เมื่อสิ้นเสียงของ ไช่จิงราชสภาทั้งหมดถึงกับตะลึงงัน! กระบี่โบราณในตำนาน... ถึงกับหล่นลงมาจากฟากฟ้าได้จริงหรือ!?
“...หรือว่านี่คือสัญญาณจาก์ว่ายอมรับฮ่องเต้องค์ใหม่?”
ความคิดนี้แล่นวาบขึ้นในใจของขุนนางหลายคน
“หรือว่านี่...จะเป็เล่ห์เหลี่ยมของเด็กคนนี้กันแน่?”
หากแต่ในสายตาของอ๋องทั้งเก้า กลับเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงพวกเขาเหลือบมอง จูโฮ่วจ้าว อย่างเงียบงัน แต่ไม่พบพิรุธใดเลย
เพราะพวกเขาต่างรู้ดีว่า... จักรพรรดิหนุ่มผู้นี้เพิ่งขึ้นครองราชย์ได้ไม่นานการพยายามเสริมสร้างชื่อเสียงและบารมีให้ตนเองอย่างเร่งด่วนนั้น ย่อมเป็เื่ปกติอยู่แล้วจึงไม่แปลกที่ความระแวงของพวกเขาจะเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ
“จริงหรือลวงกันแน่?”
เสียงของ จูเช่อ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อถือ
“ขอทูลท่านฮั่นอ๋องเื่นี้เป็ความจริงแท้แน่นอน”
ไช่จิง กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเ็า เขารู้สึกไม่พอใจที่จูเช่อกล้าตั้งข้อกังขาใส่ตน
“มีหลักฐานใดพิสูจน์หรือไม่?”
จูเช่อยังคงถามกลับด้วยท่าทีไม่แยแส
“ท่านฮั่นอ๋องท่านลองดูลวดลายบนกระบี่นี้สิ จะเห็นได้ถึงอายุสมัย”
ไช่จิง เอ่ยพลางชี้ไปที่กระบี่ จูเช่อ และบรรดาอ๋องคนอื่นจึงก้าวเข้ามาล้อมรอบพร้อมก้มหน้าพินิจพิจารณาอย่างถี่ถ้วน
สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือเนื้อกระบี่ที่เก่าแก่ มีลวดลายซึ่งดูแล้ว...อย่างน้อยต้องมีอายุนับพันปีทั้งยังปรากฏภาพสลักของ สุริยัน จันทรา ดวงดารา ภูผา และพฤกษา เรียงรายอยู่สองด้านของตัวกระบี่— ซึ่งเป็ลักษณะเฉพาะของกระบี่เซวียนหยวนอย่างแท้จริง!
เมื่อพินิจพิจารณาเสร็จ ผู้คนทั้งหมดต่างเงียบกริบไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยคำวาจาใดอีก
"ใครจะอาสา...ดึงกระบี่มาให้ข้าบ้าง?"
จูโฮ่วจ้าวยิ้มบาง ก่อนจะกล่าวเสียงเรียบ พลางกวาดตามองทั่วราชสภา
"ฝ่าา กระหม่อมขออาสาพ่ะย่ะค่ะ!"
เหอเซิน ก้าวออกมาพลางยิ้มแย้ม จากนั้นก็รั้งแขนเสื้อขึ้นจะได้สามารถออกแรงได้อย่างเต็มที่ เขาจับด้ามกระบี่เซวียนหยวนแน่น แล้วออกแรงดึงอย่างสุดกำลังทว่า… ไม่ว่าจะพยายามมากเพียงใด กระบี่เซวียนหยวนยังคงไม่ขยับแม้แต่น้อย
เหอเซิน ส่ายศีรษะอย่างจนใจ ก่อนจะถอยไปยืนประจำที่ด้านข้าง
"ฝ่าา กระหม่อมขอลองบ้างพ่ะย่ะค่ะ!"
"ฝ่าา กระหม่อมก็ขอลองด้วยพ่ะย่ะค่ะ!"
……
ในเวลาไม่นาน แม่ทัพหลายคนก็เสนอตัวก้าวออกมา แต่ไม่ว่าผู้ใดจะพยายามออกแรงมากเพียงใดก็ตาม— กระบี่เซวียนหยวนยังคงหยัดนิ่ง ไม่ไหวติงแม้แต่นิด!
