"คริสติน่ารีบทำการรักษาลีโอนาร์ดเดี๋ยวนี้เลย" มาร์คัสร้องะโพร้อมกับหอบหายใจ มือทั้งสองข้างของเขากุมอยู่ที่ด้ามดาบ ในตอนนี้เขาจำเป็ต้องใช้ดาบเพื่อพยุงร่างกายของเขาไม่ให้ล้มลง
"รับทราบค่ะหัวหน้า" คริสติน่าตอบรับมาอย่างเร่งรีบ นางถลาตัวเข้าไปหาลีโอนาร์ดด้วยความเป็ห่วง
ฟีลิกซ์ะโขึ้นไปบนด้านหลังของอสรพิษเขี้ยวแดง เขาเข้าไปพยุงร่างของมาร์คัสที่สวนเซไปมา
"เป็ยังไง? อาการของลีโอนาร์ดยังสามารถรักษาได้อยู่หรือไม่" มาร์คัสเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้ง ขณะเดียวกันฟีลิกซ์ก็ค่อยๆประคองร่างของมาร์คัสเข้ามาหาคริสติน่าที่กำลังตรวจเช็คอาการของลีโอนาร์ดอยู่
คริสติน่ายังไม่ตอบในทันที แต่นางค่อยๆส่งพลังมานาเข้าไปในร่างกายของลีโอนาร์ดอย่างช้าๆ หลังจากนั้นพักใหญ่ในที่สุดคริสติน่าก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
"โชคดีที่ร่างกายของลีโอนาร์ดแข็งแกร่งพอสมควร จึงทำให้เขาไม่ได้รับาเ็สาหัสอย่างที่คิด"
"ความหมายของเ้าคือ?" ฟีลิกซ์เอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย
คริสติน่าเงยหน้ามองฟีลิกซ์ที่กำลังยืนทำหน้าตางุนงง "ร่างกายของลีโอนาร์ดกระดูกซี่โครงด้านขวาหักไปหลายซี่ แต่โชคยังดีที่กระดูกที่หักไม่ได้แทงทะลุปอดและหัวใจของเขา ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่สามารถยื้อชีวิตของเขาจากมัจจุราชได้เป็แน่"
"ฟู่ววว!" มาร์คัสเป่าลมออกมาจากปากของเขาอย่างโล่งอก "โชคดีที่อาการาเ็ของเขายังไม่สาหัสถึงขั้นเสียชีวิตในทันที ไม่อย่างนั้นพวกเราคงสูญเสียพวกพ้องคนสำคัญไปเป็แน่"
เมื่อรู้ถึงอาการาเ็ของลีโอนาร์ด ในที่สุดมาร์คัสก็สามารถโล่งใจได้เสียที และเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่อสรพิษเขี้ยวแดงกำลังจะฝังเขี้ยวของมันลงบนร่างของลีโอนาร์ดนัั้น จู่ๆศีรษะของมันก็ถูกบางสิ่งบางอย่างกระแทกออกไป จนทำให้การกัดของอสรพิษเขี้ยวแดงพลาดเป้า แล้วก็เพราะเหตุนี้เองที่ทำให้สหายของเขารอดชีวิตมาได้
มาร์คัสกวาดสายตามองไปยังทิศทางที่วัตถุบางอย่างที่กระแทกศีรษะของอสรพิษเขี้ยวแดงกระเด็นออกไป สายตาของเขาจับจ้องไปยังท่อนไม้ท่อนหนึ่ง ไม่สิจะบอกว่าเป็ท่อนไม้ท่อนหนึ่งก็คงไม่ได้ เพราะรูปร่างและลักษณะของมันเหมือนกับหอกยาวไม่มีผิด เสียดายก็แต่หอกเล่มนั้นไม่ได้ทำมาจากเหล็ก มาร์คัสมองหอกไม้เล่มนั้นอย่างไม่วางตา
แก่ก!
