ลู่เป๋าเหยียนเองก็ดูตกใจเช่นกัน
ทั้งที่เขารู้ดีว่าที่นี่คือที่ไหนทั้งที่เขารู้ดีว่าเธอจะรู้สึกตกใจมากเท่าไร
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาควบคุมตัวเองได้ดีมาโดยตลอด แล้วทำไมถึงมาสติหลุดเอาตอนนี้?
เขารีบปล่อยซูเจี่ยนอันให้เป็นอิสระ
“เธอเปลี่ยนชุดก่อนฉันจะไปรอข้างนอก”
ซูเจี่ยนอันจับมือเขาไว้“เดี๋ยวก่อน”
ลู่เป๋าเหยียนหันกลับมามองเธออย่างไม่เข้าใจซูเจี่ยนอันทำสีหน้าลำบากใจ
“นายอย่าคิดไปไกลฉัน...ดูเหมือนซิปจะแตกน่ะ”
เขาพูดอย่างพยายามอดกลั้นอารมณ์บางอย่าง
“หันมานี่ขอฉันดูหน่อย”
ซิปแตกรูดไม่ขึ้นจริงด้วยเขาลองดึงอยู่หลายทีก็ยังไม่สำเร็จ ซูเจี่ยนอันจึงเอ่ยปาก
“แรงอีกหน่อยก็ได้ฉันไม่เป็นไร”
ลู่เป๋าเหยียนจะกล้าดึงแรงได้อย่างไร
ในเมื่อชุดนี้ถูกตัดมาพอดีเป๊ะกับรูปร่างของเธอขนาดนี้ขืนดึงแรงชุดคงขาดหมด แถมดีไม่ดีอาจจะไปหนีบเนื้อเธอเอาก็ได้เห็นเธอชอบวิ่งไปวิ่งมาอย่างไม่กลัวอะไรแบบนี้แต่ที่จริงแล้วซูเจี่ยนอันเป็นคนผิวบางมาก เขากลัวจะทำให้เธอเป็นแผลหากไม่ระวัง
แต่ถ้าดึงช้าๆมือเขาคงต้องสัมผัสเธอ
ซิปข้างของชุดราตรีถูกรูดลงมาได้เพียงครึ่งเดียวและค้างอยู่ตรงไหนเผยให้เห็นผิวขาวนวลใสของเธอนิ้วของลู่เป๋าเหยียนเผลอไปถูกผิวของเธอบ้างเป็นบางครั้งและทุกครั้งถึงเขาจะชอบสัมผัสที่ได้แต่ก็ต้องทรมานอยู่ในใจเขาอยากใช้แรงมากกว่านี้ แต่ก็กลัวว่าหากรูดซิปจนสุดพวกเขาทั้งสองคนคงจะทำตัวไม่ถูกยิ่งกว่าเดิม
ซูเจี่ยนอันหน้าแดงก่ำพลางเอ่ย
“ลู่เป๋าเหยียนฉันเมื่อยมือไปหมดแล้ว นายทำให้เร็วกว่านี้หน่อยได้ไหม”
เพื่อให้ลู่เป๋าเหยียนรูดซิปได้สะดวกเธอจึงยกแขนขึ้นค้างไว้
“แป๊บนึง”
ลู่เป๋าเหยียนดึงซิปอย่างแรงจนมันลงร่องตามเดิม ซูเจี่ยนอันรีบใช้มือจับชุดไว้ทันที
“ขอบคุณนะ นะ...นายออกไปก่อนเถอะ”
ลู่เป๋าเหยียนไม่อาจอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไปเขารีบเปิดประตูและเดินออกไป
ซูเจี่ยนอันถึงกับยืนพิงกำแพงพลางถอนหายใจ
นี่ถ้าพวกเธออยู่ที่บ้านหรือไม่ได้ยินเสียงคนจากด้านนอก เธอก็คงไม่ปฏิเสธเขา
ถ้าเป็นแบบนั้น...ซูเจี่ยนอันไม่กล้าจินตนาการต่อว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ต่อจากนี้เธอควรจะควบคุมใจตัวเองให้ดีกว่านี้สินะ?
