ครอบครัวของหวังจื้อเดินเข้ามาพูดคุยกับหลี่ชิงชิงสามพี่น้องหวังพั่นตี้ตรงเข้ามากอดต้นขาของหลี่ชิงชิงอย่างสนิทสนมอย่างอดรนทนไม่ไหว
หลี่ชิงชิงหยิบขนมแบะแชกับถั่วลิสงที่นางซื้อมาอย่างเร่งรีบจากตำบลชิงสือขึ้นมาแบ่งให้สามพี่น้องหวังพั่นตี้ทานก่อนจะขอให้หลิวซื่อช่วยนำซาลาเปาที่ได้มาไปแบ่งให้คนในตระกูลหวังกินคนละสองลูกจะกินที่นี่ก็ได้ หรือจะนำกลับไปกินที่บ้านก็ได้เช่นกัน
คนในตระกูลหวังจะเคยกินอาหารจำพวกแป้งได้อย่างไรยิ่งไม่ต้องพูดถึงซาลาเปาที่มีขายเฉพาะในเหลาอาหารใหญ่ๆ ในเมืองเซียงทุกคนจึงล้วนยิ้มจนตาปิด เอ่ยขอบคุณเสียงดังซ้ำๆ อีกทั้งช่วยกันสรรเสริญบ้านเดิมของหลี่ชิงชิงหลังจากนั้นก็เริ่มทานซาลาเปากัน นอกจากคนที่ทานหมดเลยทั้งสองลูกคนที่เหลือก็มีการนำซาลาเปากลับบ้าน ไปแบ่งปันให้คนในครอบครัวที่เหลือด้วยเช่นกัน
หลังจากที่คนในตระกูลหวังกลับไปจนหมดในที่สุดบ้านของครอบครัวสกุลหวังก็สงบลงเสียที
หลี่ชิงชิงเดินสำรวจรอบๆบ้านด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนเต็มใบหน้า
ก่อนที่นางจะเดินทางไปเยี่ยมบ้านพี่สาวนางได้กำชับสองผู้เฒ่าตระกูลหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ห้องครัวควรก่ออิฐสามเตาห้องนอนควรสร้างอย่างกว้างขวาง ไม่อับชื้น และควรจะสว่างคนที่อาศัยย่อมไม่ถูกลมต้องฝนจนเป็นโรคร้ายจึงจะดี
ห้องครัวในยามนี้มีเตาทั้งหมดสามเตาสามารถทำอาหารทั้งหุง ผัด และต้มน้ำได้พร้อมๆ กัน ห้องนอนในยามนี้ก็สูงกว่าแบบเดิมถึงหนึ่งฉื่อส่วนหน้าต่างก็ใหญ่กว่าเดิมถึงหนึ่งเท่า
สองผู้อาวุโสของตระกูลทำตามเงื่อนไขที่นางกำชับได้อย่างสมบูรณ์
ในใจของนางมีความสุขเหลือเกินชีวิตของนางค่อยๆ ดีขึ้นเท่านี้ก็ดีมากแล้วความรู้สึกเหน็ดเหนื่อยจากการนั่งเกวียนลามาทั้งวันหายเป็นปลิดทิ้งนางขอให้จางซื่อช่วยนำซาลาเปาไปใส่หม้อนึ่งให้ร้อน ก่อนจะเอ่ยกับผู้อาวุโสสกุลหวังว่า“ข้ากับน้องสาวน้องชายได้ทานซาลาเปามากมายยามที่ไปเยี่ยมบ้านพี่สาวของข้าซาลาเปาพวกนี้มอบให้พวกท่านทานเจ้าค่ะ”
“ทานให้หมดเลยหรือ?” ผู้เฒ่าหวังรู้สึกเจ็บปวดใจยิ่งนักที่ต้องมอบซาลาเปาพวกนั้นให้คนในตระกูลหวังในใจของเขาลอบคิดว่าลูกสะใภ้ของเขาช่างใจกว้างเหลือเกิน ให้ซาลาเปากับคนในตระกูลเพียงคนละลูกก็พอแล้วเหตุใดต้องให้ถึงสองลูกด้วยเล่า
