ภายในห้องที่ถือว่าไม่เล็กแต่ก็ไม่ใหญ่มาก หลิงซีลืมตาตื่นขึ้นบนเตียงนอนสายตามองสำรวจรอบตัวอย่างนึกสงสัย
ทำไมตนถึงมาอยู่ที่นี่ เท่าที่จำได้ตัวเขาน่าจะตายไปแล้วไม่ใช่หรือ อีกทั้งห้องห้องนี้ช่างดูคุ้นเคยยิ่งนัก และเมื่อมองสำรวจตัวเองก็ทำให้รู้สึกได้ทันทีว่ามีบางสิ่งบางอย่างผิดแปลกไปจากเดิม มือเล็กๆ กับขาสั้นๆ นี่ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่ปกติ หลิงซีไม่รอช้าที่จะเดินไปยืนอยู่หน้ากระจกบานใสเพื่อสำรวจรูปลักษณ์ของตนเองให้แน่ใจ
สิ่งที่ฉายชัดอยู่บนกระจกคือใบหน้าของตนเองตอนอายุประมาณสิบสี่ปี ร่างกายที่ผอมแห้งกับาแน้อยใหญ่ใต้ร่มผ้าเหล่านี้ บ่งบอกได้เป็อย่างดีว่าตนยังคงมีชีวิตอยู่
นี่เขาย้อนเวลากลับมาอย่างนั้นหรือ ย้อนกลับมาในที่ที่เป็จุดเริ่มต้น…
แม้จะไม่อยากยอมรับข้อสันนิษฐานนี้แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่านี่คือเื่จริง
เหตุการณ์ต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นกำลังจะหมุนวนกลับมาอีกครั้ง และเขาคนนั้น จี้ผิงก็จะปรากฏตัวขึ้นเพื่อตามหาองค์ชายรองตามราชโองการของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน นั่นก็คือคนที่ผู้คนมากมายต่างบอกว่าเป็บิดาของเขา และเป็ผู้ออกราชโองการให้แม่ทัพเฟิ่งเป็พ่อบุญธรรมของเขาก่อนสิ้นพระชนม์ไป
พอเถอะ ขอให้เื่ราวพรรค์นั้นอย่าได้หวนย้อนกลับมาอีกเลย แค่ครั้งเดียวก็เกินพอแล้วสำหรับเขา มันมากเกินพอแล้วจริงๆ …
เมื่อตัดสินใจได้หลิงซีย่อมรู้ว่าตนควรทำอะไรเป็อันดับแรก ในเวลานี้เขายังไม่รู้วันเดือนปีที่แน่ชัด และยังไม่รู้ด้วยว่าในเวลานี้มีสิ่งใดเกิดขึ้นแล้วบ้าง
หลิงซีไม่รอช้าเขารีบล้างหน้าล้างตาผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ชุดใหม่ ก่อนเดินออกจากห้องของตนเพื่อสำรวจให้แน่ชัดว่าที่นี่คือที่ไหนกันแน่
..ที่นี่คือบ้านของตระกูลเซียวที่มีที่ดินสืบทอดต่อกันมาจำนวนหนึ่ง อีกทั้งนายกองเซียวยังเป็ทหาร สภาพความเป็อยู่ในท้องถิ่นจึงจัดว่าไม่เลวนัก การงานในบ้านก็ไม่ได้มีอะไรมากมายจึงรับเลี้ยงเพียงหญิงชราผู้หนึ่งไว้คอยทำความสะอาดและหุงหาอาหารเท่านั้น
หลิงซีไม่รอช้าที่จะเดินไปหาหญิงชราเพื่อถามสิ่งที่ตนเองสงสัยให้กระจ่างชัด
“แม่ครัว วันนี้เป็วันที่เท่าไหร่ เดือนปีใดหรือ”
แม้แม่ครัวจะรู้สึกแปลกใจกับคำถามของคุณชายหลิงซี แต่ก็ยังตอบกลับด้วยท่าทางสุภาพ
“เรียนคุณชายวันนี้เป็วันที่xx/xx/xxxxเ้าคะ”
“อืม..”
