๓
“สวัสดีค่ะพี่ศิลามาทำงานแถวนี้เหรอคะ” เธอทักทายเขาเหมือนคนรู้จักทั่วไปแก้อาการเก้อเขินที่พยายามปกปิดเอาไว้
เขาไม่ได้ตอบ เพียงมองเธอนิ่ง ๆครู่หนึ่ง
“ไปกันเถอะ”
พราวพริ้มไม่ต้องรอให้เขาพูดเป็ครั้งที่สองรู้โดยอัตโนมัติว่าไปไหนในเมื่อพีระพลรู้เื่แล้วนั่นก็แปลว่าเขาต้องไหว้วานให้ชายหนุ่มตรงหน้ามาพาเธอกลับบ้านอย่างไม่ต้องสงสัย
“พราวขอไปบอกเพื่อนก่อนนะคะเดี๋ยวดา...” ยังไม่ทันพูดจบประโยค แขนข้างหนึ่งถูกเขายึดเอาไว้จนเซเข้าหาคนตัวสูง
“พี่ว่าคงไม่เหมาะถ้าพราวจะเข้าไปตอนนี้”
พราวพริ้มชำเลืองตามองเข้าไปด้านในทุกอย่างชัดเจนเมื่อมองจากตรงนี้ แสงไฟสลัวก็จริงแต่สามารถมองเห็นทุกการกระทำของคนข้างในได้อย่างชัดเจนเหมือนใช้เลนส์ซูมเข้าไปดูใกล้ ๆ
ห๊า!
เขาไม่เห็นเธอั้แ่แรกแล้วเหรอความกระดากอายเพิ่มสูงขึ้นในใจ อย่างน้อยเธอก็ดูเป็เด็กดีในสายตาทุกคนมาตลอด
คนตัวเล็กเงยหน้ามองดวงตามีแต่คำถามว่าเขามาอยู่ที่นี่ั้แ่เมื่อไหร่ เห็นเธอทำอะไรไปแล้วบ้าง
ศิลาหลุบตาลงเก็บซ่อนประกายบางอย่างไว้เขาเดินนำออกไป VolvoSUV สีตะกั่วคือยานพาหนะประจำตัวของศิลา เธอเห็นเขาใช้มันบ่อยที่สุด
กลิ่นหอมอ่อนแตะจมูกทันทีที่เข้ามานั่งในรถเก็บอาการตื่นเต้นแทบไม่ไหวการที่เธอมีโอกาสได้เข้ามาอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของเขาเป็เื่ที่เกินความฝันไปมากจนทำตัวไม่ถูกเอาซะอย่างนั้น
ภายในรถเงียบสนิทั้แ่เคลื่อนตัวออกมาจากพูลวิลล่าหลังงามไร้คำร่ำราเพื่อนฝูง พราวพริ้มส่งข้อความทิ้งไว้ให้ดารินซึ่งแน่นอนว่ามันยังไม่ถูกอ่าน
นัวกันแซ่บเบอร์นั้นจะเอาเวลาที่ไหนมาสนใจคนอื่นจริงไหม!
“พี่ศิลามาทำงานเหรอคะ”เธอไม่รู้จะชวนคุยเื่อะไร จึงยกเอาเื่งานเข้ามาเป็หัวข้อสนทนา หวังว่ามันจะช่วยทำให้บรรยากาศเงียบๆ เหล่านี้หายไป
แต่ก็เปล่า...