เสียงกิ่งไม้ถูกเหยียบดังขึ้นมาในความเงียบ ด้านหลังต้นไม้ขนาดใหญ่ต้นหนึ่งเด็กหนุ่มชาวมนุษย์ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาหมดจดกำลังค่อยๆเยื้องกายออกมาจากด้านหลังต้นไม้
"เ้าเป็ใครน่ะ" ฟีลิกซ์ชักดาบของเขาออกมาจากฝัักอีกครั้งพร้อมกับชี้ปลายดาบไปที่ร่างของเด็กหนุ่มชาวมนุษย์
"ใจเย็นก่อนฟีลิกซ์ อย่าทำตัวเสียมารยาท" มาร์คัสที่อยู่ด้านหลังของฟีลิกซ์คว้าจับไหล่สหายของเขาให้ยั้งมือ
ฟีลิกซ์หันกลับมามองหน้าสหายของเขาด้วยความมึนงง เขาตีใบ้มาอย่างไม่เข้าใจ
"ก่อนที่ข้าจะปลิดชีพอสรพิษเขี้ยวแดง ในตอนนั้นมันโจมตีพลาดเป้าครั้งหนึ่งเ้าจำได้หรือไม่"
"อืม!" ฟีลิกซ์พยักหน้า
"หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเด็กหนุ่มคนนั้น เกรงว่าพวกเราคงเสียลีโอนาร์ดไปแล้ว" มาร์คัสเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น
และในระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังคุยกัน เด็กหนุ่มชาวมนุษย์ก็ค่อยๆเดินเข้ามาหาพวกเขาอย่างไม่รู้สึกเกรงกลัว เด็กหนุ่มสะบัดแขนหนึ่งครั้งหอกยาวที่ทำขึ้นมาจากแก่นไม้ก็ลอยขึ้นจากพื้นมาอยู่ในมือของเขา
มาร์คัสมองดูหอกไม้ในมือของเด็กหนุ่มด้วยสายตาเหลือเชื่อ ความรู้สึกทั้งหลายผสมปนเปกันไปในห้วงอารมณ์ของเขา ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่สนามเด็กเล่น ทุกย่างก้าวในป่าแห่งนี้ล้วนแล้วแต่สามารถคร่าชีวิตของมนุษย์ได้อย่างง่ายดายหากไม่ระวังตัว
เพราะที่นี่คือชายขอบของป่าที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่เขารู้จัก และป่าแห่งนี้ก็ถูกเรียกขานว่าแดนรกร้าง ซึ่งมันกินอาณาเขตกว้างใหญ่เท่าไหร่ก็ไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้
ขนาดเขาที่เป็นักดาบขั้นที่สามยังรู้สึกหวาดกลัวที่จะเข้ามายังแดนรกร้างแห่งนี้ นับประสาอะไรกับเด็กหนุ่มที่ถือหอกไม้ธรรมดาไว้ในมือคนนี้ มาร์คัสไม่รู้จะสรรหาคำอธิบายใดมาบรรยายกับภาพที่เห็นเบื้องหน้านี้เลย
"เ้า! เหตุใดถึงถือหอกไม้เล่มนั้นเข้ามาในป่าแห่งนี้คนเดียวล่ะ" มาร์คัสเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ
"ข้าออกมาฝึกวิชาคนเดียวข้างนอก จากนั้นก็เกิดหลงป่าขึ้นมาจนหาทางกลับเมืองไม่ได้ และในระหว่างที่ข้ากำลังหาทางออกจากป่าแห่งนี้ด้วยความยากลำบาก ก็บังเอิญได้ยินเสียงการต่อสู้ดังขึ้นมาจากที่ไกลๆ ข้าอดสงสัยไม่ไหวเลยตามเสียงนั้นไปดู และในระหว่างนั้นเอง ข้าเห็นพวกท่านตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ เลยอดใจไม่ไหวจึงลงมือช่วยไว้สักครั้ง" น้ำเสียงของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความสุขุม ขณะเดียวกันก็แฝงไว้ซึ่งความเย่อหยิ่ง
"อย่างนี้นี่เอง ข้าขอขอบคุณน้องชายเป็อย่างมาก หากไม่ได้เ้าลงมือช่วยเหลือไว้ล่ะก็ เกรงว่าสหายของข้าคงหนีไม่พ้นคมเขี้ยวของอสรพิษเขี้ยวแดงตนนี้เป็แน่" มาร์คัสกล่าวขอบคุณอย่างซาบซึ้งใจ ถึงแม้เขาจะคิดว่าเื่นี้มันแปลกๆ แต่หากว่าเด็กหนุ่มเบื้องหน้าไม่ลงมือช่วยเหลือ เช่นนั้นเขาก็คงสูญเสียสหายที่เคยสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ของเขาเป็แน่
