แม้ว่าชีวิตในคฤหาสน์ตระกูลเว่ยจะดำเนินไปอย่างสงบสุขและทุกอย่างดูเหมือนจะตกอยู่ภายใต้การควบคุมของลู่เฟิงโดยสมบูรณ์ แต่ในใจของจอมโจรเฒ่ากลับไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย เขารู้ดีว่าโลกภายนอกกำแพงสูงตระหง่านแห่งนี้ยังคงวุ่นวาย และชื่อของ 'จอมโจรลู่เฟิง' ยังคงเป็ที่้าตัวของทางการและเหล่ายอดฝีมือฝ่ายธรรมะมากที่สุดในแผ่นดิน
ใน่เช้าตรู่ของวันหนึ่ง ขณะที่ลู่เฟิงกำลังรดน้ำต้นไผ่ที่ปลูกใหม่อยู่ใกล้กำแพงด้านหลังคฤหาสน์ เขาได้ยินเสียงเกือกม้าและเสียงพูดคุยของคนหลายคนที่ดังมาจากถนนสายหลัก เสียงเ่าั้ฟังดูเร่งรีบและเต็มไปด้วยความตึงเครียด เขาแสร้งทำเป็ยังคงรดน้ำต้นไม้อย่างเชื่องช้า แต่หูของเขากลับเงี่ยฟังอย่างตั้งใจ
"ได้ข่าวจากทางเหนือมาแล้ว!" เสียงของชายคนหนึ่งที่ฟังดูเหมือนเป็ทหารดังขึ้น "จอมโจรลู่เฟิงปรากฏตัวที่เมืองเฉิงตู เมื่อสามวันก่อน มันปล้นขบวนเงินภาษีของทางการและหลบหนีไปได้อีกครั้ง!"
"ไม่น่าเป็ไปได้" เสียงอีกคนหนึ่งแย้งขึ้น "เมืองเฉิงตูอยู่ห่างจากที่นี่กว่าสามร้อยลี้ หากมันอยู่ที่นั่นเมื่อสามวันก่อน แสดงว่ามันไม่น่าจะมาถึงแถบนี้ได้เร็วขนาดนั้น"
"แต่ก็ไม่ใช่เื่แปลกสำหรับจอมโจรระดับนั้น" เสียงแรกตอบกลับ "ได้ยินว่ามันมีวิชาเบาตัวที่เก่งกาจมาก สามารถเดินทางได้ไกลในเวลาอันสั้น นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่ามันมีสายตาและหูที่แหลมคมผิดธรรมดา สามารถรับรู้อันตรายได้ก่อนที่จะเกิดขึ้นจริง"
ลู่เฟิงแอบยิ้มเศร้าในใจ ข่าวลือเหล่านี้บางส่วนเป็ความจริง บางส่วนเป็เพียงการเกินจริงของผู้คนที่ชอบเล่าเื่ให้ฟังสนุก แต่สิ่งที่ทำให้เขากังวลคือข่าวการปรากฏตัวของ 'เขา' ที่เมืองเฉิงตู หากข่าวนี้เป็จริง แสดงว่าคนที่ปล้นขบวนเงินภาษีคนนั้นไม่ใช่เขา แต่เป็ใครคนอื่นที่แอบอ้างชื่อเขา หรือ... เป็ไปได้ว่าทางการกำลังใช้วิธีการหลอกล่อให้เขาออกจากที่ซ่อน
เสียงเกือกม้าค่อยๆ ห่างออกไป แต่ความกังวลในใจของลู่เฟิงกลับไม่ได้ลดลงไปด้วย เขารู้ว่าข่าวสารเหล่านี้เป็เพียงส่วนเล็กๆ ของภาพใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นในโลกภายนอก ยิ่งเขาซ่อนตัวนานเท่าไหร่ ความสนใจของผู้คนก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
ข่าวคราวจากโลกภายนอกมักจะเล็ดลอดเข้ามาในคฤหาสน์ผ่านทางปากของพ่อค้าเร่ที่นำสินค้าเข้ามาขาย หรือผ่านการสนทนาของเหล่าทหารองครักษ์ที่ออกไปลาดตระเวนในเมือง ลู่เฟิงในคราบของตาเฒ่าหลี่ผู้หูตาฝ้าฟางมักจะแสร้งทำเป็นั่งพักเหนื่อยอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ คอยเงี่ยหูฟังข่าวสารเ่าั้อย่างเงียบๆ โดยไม่ให้ใครสังเกตเห็น