เขาพยักหน้าแทบไม่เห็นความแตกต่างนั้นเลยด้วยซ้ำ
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่อยากคุยด้วยเธอจึงไม่เซ้าซี้หันหน้ามองหน้าต่างข้างตัวที่ตอนนี้มองไปก็เห็นแต่เงาของตัวเองสะท้อนกลับมา
ก็ดีกว่าหันไปมองเขาไหมล่ะ
อาการเมาที่คล้ายจะหมดไปเริ่มกลับมาอีกครั้งเธอไม่แน่ใจนักว่าเมา หรือง่วงนอน อาจเป็ทั้งสองอย่างเลยก็เป็ได้
นาฬิกาที่ข้อมือบอกเวลาว่าอีกไม่กี่นาทีก็เที่ยงคืนเธอรู้สึกว่าตัวเองแตกต่างจากซินเดอเรล่าก็ตรงที่ไม่ต้องวิ่งหนีเ้าชายแต่กำลังนั่งอยู่ในรถม้ากับเ้าชายเพื่อกลับสู่ปราสาท
“ถ้าง่วงก็หลับสักตื่นกว่าจะถึงอีกนาน” เหมือนสะดุ้งตื่นจากความฝันในทันที เมื่อคนหลังพวงมาลัยเอ่ยขึ้น
เสียงศิลาแทบจะไม่พ้นจากลำคอคล้ายผู้ใหญ่กำลังตำหนิเด็กคออ่อนที่ริดื่มเหล้าไม่มีผิด
เขาไม่พอใจที่เธอมาร่วมปาร์ตี้มั่วสุมแบบนี้อย่างน้อยถ้าไม่ได้รู้จักกันมาั้แ่เธอยังเป็เด็ก เขาอาจจะไม่ใส่ใจด้วยซ้ำ
แต่เขาทำเป็มองไม่เห็นคงไม่ได้พีระพลคือเพื่อนสนิทกันมาั้แ่สมัยเรียนแถมยังเป็เพื่อนบ้านที่ดีต่อกันมายาวนาน เห็นน้องสาวเพื่อนพาตัวเองมาอยู่ในสถานที่ล่อแหลมจะให้เขาทำเป็ไม่เห็นก็ดูใจดำเกินไป
มาคิดดูอีกทีเขาเหมือนครูหัวโบราณที่เห็นเด็กทำผิดแล้วรีบโทรฟ้องผู้ปกครองให้รับรู้เขาแค่ส่งข่าวแต่หน้าที่อื่นก็ต้องแล้วแต่ผู้ปกครองจะตัดสินใจ เพราะเขาก็ไม่รู้จะอ้างเหตุอะไรไปรับตัวหญิงสาวออกมา
เธอโตพอที่จะตัดสินใจเองได้อยู่แล้วอีกอย่างเขาเป็แค่คนข้างบ้าน
“ถ้าคนเมาพูดอะไรออกไปพี่ศิลาก็ไม่ถือใช่มั้ยคะ”
“ขึ้นอยู่กับว่าพราวจะพูดอะไร”เขาตอบกลับมาพร้อมหันมอง เธอรู้สึกว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะอีกแล้วเมื่อเห็นสายตาของเขาอยู่ใกล้แค่นี้
‘พี่ไม่ชอบหลอกเด็ก’
คำพูดของเขาในวันนั้นตามหลอกหลอนเธอเรื่อยมาริมฝีปากของเขา ััแนบชิดให้ความรู้สึกรุ่มร้อนไปทั้งร่างกายเธออยากได้พี่ชายข้างบ้านคนนี้มาเป็ของตัวเอง
ถ้าไม่ทำใจกล้าหน้าด้านเธอจะได้เขาเหรอพราวพริ้ม
อ่อย เธอนึกถึงคำนี้ขึ้นมา
แล้วจะทำยังไงล่ะเกิดมาไม่เคยอ่อยใครเลยนี่นา มีแต่ผู้ชายเข้าหาตลอด แต่ก็ไม่ใช่คนที่อยากได้สักคน
เธอต้องหาเหตุผลเพื่อจะได้อยู่กับเขานานๆ หาวิธีพาเขาเข้า รีสอร์ทหรือโรงแรมเลยก็ยิ่งดี
ไม่รู้ความความเมาหรือใจเธอมันกล้าจนผิดปกติความคิดถึงได้เกเรขนาดนี้
