Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด

    ตอนที่ 57 จดหมายลาออก

    ตอนที่ 57“บ้าเอ้ยติดต่อหมอมิโฮะไม่ได้เลยแถมหมออิจิโนเสะก็ยังไม่มีข้อมูลอะไรมาให้อีกนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ยนี่ผ่านมาสองวันแล้วนะทางนี้เองก็ยุ่งเกินไปจนขยับตัวไปไหนไม่ได้เลย” ดนัยบ่นออกมาด้วยความหงุดหงิด“ใจเย็นค่ะหมอดนัยฉันให้ที่บ้านช่วยสืบเรื่องโรงพยาบาลที่โอกินาว่าแล้วเห็นว่าชื่อโรงพยาบาลรเจ้นท์น่ะจะเปิดขึ้นในเดือนหน้ามีพวกผู้น้ำระดับสูงในประเทศหลายคนได้รับบัตรเชิญให้ไปเปิดโรงพยาบาลด้วย” หมอยูมิพูดตอนนี้ทั้งคู่กำลังนั่งกินข้าวกลางวันอยู่ในสวนเช่นเคย“โรงพยาบาลรีเจ้นท์ที่แปลว่าตำนานน่ะเหรอครับ” ดนัยพูด“ใช่ค่ะที่แปลกว่าตำนานนั่นแหละค่ะ” หมอยูมิพยักหน้า“แล้วเรื่องที่มีพนักงานบุคลากรของโรงพยาบาลอื่นๆพากันลาออกไปเข้าโรงพยาบาลนั้นนี่จริงหรือเปล่าครับ” ดนัยถาม“จากที่รู้มาเกรงว่าจะจริงค่ะพวกนั้นบังคับให้ลาออกทันทีที่เข้าทำงานกับโรงพยาบาลรีเจ้นด์ให้ทั้งเงินเดือนที่มากกว่าสองถึงสามเท่าจากเดิมแถมยังจ่ายค่าผิดสัญญากรณีลาออกทันทีให้อีกด้วย” หมอยูมิตอบเท่าที่รู้มา“แล้วทำไมไม่เห็นมีบุคลากรของเครือทาเคนากะถูกชักชวนไปทำงานกับทางนั้นเลยล่ะครับ” ดนัยสงสัยเพราะเขาไม่เห็นว่าจะมีใครมาชักชวนหมอและพยาบาลในโรงพยาบาลทาเคนากะไปเลย“อันนี้ฉันเองก็ยังไม่รู้ค่ะ” หมอยูมิพูด“งั้นเหรอครับแล้วตอนนี้อาการฮิคาริเป็นยังไงบ้างครับ” ดนัยถามถึงฮิคาริเพราะช่วงนี้เขาไม่ว่างโทรไปหาฮิคาริเลยจะมีก็แต่หมอยูมิที่ช่วงนี้กลับไปพักที่บ้านแทนที่จะอยู่ที่หอเพราะหมอยูมิต้องการไปดูอาการฮิคารินั่นเอง“ก็ดีขึ้นตามลำดับค่ะแต่ก็ไม่รู้จะหายทันครบกำหนดหนึ่งเดือนมั้ย” หมอยูมิพูด“นั่นสิปกติกายภาพต้องใช้เวลาสามถึงห้าเดือนถ้าฮิคาริไม่รีบกลับมาแข็งแรงโดยไวมีหวังไม่ปลอดภัยแน่” ดนัยพยักหน้าพลางคิดถึงความปลอดภัยของฮิคาริเมื่อเซ็นรับพินัยกรรมไปแล้วตอนนั้นเองจู่ๆหมอสุกิยามะจากแผนกฉุกเฉินก็วิ่งมาที่สวน“หมอดนัย...หมอยูมิเกิดเรื่องแล้ว !!” หมอสุกิยามะวิ่งมาพลางตะโกนถามดนัยและหมอยูมิ“เกิดเรื่องอะไรเหรอครับหมอสุกิยามะ” ดนัยทำหน้าสงสัย“ก็เมื่อครู่น่ะสิผมพึ่งเดินกลับมาจากห้องอาหารผมเจอหมอมิโฮะแผนกคุณน่ะสิเธอพึ่งจะเดินมายื่นจดหมายลาออกที่แผนกเอกสารน่ะ !!” หมอสุกิยามะพูดทำให้ดนัยและหมอยูมิถึงกับช็อกไปทันที“วะ วะ ว่าไงนะครับหมอมิโฮะงั้นเหรอ !!” ดนัยเมื่อตั้งสติได้ก็ถามหมอสุกิยามะเพื่อความแน่ใจ“ใช่พึ่งมายื่นจดหมายที่โรงพยาบาลเมื่อครู่นี่เอง” หมอสุกิยามะพยักหน้าทันทีที่ดนัยได้ยินเช่นนั้นเขาก็ทิ้งตะเกียบและกล่องข้าวในมือวิ่งออกไปทันที“หมอดนัย/หมอดนัยคะ !!” หมอสุกิยามะและหมอยูมิพยายามเรียกดนัยเอาไว้แต่ดนัยก็ยังคงวิ่งไปโดยไม่สนใจทั้งคู่หมอมิโฮะยื่นจดหมายลาออกงั้นเหรอบ้าจริงหรือว่าเธอโดนดึงตัวไปโรงพยาบาลรีเจ้นท์ที่โอกินาว่าด้วยดนัยคิดในใจขณะที่กำลังวิ่งไปที่แผนกเอกสารของโรงพยาบาลเมื่อมาถึงแผนกเอกสารดนัยก็พยายามมองหาหมอมิโฮะแต่ก็ไม่เห็นตอนนั้นเองเขาก็มองไปนอกโรงพยาบาลก่อนจะเห็นหลังของผู้หญิงที่คุ้นตาเป็นอย่างมากใช่แล้วหลังที่เขากำลังเห็นอยู่นั่นคือหลังของหมอมิโฮะนั่นเองเธอกำลังเดินออกไปจากโรงพยาบาลดนัยที่เห็นดังนั้นก็รีบวิ่งออกไปทันที“หมอมิโฮะ...รอก่อนครับ !!”ดนัยตะโกนเรียกหมอมิโฮะทำให้เธอหยุดเดินและหันมา“หือหมอดนัยงั้นเหรออุส่าแอบมาเงียบๆตอนพักกลางวันแล้วนะยังจะเจอจนได้” หมอมิโฮะที่หันมาเห็นว่าเป็นดนัยเธอก็พูดออกมาด้วยสีหน้าเศร้าหมอง“แฮ่ก !! แฮ่ก !! หมอมิโฮะคุณไปยื่นใบลาออกมางั้นเหรอครับ” ดนัยที่พึ่งจะวิ่งมาถึงรีบถามหมอมิโฮะทันที“ใช่แล้วล่ะพึ่งไปยื่นมาเมื่อครู่น่ะ” หมอมิโฮะพยักหน้า“ทำไมล่ะครับหมอมิโฮะหรือว่าคุณโดนดึงตัวไปที่โรงพยาบาลรีเจ้นท์ด้วย” ดนัยถาม“โดนดึงตัวงั้นเหรอไม่ใช่หรอกนะแถมโรงพยาบาลรีเจ้นท์อะไรนั่นฉันก็ไม่รู้จักด้วย” หมอมิโฮะส่ายหน้า“ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงยื่นจดหมายลาออกล่ะครับ” ดนัยไม่เข้าใจว่าทำไมถึงลาออก“เฮ้อ...ถ้าไม่เล่าเธอคงไม่ยอมสินะ” หมอมิโฮะถอนหายใจออกมาเธอหลับตาลงก่อนจะลืมตาขึ้นมาและเริ่มพูด“พอดีฉันโดนฟ้องน่ะมีโอกาสเป็นไปได้มากที่ฉันจะถูกถอดใบอนุญาตเพื่อไม่ให้เสื่อมเสียชื่อเสียงถึงโรงพยาบาลฉันจึงคิดว่าการลาออกคือทางที่ดีที่สุด” หมอมิโฮะพูด“โดนฟ้องงั้นเหรอครับอย่าบอกนะว่าเป็นเคสฉุกเฉินผ่าตัดเนื้องอกในมดลูกนั่น !!” ดนัยอุทานออกมา“ใช่แล้วล่ะเพราะการผ่าตัดพลาดในครั้งนั้นทำให้คนไข้คนนั้นต้องเสียมดลูกไป” หมอมิโฮะพูดด้วยสีหน้าเศร้าหมอง“บ้าน่านั่นมันไม่ใช่ความผิดของคุณสักหน่อยเพราะตอนแรกคุณก็ปฏิเสธไปแล้วนี่นาว่าไม่ถนัดเคสแบบนั้น” ดนัยพูด“แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็เป็นหมอลงมีดอยู่ดี” หมอมิโฮะบอก“แต่ว่า...”