หลังจากที่ตกลงและทำสัญญาเช่าที่เรียบร้อย เนี่ยลู่ซือก็ได้เดินทางไปยังร้านไม้เพื่อจ้างช่างมาปรับปรุงซ่อมแซมร้านและสั่งซื้อเครื่องเรือนรวมถึงของตกแต่งใหม่แทบทั้งหมด
ซึ่งในวันนี้ก็คือวันที่ช่างจะเข้าไปดูสถานที่จริง
"ร้านยังสมบูรณ์ดีขอรับ พวกข้าน้อยจะซ่อมแซมจุดควรซ่อมให้ เมื่อรวมกับการตกแต่งต่าง ๆ ไม่เกินห้าวันก็พร้อมใช้งานแล้วขอรับ"
เนี่ยลู่ซือพยักหน้าอย่างพอใจ ห้าวันถือว่าไม่ช้าไม่เร็ว เป็เวลาที่เพียงพอที่จะให้นางเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดร้าน
"ข้าได้ยินมาว่าขบวนสินค้าจากเมืองหลวงจะเดินทางมาที่นี่"
"แล้วมันแปลกเช่นไรเล่า เมืองของเราก็มีขบวนสินค้าจากเมืองต่าง ๆ แวะเวียนมาเป็เื่ปกติอยู่แล้ว"
"มันแปลกตรงที่ขบวนสินค้าในครั้งนี้มีจอมยุทธ์ร่วมเดินทา่งมาด้วยเกือบสิบคนน่ะสิ!!"
"เป็เื่จริงรึ!!"
"จริงน่ะสิ ตอนนี้พวกทหารในเมืองเองก็เริ่มเคลื่อนไหวกันแล้ว จวนเ้าเมืองเองก็ออกมากว้านซื้อเนื้อสัตว์และผักสดไปมากทีเดียว เห็นทีพวกเขาเหล่านี้จะไม่ใช่เพียงขบวนสินค้าธรรมดา "
หลังจากที่เดินพ้นประตูร้านได้เพียงไม่กี่ก้าว เสียงของสตรีทั้งสองที่กำลังพูดคุยกันก็ทำให้เนี่ยลู่ซือหยุดฟังในทันที แม้นางจะเพิ่งฟื้นขึ้นมาได้เพียงสามวัน แต่นางก็หาข้อมูลเกี่ยวกับจอมยุทธ์มาตลอด แต่เพราะในเมืองแห่งนี้มีนอกจากองครักษ์ของท่านเ้าเมืองอีกสองคน ก็มีเพียงนางเท่านั้นที่เรียกได้ว่าเป็จอมยุทธ์
"ท่านป้าทั้งสองข้าขอเลี้ยงน้ำชาและอาหารบนโต๊ะทั้งหมดนี้ได้หรือไม่เ้าคะ"
นางก้าวเดินไปหาคนทั้งสองก่อนที่จะกล่าวออกไปด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มและเป็มิตร
"เ้าคือแม่หนูจอมยุทธ์ไม่ใช่รึ มา ๆ ป้าจะเล่าให้ฟัง"
หลังจากที่ได้พูดคุยกันอยู่หลายเค่อนางก็ได้ข้อสรุปว่า ขบวนสินค้าใหญ่ของเมืองหลวงจะเดินทางมายังเมืองนี้ในอีกเจ็ดวันข้างหน้า มีจอมยุทธ์ที่เป็ผู้คุ้มกันสิบคน และผู้ร่วมขบวนคนอื่น ๆ อีกเกือบห้าสิบคน ซึ่งพวกเขาจะได้ไปพักที่จวนเ้าเมือง อีกทั้งยังมีงานเลี้ยงต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ เพียงเท่านี้ก็พอจะเดาได้แล้วว่าพวกเขาไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป้าหมายที่แท้จริงของคนเ่าั้ในเวลานี้นางเองก็ยังไม่อาจจะทราบได้ แต่ที่นางรับรู้ได้แน่ชัดก็คือ พวกเขาจะต้องมาเป็จอมยุทธ์กลุ่มแรกที่เป็ลูกค้าของนางอย่างแน่นอน
