“ เมื่อ 10 ปีก่อน ข้าฝึกพลังปราณยุทธ์ จนเส้นปราณบาดเจ็บ หมอที่รักษาบอกว่า
จะต้องใช้กลีบของดอกบัวสุริยันมารักษาเพียง 1 กลีบ เส้นปราณที่บาดเจ็บของข้าก็จะหายดี ซึ่งในตอนนั้นมีเพียงเจ้าหอสุขสันต์เท่านั้นที่มี ท่านแม่เพื่อที่จะช่วยข้า จึงยอมขายตัวเป็นทาสที่หอสุขสันต์ ซึ่งเจ้าของหอสุขสันต์บอกว่า หากต้องการพาท่านแม่กลับไป ก็หาดอกบัวสุริยันมาไถ่ตัวท่าน”
“ นี่มันเอาเปรียบกันเกินไปแล้ว นี่แม่ของเจ้ากลายเป็นทาสที่หอสุขสันต์มานานเท่าไรแล้ว”
“ อีกสองวันก็ครบ 10 ปี” ชวีหมิงเอ่ยเสียงเศร้า
ราเชนนึกถึงแม่ของเขาและตระกูลเมิ่งที่หวงแหน ดอกบัวสุริยันมากจนถึงกับคิดยกท่านแม่ให้เป็นอนุของตาแก่ โชคดีที่เขาหายดีเสียก่อน มิเช่นนั้นท่านแม่ก็คงมีสภาพไม่ต่างกับ แม่ของชวีหมิง และอีกอย่างเขากำลังจะไปดูลาดเลาที่หอสุขสันต์เพื่อหาทางสังหารจินโฮ่ว นักฆ่าแห่งสำนักฟ้าดินอันดับห้าอยู่พอดี
“ พรุ่งนี้พวกเราไปที่หอสุขสันต์ ข้าจะช่วยแม่ของเจ้าเอง”
“ อย่าเลยศิษย์พี่ หอสุขสันต์ไม่ใช่หอคณิกา ทั่วๆ ไป มันมีคนจากราชสำนักอยู่เบื้องหลัง ศิษย์พี่ไม่มีทางสู้พวกมันได้หรอก”
“ หรือเจ้าไม่อยากให้ แม่ของเจ้าเป็นอิสระ”
“ ข้าก็อยากให้ท่านแม่เป็นอิสระ แต่ว่าพวกมันร้ายกาจยิ่งนัก ข้าเกรงว่าศิษย์พี่จะเดือดร้อน”
“ ไม่ต้องห่วงข้า ห่วงแม่ของเจ้าก็พอ พรุ่งนี้พวกเราค่อยไปช่วยแม่ของเจ้ากัน ตอนนี้เจ้ากลับไปก่อน” ราเชนไล่ ชวีหมิงออกไป เพราะรู้สัมผัสได้ว่า มีใครบางคนรอเขาอยู่ด้านนอก
พอชวีหมิงไป ก็มีคนชุดดำพุ่งตัวเข้ามา พร้อมกับฟาดฝ่ามือใส่เขาด้วยพลังปราณขั้นราชัน ระดับกลาง ราเชนไม่ได้หลบไปไหน แค่ใช้พลังจิตดึงโต๊ะที่อยู่ด้านข้างกระแทกเข้าใส่ ด้านข้างของคนชุดดำ
โครม !!
คนชุดดำหันกลับมากระแทกฝ่ามือใส่โต๊ะจนแหลกละเอียด แล้วหันกลับมาเคลื่อนตัวเข้ามาหาราเชน ด้วยความเร็วสูงสุด
ราเชนมองท่าเท้าที่ก้าว ก็รู้ได้ทันที ว่าคนชุดดำนั้นเป็นใคร
ฝ่ามือคนชุดดำ ใกล้จะกระแทกใส่หน้าอกของเขา ด้วยความเร็วที่ไม่แผ่วเลย
ราเชนอ้าปากปล่อยพลังคลื่นมังกรออกไป มีเงามังกรออกจากปาก พุ่งกระแทกใส่ร่างคนชุดดำเต็มๆ
ย๊ากกกกกก !!!! แคว๊ก !!!
