เมื่อเรย์ฮิโตะได้ขอความช่วยเหลือจากยูโนะโดยการบอกรายชื่อสมบัติ์ทั้ง 3 ชิ้นที่มีความจำเป็ในการฟักไข่ของกิ้งก่าทรราชกลายพันธุ์ ยูโนะที่ได้ยินชื่อของสมบัติเธอก็หันกลับมาและถามด้วยสีหน้างุนงง
“เอ๊ะ! พี่เรย์ฮิโตะ้าของพวกนี้ไปใช้ทำอะไรเหรอคะ?”
(°ロ°) !
เมื่อได้ยินคำถามที่งุนงงจากเด็กสาวเรย์ฮิโตะก็ตอบกลับไปด้วยสีหน้าและท่างทางที่ช่วยไม่ได้
“ของพวกนี้มันเป็วัสดุที่จำเป็ในการฟักไข่น่ะ พี่ได้รู้มาจากการสื่อสารกับไข่นะ”
เมื่อยูโนะได้ถามออกมา เรย์ฮิโตะก็ได้ทำการตอบคำโกหกที่คิดขึ้นมากลับไปในทันทีเพราะแม้แต่ไข่เองก็ยังไม่รู้วิธีฟักตัวเองเลยด้วยซ้ำ
‘ถ้าไข่ฟองนี้มันรู้วิธีฟักไข่ของตัวเองมันคงตัดสินใจทำสัญญากับเทมเมอร์อัจฉริยะจากตระกูลเร็กซ์เบลดไปนานแล้วและคงไม่มาถึงมือของเราหรอก ที่เรารู้ก็มาจากดวงตาแห่งความรู้ทั้งนั้นนั่นแหละ’
“ถ้าอย่างนั้นลองไปถามลุงเอ็ดบนชั้น 2 กันเถอะคะ”
พอตัดสินใจได้ดังนั้นเด็กทั้ง 3 คนกับทั้ง 2 ตัวได้เดินทางต่อไปยังร้านบาร์นที่อยู่บนชั้น 2 ก่อนที่ร้านจะปิดลงในตอนกลางคืน
หลังจากมาถึงหน้าร้านก็เห็นพนักงานคนเดิมยังคงยืนรออยู่ที่เดิมเมื่อพนักงานคนนั้นเห็นเด็กทั้ง 3 คนก็รีบเข้าไปทักทายพวกเด็กๆ ในทันที
“คุณหนูและพวกนายน้อยมีอะไรให้รับใช้ไหมครับ”
เมื่อได้ยินดังนั้นยูโนะก็พูดขึ้นมาในทันที
“พวกเราอยากคุยกับคุณลุงเอ็ดนะช่วยเรียกเขาให้หน่อยจะได้ไหมคะ”
“ทราบแล้วครับ ถ้างั้นเชิญพวกคุณหนูมารอภายในห้องรับรอง VIP ของเราก่อนเลยละกันครับ”
หลังจากพนักงานพาไปยังห้องรอที่ดูหรูหราและรีบออกจากห้องไป……..