เมื่อเปลี่ยนกลับมาใส่ชุดเดิมของตนและสูดหายใจลึกๆ เพื่อรวบรวมสติเรียบร้อย ซูเจี่ยนอันก็เดินถือชุดราตรีออกมาโดยนึกไม่ถึงเลยว่าจะเจอคนรู้จักที่ไม่คุ้นเคยเข้าให้
หานรั่วซี
เมื่อกี้ที่มีคนเรียกชื่อคุณหาน ก็คือเธอนี่เอง
การที่ดาราชื่อดังจะมาลองชุดที่นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่...ทำไมลู่เป๋าเหยียนถึงไปนั่งอยู่กับเธอ?
แถมตอนนี้หานรั่วซีก็กำลังยิ้มแย้มดูท่าก่อนที่เธอจะออกมา พวกเขาคงพูดคุยกันสนุกสนานเลยสินะ
ซูเจี่ยนอันเบือนสายตาออกและพยายามทำตัวเป็นปกติเธอส่งชุดราตรีคืนให้กับผู้ช่วยดีไซเนอร์
“ไม่มีปัญหาอะไรค่ะขอบคุณนะคะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ งั้นเดี๋ยวพวกเราจะเก็บรายละเอียดให้เรียบร้อยและส่งไปให้คุณนายลู่ที่บ้านภายในวันพรุ่งนี้นะคะ”
“ค่ะ”
ซูเจี่ยนอันจำใจต้องหันหน้ากลับไปเผชิญความจริงจนได้เธอคงรอยยิ้มไว้ดังเดิมก่อนจะพูดกับลู่เป๋าเหยียน
“พวกเรากลับบ้านกันเถอะ”
“คุณหนูซู”หานรั่วซีเดินเข้ามาหาเธอ “อุตส่าห์บังเอิญเจอกันที่นี่ จะไม่ทักทายกันหน่อยเหรอคะคุณคงไม่ได้รีบกลับบ้านขนาดนั้นหรอกใช่ไหม”
“พวกเราไม่สนิทกันไม่จำเป็นต้องทักทายอะไร” ซูเจี่ยนอันตอบสีหน้าห่างเหิน
“อีกอย่างฉันแต่งงานแล้ว สามีฉันแซ่ลู่ รบกวนคุณเปลี่ยนคำเรียกฉันใหม่เป็นคุณนายลู่ด้วยค่ะ”
“ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ฉันลืมเปลี่ยนคำเรียกชื่อคุณ” หานรั่วซียิ้มตอบก่อนจะลดเสียงให้เบาลงจนมีแค่เธอกับซูเจี่ยนอันเท่านั้นที่จะได้ยิน “แต่ว่าอีกไม่นานพวกเธอก็จะหย่ากันอยู่แล้วนี่ฉันคงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนคำเรียกชื่อเธอหรอกมั้ง อีกอย่างเธอคงยังไม่รู้ว่าก่อนที่พวกเธอจะแต่งงานกันที่แอฟริกาใต้มีการขุดพบเพชรน้ำงามยิ่งกว่าเพชรครูรีนาน1เสียอีกและเป่าเหยียนเป็นคนซื้อมันไว้ ส่วนที่ว่าเขาซื้อมาทำอะไร เธอลองกลับไปค้นข่าวตามอินเทอร์เน็ตดูสิแล้วค่อยคิดดูอีกครั้งว่าจะให้ฉันเปลี่ยนคำเรียกชื่อเธอดีหรือเปล่า”
ซูเจี่ยนอันรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีอย่างไรไม่รู้
หานรั่วซีไม่ใช่คนโง่เธอคงไม่สร้างเรื่องลอยๆ ขึ้นมาโกหกเธอแถมน้ำเสียงที่ยังดูมั่นใจนั่นอีก
บางทีลู่เป๋าเหยียนอาจจะ...