บ่ายวันนั้น เขาได้โอกาสฟังข่าวสารเพิ่มเติมเมื่อพ่อค้าผ้าคนหนึ่งมาขายสินค้าที่คฤหาสน์ ชายคนนี้เป็คนที่ชอบพูดและมีข่าวสารมากมายจากการเดินทางไปมาหลายเมือง เขานั่งพักใต้ต้นไผ่ใหญ่ขณะที่รอให้พ่อบ้านใหญ่มาตรวจสินค้า ใบหน้าของเขาแทนจากแสงแดดและฝุ่นผง ดวงตาเป็ประกายด้วยความกระตือรือร้นที่จะเล่าข่าวสารให้คนฟัง
"ได้ยินว่าทางการเพิ่มรางวัลนำจับจอมโจรลู่เฟิงขึ้นอีกเท่าตัวแล้วนะ!" พ่อค้าผ้าคนหนึ่งกระซิบกระซาบกับพ่อบ้านใหญ่ขณะที่กำลังนับเงินทอน "ตอนนี้ไม่ว่าใครก็ตามที่แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมได้ จะได้รับเงินรางวัลมากพอที่จะซื้อที่ดินผืนใหญ่และใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไปทั้งชาติเลยทีเดียว"
พ่อบ้านใหญ่ซึ่งเป็ชายวัยกลางคนที่มีหน้าตาดุดันแต่ใจดี ส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อ "เงินเท่านั้นหรือ? ข้าได้ยินมาว่าใครที่จับจอมโจรลู่เฟิงได้ จะได้รับตำแหน่งทางการสูงๆ ด้วย และได้รับการคุ้มครองจากราชสำนักตลอดชีวิต"
"ไม่เพียงเท่านั้น" ทหารยามคนหนึ่งที่เพิ่งกลับมาจากในเมืองเสริมขึ้น เขาเป็หนุ่มน้อยที่มีรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าแทนจากแดด และมีแผลเป็เล็กๆ ที่ใบแก้ม "ข้าได้ยินมาว่ายอดฝีมือจากสำนักบู๊ตึ๊งและง้อไบ๊หลายคนก็กำลังลงเขาเพื่อร่วมตามล่ามันด้วยตัวเอง พวกเขาสาบานว่าจะต้องล้างอายให้กับยุทธภพที่ถูกจอมโจรผู้นี้เหยียบย่ำให้จงได้"
ลู่เฟิงที่นั่งอยู่ไม่ไกลนักแสร้งทำเป็งีบหลับ แต่หูของเขากลับตั้งใจฟังทุกคำพูด เขารู้จักสำนักบู๊ตึ๊งและง้อไบ๊เป็อย่างดี ทั้งสองสำนักเป็สำนักยุทธศิลป์ที่มีชื่อเสียงและมีศิษย์ที่เก่งกาจมากมาย หากพวกเขาลงมือจริง การซ่อนตัวของเขาจะยากขึ้นมาก
"แต่ข้าได้ยินอีกข่าวหนึ่งที่น่าสนใจ" พ่อค้าผ้าลดเสียงลงเป็กระซิบ "มีคนเล่าว่าจอมโจรลู่เฟิงไม่ได้เป็คนเดียว แต่เป็กลุ่มคนที่ใช้ชื่อเดียวกัน เพื่อสร้างความสับสนให้กับทางการ นั่นอธิบายได้ว่าทำไมมันถึงสามารถปรากฏตัวในหลายที่พร้อมกันได้"
ทหารยามหัวเราะเสียงดัง "นั่นเป็ไปไม่ได้หรอก หากเป็กลุ่มคน ก็คงจะมีคนทรยศหรือถูกจับได้แล้ว ไม่มีความลับใดที่จะเก็บไว้ได้นานเมื่อมีคนมากเกินไป"
"แล้วท่านคิดว่าจอมโจรลู่เฟิงเป็อย่างไร?" พ่อบ้านใหญ่ถาม
ทหารยามมองไปรอบๆ แล้วลดเสียงลง "ข้าคิดว่ามันเป็คนที่มีความสามารถพิเศษจริงๆ อาจจะเป็คนที่ฝึกวิชาแปลงร่างหรือวิชาเปลี่ยนหน้าตา สามารถปลอมตัวเป็คนอื่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ บางทีมันอาจจะอยู่ท่ามกลางเราโดยที่เราไม่รู้ตัวก็เป็ได้"
คำพูดนี้ทำให้ลู่เฟิงรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาในใจ แม้ว่าจะเป็เพียงการคาดเดาของทหารยามคนหนึ่ง แต่มันใกล้เคียงกับความจริงมากเกินไป เขาต้องระมัดระวังมากขึ้น