“เออ คุณชายฮูหยินฝากเรียนถามท่านว่าจะไปรับสำรับที่เรือนด้วยหรือไม่เ้าคะ”
ฮูหยิน? มารดาผู้การุญ? ช่างดียิ่งนัก…
“ข้าจะไป”
คำตอบนี้สร้างความแปลกใจให้แม่ครัวไม่น้อย เพราะปกติแล้วแม่ลูกคู่นี้มิใช่จะไปมาหาสู่กันบ่อยนัก ยกเว้นเสียจากเวลาที่นายกองเซียวอยู่ที่บ้านเท่านั้น พวกเขาจึงจะยอมออกมากินอาหารร่วมโต๊ะกัน และแวะเวียนคำนับเช้าเย็นเพื่อแสร้งแสดงความกตัญญูกตเวที
หากแม้นในกองเซียวไม่อยู่บ้านแล้วไซร้ไฉนเลยจะได้เห็นพวกเขาสองแม่ลูกกินอาหารร่วมโต๊ะ อีกทั้งคุณชายหลิงซีก็แทบจะไม่ค่อยอยู่ที่เรือนมาแต่ไหนแต่ไร บางคราวหายไปเป็เดือนๆ ก็มีอยู่บ่อยครั้ง
แต่ไฉนวันนี้กลับ…ช่างน่าแปลกพิกลนัก…
บางครั้งแม่ครัวก็อดสงสัยในความสัมพันธ์ของสองแม่ลูกคู่นี้ไม่ได้ แม้ทั้งคู่จะมีหน้าตาที่คล้ายคลึงกันมาก ดังนั้นย่อมต้องมีความสัมพันธ์ทางสายเืกันอย่างแน่นอน หากแต่การปฏิบัติต่อกันนั้นช่างแตกต่างจากความเป็มารดาบุตรกันโดยสิ้นเชิง คนทั้งสองปฏิบัติต่อกันราวกับคนแปลกหน้าที่อยู่ในบ้านเดียวกันอยู่เป็นิจ ราวกับคนทั้งสองไม่ใช่แม่ลูกกันจริงๆ ก็ไม่ปาน
หลิงซีไม่ได้นำพาความแปลกใจของแม่ครัวมาใส่ใจ ด้วยเขารู้ดีว่าในเวลานี้เขากับมี่ฮวาปฏิบัติต่อกันเช่นไร
ในเมื่อเขามีโอกาสได้ย้อนกลับมาในเวลานี้ เขาย่อมไม่ยอมปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปอย่างเปล่าประโยชน์ มี่ฮวานางเป็ตัวหมากที่อาจจะทำให้เื่ราวต่อจากนี้เปลี่ยนแปลงไป
ตอนนี้เขาไม่ใช่เด็กน้อยที่มีความคิดตื้นเขินและเอาแต่หวาดกลัวโลกแคบๆ ของตัวเองอีกต่อไปแล้ว แต่เขาคืออดีตชินอ๋อง มารข้างบัลลังก์ที่ทำให้ฮ่องเต้กินไม่ได้นอนไม่หลับมานานหลายปีต่างหาก
และในตอนนี้เขา้าเป็เพียงแค่หลิงซี ชาวบ้านธรรมดาที่หาเช้ากินค่ำ ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในทุกๆ วันเท่านั้น และเพื่อการนั้นเขาต้องไปจากที่แห่งนี้
ถ้าหากเขาลองพูดกับมี่ฮวาดีๆ นางจะยอมปล่อยให้เขาไปหรือไม่นะ หรือหากเขายอมดื่มยาพิษที่นางเป็คนปรุง นางจะใจอ่อนยอมให้เขาย้ายออกจากบ้านสกุลเซียวหรือไม่
หรือหากนางไม่ยอมรับข้อเสนอแต่โดยดี ตัวเขาเองก็มีสารพัดวิธีที่จะบีบบังคับให้นางยอมทำตามอย่างว่าง่าย อย่างเช่นการใช้สิ่งที่นางรักมาเป็เครื่องต่อรอง ผู้คนเ่าั้ แคว้นของนาง หรือแม้แต่สิ่งที่นางหวงแหน ตัวเขาย่อมรู้ดีที่สุด
