23.00 น.
แสงไฟจากรถที่แล่นเข้ามาจอดสาดกระทบกับหน้าต่างห้องนอน เวลานี้คงจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากพี่ชายตัวดีของฉันเอง ฉันดีดตัวออกจากผ้าห่มอย่างรู้ชะตากรรมแล้วรีบเดินไปล็อกประตูห้อง ถึงแม้เราจะอยู่กันแค่สองพี่น้อง เพราะพ่อกับแม่ของฉันเสียชีวิตไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว แต่เราสองคนก็ไม่ได้รักใคร่กลมเกลียวเหมือนพี่น้องคู่อื่นมากนัก พี่ชายของฉันเอาแต่สร้างปัญหาให้ฉันตามแก้ไม่เว้นแต่ละวัน
ปัง ปัง
“พู่ พู่ เปิดประตูให้พี่หน่อย”
“ไปก่อเื่อะไรมาอีกล่ะพี่พีม
“เออน่า แกอย่ามองพี่แกในแง่ร้ายนักสิวะ” เสียงพี่ชายตัวดีของฉันพูดตัดพ้ออยู่หน้าประตู ฉันจำใจเดินไปเผชิญหน้ากับเขา ทันทีที่เห็นหน้าพี่พีมฉันก็พอเดาได้ว่าคงจะไปมีเื่กับผู้มีอิทธิพลมาแน่นอน สภาพเนื้อตัวสะบักสะบอมซะขนาดนั้น
“มีเงินให้พี่ยืมสักสามแสนมั้ย” ฉันคิดว่าฉันคงจะหูฝาดไป พี่พีมต้องพูดว่าสามร้อยแน่ๆ
“สะ สาม”
“สามแสน”
ใช่ ที่ฉันได้ยินมันคือของจริง แล้วพี่พีมก็พูดออกมาได้อย่างไม่สะทกสะท้าน
“พูดเป็เล่น อย่าว่าแต่สามแสนเลย สามร้อยพู่ก็ไม่มีให้พี่ ทั้งเนื้อทั้งตัวก็มีอยู่ร้อยเดียว จะเอาไว้ซื้อรองเท้าใส่ไปสมัครงานพรุ่งนี้” ฉันพูดปฏิเสธอย่างเร็ว ทำไงได้ก็ฉันไม่มีเงินจริงๆ คิดแล้วก็อนาถใจกับชะตาชีวิตยัยพู่กัน
“พู่ แกก็ยืมเงินคุณอาณรงค์สิ” คุณอาณรงค์ที่ว่าก็คือเพื่อนของพ่อแล้วก็เป็พ่อของเชอรีนเพื่อนสนิทของฉัน
“ไม่ได้ ถึงคุณอาณรงค์จะเป็เพื่อนของพ่อ แต่เราต้องเกรงใจคุณอาบ้าง กี่ครั้งแล้วที่คุณอายื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเรา”
“แล้วแกจะยอมให้พี่แกโดนกระทืบตายหรือพู่ แกไม่รู้หรอกว่าไอ้พวกนั้นมันเถื่อนแค่ไหน” พี่พีมพูดไปมือก็จับปากที่เปื้อนเืไป
“พี่ก็บอกพี่ลิซสิ เขาคงไม่ปล่อยให้แฟนตัวเองโดนกระทืบตายหรอกมั้ง”
“ไม่ได้ บอกลิซไม่ได้ พี่ไม่อยากให้เขารู้ว่าตอนนี้เราไม่เหลืออะไรแล้ว”
“แล้วพี่จะทำยังไง ไม่มีสมบัติอะไรหลงเหลือให้พี่เอาไปขายใช้หนี้แล้วนะพี่พีม”
“โธ่เว้ย” พี่พีมสบถออกมาอย่างหมดหนทาง
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด
เสียงโทรศัพท์ของพี่พีมดังขึ้น เบรกความตึงเครียดของสถานการณ์ตอนนี้ได้พอดี
“แกรอพี่อยู่ตรงนี้นะพู่ ห้ามล็อกห้อง” พี่พีมพูดกำชับฉันแล้วก็เดินออกไปคุยโทรศัพท์ที่หน้าบ้าน สีหน้าแววตาไม่สู้ดีนัก เป็เวลาเกือบสิบนาทีที่พี่พีมคุยโทรศัพท์อยู่อย่างนั้น ฉันจับประเด็นไม่ได้ แต่พอจะได้ยินบ้างบางประโยค
“ได้ ตกลงตามนั้น” สิ้นเสียงพี่พีมก็เดินกลับเข้ามาในบ้าน เขาตกลงอะไรกันนะ แล้วใครโทรมา?