"นั่นฟังดูน่ากลัวจริงๆ" พ่อค้าผ้าสั่นเทิ้ม "หมายความว่าเราไม่สามารถไว้ใจใครได้เลยสินะ"
"ไม่ต้องกลัวขนาดนั้นหรอก" พ่อบ้านใหญ่ปลอบใจ "คฤหาสน์ของเราเป็บ้านของคนดี ไม่มีสมบัติมากมายหรือศัตรูใดๆ จอมโจรลู่เฟิงคงไม่สนใจที่จะมาที่นี่หรอก"
ลู่เฟิงแอบยิ้มในใจ หากพ่อบ้านใหญ่รู้ว่าจอมโจรที่เขากำลังพูดถึงนั่นกำลังนั่งอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงสิบก้าว เขาคงจะช็อกจนพูดไม่ออก
การสนทนายังคงดำเนินต่อไปอีกสักพักก่อนที่กลุ่มคนจะแยกย้ายกันไป ลู่เฟิงแสร้งทำเป็ตื่นจากการงีบหลับและลุกขึ้นเก็บเครื่องมือทำสวนของเขา ขณะเดินกลับเรือนพัก เขาได้ยินเสียงกระซิบของสาวใช้สองคนที่กำลังซักผ้าอยู่ใกล้บ่อน้ำ
"เมื่อวานข้าฝันเห็นชายแปลกหน้าเดินเข้ามาในคฤหาสน์" สาวใช้คนหนึ่งกล่าว "เขามีดวงตาที่น่ากลัวและรอยยิ้มที่เ็า ข้าตื่นขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว"
"นั่นเป็เพียงฝันร้ายเท่านั้นเอง" อีกคนหนึ่งปลอบใจ "คงเป็เพราะได้ยินข่าวเื่จอมโจรลู่เฟิงมากเกินไป จึงทำให้ฝันแปลกๆ"
"แต่ฝันนั้นดูจริงมาก ข้าเห็นเขาเดินผ่านสวนและมองมาที่ข้าด้วยสายตาที่เหมือนรู้จักข้ามาก่อน"
ลู่เฟิงหยุดเดินและเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ ความฝันของสาวใช้คนนี้ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ บางทีเขาอาจจะไม่ได้ซ่อนตัวได้ดีเท่าที่คิด
ทุกครั้งที่ได้ยินข่าวเหล่านี้ หัวใจของลู่เฟิงจะเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็ความตื่นเต้นระคนกับความระมัดระวัง เขารู้ว่ายิ่งชื่อเสียงของเขาโด่งดังมากเท่าไหร่ อันตรายก็จะยิ่งคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวเขามากขึ้นเท่านั้น เขาเปรียบเสมือนพยัคฆ์ร้ายที่กำลังซ่อนตัวอยู่ในฝูงแกะ หากเขาเผลอแสดงเขี้ยวเล็บออกมาแม้เพียงนิดเดียว เหล่านายพรานก็จะกรูกันเข้ามาล้อมจับเขาทันที
ในคืนนั้น ลู่เฟิงนอนไม่หลับ เขานอนมองเพดานเรือนพักเล็กๆ ของเขาและคิดถึงสถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ข่าวสารที่เขาได้ยินวันนี้บ่งบอกว่าแรงกดดันจากภายนอกกำลังเพิ่มขึ้น และเขาต้องเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น
เสียงเ้าจุ๊กจุ๊กร้องในความมืด เสียงลมพัดผ่านใบไผ่ และเสียงฝีเท้าของยามที่เดินลาดตระเวน ทุกเสียงดูเหมือนจะดังขึ้นกว่าปกติในคืนนี้ ลู่เฟิงรู้สึกเหมือนกับว่าโลกรอบตัวเขากำลังเปลี่ยนแปลง และเขาต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงนั้น