"เหล่าขุนนางทั้งหลาย มีผู้ใดมีวิธีบ้าง?"
จูโฮ่วจ้าว กวาดสายตามองไปรอบราชสภา ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ
"ฝ่าา กระหม่อมเห็นว่า— กระบี่เซวียนหยวนนี้ น่าจะต้องอาศัยผู้ที่มีพลังฝีมือสูงส่งจึงจะถอดออกได้ไม่สู้ลองเลือกยอดฝีมือมาเสี่ยงดูสักตั้งพ่ะย่ะค่ะ?"
หยางเจี้ยน กล่าวเสนอความคิดเห็นของตนขึ้นมาอย่างระมัดระวัง
"ดี...แล้วพวกเ้ามีใครอยู่ในใจบ้างหรือไม่?"
จูโฮ่วจ้าว กวาดตามองบรรดาขุนนางอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยเสียงนิ่งสงบทว่าซ่อนเร้นแรงกดดัน
"ฝ่าา...ขอเสนอให้แม่ทัพใหญ่แห่งองครักษ์หลวง 'เกาเหลียน'ได้ลองดูพ่ะย่ะค่ะ"
ในเวลานั้น เกาฉิว ก้าวออกมาขอถวายความเห็น ในใจครุ่นคิดอย่างรอบคอบว่า— หากผู้ใดสามารถดึงกระบี่นี้ออกได้สำเร็จ ย่อมได้รับความโปรดปรานจากฝ่าาเป็แน่แท้ดังนั้นเขาจึงเสนอชื่อของ เกาเหลียน ขึ้นมา
เมื่อ เกาเหลียน ได้รับพระาานุญาตจากจูโฮ่วจ้าวจึงเดินมาด้วยท่าทีตื่นเต้นถึงขีดสุด เขาหลอมรวมกำลังภายในระดับพลังยุทธ์ "ชั้นสอง"ลงสู่สองฝ่ามือ
จากนั้น — ะโก้องออกมาเต็มแรง! ทว่า... แม้จะทุ่มเทสุดกำลังแต่กระบี่เซวียนหยวนก็ยังคงนิ่งสนิท ไร้การขยับเขยื้อน
หลังจากนั้น แม่ทัพอีกหลายคนก็ถูกเสนอชื่อให้ลองซึ่งผลลัพธ์... ล้วนแล้วแต่ล้มเหลวทั้งสิ้น!
"เสวี่ยเหรินกุ้ย เ้าลองไปดึงดู"
เมื่อเห็นว่าไม่มีแม่ทัพคนใดก้าวออกมาอีก จูโฮ่วจ้าวจึงเอ่ยเรียก เสวี่ยเหรินกุ้ย ด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ
"พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าา!"
เสวี่ยเหรินกุ้ย คารวะอย่างนอบน้อม จากนั้นจึงก้าวมายืนตรงหน้ากระบี่เขาตรึงเท้าทั้งสองลงบนขั้นบันไดอย่างหนักหน่วง จนพื้นดินะเืเล็กน้อย ราวกับรากไม้ที่หยั่งลึกลงไปในผืนดิน
กำลังภายในสีเขียวอมฟ้าเริ่มส่องประกายรอบกายเขาแรงกดดันแผ่ซ่านออกมาเป็ระลอก บรรดาขุนนางที่มีระดับพลังยุทธ์ต่ำ ต่างรู้สึกได้ถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามาเสวี่ยเหรินกุ้ย สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะแนบสองมือจับด้ามกระบี่เซวียนหยวนแน่น
"ลุกขึ้น!"
เสวี่ยเหรินกุ้ย ะโก้อง ะเิพลังทั้งหมดที่มีออกมาโดยไม่เหลือแรงสำรองแม้แต่น้อยภายใต้ระดับพลังยุทธ์ "โฮ่วเทียนขั้นหนึ่ง" ขั้นบันไดใต้เท้าเขาเริ่มแตกร้าวเป็สายแผ่ออกไปราวกับใยแมงมุมกระจายทั่วบริเวณ
"แครก แครก!"
