บันทึกฝันที่ 404

    ตอนที่ 10  คลืบคลาน

     

    เสียง ติ๊ง ของข้อความที่เข้ามาบนหน้าจอโทรศัพท์ในยามค่ำคืน ทำให้ยามินทร์สะดุ้งเล็กน้อย ทั้งที่ห้องพักเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองสะท้อนกลับจากผนัง

    “ทุกอย่างรอบตัวฉันปกติดี ไม่ต้องห่วง”
    ข้อความสั้น ๆ จากมัชฌา

    ยามินทร์จ้องหน้าจอนานกว่าปกติ รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างที่ไม่มีในถ้อยคำ
    “ปกติ” ของมัชฌา ไม่ใช่ปกติของเขาอีกต่อไป…

     

     

    เช้าวันถัดมา เขาเริ่มสังเกตเห็นสิ่งเล็ก ๆ ที่เหมือนการบอกใบ้จากอีกโลก
    ตอนซื้อข้าวที่โรงอาหาร พนักงานยื่นใบเสร็จมา ตัวเลขบนบิลสว่างวาบ—
    บิลค่าอาหารราคา 404 บาท

    วันเดียวกัน ใบแจ้งค่าไฟที่เสียบอยู่หน้าห้องพักตัวเองก็มีตัวเลขเรียงท้ายว่า 404

    และในตารางเรียนที่แปะอยู่บอร์ดคณะ มีรายวิชาหนึ่งถูกพิมพ์ผิดเป็๲ “ห้อง 404” ทั้งที่ตึกเรียนไม่มีเลขนั้นอยู่จริง

    แต่ละสิ่งเล็ก ๆ เหมือนกำลังคลืบคลานมาหาเขาทีละก้าว ไม่มีเสียง ไม่มีการเตือน เป็๞เพียง “ความบังเอิญ” ที่มากเกินจะเป็๞จริง

     

     

    หลังเลิกเรียน เขาเดินกลับไปยังตึกเรียนเก่าตามแรงผลักบางอย่างในใจ
    อาคารทั้งหลังมืดทึบ หลอดไฟตามระเบียงกะพริบแ๶่๥ ๆ แสงขุ่นมัวราวกับจะดับลงทุกเมื่อ
    พื้นปูนเย็นเยียบสะท้อนเสียงฝีเท้าก้องไปทั่วโถงทางเดิน

    กลิ่นอับชื้นตลบอบอวล มันไม่ใช่แค่กลิ่นฝุ่น แต่เป็๞กลิ่นที่เหมือนเสื้อผ้าเปียกน้ำ ถูกทิ้งไว้นานจนขึ้นรา ราวกับความทรงจำที่เน่าเสีย

    และที่ปลายทาง… มันอยู่ตรงนั้น—
    ประตูไม้สีดำ404 ที่เขาเห็นในฝันไม่รู้กี่ครั้ง

    เขาหยุดยืนตรงหน้า หัวใจเต้นแรงจนเหมือนจะทะลุออกมา
    แผ่นไม้เก่ามีรอยขีดข่วนลึกเป็๞เส้น ๆ เหมือนใครบางคนพยายามหนีออกมา ขอบบานประตูบวมพองจนแทบแตก แต่กลับยังคงปิดสนิท

    แล้วเสียงก็ดังขึ้นจากด้านใน—
    เสียงกรีดร้องแหลมสูงปนเสียงกระซิบแ๶่๥ ๆ สลับกันเหมือนบทสวดบิดเบี้ยว


    “เปิดสิ…”

    เสียงนั้นลอดออกมาเหมือนมีหลายคนกำลังพูดพร้อมกัน เสียงเด็ก เสียงผู้หญิง เสียงชายชรา เสียงหัวเราะ และเสียงสะอื้นประสานกันจนแทบแยกไม่ออก

    ลูกบิดสั่นไหวเหมือนมีใครจับหมุนจากข้างใน
    “ไม่นะ…” ยามินทร์พึมพำกับตัวเอง เขารู้สึกกลัวเกินกว่าจะเอื้อมไปจับมันด้วยซ้ำ พลันก้าวถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว ขนทั้งร่างลุกชันราวกับมีใครกำลังเป่าลมหายใจเย็นจัดใส่ต้นคอ

    เขาหนีออกมาทั้งที่หัวใจยังเต้นแรงเหมือนจะขาด ร่างกายสั่นสะท้านจนแทบทรงตัวไม่อยู่

     

     

    คืนนั้น เขาหลับไปด้วยความอ่อนล้า แต่ความฝันกลับชัดเจนราวกับโลกจริง

    เขายืนอยู่ในทางเดินของอาคาร บรรยากาศมันดูดูน่ากลัวกว่าที่เขาเห็นเมื่อตอนเย็นซะอีก ท่ามกลางเงามืด ไม่มีเสียง ไม่มีแสงน อกจากดวงไฟดวงเดียวที่ส่องลงมาบน… ประตูสีดำ 404

    มันตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง ทางเดินที่มืดสนิท
    ลูกบิดเหล็กเย็นเยียบเชื้อเชิญให้เขาแตะต้อง

    หัวใจเขาเต้นแรง มือค่อย ๆ ยื่นไปจับ ความเย็นจากโลหะซึมผ่านเข้าสู่ปลายนิ้ว เหมือนน้ำแข็งกัดกินจนเจ็บ

    เพียงเสี้ยววินาทีที่เขากำลังจะหมุนเปิด—

    “อย่านะ!!”

    เสียงกรีดร้องนั้นทำให้เขาสะดุ้ง 
    มัชฌา… เธอยืนอยู่อีกปลายทางเดิน สีหน้าซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างราวกับถูกฉุดมาจากโลกจริง

    เธอวิ่งเข้ามาคว้ามือเขาไว้แน่นจนรู้สึกถึงแรงสั่น
    “มิน อย่าเปิด… ถ้านายเปิด ทุกอย่างจะจบแบบที่นายไม่อยากเห็น”

    เสียงกรีดร้องจากประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้แรงจนโต๊ะไม้สั่นสะท้าน เสียงอ้อนวอน เสียงหัวเราะ เสียงร่ำไห้ก้องสะท้อนห้องเรียนราวกับมีใครนับร้อยอยู่ด้านใน

    ยามินทร์หันไปมองมัชฌา เธอส่ายหัว น้ำตาไหลเอ่อเต็มขอบตา
    “เชื่อฉัน… ได้โปรด”

    โลกในฝันเริ่มบิดเบี้ยว ราวกับกำแพงกำลังถล่ม เสียงนั้นยังคงเรียกร้อง—
    แต่เขาเลือกที่จะยืนเฉย ปล่อยให้มัชฌาจับมือแน่นไม่ยอมปล่อย

    ภาพทั้งหมดแตกกระจายหายวับไปในความมืด

     

     

    เขาสะดุ้งตื่นบนเตียง หายใจหอบถี่ เหงื่อเปียกโชกไปทั้งร่าง
    ในหูยังคงก้องกังวานด้วยเสียงเชื้อเชิญจากบานประตูนั้น…

    และเขารู้—
    มันจะไม่หยุดเรียก จนกว่าเขาจะเลือก “เปิด” ด้วยมือของตัวเอง

    sds