“พราวอยากเข้าห้องน้ำ”เธอโพล่งออกไปอย่างสิ้นคิด
“ไหวมั้ย เจอปั้มหน้าพี่แวะให้”
“พราวง่วงนอน” เธอยังไม่ยอมแพ้หรอก
“เอนเบาะนอนได้เลยรถพี่กว้างขวางหมอนอยู่ที่เบาะด้านหลัง”
“พราวหิวข้าว” ฮึยยหาเหตุผลมันทุกทางนี่แหละ
“.....” คราวนี้เขาไม่ตอบ
ศิลาหักพวงมาลัยชะลอรถจอดข้างทางเขาหรี่ตามองเด็กเลี้ยงแกะ ที่ดูก็รู้ว่ากำลังคิดทำอะไร เซฟตี้ถูกปลดออกเขาเอี้ยวตัวเข้าไปหาเด็กหัดโกหก ใบหน้าก้มลงไปใกล้จนเกือบชิด
พราวพริ้มััถึงลมหายใจอุ่นร้อนเป่าบนแก้มสีระเรื่อ
“พะ...พี่ศิลา จะทำอะไรคะ”หัวใจพราวพริ้มเต้นโครมครามอยู่ในช่องอก พอเขาจะเอาจริงขึ้นมาเธอกลับไม่กล้า
“พราวน่าจะเมามากใช่ไหม”
“นะ...นิดหน่อยค่ะ”ความใกล้ชิดทำให้เธอติดอ่างขึ้นมาซะอย่างนั้น ความมั่นใจในการอ่อยหายไปไหนหมดเขากำลังให้ความร่วมมืออยู่นี่ไง
“จำที่พี่เคยบอกได้ไหม”
“เื่ไหนคะ” กลั้นใจถามออกไปแต่กลับเริ่มกลัวในคำตอบ
“พี่ไม่ชอบหลอกเด็ก”
พราวพริ้มขมวดคิ้ว หัวใจวูบโหวงความน้อยใจแล่นปราดขึ้นมา เขาก็แค่มองเห็นเธอเป็เด็กข้างบ้านสินะ
ศิลายิ้มมุมปากดวงตาลุ่มลึกอ่านไม่ออก มองเห็นสีหน้าและแววตาผิดหวังของคนตัวเล็ก
“แต่ยินดี...ยอมให้เด็กหลอกนะ”เสียงกระซิบห้าวลึกดังอยู่ชิดใบหู
เธอเบิกตากว้างขึ้น ไม่เคยคิดว่าศิลาจะล่อลวงเธอด้วยวิธีนี้เธอมองเขาเป็ผู้ชายอ่อนโยนมาโดยตลอด แต่ไม่เคยคิดว่าเขาจะมีมุมร้าย ๆ ซ่อนเอาไว้
“วันนั้นที่เราใกล้ชิดกันพี่แค่เริ่มวันนี้เรามาต่อให้จบดีมั้ยพราว”เสียงเขาทุ้มลึกอยู่แค่ลำคอมันแหบพร่าน่าหวาดเสียวจนขนบนต้นคอของเธอลุกเกลียว พลันนึกไปถึงรสจูบแสนดูดดื่มริมฝีปากของเขาที่ไล้เล็มลงบนต้นคอ
คิดมาถึงตรงนี้ท้องไส้ก็บิดตัวจนปั่นป่วนคล้ายเมาเพิ่มขึ้นอีกสักสามสิบเปอร์เซ็นต์
นิ้วเรียวยาวเริ่มไม่อยู่นิ่งเขาไล้มันลงบนแก้มของเธอ รู้สึกจั๊กจี๋จนต้องหันหน้าหนี ปอยผมถูกนำไปทัดไว้ที่หูจมูกโด่งเคล้าเคลียผ่านแก้มเธอไป
เขากำลังหยอกเย้ายั่วยวนให้เธอหลงกลกับความใคร่ที่น่าค้นหาเหมือนการอ่านหนังสือที่ไม่รู้ตอนจบแล้วเกิดอาการค้าง
มาล่อลวงให้อยากแล้วจะจากไปไม่ได้นะ
เธอไม่ยอม
ริมฝีปากอุ่นร้อนของเขาทาบทับลงมาไล้เล็มอ้อยอิ่ง เพิ่มความเสียวกระสันให้ร่างบอบบางตอบสนองพราวพริ้มยกมือขึ้นโอบคล้องลำคอเขาเอาไว้กลัวว่าเขาจะปล่อยให้เธอต้องจมอยู่กับความอึดอัดที่น่าหงุดหงิดนั่นอีกครั้ง