หลี่ชิงชิงกลับแย้มยิ้มอ่อนหวานพลางเอ่ย“กินเถิดเจ้าค่ะ ซาลาเปาเหล่านี้มาจากฝีมือของพี่สี่ที่ตื่นมานึ่งตั้งแต่เช้าทานตอนยังร้อนๆ ย่อมอร่อยที่สุดเจ้าค่ะ” นางยังเอ่ยเสริมอีกว่า “พี่สามรอให้ร้อนอีกสักพักท่านก็ทานให้เยอะหน่อย ลองชิมฝีมือของพี่สี่ดูนะเจ้าคะ”
“ได้ ได้”หลี่เอ้อร์หลินเอ่ยคำว่าได้ติดต่อกันหลานครั้งสายตาของเขาจดจ้องไปยังซาลาเปาจนแทบจะทะลุอยู่แล้ว
ทั้งชีวิตนี้เขาเคยเห็นเพียงแป้งแต่ไม่เคยกินอาหารจำพวกแป้ง อาหารที่พิถีพิถันในการทำเช่นซาลาเปานี้ชายหนุ่มย่อมไม่เคยเห็นมันมาก่อน
เมื่อครู่นี้คนในตระกูลหวังหยิบซาลาเปาไปหมดแล้วหลี่เอ้อร์หลินยังคิดว่าคงจะไม่มีส่วนของตนคิดไม่ถึงว่าหลี่ชิงชิงจะบอกให้เขากินมากกว่านี้
หลี่ชิงชิงดีกับเขาจริงๆ!
“กินซาลาเปา!”
“ซาลาเปาจะต้องอร่อยแน่!”
“น้ำตาลหวานนักถั่วลิสงก็หอมยิ่ง”
หวังพั่นตี้สามพี่น้องทั้งร้องทั้งกระโดดโลดเต้นเบิกบานใจราวกับฉลองวันปีใหม่ก็ไม่ปาน
เมื่อครู่มีคนอยู่มากต้องบอกว่าขนมแบะแชและถั่วลิสงมิใช่ของหายากมีราคาอีกทั้งคนในตระกูลหวังย่อมเคยทานกันทุกคนหลี่ชิงชิงจึงมิได้หยิบมันออกมามอบให้คนในตระกูลหวัง ยามนี้ทุกคนกลับไปหมดแล้วนางจึงหยิบขนมแบะแชและถั่วลิสงขึ้นมาให้คนในครอบครัวทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนางตั้งใจมอบแบะแชและถั่วลิสงให้หลี่เอ้อร์หลินกำใหญ่
หลี่เอ้อร์หลินได้ทานทั้งถั่วลิสงทั้งขนมแบะแชบ้านตระกูลหลี่ยากจนข้นแค้นจนแทบจะอดตายเป็นเวลาหลายปีแล้วที่พวกเขาไม่ได้กินของพวกนี้ ในใจรู้สึกเจ็บปวดยิ่งนัก
นอกจากนี้เขายิ่งรู้สึกว่าการที่หลี่ชิงชิงทั้งซ่อมแซมบ้านซื้อผ้าฝ้าย ซื้อของกินมากมายพวกนี้ นางจับจ่ายใช้สอยมือเติบเหลือเกินต่อไปหากไม่มีเงินแล้ว นางจะใช้ชีวิตอย่างไร?
เขาวางแผนที่จะหาโอกาสเตือนหลี่ชิงชิงสักหน่อยต่อให้ต้องถูกหลี่ชิงชิงดุว่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง ทว่าเขาก็ยังคงคิดจะเตือนนางอยู่ดี
หลังจากนำซาลาเปาออกมาแล้วหักจากที่แจกให้คนในตระกูลหวัง ซาลาเปายังเหลือทั้งหมดหกสิบแปดลูก หลิวซื่อแสดงน้ำใจกว้างขวางนางมอบซาลาเปาทั้งหมดสิบแปดลูกให้หลี่เอ้อร์หลิน พร้อมคะยั้นคะยอว่า“นี่เป็นซาลาเปาที่น้องสาวของเจ้าทำขึ้นด้วยมือของตัวเองเลยนะ รีบทานเร็วเข้า”
หลี่เอ้อร์หลินอ้าปากกว้างกัดซาลาเปาเข้าไปเพียงสองคำก็หมดไปหนึ่งลูกชายหนุ่มเกือบจะสำลักหลังจากกินซาลาเปาสามลูกติดต่อกันภายในลมหายใจเดียวหลังจากกลืนทั้งหมดลงไปแล้ว เขาก็รับน้ำอุ่นที่หวังจื้อส่งให้ขึ้นมาจิบสองสามคำก่อนจะเอ่ยด้วยความตกตะลึง “ซาลาเปาอร่อยยิ่งนัก!”