เงาอดีตที่คืบคลานเข้ามานี้ทำให้ลู่เฟิงต้องเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ชีวิตขึ้นเป็ทวีคูณ เขาตัดสินใจเร่งสร้างเกราะป้องกันตัวที่แข็งแกร่งที่สุด ซึ่งก็คือการสร้างตัวตนของ 'ท่านตาหลี่' ให้กลายเป็ที่รักและเป็ที่ยอมรับของทุกคนในคฤหาสน์อย่างสมบูรณ์แบบ
ในวันต่อมา เขาเริ่มแสดงความเป็ห่วงเป็ใยต่อความปลอดภัยของคฤหาสน์มากขึ้น เขาเสนอแนะให้ปลูกพุ่มไผ่หนาแน่นบริเวณกำแพงด้านหลังเพื่อป้องกันไม่ให้คนแปลกหน้าเข้ามาได้ง่าย และแนะนำให้เพิ่มการเฝ้ายามใน่ค่ำคืน
"ท่านตาหลี่ห่วงใยความปลอดภัยของเราจริงๆ นะ" ฮูหยินใหญ่กล่าวกับสาวใช้ขณะที่เดินผ่านสวน "เขาเป็คนดีที่์ส่งมาให้เรา"
เขาเริ่มใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดูแลสวนสมุนไพรที่เขาขออนุญาตจากคหบดีเว่ยให้จัดสร้างขึ้นในมุมหนึ่งของคฤหาสน์ สวนแห่งนี้ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อปลูกพืชผักธรรมดา แต่เต็มไปด้วยสมุนไพรหายากนานาชนิดที่เขาลอบนำเมล็ดพันธุ์ติดตัวมาด้วย ลู่เฟิงใช้ความรู้ด้านโอสถที่สั่งสมมาตลอดชีวิตในการปรุงยาบำรุงกำลัง ยาแก้ปวดเมื่อย หรือแม้แต่ชาสมุนไพรที่ช่วยให้หลับสบายขึ้น เพื่อแจกจ่ายให้กับทุกคนในคฤหาสน์ ั้แ่เ้านายชั้นสูงไปจนถึงบ่าวไพร่ชั้นผู้น้อย
สวนสมุนไพรของเขากลายเป็สถานที่ที่คนในคฤหาสน์มักจะมาเยี่ยมเยือน ไม่เพียงเพื่อขอยา แต่ยังเพื่อขอคำปรึกษาเื่สุขภาพและการดูแลตัวเอง ลู่เฟิงต้อนรับทุกคนด้วยรอยยิ้มและความเต็มใจ เขาฟังปัญหาของพวกเขาอย่างตั้งใจและให้คำแนะนำที่เป็ประโยชน์
ชื่อเสียงของ "ผู้เฒ่าโอสถ" แห่งสวนตระกูลเว่ยจึงเริ่มเป็ที่เลื่องลือไปไกล ไม่เพียงแต่คนในคฤหาสน์เท่านั้น แต่ชาวบ้านในหมู่บ้านธาราใสที่เคยเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ก็มักจะเดินทางมาขอความช่วยเหลือจากเขาเสมอ ลู่เฟิงไม่เคยปฏิเสธ เขามอบยาให้ทุกคนด้วยรอยยิ้มอันใจดีและไม่เคยเรียกร้องเงินทองเป็การตอบแทนเลยแม้แต่อีแปะเดียว การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่จะซื้อใจผู้คนได้อย่างหมดจด แต่ยังเป็การสร้างเกราะกำบังชั้นเลิศให้กับตัวเขาเองอีกด้วย ในสายตาของทุกคน เขาคือชายชราใจบุญผู้มีเมตตา เป็ปูชนียบุคคลที่ทุกคนให้ความเคารพและพร้อมที่จะปกป้อง
วันหนึ่ง มีชาวบ้านคนหนึ่งนำลูกชายที่เป็ไข้สูงมาหาเขา เด็กน้อยมีอาการชักและพูดเพ้อ ลู่เฟิงตรวจดูอาการอย่างรอบคอบและพบว่าเป็ไข้จากการติดเชื้อ เขาปรุงยาจากสมุนไพรหลายชนิดและให้คำแนะนำในการดูแล ภายในสามวัน เด็กน้อยก็หายป่วยสนิท
ข่าวการรักษาที่ประสบความสำเร็จนี้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ชื่อเสียงของเขายิ่งโด่งดังมากขึ้น คนที่มาขอความช่วยเหลือเพิ่มขึ้นทุกวัน และทุกคนต่างพูดถึงความใจดีและความสามารถของเขาด้วยความชื่นชม