วันเวลาล่วงเลยไปอีกครั้ง ในที่สุดวันที่นางรอคอยก็มาถึง ร้านของนางพร้อมที่จะต้อนรับลูกค้าแล้ว
"ระวังกันด้วยเล่า "
"สิ่งนี้วางตรงไหนหรือขอรับท่านพี่"
"คุณหนู นมวางรางบัวกระดูกหมูไว้ตรงนี้นะเ้าคะ"
"หมั่นโถวน่าทานเหลือเกินเ้าค่ะพี่สาว"
"ปลาเปรี้ยวหวานเองก็น่าทานเหลือเกิน"
อาหารนา ๆ ชนิดถูกยกออกจากภายในครัว ก่อนที่จะวางไว้บนโต๊ะไม้ที่ด้านหน้าของร้าน กลิ่นอาหารที่หอมหวนชวนให้น้ำลายสอ เป็ตัวเรียกลูกค้าชั้นดี
"หอมยิ่งนัก แม่หนูขายอะไรหรือจ๊ะ ขายให้ป้าสักชามได้หรือไม่ "
"ใช่ ๆ เพียงแค่ได้กลิ่นก็ทำให้รู้สึกสดชื่นได้เพียงนี้ หากได้ลิ้มรสจะดีเพียงใดกันนะ"
เสียงของคนหลายสิบคนดังขึ้นแทบจะพร้อม ๆ กัน สายตาที่จ้องไปยังอาหาร จมูกที่คอยสูดดมกลิ่น ปากที่เริ่มมีน้ำลายสอกันบ้างแล้ว
"วันนี้ข้าไม่ได้นำมาขายเ้าค่ะ "
เพียงคำไม่กี่คำของนาง แทบจะทำให้คนทั้งหมดน้ำตาไหลด้วยความเสียใจระคนเสียดาย ก่อนที่ประโยคถัดมาของหญิงสาวจะทำให้พวกเขายิ้มกว้างได้อีกครั้ง
"ที่ข้าบอกว่าไม่ขายนั่นก็เป็เพราะว่าวันนี้ข้าทำมาเพื่อนให้พวกท่านได้ลิ้มลองกันเ้าค่ะ หากพึงพอใจทุกท่านสามารถกลับมาซื้ออาหารเหล่านี้ ในวันพรุ่งนี้ได้เ้าค่ะ"
"แม่หนูจะเปิดเหล่าอาหารรึ"
"ใช่แล้วเ้าค่ะ ร้านของข้ามีชื่อว่า พฤกษา์ จะทำการเปิดขายวันแรกในเช้าวันพรุ่งนี้ ราคาอาหารเองก็ถูกลงถึงห้าส่วน อีกทั้งสำหรับลูกค้าห้าสิบคนแรกทางร้านของเราจะมีขนมกุ้ยฮวาแถมให้อีกนะเ้าคะ"
เสียงของผู้ที่ยื่นอยู่ต่างโห่ร้องด้วยความดีใจ ราวกับว่าพวกตนจะสามารถได้ลิ้มลองอาหารรสเลิศเหล่านี้ได้อีกครั้งในราคาที่ไม่สูงมากนัก จนลืมไปว่าพวกตนยังไม่ได้ลิ้มลองอาหารตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย แต่กลับตัดสิ้นว่าอาหารเหล่านี้เป็อาหารรสเลิศไปเสียแล้ว
เนี่ยลูซือเริ่มแจกจ่ายอาหาร โดยมีเนี่ยเฉิง แม่นมหลี่ และพ่อแม่ลูกสกุลจิงทั้งสาม จึงทำให้การแจกจ่ายอาหารจำนวนมากในวันนี้เสร็จสิ้นด้วยลาอันรวดเร็ว