เื่ราวของนาง หลิงซีล้วนเคยสืบมาหมดแล้วทั้งสิ้น เขารู้ทุกสิ่งเกี่ยวกับนางอย่างกระจ่างชัด มารดาผู้การุญของเขาหรือก็คือธิดาเทพของแคว้นอัคคีที่เคยแพ้าเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน จึงได้ถูกส่งตัวมายังแคว้นหยางในฐานะเครื่องบรรณาการและเชลย จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็สนมขั้นเฟยของหยางหลงฮ่องเต้ หรือก็คือเสด็จพ่อที่เขาไม่เคยยอมรับ
พอเถอะ เื่น่าปวดหัวพรรค์นั้นอย่าไประลึกถึงมันเลยจะดีกว่า เื่ราวซับซ้อนที่มีเบื้องลึกเื้ัชวนคลื่นไส้แบบนั้น เขาไม่อยากนึกถึงมันอีกแล้ว ปล่อยไปเถอะตอนนี้เขาจะทำให้เื่พวกนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเขาอีก
เขาน่าจะเหลือเวลาอีกประมาณครึ่งปีก่อนที่จี้ผิงจะส่งสายลับเข้ามาปะปนอยู่ในเมืองนี้ และอีกประมาณหนึ่งปีต่อจากนี้จี้ผิงก็จะปรากฏตัวขึ้นในฐานะคนพเนจรพร้อมกับกุนซือคนสนิทที่เปรียบเสมือนสหายรู้ใจ คนทั้งสองจะปลอมแปลงสถานะเป็พี่น้องกันเพื่อตามหาองค์ชายรองตามราชโองการลับของฮ่องเต้
สิ่งที่เขาต้องทำก็มีแค่กันตัวเองออกไปจากเื่วุ่นวายพวกนั้น เขาอาจต้องหาใครสักคนมาแทนที่เขา หรือไม่ก็สร้างสถานะว่าตัวตนขององค์ชายรองตายไปแล้ว ถ้าหากเขาทำสำเร็จเื่วุ่นวายที่จะเกิดต่อจากนี้มันก็จะไม่เกี่ยวข้องกับเขาอีก
“มารดาข้า้าไปจากจวนสกุลเซียว แน่นอนว่าข้าไม่ได้มีความคิดที่จะไปจากเมืองนี้ ข้าเพียงแค่ไม่อยากอยู่ที่นี่” มี่ฮวาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ปราศจากริ้วคลื่นอารมณ์
“เ้ายังเด็กนักคิดจะหนีห่างจากมารดาแล้วหรือ…”
“แน่นอนว่าไม่ บุตรกตัญญูยังคงรักและห่วงใยมารดาเสมอ” หลิงซีตอบกลับไปอย่างเฉยชา
“ปีศาจอย่างเ้าคิดจะทำอะไรกันแน่…”
“แน่นอนว่าตอนนี้ยังไม่คิด แต่หากท่านไม่ยอมรับข้อเสนอของข้าแต่โดยดีมันก็ไม่แน่” หากนางไม่ยอมแต่โดยดีหลิงซีก็มีสารพัดวิธีที่จะงัดออกมาใช้กับนาง
“เ้าคิดจะทำอะไร”
“...ก็ต้องทำในสิ่งที่ปีศาจอย่างข้าทำได้อยู่แล้ว ท่านเลี้ยงดูข้าให้เป็เช่นนี้เองไม่ใช่หรือ ท่านย่อมต้องรู้ดีอยู่แล้วว่าข้าสามารถทำอะไรได้บ้าง”
แน่นอนอยู่แล้วถึงหลิงซีจะเป็แค่เด็กคนหนึ่ง แต่การเลี้ยงดูกลับไม่เคยเหมือนเป็เด็กคนหนึ่งเลยสักนิด แน่นอนว่าเขาเคยผ่านเหตุการณ์เฉียดตายมานับครั้งไม่ถ้วนจากฝีมือของมารดาผู้การุญ หรือไม่ก็เป็คนที่มารดาผู้การุญส่งมา มันเกิดขึ้นบ่อยครั้งและมาในรูปแบบที่หลากหลาย จนสุดท้ายมันก็เกิดเป็ความเคยชิน าแใต้ร่มผ้าและร่องรอยการถูกทำร้ายเหล่านี้เป็เครื่องยืนยันได้เป็อย่างดี