เสื้อผ้าท่อนบนของคนชุดดำ ขาดกระจุยเผยให้ใบหน้าชัดเจน แต่ที่เด่นชัดเต็มตาคือ เต้าทั้งสอง ที่เปิดเผยออกมา ราวกับปฏิมากรรมสุดคลาสิค สวยงามสองสว่างจ้า สตรีชุดดำถึงกับยืนนิ่งตาค้างตกใจ ยกฝ่ามือค้างอยู่อย่างนั้น
“ ศิษย์พี่หก เป็นท่าน” ราเชนแกล้งทำตาโต ตกใจ ไม่คิดว่าจะเป็นไป๋เซียง แต่ที่ตื่นตาตื่นใจเขายิ่ง ก็คือ ไม่คิดว่านางจะซ่อนรูปขนาดนี้
“ ไอ้บ้า ถูเฟย รีบหันกลับไปเดี๋ยวนี้นะ” แม้นว่าไป๋เซียงจะเอ่ยออกคำสั่งแบบนั้นแต่ราเชนกลับไม่ทำตาม มีแต่นางกลับหันหลังกลับ แล้ว รีบนำเสื้อในแหวนมิติของนาง มาสวมใส่อย่างเร่งรีบ เสร็จแล้วก็หันมามองราเชนที่ ตอนนี้ได้แต่ยิ้มเหมือนไม่มีเรื่องราวใดๆ เกิดขึ้น
“ ศิษย์พี่มาเยือนเช่นนี้ ข้าตกใจยิ่ง”
“ เจ้า..ใช้วิชาบ้าอะไรเนี่ย?”
“ เป็นวิชาคลื่นเสียงชนิดหนึ่ง พอดีข้าเพิ่งจะเริ่มฝึกฝน มันต้องใช้พลังจิตค่อนข้างสูง ข้าเลยไม่อาจควบคุมมันได้ ต้องขออภัยศิษย์พี่”
“ เฮอะ อย่าคิดใช้พลังคลื่นเสียงแบบนี้กับข้าอีก มิเช่นนั้น ข้าจะควักลูกตาของเจ้าออกมาให้หมด” นางแม้นจะขู่ด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่ราเชนรู้ว่า นางแกล้งขู่เขาเท่านั้น
“ ศิษย์พี่มาหาข้ามีเรื่องอันใดกันแน่”
“ในป่าวายุอัสนี มีอันตรายมาก หากข้าไม่ช่วยเจ้า อาจารย์ต้องต่อว่าข้าที่ไม่ดูแลเจ้าแน่ ดังนั้น ข้าคิดว่า จะสอนท่าเท้าวายุเหินให้กับเจ้า เพราะเจ้าไร้พลังปราณยุทธ์ ท่าเท้านี้จะช่วยให้เจ้าหลบหนีได้ดีกว่า วิ่งหนีแบบทั่วไป”
ราเชนอมยิ้ม แต่ก็แสร้งเป็นสนใจเรียนวิชาท่าเท้าวายุเหิน และยังแกล้งทำไม่ได้สักที จนไป๋เซียงต้องหยิกแขนของเขาเป็นการลงโทษ
แม้นราเชนจะรู้สึกแค้นนางไม่หาย แต่ด้วยความมีน้ำใจของไป๋เซียง ทำให้ความแค้นของเขานั้นเจือจางลงไป โดยที่เขาไม่รู้ตัวมาก่อน
ราเชนเห็นว่า มันจะดึกมากไปแล้ว เลยแสดงท่าเท้าวายุเหินหลบหลีกให้ไป๋เซียงดู เพื่อจะให้นางกลับไปเสียที
“ เจ้าทำได้ยังไง แค่ฝึกไม่ถึงชั่วยามเท่านั้น”
“ อาจารย์บอกว่า ข้าเป็นคนเก่งฟ้าประทาน ไม่ว่าวิชาอะไรก็สามารถฝึกฝนได้เร็วกว่าผู้อื่น”
“ พูดจาโอ้อวดจริงๆ ข้าติดตามอาจารย์มานาน ไม่เคยได้ยินท่านชื่นชมใครมาก่อนเลย”
“ ก็ท่านอาจารย์ไม่เคยเจอคนอย่างข้ามาก่อนยังไงเล่า” ราเชนยืดอกแสดงให้ไป๋เซียงดู ไป๋เซียงถึงกับหมั่นไส้บิดสะดือของเขาเพื่อสั่งสอน
“ศิษย์น้องเจ้ารู้ไหม เจ้าเหมือนใครคนหนึ่งที่ข้าเคยรู้จักมาก่อน ”
ราเชนนิ่งเงียบได้แต่มองดวงตาคู่งามที่ กำลังจ้องมองไปที่ดาวบนท้องฟ้า ราวกับว่าคิดถึง คนพิเศษของนาง
“ ใครกัน?”