"์ข้าไม่เคยทานอาหารที่ทำให้รู้สึกดีเช่นนี้มาก่อน ราวกับว่าร่างกายที่เคยอ่อนแอครานี้กลับแข็งแรงขึ้นกว่าเดิมมาก"
"ข้าก็นึกว่าตนรู้สึกไปเพียงคนเดียว แผลที่หลังของข้ามักทำให้รู้สึกเ็ปอยู่เสมอ ตอนนี้ความเ็ปกลับลดลงไปไม่น้อย ทั้งยังรู้สึกได้ว่าเืลมในกายสูบฉีดดียิ่งขึ้น"
เสียงของคนหลายสิบคนที่พรรณนาถึงสรรพคุณที่ได้จากอาหารที่ได้ลิ้มลองไป ถึงขั้นที่มีคนที่มารับอาหารไม่ทันขอร้องอ้อนวอนให้นางทำอาหารให้พวกเขาได้ทาน ไม่ว่าราคาจะมากเท่าไหร่ก็ยอม
แต่สุดท้ายแล้วลู่ซือก็กล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดว่าตนจะไม่ทำเพิ่ม หากอยากลิ้มลองจริงให้มาใหม่ในวันรุ่งขึ้น ก่อนที่นางและคนของนางจะเก็บของกลับเข้าไปภายในร้าน
"อาหารของท่านพี่สุดยอดไปเลยขอรับ หากข้าคาดเดาไม่ผิดสรรพคุณของมันคงมาจากสมุนไพรที่ท่านใส่ไป"
"อาเฉิงช่างเฉลียวฉลาด เป็ดั่งที่เ้าว่าอาหารทั้งหมดของร้านเราต่างก็ปรุงมาจากวัตถุดิบล้ำค่า อย่างเช่นรากบัวกระดูกหมู รากบัวที่ใช้คือรากบัวเหมันต์ที่มีอายุสิบปี ไก๋ตุ๋นโสม โสมที่ใช้เองก็มีอายุสิบปีเช่นเดียวกัน"
"!!!"
"ท่านไม่รู้หรือขอรับว่าวัตถุดิบเหล่านี้หากนำไปขายหัวหนึ่งก็ได้ราคาสิบตำลึงทองเข้าไปแล้ว..."
คนทั้งหมดต่างตกตะลึงแต่นั่นไม่ใช่กับลู่ซือ นางพอรู้ราคาสมุนไพรเหล่านี้มาบ้าง แต่เพราะ้าอยากให้ลูกค้าทั้งหลายได้ทานอาหารที่ดีในราคาไม่แพงมาก อีกทั้งในมิติของนางสมุนไพรที่มีอายุน้อยกว่าห้าร้อยปีก็มีเยอะเสียจนตัวนางเองไม่สามารถเดินได้สะดวก และหากว่าอาหารของนางทำให้ในยุทธภพมีจอมยุทธ์เพิ่มขึ้นมาได้ คงดีไม่น้อย
"ข้าไม่คิดเลยขอรับว่าจะมีคนสนใจเหลาอาหารของพวกเราขนาดนี้ ไม่แน่ว่าพวกเราเพียงหกคนอาจรับมือกับจำนวนลูกค้าไม่ไหว อีกทั้งผู้ที่ทำอาหารได้ก็มีเพียงแค่สามคน"
ความกังวลนี้ของเนี่ยเฉิงคือสิ่งที่นางกังวลอยู่เช่นเดียวกัน เดิมทีนางคิดเอาไว้ว่าเมื่อเปิดร้านไปได้สักพักจึงจะหาคนงานมาเพิ่ม แต่ดูเหมือนว่าจะต้องเร่งเวลาเสียหน่อย
"พี่จะไปโรงค้าทาส"
"แต่ที่นั่นอันตรายมากนะขอรับ ถึงจะเป็ท่านพี่..."