"เห็นคนใกล้ตายแล้วไม่ช่วยไม่ใช่วิสัยของข้า ขอแค่พวกท่านพาข้าออกไปจากป่าแห่งนี้ได้แค่นี้ข้าก็ดีใจแล้ว"
"น้องชายสบายใจได้ เดี๋ยวพวกข้าจัดการกับเ้าอสรพิษั์นี่เสร็จก็จะกลับเข้าเมืองกันแล้วล่ะ ถึงตอนนั้นเ้าตามพวกข้ากลับไปย่อมไม่มีปัญหาตามมาอย่างแน่นอน" มาร์คัสเอากำปั้นทุบอกแล้วกล่าวขึ้นอย่างเป็กันเอง
"เช่นนั้นพวกท่านก็รีบลงมือจัดการเถอะ ข้าจะนั่งรอพวกท่านเงียบๆอยู่ตรงนี้" เด็กหนุ่มเดินไปยังโคนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งแล้วหย่อนตัวค่อยๆนั่งลงอย่างผ่อนคลาย มือของเขายังคงกอดหอกไม้เล่มนั้นไว้แนบกาย
"ตกลง! เช่นนั้นก็รอพวกข้าหน่อยแล้วกัน ใช้เวลาไม่นานนักหรอก" กล่าวจบมาร์คัสก็หันหลังเดินไปยังซากงูในทันที
ฟีลิกซ์สืบเท้าก้าวขาตามมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เอ่ยกระซิบขึ้นเบาๆ "ข้าว่าเด็กนี่มันแปลกๆนะ เด็กปกติที่ไหนจะเข้ามาฝึกฝนวิชาในป่าที่อันตรายแห่งนี้ ข้าว่าเราระวังเ้าเด็กนี่ไว้หน่อยก็ไม่เสียหายนะ"
มาร์คัสขมวดคิ้วเข้าหากัน เขาเหลือบหันไปมองข้างหลังแวบนึง จากนั้นก็หันกลับมามองหน้าฟีลิกซ์อีกครั้ง "เอาตามที่เ้าว่าแล้วกัน แต่อย่าได้ทำอะไรกระโตกกระตากเด็ดขาด ถึงอย่างไรเขาก็เป็ผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตลีโอนาร์ดเอาไว้"
ฟีลิกซ์พยักหน้าตอบรับ จากนั้นทั้งสองคนก็เร่งฝีเท้าไปยังซากที่นอนกองเป็ูเาของอสรพิษเขี้ยวแดง
เวลาไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว
มาร์คัสและพรรคพวกทำการลอกเอาเกล็ดและเขี้ยวของอสรพิษเขี้ยวแดง จากนั้นก็ควักเอาลูกตาของมันเก็บไว้ในภาชนะบางอย่างที่เหมือนกับขวดแก้ว และแน่นอนว่าเส้นเอ็นของอสรพิษเขี้ยวแดง มาร์คัสและพรรคพวกก็ไม่พลาดที่จะถลกเอาออกมาเช่นเดียวกัน ในระหว่างของที่ควักออกมายังมีดีของอสรพิษเขี้ยวแดง และชิ้นส่วนอื่นๆอีกมากมายที่ถูกแล่ออกไป
ไม่นานพวกมาร์คัสก็จัดการกับซากของอสรพิษเขี้ยวแดงจนเสร็จ เด็กหนุ่มมองดูกองเนื้อมหาศาลที่ถูกกองทิ้งไว้ แต่ก็เหลือบมองเพียงแค่แว๊บเดียวเท่านั้นเด็กหนุ่มก็เบือนหน้าหนีไป
ทั้งห้าคนเริ่มเดินทางออกจากป่าที่แสนจะอันตรายแห่งนี้ทันที มาร์คัสที่เป็หัวหน้ากลุ่มคือคนที่แบกวัตถุดิบทั้งหมดที่ได้มาจากอสรพิษเขี้ยวแดงเอาไว้ คริสติน่าหญิงสาวผู้มีดวงตาสดใสตอนนี้กำลังแบกร่างของลีโอนาร์ดที่กำลังนอนหมดสติอยู่
ส่วนฟีลิกซ์เขาเดินอยู่ด้านหลังสุดของกลุ่ม จุดประสงค์ก็เพื่อระวังอันตรายจากด้านหลัง และเหตุไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้นในกลุ่มของเขา
และก่อนที่ดวงตะวันจะลับขอบฟ้าในที่สุดพวกเขาก็มาถึงป้อมปราการขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง และชื่อป้อมปราการแห่งนี้ก็คือป้อมปราการฟอร์ทลูมินานั้นเอง
สามารถคอมเม้นเป็กำลังใจให้ผมได้นะครับ