ครืด !! ดนัยยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อมือถือในกระเป๋ากางเกงของเขาก็สั่นเสียก่อนเขารีบหยิบออกมาก่อนจะเห็นว่ามันคือสัญญาณแจ้งเตือนที่เขาตั้งเอาไว้“มีผ่าตัดรอบบ่ายงั้นเหรอรีบไปเตรียมตัวเถอะหมอดนัยฉันเองก็ต้องรีบไปเหมือนกันมีนัดกับทนายเอาไว้” หมอมิโฮะพูดหลังจากได้ยินเสียงเตือนจากมือถือของดนัย“ยังไงเอาไว้ถ้ามีวาสนาคงได้เจอกันอีกฉันไปก่อนนะหมอดนัยเธอน่ะเป็นหมอฝีมือดีเรียนรู้ได้ไวอนาคตจะต้องกลายเป็นหมอชั้นแนวหน้าได้แน่” หมอมิโฮะพูดก่อนจะเดินไปทันทีทิ้งให้ดนัยได้แต่ยืนอยู่อย่างนั้นมองหมอมิโฮะค่อยๆเดินจากไปจนพ้นสายตาภายในห้องผ่าตัดติ๊ด !! ติ๊ด !! ติ๊ด !! เสียงเครื่องมือแพทย์ดังเตือนไปทั่วห้องผ่าตัด“ความดันกำลังตกค่ะ !!”“เลือดยังออกไม่หยุดเลยค่ะทำยังไงดีคะหมอ”เสียงพยาบาลตื่นตระหนกดังไปทั่วห้องภายในห้องผ่าตัดหมอผู้ทำการลงมีดนั้นยังคงยืนมือสั่นอยู่เพราะตกใจกับสถานการณ์ตรงหน้า“หมอดนัยตั้งสติหน่อยรีบหยุดเลือดเร็วเข้าฉันจะช่วยซัพพอร์ทเอง” เสียงหมอยูคิมูระพูดเตือนสติดนัยใช่แล้วนี่คือการผ่าตัดของดนัยเขานั้นกำลังผ่าตัดคนไข้โรคหัวใจอยู่ซึ่งมีหมอยูคิมูระเป็นผู้ช่วยนั่นเอง“หมอดนัยทำอะไรอยู่เย็บหลอดเลือดเร็วเข้า !!” หมอยูคิมูระบอกดนัยอีกครั้งหลังจากเห็นดนัยยังไม่ทำอะไร“คะ...คะ...ครับผมจะรีบเย็บหลอดเลือดเดี๋ยวนี้” ดนัยที่ได้ยินหมอยูคิมูระเตือนถึงสองครั้งในที่สุดเขาก็ได้สติเขามองดูเส้นเลือดใหญ่ที่เผลอเอามีดไปตัดมันเมื่อครู่เส้นเลือดมันขาดเพราะเขาเองซูด !! หมอยูคิมูระรีบใช้เครื่องมือดูดเอาเลือดออกเพื่อให้ดนัยมองเห็นและสามารถเย็บเส้นเลือดได้เห็นเส้นเลือดที่ขาดแล้ว !! ดนัยคิดในใจก่อนจะรีบขออุปกรณ์และรีบเย็บเส้นเลือดให้เร็วที่สุดไม่นานดนัยก็จัดการเย็บเส้นเลือดได้เรียบร้อย“ความดันเป็นไงบ้าง !!” ดนัยหันไปถามวิสัญญีแพทย์“ยังไม่กลับมาเป็นปกติค่ะ !!” วิสัญญีแพทย์ตอบ“ให้เลือดเพิ่มไปอีกถุง” ดนัยสั่งทันที“ค่ะ” วิสัญญีแพทย์พยักหน้าก่อนจะจัดการให้เลือดเพิ่มเข้าไปและเมื่อให้เลือดเพิ่มแล้วความดันก็ค่อยๆกลับมาเป็นปกติ“ฟู่ว...