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ไม่กี่นาทีต่อมาเสียงเคาะจากประตูก็ดังขึ้น จากนั้นชายวัยกลางคนใส่แว่นและดูใจดีก็ผลักประตูเข้ามาเขาก็คือเอ็ดเวิร์ด บาร์น เป็เ้าของร้านแห่งนี้และทำงานอยู่ภายใต้กราเซีย เมื่อเขาเข้ามาภายในห้องแล้วเอ็ดเวิร์ดก็ได้กล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มที่เต็มใบหน้าของเขา
“โอ้! นี่มันๆ พวกคุณหนูไม่ใช่หรือครับ หรือว่านายน้อยเรย์ฮิโตะตัดสินใจทำสัญญากับแฟนทัสมอนของร้านนี้แล้วรึครับ”
พอได้ยินสิ่งที่เอ็ดเวิร์ดพูดออกมายูโนะก็รีบทำการปฏิเสธโดยทันที
“ไม่ใช่ ไม่ใช่ค่ะ! พี่เรย์ฮิโตะได้ทำสัญญาเรียบร้อยแล้วแต่เนื่องจากไข่ใบนั้นได้กลายพันธุ์เลยจำเป็ต้องหาสมบัติ์บางอย่างเพื่อช่วยในการฟัก แต่พวกหนูไม่รู้จะพึ่งใครเลยมาหาลุงเอ็ดเผื่อว่าจะสามารถช่วยในการหาสมบัติพวกนี้ได้นะคะ”
“งั้นเหรอครับ แล้วมีอะไรบ้างละครับที่นายน้อยเรย์ฮิโตะ้าเพื่อใช้ในการฟักไข่ที่ทำสัญญานะครับ”
เมื่อเอ็ดเวิร์ดถามขึ้นมาเรย์ฮิโตะก็ได้ยื่นกระดาษที่เขียนขึ้นในระหว่างรอให้กับลุงเอ็ดที่ภายในได้เขียนรายการของงสมบัติเอาไว้ข้างใน แต่เมื่อเอ็ดเวิร์ดได้เห็นของที่จำเป็ในการฟักไข่นั้นใบหน้าที่ยิ้มแย้มแต่เดิมกลายเป็ความใในทันที
เมื่อเห็นดังนั้นยูโตะผู้ไม่เคยรู้จักอ่านบรรยากาศก็ได้ถามกับลุงเอ็ดที่ยังคงสีหน้าใเอาไว้
“ลุงเอ็ด มีอะไรรึปล่าวครับถึงได้ทำหน้าตาแบบนั้นละครับ”
“ปล่าวหรอกครับนายน้อยยูโตะ คือผมอยากจะยืนยันกับนายน้อยเรย์ฮิโตะว่าสิ่งของที่จดอยู่ในกระดาษแผ่นนี้ใช่ของที่นายน้อย้าจริงๆ ใช่ไหมครับ”
เมื่อได้ยินดังนั้นยูโตะก็หันมามองทางเรย์ฮิโตะด้วยอีกคน เรย์ฮิโตะที่เป็เป้าหมายในคำถามก็พยักให้และยืนยันอย่างหนักแน่นไปทางเอ็ดเวิร์ด
“แน่นอนครับ ผมจำเป็ต้องใช้ของพวกนี้ในการฟักไข่ใบนั้นจริงๆ ครับ”
พอได้ยินดังนั้นยูโนะที่เงียบอยู่ก็ได้ทำการกล่าวเสริมออกมาด้วย
“ตอนแรกหนูก็คิดว่ามันแปลกๆ เมื่อเห็นรายชื่อของสมบัติเหมือนกันนะคะ แต่ในเมื่อพี่เรย์ฮิโตะได้ยืนยันอย่างหนักแน่นมาแล้วก็คงจะช่วยไม่ได้ค่ะ”
เมื่อเห็นทั้ง 3 คนคุยกันแบบเข้าใจซึ่งกันและกันยูโตะผู้ไม่เข้าใจอะไรเลยจึงได้กล่าวอย่างโมโหออกมา
“พวกนายพูดอะไรกันเนี่นฉันไม่เห็นเข้าใจเลยคุยกันแบบที่ให้ฉันเข้าใจมากกว่านี้หน่อยได้ไหมมมมมมม”
เมื่อยูโตะได้โวยวายขึ้นมาลุงเอ็ดผู้ใจดีก็ได้อธิบายออกมาให้กับยูโตะผู้ที่อยากมีส่วนร่วมฟัง
“คืออย่างงี้นะครับ นายน้อยยูโตะสมบัติที่นายน้อยเรย์ฮิโตะ้ามีอยู่ 3 อย่างได้แก่ดอกไม้ 7 สี, คริสตัล 7 รัศมี, และก็น้ำเปล่งประกาย”
เมื่อลุงเอ็ดที่ใจดีพอจะอธิบายให้ยูโตะฟังก็แสดงสีหน้าปั้นยากออกมา
“โดยที่สมบัติที่หายากและมีราคาแพงจริงๆ นั้นมีเพียงน้ำเปล่งประกายที่เหมาะสมกับแฟนทัสมอนประเภทพืชที่สามารถช่วยให้รูปลักษณ์ภายนอกดูดีขึ้นได้แต่มันเป็สิ่งของฟุ่มเฟือยมากกว่าจะเรียกมันว่าเป็สมบัติสำหรับการฝึฟฝน..……...เฮ้อ~”
เมื่อลุงเอ็ดถอนหายใจออกมาก็เริ่มทำการอธิบายต่อไป
“นอกจากน้ำเปล่งประกานสมบัติอีก 2 ชิ้นก็เป็สิ่งขิงฟุ่มเฟือยมากกว่าที่จะเรียกว่าสมบัติ์เนื่องจากพวกนั้นไม่สามารถนำมาใช้งานได้จริงได้เพราะว่าสมบัติทั้ง 2 นี้ถึงจะเก็บพลังงานไว้มากมายจนเป็ถึงสมบัติระดับดวงดาวแต่พลังงานภายในของสมบัติเหล่านี้นั้นได้ปะปนกันจนมั่วไปหมดจนไม่สามารถนำออกมาใช้ได้ ทั้งนี้ต่อให้ทำการแยกพลังงานออกมาได้แล้วคุณลักษณะที่ได้แยกออกมาก็มีน้อยจนเกินไปจนเอาไปใช้งานจริงไม่ได้หรอกครับ เพราะงั้นสมบัติทั้ง 3 ถึงจะชื่อว่าเป็สมบัติ์แต่ในมุมมองของเทมเมอร์แล้วมันก็ไม่ต่างอะไรจากอัญมณีซึ่งเป็เพียงแค่เครื่องประดับหรืออุปกรณ์เสริมความงามเท่านั้นเองครับ”
พอได้ฟังคำอธิบายอันยาวเหยียดของลุงเอ็ด ยูโตะผู้ที่อยากจะมีส่วนร่วมก็ตาลายและมึนงงอยู่อย่างงั้นเนื่องจากเขาไม่ได้เข้าใจเลยกับในสิ่งที่เอ็ดเวิร์ดได้พูดออกมาและเลือกที่จะจากไปจากวงสนทนา
“เฮ้อ~...……พี่คะเพราะอย่างงี้ไงหนูถึงไม่อยากอธิบายอะไรให้พี่ฟังเพราะฉะนั้นได้โปรดกรุณาอยู่เงียบๆ หรือไม่ก็ออกไปเล่นกับวานิที่ข้างนอกด้วยค่ะ”
เมื่อได้ยินสิ่งที่ยูโนะพูดยูโตะที่กำลังตาลายกับข้อมูลจำนวนมากก็ได้ปฏิเสธออกมาแทบจะในทันที
“ไม่เอา ฉันก็อยากจะอยู่ด้วย!!!”
“แอว แอ่วววว!!!”
“งั้นก็ตามใจพวกพี่เลยค่ะ แต่ว่าห้ามรบกวนในตอนที่พวกหนูกำลังพูดคุยกันอยู่อย่างเด็ดขาดเลยนะคะ”
“เข้าใจแล้ว…......”
