที่เห็นพวกเขากลับออกมาเขารออยู่ด้านนอกนานหลายชั่วโมงจนในที่สุดเขาก็เริ่มััได้ว่าไม่มีคลื่นอสูรอีกต่อไปนั่นทำให้เขาพอจะทราบผลลัพธ์ของการพิชิตดันเจี้ยนในครั้งนี้“ดันเจี้ยนแบล็คเคิร์สถูกพิชิตแล้ว”
มีหลายอย่างที่ยังคงค้างคาไว้ให้คิดต่อไปสำหรับสแลชอาคอนฝังเวทมนตร์ในตัวเขาั้แ่เมื่อไหร่??พลังของคำสาปัที่เขาได้มามีผลเสียหรือไม่?และใครคือปราชญ์อีกคนที่ทำให้ปราชญ์ัถึงกับต้องหวาดหวั่น?? แต่แม้จะเป็เช่นนั้นความจริงที่ดันเจี้ยนนี้ถูกพิชิตแล้วมันก็ยังมากพอที่จะทำให้เขายินดีแม้ว่าสแลชจะคิดว่าตนแทบไม่ได้ทำอะไรเลยแค่ถูกวางไว้เป็หมากตัวหนึ่งในเกมเท่านั้น
เื่ที่เขาต้องคิดต่อไปคือเขาควรบอกสมาคมเกี่ยวกับพลังของคำสาปัหรือไม่ในปัจจุบันแขนขวาของเขาถูกพันผ้าพันแผลไว้เพราะทุกคนในทีมเห็นแขนของเขาถูกฟันขาดกระเด็นคนอื่นๆในทีมเพียงแค่คิดว่าเขามีเทคนิคพิเศษบางอย่างสำหรับต่อแขนกลับคืนมาเท่านั้นเพราะภายใต้เวทมนตร์ที่สามารถสรรสร้างสิ่งต่างๆมากมายมีเวทมนตร์หลายชนิดที่ทำสิ่งที่น่าเหลือเชื่อได้ การงอกแขนขาใหม่ก็เป็ไปได้และในดินแดนอสูร..ว่ากันว่าทำได้กระทั่งคืนชีพให้คนที่ตายแล้ว
ดังนั้นจึงไม่แปลกเท่าใดนักหากสแลชจะมีไอเท็มบางอย่างช่วยรักษาแขนของเขาให้เป็เช่นเดิมสแลชคิดว่าเขาต้องคุยกับอาคอนก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อกับสิ่งที่ตนได้มาแม้จะค่อนข้างระแวงอยู่บ้าง แต่เขาไม่คิดว่าอาคอนจะวางแผนเพื่อทำร้ายเขาเพราะคนเช่นอาคอนหาก้าทำร้ายเขามันก็ง่ายดายเหลือเกินไม่จำเป็ต้องใช้วิธีตุกติกวุ่นวายเช่นนี้
ทีมนักล่าเดินทางกลับด้วยความเงียบสงบทุกคนได้ประโยชน์จากการเดินทางครั้งนี้ทั้งอาเรียที่ได้แหวนแปลกๆมาหนึ่งวงสแลชที่ได้พลังของคำสาปั แชลเทียร์เองก็ได้ดาบเวทเล่มใหม่ที่ไร้เ้าของหลังจากที่ปราชญ์ัเสียชีวิตและทุกคนตกลงที่จะให้คีนรับรางวัลของภารกิจนี้ไปเพียงคนเดียวซึ่งรางวัลของภารกิจดังกล่าวนั้นเกินกว่าภารกิจระดับ S บางภารกิจเสียอีกเพราะมันเป็ดันเจี้ยนที่ไม่มีทางพิชิตได้หากไม่ใช่นักล่าระดับ S แต่ภารกิจนี้ไม่อนุญาตให้นักล่าระดับS ทำภารกิจ มันจึงดูเป็ภารกิจที่เป็ไปไม่ได้ทำให้รางวัลสูงตามไปด้วย
เด็กๆทุกคนพอใจกับผลลัพธ์ดังกล่าวในแง่ของการฝึกฝนอาเรียได้เรียกความมั่นใจของเธอกลับคืนมาแชลเทียร์และคีนเองก็ได้เรียนรู้การเป็นักล่าที่ดีจากสแลชประสบการณ์ที่ได้รับนั้นจะทำให้พวกเขาพัฒนาไปได้อีกไกลในอนาคตทั้งสองยังมองเห็นความห่างชั้นและจุดอ่อนของตัวเองจากการต่อสู้ในครั้งนี้มีเพียงสแลชเท่านั้นที่ได้เื่ปวดหัวไปคิดเพิ่ม