ลู่เป๋าเหยียนเห็นสีหน้าของซูเจี่ยนอันดูแปลกๆเขาหรี่ตาลงและเดินไปหาเธอ
“กลับบ้านกัน”
ซูเจี่ยนอันไม่ได้ขัดขืนเธอเดินตามเข้าไปอย่างว่าง่าย แต่ไม่พูดอะไรเลยสักคำตลอดทาง
หานรั่วซีเห็นสีหน้าของซูเจี่ยนอันแล้วอดยิ้มอย่างผู้ชนะไม่ได้เธอปรายตามองชุดราตรีของซูเจี่ยนอัน
“ขอฉันดูชุดนี้หน่อยได้ไหมคะ”
“ต้องขออภัยจริงๆ ค่ะคุณหานนี่เป็นชุดของคุณนายลู่ที่โซเฟียออกแบบให้ด้วยตัวเอง”
“ฉันทราบค่ะ”หานรั่วซีกล่าว “ฉันอยากจะชื่นชมมันสักนิด”
เพราะหานรั่วซีเป็นลูกค้าประจำผู้ช่วยฯจึงไม่กล้าปฏิเสธ
ใครบ้างในเมืองนี้ที่ไม่รู้เรื่องรักสามเส้าระหว่างลู่เป๋าเหยียนซูเจี่ยนอัน และหานรั่วซี ผู้ช่วยฯกลัวว่าหนารั่วซีจะทำอะไรกับชุดของซูเจี่ยนอันจึงยืนจ้องไม่วางตา แต่เธอคงคิดมากไป เพราะหานรั่วซีดูมันแค่แป๊บเดียวก็ส่งมันคืนมาและพูดขึ้นว่า
“ชุดที่ฉันสั่งไว้ให้เก็บไว้ก่อนฉันอยากจะเลือกชุดใหม่อีกสักชุดน่ะค่ะ”
ท้ายที่สุดหานรั่วซีก็เลือกชุดราตรีสีขาวที่ดีไซน์เกือบทุกอย่างใกล้เคียงกับชุดของซูเจี่ยนอันเป็นอย่างมาก
แถมยังสั่งให้ผู้ช่วยฯแก้รายละเอียดอีกหลายจุดที่เธอยังรู้สึกไม่พอใจ
ผู้ช่วยฯได้ยินสิ่งที่หานรั่วซีสั่งก็รู้สึกเหงื่อตกถ้าแก้ตามที่เธอสั่งจริงๆ ชุดนี้ยิ่งดูคล้ายชุดของซูเจี่ยนอันเข้าไปใหญ่น่ะสิ!
แต่หานรั่วซียังคงยืนยัน“แก้ตามที่ฉันบอกทุกอย่าง และส่งไปให้ผู้จัดการฉันอย่างช้าที่สุดคือวันมะรืนจริงสิ คุณจะช่วยบอกฉันได้ไหมคะว่าทำไมลู่เป๋าเหยียนกับซูเจี่ยนอันถึงเข้าไปอยู่ในห้องลองด้วยกันได้”
“อ้อคุณลู่บอกว่าจะช่วยคุณนายลู่ดูว่าชุดพอดีตัวหรือเปล่าน่ะค่ะ” ผู้ช่วยฯตอบ“พวกเขาเข้าไปได้สักพักแล้วก่อนที่คุณจะมา”
“ขอบคุณค่ะ”หานรั่วซีตอบสีหน้าเรียบก่อนจะเดินออกไป
ผู้ช่วยฯมองตามแผ่นหลังของหานรั่วซีไปพลางถอนหายใจดูท่างานเลี้ยงครบรอบของเครือลู่ปีนี้ คงมีอะไรสนุกๆ ให้ดูแน่ๆไม่รู้ว่าศึกนี้จะเป็นหานรั่วซีหรือซูเจี่ยนอันกันแน่ที่จะชนะ
ซูเจี่ยนอันเข้าไปนั่งในรถก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไม่สนใจว่าคนข้างๆ กำลังสงสัยว่าเธอเป็นอะไรไป
ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วเธอก็ไม่ได้พูดอะไรอีกจนลู่เป๋าเหยียนเริ่มทนไม่ไหว
“หานรั่วซีพูดอะไรกับเธอ”
“ไม่มีอะไร”ซูเจี่ยนอันยกมือเท้าคาง
“นอกจากเรื่องที่เธอรู้ว่าพวกเราจะหย่ากันในอีกสองปีเธอจะเอาอะไรมาขู่ฉันได้อีก”