เมื่อได้ยินคำเตือนจากน้องสาว ยูโตะก็ได้อุ้มวานิขึ้นมากอดพร้อมเล่นกับมันและดูทั้ง 3 คนพูดคุยกันต่อไป
“ถ้าอย่างนั้นคุณลุงเอ็ดได้โปรดเตรียมของเ่าั้ในระดับดวงดาวให้ด้วยนะครับ เพราะผม้าให้ไข่ได้รับสมบัติ์ที่ดีที่สุดครับ”
“เนื่องจากนายน้อยเรย์ฮิโตะได้ยืนยันถึงขนาดนั้นแล้ว ผมจะรีบออกไปทำการเตรียมของให้เดี่ยวนี้ละครับ”
เมื่อเห็นได้ดังนั้นเอ็ดเวิร์ดก็ได้ลุกขึ้นจากที่นั่งเพื่อไปเตรียมรายการสมบัติที่อยู่ในกระดาษทันที
“ขอบคุณนะครับคุณลุงเอ็ด แล้วก็ขอความกรุณาด้วยครับ”
พอได้ยินดังนั้นคุณลุงเอ็ดเวิร์ดก็พยักหน้าให้พร้อมกับยิ้มออกมา เมื่อได้เห็นเอ็ดเวิร์ดพยักหน้าและยิ้มออกมาแล้วเรย์ฮิโตะก็ได้ล้มตัวลงกับเก้าอี้ของโซฟาในทันทีด้วยความโล่งใจ
สมบัติ์ คือสิ่งที่กำเนิดมาจากพลังงานธาตุที่สะสมอยู่ภายในวัตถุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็ หิน, แร่, สมุนไพร, กระดูก, อาวุธ, และอื่นๆ อีกมากมาย สิ่งเหล่านี้คือสิ่งของที่เกิดมาจากการดูดซึมพลังงานธาตุจากสถานที่ต่างๆ จนเกิดเป็สมบัติที่มีพลังงานที่ท้าทายกฎของ์ นี่จึงกลายเป็ที่มาของชื่อสมบัติ์นั่นเอง
สมบัติ์ถูกแบ่งออกเป็ 5 ระดับได้แก่ สมบัติระดับคน, สมบัติระดับโลก, สมบัติระดับท้องฟ้า, สมบัติระดับดวงดาว, และสมบัติมรดก โดยแบ่งออกเป็ตามพลังและความหายากด้วยการเรียงจากหาง่ายจนไปถึงหายากมาก ด้วยการที่สมบัติมรดกนั้นพิเศษมากและมักจะปรากฎเพียงแค่สมบัติกึ่งมรดกที่มีเพียงเศษเสี้ยวของมรดกอยู่ภายใน
เนื่องจากมันไม่ใช่มรดกที่แท้จริงทำให้มูลค่าจริงของมันนั้นยังไม่สูงที่สุด แต่สำหรับเทมเมอร์ธรรมดาที่ไม่ค่อยจะรู้เื่มากนัก ก็มักจะเรียกสมบัติกึ่งมรดกกับสมบัติมรดกเป็สิ่งเดียวกันและเพียงแค่ได้สมบัติแบบนั้นมาก็สามารถพูดได้ว่าอาจจะทำให้คนธรรมดารวยในชั่วข้ามคืนได้เลย เรียกว่าเป็เสมือนกับการถูกรางวัลที่ 1 ของล็อตโต้เลยทีเดียว
‘พูดมาถึงตรงนี้แล้วเราก็ยังไม่แน่ใจกับราคาของทั้ง 3 อย่างที่อยู่ในระดับดวงดาวเลย เนื่องจากมันเป็สิ่งของฟุ่มเฟือยที่จะถูกใช้เป็เครื่องประดับและเสริมความงามมากกว่าการใช้ฝึกฝนหรือวิวัฒนาการของแฟนทัสมอนราคาก็คงจะไม่สูงเกินไป แต่จะต่อให้ราคามันสูงเกินไปเราก็คงจำเป็ต้องขอแปะไว้ก่อนละน่ะเพื่อการจะฟักเ้าหนูนี่มันก็จำเป็ที่จะต้องใช้ของที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้....……แต่ว่าก็ว่าเถอะพอพูดถึงสมบัติเราก็ได้มาอยู่ชิ้นนึงนี่นาสมบัติมรดกหน่ะ……...’
เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็หยิบเอาสมบัติชิ้นนั้นออกมาดูด้วยดวงตาแห่งความรู้อีกครั้งเพื่อดูข้อมูลรวมถึงวิธีการใช้งานให้ละเอียดอีกครั้ง
<ชื่อ> ศิลานักปราชญ์ (สูญเสียิญญา)
<คุณลักษณะ> แปรธาตุ
<ระดับ> สมบัติมรดก (ผนึก)
<คำอธิบาย> ศิลาในจินตนาการที่เกิดมาจากการรวมแก่นเืของแฟนทัสมอนโบราณที่มีคุณลักษณะต่างๆ มากมายเอาไว้ด้วยกันรวมถึงความเชื่อมั่นอันแรงกล้าของนักแปรธาตุ จึงได้เกิดออกมาเป็ศิลาแห่งความปรารถนาที่สามารถแปรเปลี่ยนสิ่งใดก็ได้ตามที่้า แต่ทว่าด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้ิญญาที่อยู่ภายในนั้นได้ดับสลายลงไปและได้หลงเหลืออยู่เพียงแค่หินสีแดงที่ดูธรรมดามากเท่านั้น เนื่องจากการสูญเสียจิติญญาไปพลังและความสามารถทั้งหมดจึงได้ถูกผนึกเอาไว้ภายใน
<วิธีการใช้งาน> เนื่องจากขาดิญญาภายในจึงจำเป็ต้องใส่ิญญาดวงใหม่เข้าไปจึงจะเปิดการใช้งานสมบัติได้อีกครั้ง ด้วยเหตุนี้เมื่อนำสิ่งนี้ไปหลอมรวมเข้ากับแฟนทัสมอนคุณลักษณะิญญาบางชนิดมันจะเป็การให้แฟนทัสมอนตัวนั้นได้รับการสืบทอดมรดกไปโดยอัตโนมัติ และทำให้เกิดการกลายพันธุ์ไปเป็ระดับเทพนิยายโดยตรงและเปลี่ยนตัวแฟนทัสมอนให้กลายเป็นักแปรธาตุที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาล
เมื่อเรย์ฮิโตะได้เห็นข้อมูลเต็มๆ ของศิลาชิ้นนี้อีกครั้งดวงตาของเขาก็ถึงกับเบิกโพลงออกมาเพราะในตอนแรกเขาเพียงแค่มองผ่านๆ และเห็นเพียงแค่ชื่อและระดับเท่านั้นเพราะในตอนนั้นมีคนอยู่เยอะมากเขาเลยไม่สามารถทำอะไรที่เป็จุดสนใจได้มากเกินไป แต่เมื่อได้มองเห็นข้อมูลจริงๆ แล้วเขาก็ได้รู้ว่าสิ่งนี้มันเกินกว่าที่จะจินตนาการได้ซะอีก
‘วิธีการใช้งานคือการเอาไปรวมกับแฟนทัสมอนคุณลักษณะิญญาบางประเภทงั้นเหรอ.……...ถ้าฉันจำไม่ผิดดูเหมือนจะมีอยู่น่ะ แฟนทัสมอนที่ตรงตามความ้าของสมบัติและยังมีความยืดหยุ่นจนสามารถที่จะใช้ความสามารถของสมบัติชิ้นนี้ในการประยุกต์เพื่อที่จะทำสิ่งต่างๆ ได้อีกมากน่ะ’
เมื่อคิดได้มาถึงตรงนี้เรย์ฮิโตะก็ได้ทำการค้นหาจากภายในความทรงจำที่มีความรู้เกี่ยวกับแฟนทัสมอนอยู่มากมายที่ถูกเก็บสะสมไว้จากการอ่านหนังสือมานับไม่ถ้วนของตัวเขาในโลกใบนี้
‘รู้สึกว่า……มันจะชื่อแฟนทัสม่าสินะ……..’