//ทางใต้ของทวีปมาโทรเดีย//
ชายร่างใหญ่ที่สะพายดาบั์ไว้ด้านหลังกำลังสำรวจซากสัตว์อสูรที่เขาพึ่งจะกำจัดออกไปรูปร่างของเขากำยำผมสั้นเตียนมีหนวดเคราและนัยตาสีแดงเพลิง เขาคือดาลัสนักล่าอันดับหนึ่งของสมาคม
ดาลัสนั้นก็ไม่ต่างจากเพื่อนแปลกๆอีกสองคนของเขาเท่าใดนักเขามักจะชอบไปไหนมาไหนคนเดียว และมีนิสัยที่ชอบทำตามใจตัวเองสิ่งที่ทำให้ดาลัสแตกต่างจากอีกสองคนคือเขานั้นไม่ชอบใช้สมองดังนั้นการทำตามใจตัวเองของเขาส่วนใหญ่จึงเป็การกระทำที่ไร้เหตุผลและการมาล่าครั้งนี้ก็เช่นกัน เขาพุ่งลงใต้อย่างไร้จุดหมาย และไล่ฆ่าสัตว์อสูรอย่างบ้าคลั่ง
นี่เป็อีกเหตุผลหนึ่งที่ผู้คนที่เป็ศัตรูของสมาคมนักล่ามักจะระวังดาลัสมากกว่าอาคอนหรือคาลี่ย์ที่ชาญฉลาดการกระทำของดาลัสนั้นคาดเดาไม่ได้โดยสิ้นเชิงและทำให้ยากที่จะรับมือ หลายครั้งที่ศัตรูพบกับจุดจบโดยบังเอิญด้วยการกระทำที่ยากจะคาดเดาของชายผู้นี้
เขาใช้ดาบั์แล่เนื้อสัตว์อสูรที่เขาพึ่งจะสังหารไปและเสียบมันเข้ากับท่อนไม้แล้วก่อไฟเพื่อย่างกินนี่คือกิจวัติส่วนใหญ่ของเขาหากไม่มีภารกิจเกี่ยวกับทายาทัให้ต้องจัดการ
ดาลัสเหมือนจะรู้สึกถึงบางอย่างรอบตัว เขายกดาบั์ด้วยมือข้างเดียวและตวัดใส่พื้นอย่างรุนแรงจนพื้นดินสั่นะเืต้นไม้โดยรอบสั่นอยู่สักพักและมีบางต้นเอนเอียงและล้มลง เท่านั้นยังไม่พอเขายังยกดาบขนาดใหญ่ของเขาฟาดอย่างต่อเนื่องไปตามพื้นอีกหลายสิบครั้งทำให้ปัจจุบันพื้นที่เป็หินบางส่วนแตกกระจัดกระจายและสภาพพื้นที่โดยรอบเสียหายย่อยยับ
เหมือนว่าดาลัสกำลังไล่ตามบางอย่างใต้พื้นดิน เขาทุบใต้พื้นดินซ้ำแล้วซ้ำอีกจนในที่สุดเขาก็ต้องหยุดลงเพราะในปัจจุบันมีศัตรูสองคนที่ยืนขวางทางเขาเป็ชายหญิงคู่หนึ่งที่สวมเสื้อคลุมที่มีตราของัแบบตะวันออก(ัจีน)พวกเขาดูไม่เหมือนผู้คนของมหาทวีป ดวงตาของเขาแคบและเล็ก ผิวเหลืองและผมสีดำ ร่างกายเองก็ดูเล็กกว่าคนในมหาทวีป
“พวกคนของแดนเถื่อนมาทำอะไรที่นี่..” ดาลัสกล่าว
“คนตายไม่จำเป็จะต้องรู้..”ชายหนุ่มตอบี สักพักพวกเขาทั้งคู่ก็กลายร่างเป็สิ่งมีชีวิตอื่นพวกเขาดูคล้ายสัตว์อสูรอย่างมากแต่ดาลัสก็ยังคงรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าพวกเขาเป็มนุษย์