“ หยางเฟยหลง”
“ เป็นมัน?” ราเชนแกล้งเอ่ยออกมา
“ ใช่มันเป็นศิษย์ของนักพรตทงทีเหมือนกัน ในอดีตข้าเคยใช้เขาเป็นเครื่องมือเพื่อเอาตัวรอด หากวันนั้นข้าไม่ทำร้ายเขา เขาอาจจะไม่ถูกคนทั้งห้าอาณาจักรไล่ล่าอย่างทุกวันนี้ก็ได้”
“ ท่านทำอะไรกับมัน”
“ ข้าโกหกเขาว่า ข้าคือคู่หมั้นของเขา ทำให้เขาไว้ใจ ทั้งๆ ที่ของหมั้นหมายนั้น ข้าก็โกหกว่าเป็นบิดาของเขาได้หมั้นหมายข้ากับเขาเอาไว้ แต่ในความเป็นจริง เป็นของหมั้นที่ข้าได้รับมาจาก คนของตระกูลเกา”
ราเชนพอได้ฟังก็ของขึ้นมาอีกครั้ง คิดว่าจะวางแผนมอมยาไป๋เซียง แล้วฝังเข็มสะกดวิญญาณ แล้วย่ำยีนางให้กลายเป็นทาสอารมณ์ของเขาซะตอนนี้เลย ช่างกล้าบังอาจหลอกลวงเขากับท่านแม่ได้
ไป๋เซียงถอนหายใจแล้วเอ่ยออกมาว่า
“ ตอนนี้ข้าได้ข่าวว่า หยางเฟยหลงมีส่วนเกี่ยวข้องกับ การตายของนักพรตทงเต่า บางทีมันคงคิดแค้นเคืองข้า และ ทุกๆ คนบนโลกใบนี้ที่หลอกลวงเขา ถึงได้ร่วมมือกับ พวกสำนักเทวะศักดิ์สิทธิ์ บางทีการเปิดของป่าวายุอัสนี เขาอาจจะเข้าไปเพื่อค้นหาสมบัติของ สำนักมารทศเย็นก็เป็นได้”
“ ศิษย์พี่เป็นห่วงมันรึ?” ราเชนแสร้งถามไปด้วยความอยากรู้
ไป๋เซียงหยิบมีดสั้นที่เคยทิ่มแทงหัวใจของหยางเฟยหลงออกมาลูบคลำด้วยสายตาหมองหม่น
“ ในโลกนี้ ข้าติดค้างคนผู้เดียว คนนั้นคือหยางเฟยหลง ข้าพร้อมยินดีที่จะใช้ชีวิตของข้า ทดแทนความแค้นที่เขามีต่อคนทั้งโลกได้ ศิษย์น้องข้าคิดว่า พลังจิตของเจ้านั้นร้ายกาจยิ่งนัก หากว่าเจ้าได้เจอกับหยางเฟยหลง หวังว่าเจ้าจะช่วยเหลือเขา อย่างน้อยเจ้าก็เป็นศิษย์ร่วมอาจารย์เดียวกับเขา”
“ ศิษย์พี่มาหาข้านี่ ที่แท้ต้องการให้ข้าช่วยเหลือหยางเฟยหลง ไม่ได้คิดปกป้องข้าเลยรึ?”