ลู่เป๋าเหยียนลดความเร็วลง
“เจี่ยนอัน...”เขาพูดก่อนจะหยุดอยู่แค่นั้น
ซูเจี่ยนอันหันไปมองลู่เป๋าเหยียนอย่างสงสัยน้อยครั้งที่จะเห็นเขาดูลำบากใจขนาดนี้
เธอยิ้มก่อนจะพูดแหย่“นายอย่าบอกนะว่า อีกสองปีเราจะไม่ได้หย่ากัน”
ตอนแต่งงานใหม่ๆลู่เป๋าเหยียนเอาคำว่าหย่ามาใช้เตือนสติและควบคุมใจตัวเอง
แต่ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่เขาเริ่มเกลียดคำคำนี้
“ไม่แน่บางทีอีกสองปีพวกเราอาจจะไม่ได้หย่ากัน”
ซูเจี่ยนอันตาโต“ทำไมล่ะ? นายบอกเองนี่ว่าจะหย่าในอีกสองปี”
สีหน้าแปลกใจของเธอง่ายต่อการเข้าใจผิดราวกับว่า...เธอกำลังตั้งตารอคอยการหย่าจนไม่อาจยอมรับได้หากพวกเขาไม่หย่ากันภายในสองปีนี้
เอี๊ยด!
ลู่เป๋าเหยียนเหยียบเบรกกะทันหันจนเสียงเสียดสีของยางรถกับพื้นถนนดังขึ้นแสบหูนี่ถ้าไม่ได้รัดเข็มขัด ซูเจี่ยนอันคงหน้ากระแทกกับคอนโซลรถแน่ๆ
เธอมองลู่เป๋าเหยียนอย่างงงๆ
“อยู่ๆ หยุดรถทำไม”
ลู่เป๋าเหยียนมองเธอสายตาเย็น
“ซูเจี่ยนอันเธออยากจะหย่าขนาดนั้นเลย?”
“...” ซูเจี่ยนอันยิ่งงงหนักเข้าไปใหญ่ลู่เป๋าเหยียนเรียกเธอเต็มยศอีกแล้ว แสดงว่าเขากำลังโมโหสินะ
แต่ว่าทำไมเขาถึงกล่าวหาเธอแบบนั้น? ในเมื่อเขาเป็นคนพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเองตอนวันแต่งงานเธอก็ให้ความร่วมมือกับเขาแล้ว ยังจะโมโหอะไรอีก
อีกอย่างเธอเคยบอกเขาตอนไหนว่าเธออยากจะหย่า?
“ลู่เป๋าเหยียนนายเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า” ซูเจี่ยนอันถาม
“เปล่า” ลู่เป๋าเหยียนตอบเสียงเย็น“วางใจเถอะ หากซูอี้เฉิงเทคโอเวอร์เครือซูได้ และซูหงเยวี่ยนหมดอำนาจเมื่อไรฉันจะเซ็นใบหย่าให้เธอเอง”
แค่ชั่วพริบตาลู่เป๋าเหยียนก็กลับมาเป็นคนเดิมเหมือนตอนแต่งงานใหม่ๆ
ลู่เป๋าเหยียนคนที่เย็นชาเย่อหยิ่ง และไร้หัวใจ
เมื่อกี้ในห้องลองเสื้อซูเจี่ยนอันเผลอคิดว่าลู่เป๋าเหยียนคงรู้สึกดีกับเธออยู่บ้าง
แต่การกระทำของเขาในตอนนี้ทำให้เธอได้สติสักที ว่าแท้ที่จริงแล้วเธออยู่ในฐานะอะไรในใจเขา
ซูเจี่ยนอันพยายามฝืนยิ้มก่อนจะตอบ
“ขอบคุณ”
แววตาของลู่เป๋าเหยียนเย็นเยียบยิ่งกว่าเดิมเขาเหยียบคันเร่งอีกครั้ง ก่อนรถจะเคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
ทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรกันอีกเลยตลอดทางกลับบ้านต่างคนต่างแยกย้ายเขาห้องนอนของตัวเอง