“พวกคนเถื่อนมีอะไรแปลกๆให้ดูเสมอ”ดาลัสกล่าวก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่และทันใดนั้นศัตรูที่เป็ผู้หญิงซึ่งมีรูปร่างคล้ายเสือดาวก็เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วและงับเข้าที่ไหล่ขวาของดาลัสก่อนที่ดาลัสจะทันได้ตวัดดาบเสียอีก
ไม่รอให้ดาลัสมีเวลาหายใจศัตรูอีกตัวที่มีรูปลักษณ์คล้ายตั๊กแตนก็พุ่งเข้ามาและเล็งโจมตีที่หัวของเขาอย่างไรก็ตามดาลัสดึงมนุษย์เสือดาวที่งับที่ไหล่ของตนออกมาด้วยมือซ้ายเศษเนื้อบางส่วนยังติดออกไปด้วย เืไหลย้อมทั่วตัวของดาลัสในตอนนี้ แต่เขาก็ยกศัตรูด้วยมือซ้ายเพียงข้างเดียวและใช้เสือดาวตัวนั้นป้องกันการโจมตีของตั๊กแตนแต่ไม่ทันที่การโจมตีของตั๊กแตนจะมาถึง ทิศทางการโจมตีของมันก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันและโจมตีไปที่ข้อมือของดาลัสที่หิ้วเพื่อนของมันอยู่แทน
“พวกคนเถื่อนนี่แข็งแกร่งกันทุกคนจริงๆสินะ”ออร่าที่ทรงพลังเริ่มปะทุขึ้นมาจากดาลัสแม้จะโดนโจมตีที่ข้อมือซ้ายอย่างจังแต่ดาลัสก็ไม่ได้ปล่อยมือของเขาแต่อย่างใด นี่คือสิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างจากนักล่าคนอื่นๆเขามีเพียงร่างกายที่อยู่ยงคงกระพันเท่านั้นและการต่อสู้ของเขาก็ไร้ลูกเล่น
ด้วยมือซ้ายที่าเ็เขายังคงหิ้วร่างของศัตรูซึ่งมีรูปลักษณ์เช่นเสือดาวะโไปมาเพื่อโจมตีศัตรูอีกตัวซึ่งเป็มนุษย์ตั๊กแตนตัวโตมนุษย์เสือดาวที่ถูกผูกติดอยู่กับมือของดาลัสนั้นก็ตวัดกรงเล็บของมันเพื่อโจมตีดาลัสเช่นกันอย่างไรก็ตามเมื่อมันพยายามทำเช่นนั้นแรงบีบที่มือซ้ายของดาลัสก็เพิ่มขึ้นเขาบีบมันตรงส่วนคอ ทำให้มันหยุดที่จะดิ้นรนขัดขืน
ดาบขนาดใหญ่ยังคงถูกเหวี่ยงด้วยมือขวาเพียงมือเดียวเ้าตั๊กแตนนั้นถือว่าจัดการยากกว่าสำหรับดาลัสเพราะมันมีเกราะหนาและอาวุธที่ทรงพลังทั่วทั้งร่างกายมันจึงเป็ปัญหาเล็กน้อยสำหรับเขาในตอนนี้ที่จะต่อกรกับมัน
ความจริงแล้วหากผู้หญิงที่เปลี่ยนร่างเป็เสือดาวไม่กัดแช่อยู่กับไหล่ของดาลัสเธอก็จะไม่ถูกจัดการได้ง่ายเช่นนั้นจุดเด่นของเธอคือความเร็วและการโจมตีที่ว่องไวที่จุดอ่อนของศัตรู อย่างไรก็ตามด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งของดาลัสแทนที่เธอจะสามารถฉีกเนื้อของเขาได้อย่างง่ายดายกลับกลายเป็ว่าเพียงแค่ดาลัสกระตุ้นเกร็งกล้ามเนื้อของตนเล็กน้อยก็เพียงพอที่จะยึดเขี้ยวของเธอให้อยู่กับร่างของเขาและถอนออกมาไม่ได้
มนุษย์ตั๊กแตนยังคงโจมตีอย่างรุนแรงไม่เพียงเท่านั้นมันยังใช้ทักษะบางอย่างด้วยเช่นกันตอนนีู้เาทั้งลูกที่เคยสวยงามถูกทำลายโดยการต่อสู้ของคนเพียงสองคน