รอดไป”ดนัยถอนหายใจออกมาหลังจากทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ“เธอเป็นอะไรของเธอน่ะหมอดนัย” หมอยูคิมูระถามดนัยด้วยอารมณ์หัวเสีย“ขอโทษครับผมเหม่อไปหน่อย” ดนัยขอโทษหมอยูคิมูระ“ไม่รู้หรอกนะคิดอะไรอยู่ถึงเหม่อแบบนั้นแต่นี่อยู่ในห้องผ่าตัดนะหมอดนัยแล้วนี่ตั้งสติได้หรือยังหรือจะให้ฉันเปลี่ยนเป็นหมอลงมีดแทน” หมอยูคิมูระถาม“ผมไม่เป็นอะไรแล้วครับผมจะลงมีดต่อเองผ่าตัดกันต่อเถอะครับ” ดนัยพูด“ได้คราวนี้อย่าเหม่ออีกล่ะเพราะเมื่อครู่เธอเผลอไปตัดเส้นเลือดเข้าทำให้การผ่าตัดช้าลงไปสามสิบนาทีการผ่าตัดหัวใจน่ะยิ่งใช้เวลานานอันตรายก็ยิ่งเพิ่มขึ้น” หมอยูคิมูระเตือน“เข้าใจแล้วครับผมจะเพิ่มความเร็วเอาเวลาที่เสียไปกลับคืนมา” ดนัยพยักหน้าให้ตายเถอะเพราะเรื่องหมอมิโฮะเมื่อตอนเที่ยงทำเอาเราไม่มีสมาธิเลยไม่ได้ๆต้องมีสมาธิกับการผ่าตัดมากกว่านี้ดนัยคิดในใจเขาเผลอไปตัดเส้นเลือดของคนไข้เพราะกำลังคิดเรื่องหมอมิโฮะอยู่จากนั้นดนัยก็เร่งความเร็วในการผ่าตัดขึ้นมาเพื่อชดเชยเวลาที่เสียไปในที่สุดเขาก็ผ่าตัดรอบบ่ายเสร็จห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าแอ๊ด !! ปัง !! เสียงดนัยปิดประตูตู้หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเขาหันหลังพิงกับตู้ก่อนจะมองหลอดไฟบนเพดาน“ให้ตายสิเกือบไปแล้วเรานี่ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องคนอื่นสักหน่อยถ้าเราช้าไปอีกนิดไม่แน่อาจจะเสียคนไข้ไปก็ได้เรานี่มันบ้าจริงๆเลย” ดนัยพูดกับตัวเองแอ๊ด !! ประตูห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าถูกเปิดออกก่อนหมอยูคิมูระจะชะโงกเข้ามาและพูดกับดนัย“ดนัยหมอนากิสะเรียกพบน่ะเธออยากรู้รายละเอียดการผ่าตัดเมื่อครู่” หมอยูคิมูระพูด“ครับเข้าใจแล้วผมจะรีบไป” ดนัยพยักหน้าก่อนจะเดินตรงไปที่ประตูห้องแต่ก่อนที่เขาจะออกจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าไปมือถือในกระเป๋ากางเกงของเขาก็สั่นอีกครั้งครืด !! ดนัยหยิบมือถือออกมาดูก่อนจะเห็นว่าเป็นข้อความตอนแรกเขากะจะไม่เปิดดูแต่พอเห็นชื่อคนส่งเขาก็รีบเปิดมันขึ้นมาดูทันทีเพราะชื่อคนส่งข้อความนั้นคือหมออิจิโนเสะนั่นเองผู้ส่ง : หมออิจิโนเสะข้อความ : ฉันให้เพื่อนตรวจสอบมาให้แล้วเกี่ยวกับเรื่องโรงพยาบาลที่โอกินาว่าซึ่งชื่อโรงพยาบาลแห่งนั้นคือรีเจ้นท์เป็นการร่วมลงทุนระหว่างเศรษฐีทั่วโลกสิบคนและนี่คือรายชื่อบุคคลเหล่านั้น 1.xxxx 2.xxxx 3.xxxx …………….. 9.xxxx 10.ทาเคนากะ โออิชิ“ทาเคนากะ โออิชิ พ่อของหมอนากิสะงั้นเหรออย่าบอกนะว่าเรื่องทั้งหมดนี่เป็นแผนของเขาน่ะ !!!” ดนัยอ่านชื่อจนถึงคนสุดท้ายและเมื่อเขาเห็นชื่อของพ่อหมอนากิสะก็อดตกใจไม่ได้จบ...