อาหารที่อร่อยล้ำขนาดนี้หากเขาได้รับอนุญาตให้กินได้ไม่อั้น คงกินคนเดียวทั้งหมดห้าสิบลูกเป็นแน่
หลี่ชิงชิงเอ่ยพร้อมรอยยิ้มว่า“ซาลาเปาพวกนี้เป็นฝีมือของพี่สี่เพียงคนเดียว ข้าไม่ได้มีส่วนช่วยหากเมื่อครู่นางได้ยินคำชมจากท่าน ย่อมดีใจมากเป็นแน่เจ้าค่ะ”
“ซาลาเปานี่เป็นฝีมือของหลานหลานจริงๆหรือ?” หลี่เอ้อร์หลินมองด้วยสายตายากจะเชื่อ
เขามีน้องสาวทั้งหมดสามคน
หลี่หงหงไม่เก่งเรื่องวาจาทว่าฝีมือดีนางเป็นคนประเภทที่ก้มหน้าทำงานหนัก เงยหน้ารับคำสั่งไม่หือไม่อือ
หลี่หลานหลานวาจาดีทว่าฝีมือย่ำแย่นางรู้จักใช้คำพูดเป็นอย่างยิ่ง รู้จักโน้มน้าว หว่านล้อมในขณะเดียวกันก็รู้จักขู่เข็ญนางแต่งเข้าบ้านสกุลเฝิงไม่ถึงเดือนก็สามารถปราบทั้งบ้านสกุลเฝิงได้อยู่หมัดทว่าฝีมือของนางกลับย่ำแย่จนถึงขนาดที่ทำอาหารรายการใดล้วนมีรสชาติพื้นๆ ธรรมดาๆ
ส่วนหลี่ชิงชิงในอดีตนั้นหากไม่นับเรื่องที่นางมีหน้าตางดงาม รู้จักหนังสือรู้ความแล้วนั้นวาจาของนางยากที่จะฟังเข้าหูเหลือเกินน้องสาวคนนี้มักจะชอบกล่าววาจาเสียดสีเหน็บแนม มักจะทำให้คนนู้นคนนี้โมโหจนอยากทุบตีนางเป็นประจำฝีมือก็หาได้ดีเลิศ แค่งานเย็บปักถักร้อยก็ย่ำแย่จนไม่อาจทนดู
หากบอกว่าซาลาเปาเนื้อขาวอวบแสนอร่อยนี้เป็นฝีมือของหลี่หงหงหลี่เอ้อร์หลินก็คงจะเชื่ออยู่บ้าง ทว่าหากบอกว่านี่คือฝีมือของหลี่หลานหลานแล้วเขาก็มิกล้าเชื่อเลยจริงๆ!
หวังจวี๋มองคนอื่นทานซาลาเปาส่วนตัวเองทานข้าวกับไข่ผัดแตงกวา เฮ้อ ไข่ผัดแตงกวานี่น้ำเยอะเสียจนเหมือนต้มมากกว่าผัดไม่อร่อยเลยสักนิด อาหารจานนี้ต้องเป็นฝีมือของท่านแม่อย่างแน่นอนช่างห่างไกลจากที่พี่ชิงชิงทำมากเหลือเกิน เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นเอ่ยว่า “พี่หงหงพี่หลานหลานล้วนเรียนรู้วิธีการทำอาหารประเภทแป้งมาจากพี่สะใภ้สามของข้าพี่สะใภ้สามของข้าเก่งกาจที่สุด”
หวังเลี่ยงเอ่ยตาม“พี่สะใภ้สามสอนพี่หงหงและพี่หลานหลานทำซาลาเปา เพื่อนำไปขายหาเงินในตำบลและในอำเภอขอรับ”
และยังกล่าวต่ออีกว่า“ข้าตามสามพี่น้องตระกูลเฝิงไปขายซาลาเปาหวานครั้งหนึ่ง ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลยละขอรับ”
“การค้าซาลาเปาเป็นไปด้วยดีเช่นนั้นก็ดีมากแล้ว” ผู้เฒ่าหวังกังวลว่าครอบครัวของเขาจะมีค่าใช้จ่ายมหาศาล หากต่อไปหลี่ชิงชิงใช้เงินหมดแล้วจะทำอย่างไร?ทว่ายามนี้ดีแล้ว หลี่ชิงชิงสามารถทำซาลาเปาขายได้แล้ว
ในใจของหลิวซื่อลอบคิดว่าชิงชิงพูดมาตลอดว่าจะขายพริกสับ เหตุใดยังไม่ทันขายพริกก็มีการค้าซาลาเปาเกิดขึ้นใหม่แล้วขายซาลาเปานี้กับขายพริก สิ่งใดจะได้รับความนิยมมากกว่ากันนะ?