*ฉึบๆๆ*
เสียงหนามแหลมรอบตัวของมนุษย์ตั๊กแตนที่หั่นเนื้อของดาลัสดังออกมาเืของดาลัสยังคงไหลสาดกระเซ็นอย่างต่อเนื่องจนทำให้น่าสงสัยว่าเขามีเือยู่เท่าใดกันในร่างกาย
“แกเป็ตัวอะไรกันแน่...?!!?” มนุษย์ตั๊กแตนเปล่งเสียงคำรามหลังจากที่มันโจมตีที่ดาลัสอย่างต่อเนื่องแต่ดูเหมือนว่าความแข็งแกร่งของดาลัสจะไม่ลดลงเลยความเร็วการโจมตีของตั๊กแตนนักล่านั้นเร็วขึ้นเรื่อยๆอย่างไรก็ตามมันเป็ผลจากทักษะและมันจะคงอยู่ได้ไม่นานกลับกันดาลัสยังคงดูแข็งแรงดีมันทำให้เขารู้สึกท้อที่จะต่อสู้
“แปลกดีนะที่ตั๊กแตนอย่างแกมาถามฉันว่าเป็ตัวอะไร”ดาลัสตอบ เขาเสียเืไปมากก็จริงแต่ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขานั้นแทบจะไม่ได้ลดลงเลยดาลัสนั้นมีดีแค่สิ่งเดียวคือร่างกายของเขา และร่างกายของเขาก็แข็งแกร่งเป็พิเศษมันมีการฟื้นตัวที่ดีเยี่ยมาแที่ถูกเปิดออกจะมีเืพุ่งออกมาไม่กี่วินาทีเท่านั้นหลังจากนั้นเืก็จะหยุดไหลออกมาจากแผลและแผลดังกล่าวก็จะค่อยๆ สมานตัวเรื่อยๆดังนั้นความแข็งแกร่งของเขาจึงแทบจะไม่ได้ลดลงเลยตลอดการต่อสู้
อย่างไรก็ตามตอนนี้ดาลัสรู้สึกถึงภัยคุกคามจากศัตรูอีกตัวที่ถูกล็อกอยู่ในฝ่ามือของเขาแทนเขาเหลือบตาไปมองมนุษย์เสือดาวที่ถูกกุมอยู่ในมือซ้ายของเขาในขณะที่ยังคอยรับการโจมตีของมนุษย์ตั๊กแตนอีกตัวด้วยดาบั์ในมืออีกข้างและเขาก็เห็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เกิดขึ้นกับเสือดาวที่ร่างกายบอบบางขนาดของมันเริ่มขยายใหญ่ขึ้นและกล้ามเนื้อของมันก็เริ่มจะใหญ่โตขึ้นเช่นกัน
ดูเหมือนเป็โหมดสู้ระยะประชิดสำหรับเธอ ลวดลายบนตัวเริ่มเปลี่ยนไปไม่ใช่ลายจุดดังเดิมตอนนี้มันกลายเป็ลายพาดขวางไปตามตัวและกรงเล็บของมันก็ดูแหลมคมและใหญ่ขึ้นชั่วพริบตามันตวัดกรงเล็บและทะลวงท้องของดาลัสจนทะลุเืพุ่งออกจากท้องของดาลัสและปากของเขามันเป็การโจมตีที่รุนแรงอย่างไม่ต้องสงสัย ดาลัสเกร็งกล้ามเนื้อเช่นเคยเืที่เคยพุ่งออกมาในตอนนี้ก็หยุดลงและท้องของดาลัสก็ล็อกแขนของเสือตัวใหญ่ไว้แน่นอย่างไรก็ตามด้วยกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นมาทำให้พละกำลังของเธอผิดจากอดีตเธอดึงแขนออกมาพร้อมกลับเืที่ปะทุออกมาอีกครั้งจากดาลัส เธอพยายามจะคว้าอวัยวะภายในบางส่วนของดาลัสติดมือไปด้วย