มือหนาเคลื่อนไปกอบกุมหน้าอกนุ่มหยุ่นออกแรงบีบเบา ๆ จนคนตัวเล็กสะดุ้ง มุมปากยกยิ้มพอใจที่ได้แกล้งอีกฝ่ายฝ่ามือเคลื่อนต่ำลงมาลูบไล้เรียวขาที่บดเบียดเข้าหากัน ก่อนจะสอดมันเข้าไปใต้ เดรสที่ร่นขึ้นมาเหนือเข่า
มืออีกข้างเอื้อมไปปรับเบาะให้เอนลงเรียวลิ้นยังคงดูดดึงไล่ต้อนให้เธอเคลิ้มตามเขาพาตัวเองข้ามมาอยู่ที่นั่งฝั่งเดียวกับหญิงสาวเธอกำลังหลงใหลไปกับความรู้สึกแปลกใหม่จนไม่รู้ตัวว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้
พราวพริ้มเหมือนผลไม้สดใหม่ที่สุกคาต้นพร้อมจะร่วงหล่นลงมาให้ลิ้มรส ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ารสชาติหวานหอมน่าลิ้มลองเพียงใด
เขาช้อนตัวเธอขึ้นร่างบางแอ่นเข้าหาััอบอุ่น แต่ร่างกายเธอกลับร้อนรุ่ม
“พราวร้อนจังเลยค่ะพี่ศิลา”
“พี่ช่วยพราวถอดเสื้อดีมั้ย”เขากระซิบข้างหู ก่อนปลดเปลื้องเสื้อคลุมออกจากตัวให้ลูกแมวแสนซนเขาใช้แขนยันเบาะเพื่อรับน้ำหนักของตัวเองเอาไว้พราวพริ้มเพิ่งเห็นว่าเรียวขาแยกออกจากกันจนน่าหวาดเสียวเขาใช้ขาของตัวเองกั้นเธอเอาไว้ เป็ภาพิ่เหม่ที่น่าตื่นเต้นไม่น้อย
บางอย่างในร่างกายเรียกร้องอยากให้เขาััเธอมากกว่านี้
เขากดริมฝีปากลงมาอีกครั้งคราวนี้ร้อนแรงดุดัน จนเธอต้องใช้มือดันหน้าอกของเขาแผ่นหลังััได้ถึงฝ่ามืออุ่นร้อนลูบไล้ไปทั่ว บั้นท้ายถูกเขาบีบเคล้นแพนตี้ตัวจิ๋วถูกรูดลงมากองที่ปลายเท้า ข้างหนึ่ง
ปลายนิ้วไล้วนอยู่ที่ติ่งเนื้อบอบบางน้ำหนักที่กดเพิ่มมากขึ้นทำให้เผลอครางออกมา
“อ๊ะ”
“ชอบนิ้วของพี่มั้ย”
“พราว...”ใครจะกล้าพูดเื่น่าอายออกมาเมื่อเธอไม่ตอบเขาจึงสอดใส่นิ้วเข้ามาในช่องทางชุ่มฉ่ำนิ้วเรียวขยับเข้าออกเชื่องช้าให้ร่างกายของเธอคุ้นชิน
ความซ่านสยิวแผ่ซ่านไปทั้งร่างจนเผลอจิกปลายเล็บลงบนท่อนแขนแกร่งร่องกายตอดรัดนิ้วของเขาเมื่อเพิ่มความถี่เร็วลมหายใจติดขัดกระทั่งร่างกายของเธอกระตุกเกร็ง น้ำสีใสไหลอาบนิ้วของเขาที่ดึงออกมา
ดวงตาคมจับจ้องใบหน้าของหญิงสาวที่บัดนี้แดงซ่านเขาสอดนิ้วข้างนั้นเข้าปากของตัวเอง ลิ้นไล้เลียร่องรอยของเธอจนหมด
“น้ำหวานของพราวอร่อย...พี่ชอบ”สายตาและน้ำเสียงของเขาที่มองสบกันทำให้ราคะในจิตใจส่วนลึกของพราวพริ้มถูกกระตุ้นให้ตื่น