ในใจของหวังจื้อมีความสุขแทนหลี่ชิงชิงที่สามารถคิดค้นวิธีการค้าซาลาเปาอีกอย่างขึ้นมาได้
ทว่าในใจของจางซื่อกลับคิดว่าหลี่ชิงชิงสอนวิธีทำซาลาเปาให้พี่สาวทั้งสองของนางก็ยังไม่แน่พี่สาวทั้งสองของนางจะนำสูตรการทำซาลาเปาไปเผยแพร่ให้คนภายนอกรู้หรือไม่หากต่อจากนี้ตระกูลหวังเองก็ขายซาลาเปาเช่นกันเมื่อถึงเวลานั้นมีคนมากมายที่ขายซาลาเปา กิจการซาลาเปานี้จะยังดีอยู่อีกหรือ?
ใบหน้าของหลี่เอ้อร์หลินฉาบร่องรอยตกตะลึงทันทีเมื่อครู่เขายังคิดอยู่เลยว่าหลี่ชิงชิงคือคนที่มีฝีมือย่ำแย่ที่สุดในบรรดาพี่น้องหญิงทั้งสามคนเหตุใดหลังจากแต่งงานไปแล้วหลี่ชิงชิงถึงได้สามารถทำทั้งไข่เค็มทั้งซาลาเปาเป็นอีกทั้งยังสั่งสอนพี่สาวทั้งสองให้ทำซาลาเปาขายด้วย และสิ่งสำคัญที่สุดก็คือมันสามารถทำเงินให้ครอบครัวได้!
ยามนี้สิ่งที่เขาขาดมากที่สุดมิใช่เงินหรอกหรือ?
ทั้งฝีปากและฝีมือของเขาดีกว่าน้องสาวทั้งสามคนยิ่งนักหากสอนเขาทำซาลาเปา เขาย่อมทำเงินจากการขายซาลาเปาได้อย่างแน่นอน
“ทั้งซาลาเปาและซาลาเปายัดไส้ล้วนเป็นอาหารประเภทแป้งสำหรับประชาชนทางภาคใต้นับเป็นอาหารจานใหม่ คนที่ทำเป็นยังมีไม่มาก พี่สาวทั้งสองของข้าสามารถทำได้แล้วก็นับว่านางมีทักษะพิเศษเฉพาะทาง หากนางทำได้ดี จะใช้เป็นรายได้เลี้ยงปากท้องทั้งครอบครัวก็ย่อมไม่มีปัญหา”หลี่ชิงชิงเอ่ยต่ออีกว่า “ข้าบอกกับพี่สาวทั้งสองของข้าแล้วว่า ให้พวกนางขายแค่ในตำบลจิ่วชวีตำบลไท่ และอำเภอหมิงเฉิง เช่นนี้ก็จะไม่กระทบการขายซาลาเปาของข้าแล้วเจ้าค่ะ”
หลิวซื่อตื่นเต้นจนเกือบกระโดดผลุงขึ้นมาจากม้านั่งตัวยาวที่นางนั่งอยู่นางอดถามเสียงสูงมิได้ “ชิงชิง เจ้าตั้งใจจะให้บ้านเราขายซาลาเปาเช่นกันหรือ?”
หวังจวี๋หาเก้าอี้มาได้ตัวหนึ่งก็นำมาวางไว้ด้านหลังหลี่ชิงชิงก่อนจะเชิญให้นางนั่งลงเพื่อพูดคุยกันดีๆ