ดาลัสยกดาบของเขาด้วยมือขวาและพร้อมที่จะตัดแขนของศัตรูที่พยายามจะดึงเครื่องในของเขาออกมาแน่นอนว่าเธอไม่ยอมให้ดาลัสทำเช่นนั้น กรงเล็บอีกข้างของเธอพุ่งเข้าหาคอของดาลัสดาลัสปล่อยแขนซ้ายที่จับเธอและใช้ท่อนแขนข้างซ้ายของเขาป้องกันแทน กรงเล็บเสียบทะลุแขนซ้ายของเขาและเขาใช้มือซ้ายกุมแขนขนาดใหญ่ของศัตรูแทนแม้ว่าเธอจะกลายร่างเป็โหมดเน้นพลังแต่พลังของเธอในปัจจุบันก็ยังทำได้แค่พอชนกับดาลัสเท่านั้น ทำให้การโจมตีด้วยแขนอีกข้างของเธอถูกหยุดอย่างสมบูรณ์ส่วนอีกข้างใบดาบขนาดั์ก็มาถึงแขนของเธอแล้วมันเฉือนแขนของเธออย่างง่ายดายราวกับไม่ต้องใช้ความพยายามมากแม้ว่าร่างกายของเธอตอนนี้จะแข็งแกร่งกว่าก่อนอย่างเทียบไม่ติด แขนของเธอก็ขาดออกและธารเืก็พุ่งออกมาจากาแของเธอ
ยังไม่ทันจะได้มีเวลาได้พักหายใจศัตรูอีกคนในตอนนี้ก็พุ่งเข้ามาโจมตีเขาจากทางด้านหลังอย่างรุนแรงและมันทะลวงไหล่ขวาของดาลัสที่เดิมมีแผลอยู่แล้วจนเป็รูโหว่แขนขวาของดาลัสยังคงขยับอยู่แม้ร่างกายจะถูกแทงจนทะลุเขาตวัดดาบอีกครั้งและตัดขาของตั๊กแตนที่จิ้มตัวเขาออกในตอนนี้เขาละความสนใจจากตั๊กแตนชั่วคราวเพราะเขาคิดว่ามันไร้พลังเกินกว่าที่จะเป็อันตรายต่อเขา
ดาลัสมุ่งความสนใจมาที่ศัตรูที่ผูกติดอยู่กับเขาในปัจจุบันแทนและเล็งดาบเพื่อบั่นคอเธออย่างไรก็ตามเหมือนว่า่เวลาที่มนุษย์ตั๊กแตนซื้อความสนใจให้นั้นจะเพียงพอเธอเปลี่ยนกลับไปในโหมดของความเร็ว ทำให้ขนาดของเธอลดลงอย่างฉับพลันและเธอหลุดออกจากเงื้อมมือของดาลัสได้หลังจากที่เธอทำเช่นนั้น ทั้งเธอและมนุษย์ตั๊กแตน ก็รีบหนีจากดาลัสทันที ดาลัสอยากที่จะตามต่ออย่างไรก็ตามในโหมดความเร็วของมนุษย์เสือดาวนั้นมันเร็วจนเป็ไปไม่ได้ที่เขาจะไล่ทัน
“ชิ!!!”
จากนั้นเขาดึงขาและแขนของศัตรูที่ติดอยู่ตามร่างกายของเขาออกพร้อมกับเก็บพวกมันกลับไปที่สมาคม
“เจ็บเอาเื่เหมือนกันแฮะ”หลังจากที่ตรวจสอบร่างกายตัวเองเรียบร้อยแล้ว ดาลัสก็เริ่มสังเกตสภาพรอบตัวในปัจจุบันูเาทั้งลูกนั้นถูกทำลาย ด้วยการต่อสู้เพียงครู่เดียวความเสียหายที่เกิดขึ้นก็มากมายถึงเพียงนี้ประกอบกับความสามารถที่แปลกประหลาดทำให้เขารู้สึกว่ามาโทรเดียต้องเริ่มจริงจังกับปัญหาใหม่ที่กำลังจะมาถึงเสียที
เขาหยิบกระดาษออกมา4 แผ่น เพื่อรายงานถึงภัยคุกคามดังกล่าวแผ่นแรกถึงสมาคมและอีสองแผ่นเขาใช้ส่งให้คาลี่ย์และอาคอนตามลำดับ สุดท้ายเขาเขียนเตือนสโตนศิษย์ของเขาให้กลับเข้าไปในเมืองทันทีเพราะเขาจำได้ว่าลูกศิษย์ของตนก็ออกไปรับภารกิจบางอย่างของวิทยาลัยนักล่าในขณะนี้