ั้แ่จำความได้หลิงซีไม่เคยได้ใช้ชีวิตอย่างปกติสุข ไม่เคยได้ใช้ชีวิตเหมือนเด็กธรรมดาคนหนึ่ง หลิงซีไม่เคยได้ผ่อนปรนหรือหย่อนยานกับตัวเองเลยไม่ว่าจะเป็เวลาไหน จากความหวาดระแวงก็กลายเป็ความหวาดกลัว เมื่อนานวันเข้าความหวาดกลัวก็แปรเปลี่ยนเป็ความเคยชิน และสุดท้ายก็เป็ความชินชาจนแทบจะไม่มีความรู้สึกใด
..มันก็เป็แบบนี้มาั้แ่ต้น เขาในวัยเด็กก็แค่กลัวที่จะยอมรับความจริงเท่านั้น
แต่มันไม่ใช่กับหลิงซีในตอนนี้ เขาไม่กลัวที่จะต้องสูญเสียอะไรไปอีกแล้ว สายสัมพันธ์ที่มันไม่เคยมีอยู่จริงั้แ่แรกนั่น ละทิ้งมันไปเถอะ…
“แลกกับอะไร”
“ข้าจะยอมดื่มยาพิษที่ท่านเป็คนปรุงขึ้น และจะไม่ถอนพิษออก ข้าจะทำเพียงชะลอพิษให้กำเริบช้าลงเท่านั้น แลกกับตัวตนของข้าจะหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่”
ส่วนหนึ่งเป็เพราะหลิงซีรู้อยู่แล้วว่าเจตนาที่แท้จริงของนางนั้นคืออะไร เขาจึงไม่ได้กังวลที่จะต้องดื่มยาพิษที่นางปรุงแม้แต่น้อย
นางไม่ได้้าให้เขาตาย นาง้าให้เขาทรมานกับการมีชีวิตอยู่ต่างหาก
นั่นคือมารดาบังเกิดเกล้าของเขา ส่วนเหตุผลที่นางทำแบบนี้เขาย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ
ไม่อาจโกรธแค้น ไม่อาจชิงชัง และไม่อาจให้อภัย ความรู้สึกก้ำกึ่งที่อธิบายเป็คำพูดไม่ได้ นานวันเข้าก็กลายเป็ความชินชา และสุดท้ายก็หลงเหลือไว้เพียงความว่างเปล่า
“เ้าคิดจะทำอะไรกันแน่”
“ข้าไม่จำเป็ต้องบอกท่าน มารดาข้าแค่้าให้ท่านจัดงานศพของข้าขึ้นมาเพื่อให้ผู้คนรอบข้างรับรู้ว่าบุตรชายของท่านตายไปแล้ว”
“..เมื่อไหร่”
“หลังจากที่ข้าดื่มยาพิษของท่านเข้าไปแล้ว และอย่าได้เป็กังวลบุตรกตัญญูผู้นี้ไม่เคยคิดจะไปไหนไกลจากท่าน ทุกๆ วันที่สิบห้าของทุกเดือนข้าจะมาเยี่ยมเยือนท่าน ในที่ที่ท่านเองก็รู้ดีว่าคือที่ไหน…”
ที่ที่ทำให้เขาเกือบตายมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน บริเวณน้ำตกกลางหุบเขาแห่งนั้น เป็สถานที่ที่นางและคนของนางใช้ฝึกเขา จนกลายเป็เช่นนี้มาตลอดหลายปีั้แ่เขาจำความได้
“...ย่อมได้”