ทันทีที่ลู่ซือเอ่ยขึ้นก็ได้รับคำแย้งจากผู้เป็น้องชายในทันที นางเข้าใจว่าเหตุใดผู้เป็น้องจึงได้ห่วงนางนัก นั่นก็เพราะว่าโรงค้าทาสเป็สถานที่ที่น่ากลัวสำหรับชาวบ้านธรรมดา อีกทั้งภายในโรงค้าทาสยังไม่น่าอภิรมย์เท่าใดนัก สตรีที่ถูกเลี้ยงมาอย่างดีเช่นเ้าของร่างคงทนรับไม่ไหว
"พี่เองก็เป็จอมยุทธ์ผู้หนึ่ง อาเฉิงลืมไปแล้วหรือ พี่ดูแลตัวเองได้ และสัญญาว่าหากว่าทุกอย่างเสร็จสิ้น จะรีบกลับมาในทันที"
"เช่นนั้นก็ได้ขอรับ"
โรงค้าทาสตั้งอยู่ด้านนอกของกำเเพงเมืองทางทิศตะวันตก เป็พื้นที่ขนาดใหญ่ที่มีการคุ้มกันอย่างหนาแน่น อีกทั้งยังมีทาสอยู่ที่นั่นนับพันคน ทาสโดยส่วนมากเกิดจากการที่พ่อแม่หรือคนในบ้านนำมาขาย และส่วนหนึ่งเป็ผู้ที่ขายตนเองเพื่อนำเงินไปให้ครอบครัวได้ประทังชีวิต บ้างก็เป็ผู้ที่ติดพนันจนต้องตกเป็ทาส และอีกหลาย ๆ สาเหตุ
"คุณหนูท่านนี้ คาดว่าท่านจะมาผิดที่แล้ว ที่แห่งนี้เป็โรงค้าทาสหากท่าน้าออกไปจากที่นี่ ข้าน้อยจะนำทางออกไปเอง"
เนี่ยลู่ซือมองบุรุษตรงหน้าอย่างสำรวจ ทันทีที่นางก้าวขาเข้ามา ชายผู้นี้ก็รีบวิ่งมาหานางด้วยความรวดเร็ว พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง มันคงเป็เื่แปลกประหลาดที่สตรีบอบบางผู้หนึ่งจะเข้ามาที่โรงค้าทาสด้วยตัวคนเดียว ถึงแม้ว่าโรงค้าทาสจะเป็สถานที่ถูกกฎหมายแต่ก็ยังอันตรายไม่น้อย
"ข้า้าซื้อทาส เ้าพอช่วยข้าได้หรือไม่"
ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่จะเอ่ยตกลงและเดินนำนางไปยังกระโจมหลังใหญ่ที่อยู่ใจกลางของสถานที่ ระหว่างทางนางได้รับสายตาที่มองมาอย่างน่ารังเกียจมากมาย แต่บุรุษที่ช่วยนำทางของนางคล้ายไม่ได้้าให้เป็เช่นนั้น เขาใช้ร่างกายที่ใหญ่โตของตัวเองคอยบดบังนางจากสายตาคนเ่าั้อยู่เสมอ
"นายท่าน คุณหนูท่านนี้้าซื้อทาสขอรับ"
ชายรูปร่างใหญ่แต่งตัวด้วยผ้าไหมชั้นดี เครื่องประดับที่สวมใส่มากมายเสียคล้ายกับตู้อัญมณีเคลื่อนที่ คนผู้นี้คงเป็เ้าของโรงค้าทาสในเมืองแห่งนี้กระมัง
เขามองมาที่นางอย่างสำรวจ ก่อนที่จะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็มิตร
"ไม่ทราบว่าคุณหนูท่านนี้้าทาสแบบไหน ้า่อายุเท่าใดหรือขอรับ"
ปฏิกิริยาสมกับเป็เ้าของโรงค้าทาส เขาเอ่ยถามความ้าของนางอย่างมืออาชีพ ไม่มีทีท่าที่น่ารังเกียจเหมือนกับคนด้านนอกเลยแม้แต่น้อย
"ข้า้าทาสที่ทำอาหารได้ และทาสที่ใช้แรงงานอีกจำนวนหนึ่ง ท่านพอจะมีหรือไม่"
"มีขอรับ ข้าน้อยจะนำทางแม่นางเอง"
เ้าของโรงค้าทาสนำทางนางมายังกระโจมหลังใหญ่ที่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก เพียงยืนอยู่ที่หน้าด้านหน้าของกระโจม เสียงกรีดร้องด้วยความทรมานก็ดังออกมาให้ได้ยินไม่ขาดสาย อีกทั้งกลิ่นเหม็นเน่าที่น่าสะอิดสะเอียนเองก็ลอยผ่านลมมาไม่ขาด
"คุณหนูจะให้ข้าเลือกคนมาให้ หรือจะเข้าไปเลือกเองขอรับ แต่หากเป็อย่างหลังข้าน้อยขอเตือนอะไรเสียหน่อย ภาพที่ท่านจะเห็นด้านในคงไม่ใช่สิ่งที่ท่านปรารถนาเป็แน่"
สุดท้ายแล้วเนี่ยลู่ซือก็ตัดสินใจเข้าไปเลือกทาสด้วยตนเอง ทันทีที่ก้าวเข้ามาภาพที่นางได้เห็นนั้นแสนจะเ็ปใจ กรงขนาดไม่ใหญ่มากนักแต่กลับมีผู้คนแออัดอยู่ด้านในหลายสิบคน มีทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ รวมไปถึงวัยชราปะปนกันไป ร่างกายที่ผอมแห้งเป็สิ่งที่บ่งบอกว่าพวกเราได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ แม้ในใจจะนึกสงสารเพียงใด แต่นางในตอนนี้ไม่สามารถช่วยเหลือพวกเขาได้ทั้งหมด
หลังจากที่เดินมาได้สักพักนางก็หยุดชะงักอยู่ที่กรงขังกรงหนึ่ง นางััได้ถึงคนที่มีร่างกายเหมาะสมที่จะดูดซับพลังปราณ อีกทั้งยังมีถึงสามคน!!