ภายใต้ความพยายามอย่างไม่ย่อท้อของ เสวี่ยเหรินกุ้ยกระบี่เซวียนหยวนเริ่มขยับขึ้นช้าๆ เลื่อนตัวออกจากบันไดทีละนิด ทีละนิด
"หลุดแล้ว! หลุดออกมาแล้ว!"
ขุนนางทั้งหลายโห่ร้องด้วยความตื่นเต้นสุดขีด
"พรวด!"
แต่ทว่า... หลังจากดึงกระบี่ขึ้นมาได้เพียงหนึ่งชุ่นสีหน้าของ เสวี่ยเหรินกุ้ย ก็แดงก่ำอย่างน่าใจหาย ก่อนจะกระอักโลหิตออกมาในทันที เห็นได้ชัดว่า—เขาเองก็ล้มเหลว!
"ขุนพลเสวี่ย ไม่ต้องฝืนตัวเองไป เ้าไปพักฟื้นเถอะ"
จูโฮ่วจ้าวกล่าวด้วยน้ำเสียงแฝงความห่วงใย เมื่อเห็นเสวี่ยเหรินกุ้ย าเ็หนัก
"กระหม่อมไม่เป็ไร ขอขอบพระทัยฝ่าา"
เสวี่ยเหรินกุ้ย ตอบกลับอย่างนอบน้อม แม้ปากจะกล่าวเช่นนั้นแต่สภาพร่างกายของเขาก็อ่อนแรงเกินกว่าจะลองได้อีกต่อไปแล้ว เขาจึงถอยไปยืนพักรักษาตัวอยู่ด้านข้าง
"ฝ่าา กระหม่อมมีขุนพลในสังกัดนาม 'เหวินอวี่'พลังฝีมือสูงส่ง กำลังมหาศาล ขอฝ่าาโปรดให้เขาลองดูสักครั้ง"
เกาเหลียน กล่าวเสนอขึ้นทันที
"อืม"
จูโฮ่วจ้าว พยักหน้ารับอย่างเรียบง่าย
"ขอคารวะฝ่าา!"
ทันทีที่เสียงของจูโฮ่วจ้าวจบลง เสียงะโก้องดังขึ้นอย่างมั่นคงจากชายผู้หนึ่งที่เพิ่งก้าวออกมาข้างหน้า ปรากฏของร่างขุนพลผู้หนึ่ง — รูปร่างสูงใหญ่ได้สัดส่วนในมือถือ "ง้าวปีกหงส์เคลือบทอง" ก้าวเท้าเข้ามาด้วยฝีเท้าที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
ชื่อ: อวี่เหวินเฉิงตู มาจากโลกแห่งสุยถัง ปัจจุบันเปลี่ยนนามสกุลเป็"เหวิน" ชื่อ "อวี่" ชื่อรอง "เฉิงตู"
ระดับพลังยุทธ์: โฮ่วเทียนขั้นหนึ่ง
ค่าความจงรักภักดี: 100%
……
"ที่แท้ก็คือแม่ทัพเทียนเป่าของข้าสินะ!"
เมื่อ จูโฮ่วจ้าว เห็นข้อมูลของอีกฝ่ายในใจ หัวใจของเขาก็พลันเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น— ยอดขุนพลอันดับสองแห่งยุคสุยถัง แม่ทัพเทียนเป่า "อวี่เหวินเฉิงตู" ได้เข้าร่วมใต้ธงของเขาแล้ว!
"ขุนพลเหวินอวี่ ไม่ต้องมากพิธี"
จูโฮ่วจ้าว สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
โครม!!