“ใครโทรมาเหรอ” ฉันเป็ฝ่ายเอ่ยถามก่อนเมื่อเห็นว่าเขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าฉัน ไม่พูดไม่จาสักคำ
“ไปกับพี่ก่อน แล้วพี่จะอธิบายให้ฟัง” พี่พีมดึงแขนฉันให้เดินตามเขาไป
“เดี๋ยวๆ พี่จะพาพู่ไปไหน นี่ก็ดึกแล้วนะ” เสียงทัดทานของฉันดูเหมือนจะไม่เข้าหูเขาเลย ยังดีที่ฉันยังเร็วพอจะคว้าโทรศัพท์ติดตัวมาด้วย
20 นาทีต่อมา
ณ สถานที่แห่งหนึ่งซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่ามันคือที่ไหน มีแต่สนามหญ้าโล่งๆ …
รถของเราแล่นเข้ามาจอด เสียงโทรศัพท์ของพี่พีมดังขึ้น พี่พีมลุกออกจากรถไปคุยโทรศัพท์อยู่สักพักหนึ่งแล้วเขาก็เดินเข้ามาคุยกับฉัน
“พู่ แกรักพี่มั้ย” จู่ๆ พี่พีมก็ถามฉันด้วยประโยคนี้ แปลกจริง แต่ถึงยังไงก็เถอะ เขาก็เป็พี่ชายฉันนี่จะไม่รักไม่ห่วงเลยก็ยังไงอยู่
“รักซิ ถึงแม้ว่าพี่จะสร้างเื่ปวดหัวให้พู่อยู่บ่อยๆ แต่เราก็มีกันอยู่สองคนพี่น้องเนอะ”
” เออๆ รู้แล้ว” พี่พีมส่งยิ้มให้ฉัน มือของเขาจับไหล่ฉันแน่น
” พี่จะให้แกไปอยู่กับใครคนหนึ่ง แต่แกต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ”
“หมายความว่าไง พู่งงนะพี่พีม จะให้พู่ไปอยู่กับใคร”
“เ้าหนี้ของพี่เอง พี่ตกลงกับมันแล้ว มันบอกว่าถ้าพี่หาเงินมาให้ไม่ได้ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนอย่างอื่น”
“ซึ่งข้อแลกเปลี่ยนนั้นก็คือพู่?”
“ใช่” พี่พีมพูดแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ใจฉันหล่นวูบลงไปอยู่ตาตุ่ม ร่างกายสั่นไปหมด สมองเบลอจนไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้สักคำเดียว
“พู่ไปอยู่กับเขานะ เชื่อพี่ แล้วพู่จะสบาย” คำพูดเหล่านี้ดังออกมาจากปากพี่ชายของฉัน ฉันมองหน้าพี่พีม อย่างไม่เข้าใจว่าเขาทำแบบนี้กับฉันทำไม
“พี่ขายฉันเหรอ”
“พี่ไม่ได้ขายแกนะพู่ แค่สามเดือนเท่านั้นเองแกก็จะได้กลับบ้าน อีกแค่สามเดือนเื่ทุกอย่างจะจบ”
“ตอนนั้นพู่คงจะเป็ศพไปแล้วมั้ง” น้ำตาของฉันไหลพรากออกมาอาบแก้มเอาเถอะไม่ว่าวันข้างหน้าฉันจะเจออะไรบ้าง มันคงไม่แย่ไปกว่านี้อีกแล้วล่ะ
บรื้นนนน
รถเก๋งสีดำคันหรูขับเข้ามาจอดไม่ไกลจากที่เรายืนอยู่ ฉันมองเห็นบุคคลที่มาใหม่ไม่ชัดนัก เพราะน้ำตามันบดบังทุกอย่างไปหมดแล้ว
“ไม่ต้องร้องแล้ว อีกสามเดือนพี่จะไปรับแกกลับ” พี่พีมลูบหัวฉันเบาๆ
“พี่รับปากกับพู่ได้มั้ย ว่าจบเื่นี้แล้ว พี่จะไม่เล่นพนันอีก เลิกทุกอย่างที่มันไม่ดี”
“พี่รับปาก พี่ไปล่ะนะ” พี่พีมเดินมากอดฉันแล้วรีบขับรถออกไป.ฉันทรุดตัวลงนั่งอยู่ตรงนั้น พู่ไปอยู่กับเขานะ แล้วพู่จะสบาย ประโยคเ่าั้ยังดังก้องอยู่ในหัวฉัน และก่อนที่สมองฉันจะเบลอไปมากกว่านั้น มือเรียวยาวของใครคนหนึ่งก็มาฉุดกระชากลากถูฉันไปราวกับฉันเป็สิ่งของ
“ปล่อย ปล่อยนะ ฉันรู้ว่าพี่พีมติดหนี้นายอยู่ แต่นายจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ”
“ช่วยหุบปากน่าจุ๊บของเธอก่อนได้มั้ย”
“นี่นาย จะมากไปแล้วนะ” ฉันพูดพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเ้าของเสียง ทำไมฉันคุ้นหน้าเขาเหลือเกิน เหมือนเคยเห็นที่ไหนสักแห่ง หรือว่าจะเป็พวกดารานักร้อง
“นายเป็ดาราเหรอ” ฉันเอ่ยถามขณะที่นั่งอยู่ในรถ โดยมีเขานั่งอยู่ข้างๆ
“ถ้าเธอไม่หยุดพูด ฉันรับรองว่าฉันจะทำมากกว่าจูบแน่” หมอนั่นโน้มตัวลงมา สายตาของเขาจ้องมองต่ำลงมาที่หน้าอกฉัน
“พลั่ก”
ฉันรีบผลักตัวเขาออกไป
“หึ มีอยู่แค่นี้ยังจะมาหวง”
“นะ นาย” อุ๊บ ฉันเอามือปิดปาก ไม่เอาไม่พูดดีกว่า
นาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนตรง ยานพาหนะคันหรูแล่นไปตามถนนที่รายล้อมไปด้วยตึกรามบ้านช่อง แสง สี เสียง แหล่งบันเทิงครบวงจร พวกเขากำลังพาเธอไปที่ไหนกัน…