"ข้าเลือกสามคนนั้น"
"คุณหนูแน่ใจแล้วหรือ หากข้าจำไม่ผิดสามคนนั้นเป็แฝดสามที่ได้ชื่อว่าเป็ตัวอัปมงคลครอบครัวจึงได้นำมาขายเป็ทาส อีกทั้งร่างกายก็ไม่แข็งแรงไม่ว่ากินไปเท่าใดก็ดูจะไม่เพียงพอ หากท่าน้าจริง ๆ ข้าจะลดราคาให้"
ในชาติก่อนของนาง การที่เกิดมาเป็แฝดสามถือเป็สิ่งที่์ประทานลงมาให้ ไม่คิดเลยว่าหลังจากเวลาล่วงเลยไปนับพันปี ความเชื่อนี้จะแปลเปลี่ยนไปเป็อีกอย่าง
และอีกอย่างการที่พวกเขาร่างกายไม่เเข็งแรงแม้จะทานอาหารไปมากนั่นก็เพราะพลังในร่างกายของพวกเขา พลังที่เป็เหมือนคุณและโทษในเวลาเดียวกัน เช่นเดียวกับเหล่าศิษย์ในสำนักของนาง แต่เพราะเป็เช่นนี้หากพวกเขาได้ดูดซับพลัง การดูดซับของพวกเขาจะดีกว่าจอมยุทธ์ทั่วไปถึงสองเท่า
หลังจากที่นางได้เลือกทาสแฝดสามคนนั้นแล้ว นางก็ได้เลือกทาสที่เป็สตรีมาอีกแปดคน และบุรุษอีกสีคน ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ที่สามารถทำอาหารได้ถึงหกคน
"ทาสสตรีราคาหนึ่งตำลึงทอง บุรุษราคาสองตำลึงทอง ส่วนแฝดสามคนนั้นข้าคิดเพียงคนละหนึ่งตำลึงทองขอรับ "
หลังจากที่จ่ายเงินไปแล้ว นางก็ได้รับหนังสือสัญญาทาสของคนทั้งสิบห้า ในหนังสือสัญญานี้เป็สัญญาเืที่จะใช้เืของทาสและผู้เป็นายผูกไว้ด้วยกัน เพื่อป้องกันการหลบหนี หรือการคิดทำร้ายผู้เป็นายเพื่อหวังอิสระ เป็สัญญาที่โรงค้าทาสใช้กันทั่วไป
เพราะจำนวนทาสที่ซื้อไปมีจำนวนไม่น้อย โรงค้าทาสจึงได้ให้คนขับรถมานำทาสมาส่งให้นางที่จวน โดยไม่คิดเงินเพิ่งสักตำลึง และผู้ที่อาสาขับรถม้ามาส่งนางก็คือบุรุษที่นำทางนางไปซื้อทาสนั่นเอง
"เ้าอยากไปทำงานกับข้าหรือไม่ "
บุรุษรูปร่างใหญ่โตชะงักไปทันทีที่เขาได้ยินสิ่งที่สตรีตรงหน้ากล่าว
"ข้าน้อยไปไม่ได้ขอรับ ขอบคุณคุณหนูที่หวังดี"
"เ้าชื่ออะไร"
"ข้าน้อยมีนามว่าซ่งขอรับ "
"อาซ่งข้าถูกใจนิสัยเ้านัก หากเปลี่ยนใจไปหาข้าที่เหลาอาหาร พฤกษา์"
อาซ่งพยักหน้าตอบรับ ก่อนที่จะก้มคำนับให้นาง และควบม้ากลับไป
*****************