ทว่า... ภายใต้หน้ากากของชายชราผู้ใจดีและร่างกายที่ดูหลังค่อมไร้เรี่ยวแรงนั้น ลู่เฟิงกลับซ่อนความลับอันดำมืดไว้ ความลับที่ว่าร่างกายของเขายังคงแข็งแกร่งและเปี่ยมไปด้วยพลังปราณที่ดิบเถื่อนดังพยัคฆ์หนุ่มที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อได้ทุกเมื่อ
ทุกค่ำคืน หลังจากที่ทุกคนในคฤหาสน์หลับใหลจนหมดสิ้นแล้ว ลู่เฟิงจะแอบลุกจากเตียงนอนอันแข็งกระด้างของเขาอย่างเงียบเชียบ เขาเคลื่อนไหวร่างที่แสร้งทำเป็หลังค่อมมาตลอดทั้งวันให้กลับมาตั้งตรงอีกครั้ง เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่หนาแน่นและรอยแผลเป็จากการต่อสู้ที่พาดผ่านอยู่ทั่วทั้งแผ่นหลังและหน้าอก
เขาจะเดินไปยังมุมที่มืดและลับตาคนที่สุดในสวนสมุนไพรของเขา ที่นั่น เขาจะเริ่มโคจรลมปราณตามเคล็ดวิชาลับที่เขาฝึกฝนมาั้แ่ยังเยาว์วัย ลมปราณสายหนึ่งที่เย็นเยียบและแฝงไว้ด้วยไอสังหารจะไหลเวียนไปทั่วร่างของเขาอย่างรวดเร็ว ขับไล่ความเมื่อยขบจากการแสร้งทำเป็คนแก่ออกไปจนหมดสิ้น และฟื้นฟูพละกำลังของเขาให้กลับมาอยู่ในจุดสูงสุดอีกครั้ง บางคืนที่แสงจันทร์สาดส่องลงมา เขาก็จะฝึกปรือเพลงดาบและเพลงหมัดของเขาอย่างเงียบงัน ทุกท่วงท่าที่เขาเคลื่อนไหวล้วนรวดเร็ว รุนแรง และเต็มไปด้วยจิตสังหาร มันคือวรยุทธ์ของนักฆ่าและจอมโจร ไม่ใช่วรยุทธ์ของจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะที่เน้นความสวยงามและคุณธรรม
ในคืนที่ไม่มีแสงจันทร์ เขาจะฝึกวิชาการเคลื่อนไหวในความมืด การเดินโดยไม่ส่งเสียง และการซ่อนตัวในเงามืด ทักษะเหล่านี้เป็สิ่งที่ทำให้เขาสามารถรอดชีวิตมาได้ในโลกของจอมโจรและนักฆ่า
เหงื่อเม็ดโตไหลซึมออกมาจากทุกรูขุมขน แต่ลู่เฟิงกลับไม่รู้สึกเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย เขากลับรู้สึกมีชีวิตชีวาและเป็ตัวของตัวเองมากที่สุดใน่เวลาเช่นนี้เอง หลังจากที่การฝึกฝนอันหนักหน่วงสิ้นสุดลง เขาจะกลับไปแช่ตัวในถังน้ำที่ผสมด้วยสมุนไพรสูตรพิเศษที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อและลบร่องรอยของการฝึกฝนออกไปจนหมดสิ้น ก่อนจะกลับไปนอนบนเตียงในคราบของตาเฒ่าหลี่อีกครั้งหนึ่ง รอคอยให้วันใหม่มาถึงเพื่อที่เขาจะได้สวมหน้ากากและเล่นละครบทเดิมต่อไป
การดำรงชีวิตแบบสองหน้าเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกทั้งตื่นเต้นและเหนื่อยล้า แต่เขารู้ว่าเป็สิ่งจำเป็ ยิ่งเขาซ่อนตัวได้ดี เขาก็จะยิ่งมีโอกาสรอดพ้นจากการตามล่าของศัตรูมากขึ้น
เมื่อเขามั่นใจแล้วว่าเกราะป้องกันของเขาแ่าพอ และสภาพร่างกายก็พร้อมเต็มที่ ลู่เฟิงก็อดไม่ได้ที่จะแสยะยิ้มออกมาอย่างเ็า "รากฐานมั่นคงแล้ว... บัดนี้ ถึงเวลาที่พยัคฆ์ร้ายจะเริ่มสอดส่องหาความสนุกในคฤหาสน์แห่งนี้เสียที"