อวี่เหวินเฉิงตู ก้าวไปหยุดตรงหน้ากระบี่เซวียนหยวนทิ้งกายลงสู่ท่าม้าหยั่งลึกอย่างมั่นคง เขาเริ่มออกแรงดึงกระบี่ขึ้น ด้วยท่วงท่าที่แทบไม่ต่างจากเสวี่ยเหรินกุ้ย ก่อนหน้านี้
ตัวกระบี่เริ่มขยับขึ้นทีละน้อย ทีละน้อย ขณะที่สายตาของเหล่าขุนนางต่างจับจ้องอย่างมีความหวังบรรยากาศเงียบกริบ ไม่มีผู้ใดกล้าร้องะโหรือเอะอะออกมา เพราะเกรงว่าจะรบกวนสมาธิของอวี่เหวินเฉิงตู
ทว่า...ในที่สุด อวี่เหวินเฉิงตู ก็ล้มเหลวเช่นเดียวกับเสวี่ยเหรินกุ้ยแม้จะสามารถดึงกระบี่ขึ้นมาได้มากกว่าเดิมเพียงหนึ่งชุ่นก็ตาม
"เฮ้อ..."
เสียงถอนหายใจด้วยความเสียดาย ดังขึ้นพร้อมกันจากทั่วทั้งราชสภา
"ฝ่าา เหล่าแม่ทัพแม้จะมีกำลังสูงส่งเพียงใด แต่สายโลหิตของพวกเขา...ก็ยังไม่ถือว่าสูงศักดิ์พอ บางที กระบี่เซวียนหยวนนี้อาจจะ้าผู้ที่มีสายเืจักรพรรดิเท่านั้นจึงจะใช้ได้"
ถงก่วน กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงมั่นคง หลังเห็นทุกคนในราชสภายังคงเงียบงัน
"นั่นสิ!"
"กระบี่เซวียนหยวนแต่โบราณ ล้วนเป็ของประจำตระกูลแห่งราชวงศ์มีเพียงสายเืจักรพรรดิเท่านั้น ที่สามารถใช้มันได้!"
ถ้อยคำของ ถงก่วน ได้รับการสนับสนุนจากทุกคนในราชสภาแม้แต่อ๋องทั้งเก้า เมื่อได้ยินเช่นนั้น ต่างก็เผยรอยยิ้มแห่งความหวังออกมา
หากใครสามารถดึงกระบี่เซวียนหยวนออกมาได้ ย่อมถือว่าได้รับการรับรองจากกระบี่และยังหมายถึงได้รับการรับรองจากฟ้า์โดยแท้จริง
เมื่อคิดถึงจุดนี้... เหล่าอ๋องทั้งเก้าต่างตื่นเต้นจนแทบเก็บอาการไม่อยู่หากผู้ใดดึงกระบี่ออกได้จริง จากนั้นโหมโฆษณาเพียงเล็กน้อย เหล่าขุนนางและแม่ทัพมือดีทั่วหล้าย่อมหลั่งไหลมาสวามิภักดิ์อย่างไม่ขาดสาย เช่นนั้นแล้ว... จะต้องเกรงกลัวสิ่งใดในการสถาปนากิจใหญ่?
"ท่านอ๋องทั้งเก้า...คิดจะลองบ้างหรือ?"
จูโฮ่วจ้าว มองดูสีหน้าตื่นเต้นของพวกเขา แล้วเอ่ยเยาะเบาๆ พร้อมรอยยิ้มจาง
"โปรดวางใจเถอะ ถึงอ๋องอย่างกระหม่อมจะดึงออกได้ก็จะมอบให้ฝ่าาอยู่ดี ก็ฝ่าาเป็องค์จักรพรรดินี่ไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ"
จูเจิ้ง หัวเราะเสียงดัง กล่าวด้วยน้ำเสียงราวกับรับประกันให้พอพูดจบก็ไม่สนใจปฏิกิริยาของ จูโฮ่วจ้าว แม้แต่น้อย และรีบสาวเท้าไปยืนต่อหน้ากระบี่เซวียนหยวนทันที
เขามีระดับพลังยุทธ์อยู่ที่ "โฮ่วเทียนขั้นสาม"ซึ่งสูงกว่าทั้ง เสวี่ยเหรินกุ้ย และ อวี่เหวินเฉิงตู อยู่ไม่น้อย จึงเริ่มออกแรงดึงกระบี่ด้วยความมั่นใจและใจที่เต้นระทึก
แม้ จูเจิ้ง จะสามารถดึงกระบี่เซวียนหยวนขึ้นมาได้ประมาณสามชุ่นแต่ในตอนนี้เขาก็หมดแรงจนไม่อาจไปต่อได้ สุดท้าย… จึงต้องจำใจยอมแพ้ และเมื่อเขาถอนมือออกกระบี่เซวียนหยวนก็ "จมกลับ" ลงสู่ขั้นบันไดดังเดิม
จูเจิ้ง — ล้มเหลว!