“ ข้าต้องย่อมปกป้องเจ้าแน่นอน แต่หากช่วยหยางเฟยหลงได้ ข้าก็อยากจะช่วยเขาเหมือนกัน"
“ ข้าเชื่อว่า มันเอาตัวรอดได้ ต่อให้จักรพรรดิหลี่เอี้ยนมาด้วยตัวเองก็ตาม”
ราเชนมั่นใจ แต่ไป๋เซียงส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า
“ เจ้าคิดผิดแล้ว ตอนนี้จักรพรรดิจางมู่เฉิน ได้วางแผนกันกับเจ้าสำนักใหญ่ทั้งห้าอาณาจักร เพื่อรอให้หยางเฟยหลง ปรากฏตัวขึ้น แล้วพวกเขาจะร่วมกันสังหารหยางเฟยหลง ในป่าวายุอัสนี โดยที่จักรพรรดิหลี่เอี้ยนได้มอบทองคำ 5ร้อยล้านเป็นค่าหัวของมัน นอกจากนั้น ตระกูลเกาแห่งอาณาจักรอุดร ยังสมทบทุนเพิ่มอีก 5 ร้อยล้าน หากได้ร่างกายของหยางเฟยหลง ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย ส่วนอีกสามอาณาจักรก็ลงขันอาณาจักรละ 100 ล้านเหรียญทอง เรื่องเหล่านี้เป็นความลับ มีคนล่วงรู้ไม่กี่คนเท่านั้น”
“ ศิษย์พี่รู้ได้อย่างไร” ราเชนกล่าวอย่างตื่นเต้น ตัวเขาเองไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย
“ พี่สาวของข้า พระสนมไป๋เป็นคนเอ่ยกับข้าเอง และไม่ให้ข้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้”
“หากว่ามันไม่เข้าไปเล่า แผนทุกอย่างคงจะล้มเหลว ข้าคิดว่าหยางเฟยหลงต้องล่วงรู้เรื่องนี้อย่างแน่นอน ไม่มีใครอยากไปตายแน่ๆ”
ไป๋เซียงกับส่ายหัว แล้วบอกว่า
“ ข้ารู้จักเขาดี เขาต้องเข้าไปแน่ ยิ่งมีการปล่อยข่าว เรื่องสมบัติของสำนักมารทศเย็น ว่ามีอยู่จริง เขาต้องเข้าไปแน่เพราะมันจะมีส่วนช่วยพลังมารโลหิตในร่างของเขาเพิ่มขึ้น"
เรื่องนี้ราเชนมั่นใจว่า ข้อมูลของเล่าขุยย่อมไม่ผิดพลาดอย่างแน่นอน แต่ก็ลองถามออกไปว่า
“ มีใครเคยพบ สมบัติของสำนักมารทศเย็นหรือไม่”
“ ไม่เคยมีใครค้นพบ มันเป็นแค่ตำนานเท่านั้น ข้าคิดว่าพวกเขาแค่จะหลอกล่อหยางเฟยหลงมาเท่านั้น”
ราเชนคิดว่า ข้อมูลของสำนักเทวะศักดิ์สิทธิ์คงต้องเชื่อถือได้ ไม่เช่นนั้นคงไม่ลงมือกับ ท่านนักพรตทงเต่าอย่างแน่นอน
“ นอกจากนี้ ข้าได้รับการยืนยันว่า เกาจิ้งอัน กำลังเดินทางมาเมืองหลวงด้วย แต่ข้าไม่รู้ว่ามันจะเข้าไปที่ป่าวายุอัสนีหรือไม่”
ราเชนได้ฟังก็ถึงกับดีใจยิ่งนัก ที่ไม่ต้องเดินทางไปหามันถึงที่อาณาจักรอุดร คราวนี้เขาจะฆ่ามันให้จงได้
“ หากหยางเฟยหลงรู้ว่า เกาจิ้งอัน มาที่เมืองหลวง มันคงไม่อยู่นิ่งเฉยแน่”
“ ใช่แล้ว ยิ่งเกาจิ้งอัน นำอสูรไฟ สัตว์อสูรของหยางเฟยหลง มาเป็นเหยื่อล่อให้มันปรากฏตัวอีกด้วย”
“ อสูรไฟตัวนั้น ไม่ใช่ถูกธิดาเทพไช่อี นำไปเลี้ยงดู?” ราเชนสงสัย