แฟนทัสม่า พวกมันคือแฟนทัสมอนที่มีความพิเศษมากมักจะเกิดได้จากหินิญญาที่ซึมซับพลังงานความตายจำนวนมากจนเกิดออกมาเป็แฟนทัสมอนรูปแบบคุณลักษณะิญญาที่บริสุทธิ์ ซึ่งเป็แฟนทัสมอนที่ไม่มีร่างกายและคงอยู่ในรูปแบบของิญญาเท่านั้นพวกมันจะอาศัยอยู่ภายในหินที่ตัวเองเกิดขึ้นมาทำให้หาตัวได้ยากมาก ในตอนที่จะทำสัญญากับพวกมันก็จำเป็ต้องหาสิ่งของเพื่อเปลี่ยนร่างกายให้แฟนทัสม่าได้อยู่อาศัยด้วย
เมื่อได้ทำสัญญากับแฟนทัสม่าแล้วและได้ให้มันเข้าไปอาศัยอยู่ในสิ่งของ ตัวของแฟนทัสม่าจะทำการเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะตามสิ่งของที่พวกมันได้เข้าไปอาศัยอยู่ ว่ากันว่าการทำสัญญากับแฟนทัสม่าจำเป็ต้องคิดให้ดีเพราะหลังจากที่มันเข้าไปอาศัยอยู่ในอย่างอื่นนอกเหนือจากหินที่มันเกิดมาแล้วมันจะไม่สามารถเข้าไปสิงอย่างอื่นได้อีกเลยตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นก่อนที่จะทำสัญญากับพวกมันก็จำเป็ที่จะต้องคิดให้ดีและรอบคอบว่า้าให้มันสิงกับอะไร
แฟนทัสม่านั้นเป็แฟนทัสมอนที่พิเศษเพราะมันมีเพียงร่างเดียวเท่านั้นต่อให้มันจะมีศักยภาพมากแค่ไหนก็ตาม แต่ว่าทุกครั้งที่มันเลื่อนระดับขึ้นพลังงานในตัวของมันก็จะเพิ่มขึ้นตามทำให้ตัวของมันสามารถควบคุมร่างกายที่มีมวลและน้ำหนักที่มากขึ้นได้เพราะฉะนั้นคนส่วนใหญ่มักจะให้มันสิ่งในสิ่งของที่สามารถดัดแปลงในภายหลังกับส่วนหลักได้……..จึงได้มีตัวอย่างมากมายของคนที่ให้แฟนทัสม่าเข้าสิงและอาศัยอยู่ภายในสมบัติ์เช่นดาบหรือชุดเกราะเพื่อใช้ในการปกป้องตัวเอง หรือบางคนก็ให้มันสิงในยานพาหนะเพื่อใช้ในการเดินทางในโลกใหม่ก็มี
เมื่อคิดได้ดังนั้นเรย์ฮิโตะก็เริ่มตื่นเต้นขึ้นมาในทันทีพร้อมกับวาดภาพร่าง ในอนาคตที่มีการหยิบหินออกมาและะโออกมาดังๆ ว่า “แปลงร่าง” และหินสีแดงภายในมือก็ค่อยๆ สร้างเป็ชุดเกราะต่อสู้ล้อมรอบตัว…….....
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ในขณะที่จินตนาการกำลังโลดแล่นไปได้สักพัก ก็มีเสียงเคาะจากประตูอีกครั้งและเอ็ดเวิร์ดที่ออกไปตามหาสมบัติมาให้ก็กลับเข้ามาภายในห้องพอดีพร้อมกับรถเข็นขันนึงและพูดขึ้น
“นายน้อยเรย์ฮิโตะครับ ผมได้ของที่คุณ้าแล้วครับ เชิญตรวจสอบได้ครับ”
พอเอ็ดเวิร์ดพูดจบเขาก็ได้เอาของ 3 ชิ้นออกมาจากรถเข็นที่ได้เข็นเข้ามาด้วยกัน เมื่อของชิ้นแรกปรากฏขึ้นมันก็คือตู้ฟักไข่ที่ว่างเปล่า นอกจากนั้นบนถาด้านั้นก็มีคริสตัล 7 รัศมีที่ส่องแสงเป็ประกายออกมามากกว่าและใหญ่กว่าที่ได้เห็นภายในโลกจิ๋ว ที่ข้างๆ กันนี้ยังมีดอกไม้ 7 สีที่บานสะพรั่งแล้วสวยงามเป็อย่างมากที่ปล่อยแสงแปลกๆ ออกมาถึง 7 สีด้วยกัน เมื่อมองดูมาถึงตรงจุดนี้พนักงานที่ได้เดินตามหลังเข้ามาพร้อมกับแบกถังน้ำมาด้วยและทำการเปิดฝาออกมา ภายในนั้นคือได้บรรจุน้ำเปล่งประกายจำนวนมากเอาไว้
เห็นได้ดังนั้นยูโตะที่กำลังเล่นกับจระเข้น้ำอยู่ก็โพร่งออกมาด้วยความรู้สึกทึ่ง
“สวยจังเลย!!!”