จูซิ่ว, จูเช่อ,จูควง และอ๋องคนอื่นๆ ต่างก็ล้มเหลวตามกันไปอย่างสิ้นเชิง
"ท่านอ๋องไม่คิดจะลองบ้างหรือ?"
จูโฮ่วจ้าว หันไปเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม เมื่อเห็นว่าจูหยวน ยังยืนนิ่งเฉย
"ฝ่าา กระหม่อมขอสละสิทธิ์"
จูหยวน ตอบปฏิเสธตรงๆ ไม่อาจทราบได้ว่าเขาตั้งใจปกปิดพลังแท้จริงของตนเองหรือเพียงแค่ไม่ประสงค์จะทดสอบ
จูโฮ่วจ้าว ก็เพียงพยักหน้า แต่ไม่กล่าวอะไร แล้วหันสายตาไปทางจูอู๋ซื่อ
"กระหม่อมก็ขอสละสิทธิ์เช่นกัน"
จูอู๋ซื่อ ตอบอย่างเฉียบขาด แต่ จูโฮ่วจ้าว รู้ดีในใจว่า— เขากำลังจงใจปิดบังพลังที่แท้จริงเอาไว้
"ถ้าเช่นนั้น...ข้าจะลองด้วยตนเอง!"
เมื่อเห็นว่าอ๋องทั้งเก้าล้มเหลวกันทั้งหมด และไม่มีผู้ใดสามารถดึงกระบี่ออกได้จูโฮ่วจ้าว ก็กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มหนัก
"์เบื้องบนเป็พยาน! หาก์ยอมรับว่าข้าจูโฮ่วจ้าว คือจักรพรรดิัแท้จริงแห่งใต้หล้า — ขอได้โปรดให้ข้าดึงกระบี่เซวียนหยวนออกได้โดยง่ายเพื่อพาราชวงศ์ต้าิ… ไปสู่ความรุ่งเรืองและมั่นคงสืบไป!"
จูโฮ่วจ้าว ก้าวเดินไปอย่างมั่นคง หยุดยืนตรงหน้ากระบี่เซวียนหยวนเปล่งวาจาดังกึกก้อง เสียงของเขาหนักแน่นราวระฆังทอง ดังก้องสะท้อนไปทั่วลานพิธี จนครึ่งหนึ่งของพระราชวังก็ยังได้ยินชัด
“ชวับ!”
จูโฮ่วจ้าว เหยียดมือขวาออกไป เพียงออกแรงดึง “เบาๆ” เท่านั้น — กระบี่เซวียนหยวน ก็หลุดออกจากแท่นบันไดมาอยู่ในมือของเขาอย่างง่ายดาย!ราวกับกำลังตอบรับเพียงผู้เดียวที่คู่ควร
"ต้าิหมื่นปี!"
จูโฮ่วจ้าวยกกระบี่เซวียนหยวนขึ้นสูงเหนือศีรษะแล้วะโเสียงดังก้องด้วยกำลังภายในหนุนเสริม
"ต้าิหมื่นปี!!"
"ฝ่าาหมื่นปี!"
"ต้าิหมื่นปี!"
"ฝ่าาหมื่นปี!"
เสียงะโสรรเสริญะเิขึ้นกึกก้องราวูเาถล่มพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า ทะลุทะลวงเมฆหมอกไปถึงเบื้องบน
ณ เวลานี้ — ผู้คนทั้งราชสภาล้วนจับจ้องมาที่ จูโฮ่วจ้าวด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมด้วยความเคารพบูชาสุดหัวใจ เว้นเสียแต่… อ๋องทั้งเก้าผู้ยังคงสงวนท่าทีอยู่เงียบๆ
จูโฮ่วจ้าวยกกระบี่เซวียนหยวนขึ้นเหนือศีรษะ ซึ่งนั่นย่อมหมายถึง...
เขาคือ จักรพรรดิัแท้จริงแห่งใต้หล้า!