“ เจ้าไปฟังจากไหนมา ตอนนั้นเกาจิ้งอันไม่ได้ตัวของหยางเฟยหลง จึงได้ทูลขอกับจักรพรรดิหลี่เอี้ยน เพื่อนำสัตว์อสูรของหยางเฟยหลงไปเป็นตัวประกันแทน แม้นว่า ธิดาเทพไช่อีจะเอ่ยปากขอร้อง แต่ก็ไม่เป็นผล ได้ข่าวว่า ที่ผ่านมามันถูกเจ้าเกาจิ้งอัน ทำร้ายอย่างแสนสาหัส หยางเฟยหลงมันต้องไม่ยอมอยู่เฉยแน่”
ราเชนได้ฟังถึงตอนนี้ ก็นึกถึงเจ้าโมโม่ ที่อยู่กับเขามานาน มือของเขาก็อดที่จะกำแน่นอย่างไม่รู้ตัว
“ นอกจากนี้ จักรพรรดิหลี่เอี้ยน ยังได้ส่งองค์หญิงหลี่ซิ่วหลาน มาเป็นชายาองค์ชายจางอี้ รัชทายาท โดยมี องค์ชายหลี่หมิงเป็นผู้มาส่งด้วยตัวเอง พวกเขาล้วนเป็นคู่กรณีหยางเฟยหลงทั้งนั้น”
ราเชนแม้นจะแค้นหลี่เอี้ยน แต่ก็ไม่ได้แค้นโอรสหรือธิดาของหลี่เอี้ยนไปด้วย เขายังคงแค้นจักรพรรดิหลี่เอี้ยนเพียงผู้เดียวเท่านั้น
“ หยางเฟยหลงคงไม่ได้แค้นองค์หญิงและองค์ชายพวกนี้กระมัง”
“ หากหยางเฟยหลง รู้ว่า องค์ชายสี่หลี่หมิง ต้องการเชียนเชียนมาเป็นชายา เลยบังคับให้ตระกูลจู ยกเลิกการหมั้นของเขากับเชียนเชียน แต่นางไม่ยอม องค์ชายสี่เลยสั่งให้คุณชายตระกูลใหญ่ทั้งสี่ฆ่าหยางเฟยหลงซะ แต่ว่าเขากลับรอดมาได้ จึงได้วางแผนส่งข่าวให้กับ เกาจิ้งอัน ว่าเจ้ากับแม่อาศัยอยู่ที่ตระกูลเมิ่ง สุดท้ายตระกูลเมิ่งถูกสังหารทั้งตระกูล จนกระทั่งสุดท้ายองค์ชายสี่ก็เป็นคนส่งข่าวเรื่องที่หยางเฟยหลงถูกจักรพรรดิหลี่เอี้ยนจับตัวให้กับองค์หญิงเจี้ยนหนิง จนสุดท้ายต้องมาช่วยหยางเฟยหลงด้วยชีวิตของนาง”
ราเชนได้ฟังก็แค้นใจยิ่งนัก ไม่คิดว่า องค์ชายหลี่หมิงจะโกรธแค้นเขามากมายขนาดนี้ เพียงเพราะเชียนเชียนอย่างนั้นรึ? หากมันมาเมืองมัจฉิมาจริงๆ เขาจะให้มันฝังร่างอยู่ที่แห่งนี้ตลอดไป
“ นอกจากนี้สำนักหลงเหมิน สำนักธรรมกาย สำนักปรายฟ้า สำนักเมฆาขาว สำนักดาบเก้าดาบบูรพา สำนักกระบี่บิน สำนักทะเลใต้ พวกเขาแม้นส่งศิษย์เข้าไปในป่าวายุอัสนีเพื่อค้นหาสมุนไพร ทรัพย์สมบัติมีค่า ตามจำนวนที่ได้รับอนุญาต แต่ทุกสำนักล้วนแล้วแอบส่ง ยอดฝีมือขั้นราชันยุทธ์ระดับสูง บางคนถึงขั้นเซียนเข้าไปด้วย เพราะภารกิจลับก็คือ ร่วมกันสังหารหยางเฟยหลง ตามพระบัญชาของจักรพรรดิจางมู่เฉิน ”
ราเชนได้ฟังก็ได้แต่ยิ้มออกมา เขาไม่คิดเกรงกลัวพวกมันเลยแม้แต่น้อย
ในใจคิดแต่จะสังหารเจ้าเกาจิ้งอันเป็นอันดับแรก ต่อมาก็เป็นองค์ชายสี่หลี่หมิงเป็นอันดับสอง มาดูกัน ว่าใครกันแน่ที่จะต้องตายในป่าวายุอัสนีแห่งนี้.......