ヽ(°〇°)ノ
เมื่อยูโนะที่ได้เห็นสมบัติทั้งหมดแล้ว ซึ่งเธอก็แตกต่างกับยูโตะที่พูดก่อนคิดเธอมักจะคิดหลายๆ อย่างก่อนพูดเสมอเธอจึงได้ถามถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดออกมาก่อน
“ลุงเอ็ดคะ ของพวกนี้จากเท่าที่ดูจากพลังงานทั้งหมดจะต้องเป็ระดับดวงดาวแน่ๆ แล้วราคาของพวกมันอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่เหรอคะ”
“โอ้ จริงด้วยดูผมสิขี้ลืมจริงๆ ลืมบอกแม้กระทั้งราคากับนายน้อยเรย์ฮิโตะซะได้ แต่มันก็ไม่ได้แพงขนาดนั้นหรอกครับ เนื่องจากของพวกนี้มักจะใช้เพื่อเป็เครื่องประดับ, เสื้อผ้า, หรือไม่ก็เพื่อใช้ตกแต่งให้ดูสวยงามเพราะฉะนั้นทั้ง 3 ชิ้นจึงมีราคาอยู่ที่ 4 ล้านยูลล่าเพียงเท่านั้นเองครับ ด้วยที่น้ำเปล่งประกายซึ่งมักจะใช้กับแฟนทัสมอนจึงมีราคาที่แพงที่สุดอยุ่ที่ประมาณ 2.3 ล้านเท่านั้นครับและอีก 2 ชิ้นก็มีราคารวมกันแล้วประมาณ 1.9 ล้านครับ สำหรับที่ฟักไข่นี้ถือเป็บริการจากผมละกันครับถือเป็การขอโทษสำหรับเื่เมื่อตอนเช้าด้วย”
พอได้ยินราคารวมทั้งหมดแล้วยูโนะก็เหลือบมองไปทางเรย์ฮิโตะและถามขึ้น
“พี่เรย์ฮิโตะคะ ไหวรึเปล่าคะกับราคานี้ถ้าไม่ยังไงแล้วเดี่ยวหนูจะ.……...”
ยังพูดไม่ทันจบเรย์ฮิโตะที่ได้ยินราคาจากสีหน้าที่ตึงเครียดก็ได้ผ่อนคลายลงในทันทีพร้อมกับรีบพูดขัดออกมา
“ไม่เป็ไรหรอก พี่จ่ายได้ราคานี้ยังรับไหวอยู่”
‘เนื่องจากราคาสมบัติไม่ได้เกินเงินที่มีอยู่ในบัญชี เลยสามารถจ่ายได้อย่างแน่นอนและในเมื่อไม่ได้เป็หนี้ พอมีแฟนทัสมอนและได้กลายเป็เทมเมอร์แล้วก็จะสามารถหาเงินเพิ่มขึ้นได้เองอย่างรวดเร็วทำให้ไม่จำเป็ต้องกังวลเกี่ยวกับเงินที่เหลืออยู่ในกระเป๋าตอนนี้เลยซักนิด ในตอนนี้ควรจะโฟกัสไปยังการฟักไข่ออกมาจะดีกว่า’
พอคิดได้ดังนั้นเรย์ฮิโตะก็ได้ถามกับคุณลุงเอ็ดต่อในทันที
“คุณลุงครับพอจะมีห้องเงียบๆ ที่สามารถใช้ฟักไข่ได้ไหมครับ?”