ไม่มีเหตุผลอะไรที่นางจะปฏิเสธ เพราะยังไงซะนี่ก็คือสิ่งที่นาง้าเช่นกัน สายสัมพันธ์แม่ลูกแม้มันจะน้อยนิดแต่มันก็ยังคงมีอยู่ และนี่อาจเป็สิ่งเดียวที่เหนี่ยวรั้งให้นางไม่ยอมลงมืออย่างเด็ดขาดกับเขาใน่เวลาที่นางสามารถกำจัดเขาได้จริงๆ
และในตอนนี้เขาก็เลือกที่จะตัดสายสัมพันธ์นั้นเอง เพื่อปลดเปลื้องพันธนาการที่เคยเหนี่ยวรั้งกันและกันเอาไว้ นี่อาจเป็สิ่งเดียวที่เขาสามารถทำให้นางได้ มารดาผู้การุญของเขา
อย่าได้เสียใจ
เพราะเขาเองก็จะไม่เสียใจเช่นกัน
“..มารดา ข้ารักท่าน ข้าหวังเป็อย่างยิ่งว่าท่านจะมีชีวิตที่ยืนยาว อยู่กับข้าไปอีกนานแสนนาน”
..ก็ได้แต่หวังว่าสิ่งที่นางเลือกจะไม่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวนางเองในอนาคต ธิดาเทพของแคว้นอัคคี ความแค้นต่อแผ่นดินที่นางต้องแบกรับเอาไว้บนบ่าเพื่อรอเวลาเอาคืน ความแค้นของนาง จิตริษยาต่อทุกสรรพสิ่งของธิดาอัคคีมิใช่เื่ล้อเล่น
แม้ตัวนางจะตายไปแต่เจตจำนงของนางก็ไม่เคยจางหาย ซ้ำร้ายมันกลับกลายเป็เชื้อเพลิงที่แผดเผาแคว้นหยางจนแทบล่มสลายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ความตายของธิดาเทพแคว้นอัคคีคือสะพานที่นำไปสู่า ความเดือดร้อนแผ่ขยายไปทั่วทุกหย่อมหญ้าตามคำสาปแช่งของนางก่อนสิ้นใจ
และแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่อาจหนีพ้นจากคำสาปแช่งนั้น คำสาปแช่งที่นางเจาะจงให้เขารับมันแต่เพียงผู้เดียว
‘ตัวเ้าจำต้องมีชีวิตอยู่ด้วยความแค้น ชิงชังต่อทุกสรรพสิ่ง ชั่วชีวิตไม่อาจหลุดพ้น แต่หากเมื่อใดที่มอบความจริงใจให้ใครสักคนจำต้องถูกหักหลังอยู่ร่ำไป และต้องตายด้วยน้ำมือของผู้ที่เ้าให้ความสำคัญ’
และท้ายที่สุดตัวข้าก็เคยเป็เช่นนั้นจริงๆ
แต่ในตอนนี้ข้าไม่ปรารถนาที่จะพบเจอเื่ราววุ่นวายเช่นนั้นอีกแล้ว จะรักก็ดีจะชังก็ช่าง เขาไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว
ตอนนี้เขา้าเพียงทิ้งอดีตเอาไว้เื้ั และเดินหน้าสู่เส้นทางที่แตกต่างไปจากเดิม
เขาเชื่อว่ามันดีที่สุดแล้ว…
เมื่อไม่รักก็จะไม่เสียใจ เมื่อไม่มีความผูกพันใดก็จะไม่เ็ปเมื่อต้องสูญเสีย
จี้ผิง…พ่อบุญธรรมของเขา
สายสัมพันธ์และความรู้สึกที่ไม่บังควรเ่าั้ ละทิ้งมันไปเถอะ…
อย่าได้พบเจอ และอย่าได้มีความผูกพันอันใดอีกเลย…
นั่นคือสิ่งที่เขาปรารถนา แต่มันก็ยากยิ่งที่จะหักใจยอมรับมันได้
ความ้ามักสวนทางกับความรู้สึกเสมอ
ตัวเขาเองก็เป็เช่นนั้น…
นามิแค่อยากอ่านนิยาย
จุ๊บๆ