หลังปิดประตูห้องของตนเรียบร้อยซูเจี่ยนอันก็เริ่มรู้สึกน้อยใจ แต่เธอก็พยายามกลั้นน้ำตาไว้
จะร้องไห้ไปทำไมกันไม่มีเหตุผลอะไรให้ร้องสักหน่อย
เมื่อนึกถึงคำพูดของหานรั่วซีเธอจึงเปิดคอมพิวเตอร์ก่อนจะพิมพ์คำว่า ‘ลู่เป๋าเหยียน ซื้อเพชร’ ลงไปก่อนจะกดปุ่มเสิร์ช
ในยุคดิจิตอลแบบนี้การหาข่าวสารข้อมูลเป็นเรื่องง่าย ภาพของเพชรดังกล่าวและข่าวมากมายปรากฏขึ้นมาจนซูเจี่ยนอันรู้สึกลายตา
ก่อนหน้าที่เธอกับลู่เป๋าเหยียนจะแต่งงานกันมีการขุดพบเพชรชิ้นหนึ่งที่แอฟริกาใต้โดยเพชรชิ้นนี้น้ำงามยิ่งกว่าเพชรครูรีนานเสียอีก ถึงขนาดค่อนข้างเล็กแต่ก็ไม่เหมือนเพชรครูรีแนนที่มีขนาดใหญ่จนไม่มีใครกล้าซื้อ
ในงานประมูลไม่ว่าจะเป็นบริษัทจิวเวลรี่ หรือนักสะสมทั้งหลายก็ต่างพากันแย่งประมูลเพชรชิ้นนี้กันอย่างดุเดือดทว่าสุดท้ายลู่เป๋าเหยียนก็เป็นคนได้มันไป
เครือลู่ไม่ได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับเพชรพลอยลู่เป๋าเหยียนก็ไม่ใช่คนที่ชอบเรื่องพวกนี้พวกนักข่าวพากันสงสัยว่าทำไมเขาถึงต้องประมูลเพชรดังกล่าว แต่เขาก็ไม่ได้เปิดเผยถึงเหตุผลใดๆ
แต่มันก็คงไม่ยากเกินไปที่พวกสื่อจะช่วยกันหาคำตอบ
ลู่เป๋าเหยียนไม่ชอบเพชรพลอยก็จริงทว่าหานรั่วซีชอบนี่นา!
หานรั่วซีเคยให้สัมภาษณ์ว่าเธอชอบสะสมอัญมณีมากที่บ้านเธอเองก็มีอัญมณีเครื่องประดับมากมายเก็บสะสมเอาไว้ไม่ว่าเธอจะงานยุ่งขนาดไหน แต่การดูแลรักษาทั้งหมดเธอจะเป็นคนทำด้วยตัวเองเพราะไม่ไว้ใจคนอื่น
ดังนั้นทุกคนเลยคิดว่าที่ลู่เป๋าเหยียนประมูลเพชรน้ำงามชิ้นนั้นมา คงเพราะต้องการให้มันกับหานรั่วซีถึงแม้ทั้งลู่เป๋าเหยียนและหานรั่วซีจะไม่ได้ออกมายืนยันอย่างชัดเจนก็ตาม
ซูเจี่ยนอันปิดคอมพิวเตอร์ด้วยความสับสนเธอไม่สามารถควบคุมสภาพจิตใจอันปั่นป่วนของตนในตอนนี้ได้อีกต่อไปจึงหยิบเสื้อคลุมก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปนอนปิดตาแช่น้ำอุ่นๆ ให้จิตใจสงบลงสักหน่อย
ทำไมต้องมาเกิดเรื่องแบบนี้ในตอนที่เธอตัดสินใจแล้วว่าจะพยายามเอาชนะใจลู่เป๋าเหยียน
นี่มันเรื่องบังเอิญหรือว่าโชคชะตากำลังจะบอกเธอว่า อย่าเสียเวลาเปล่ากับเรื่องนี้อีกเลยกันแน่นะ...
************************
1 เพชรครูรีนาน (Cullinan)คือเพชรที่ยังไม่เจียระไนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ถูกค้นพบโดย FrederickWells ที่ เหมืองครูรินาน (Cullinan Mine)เมือง Gauteng ประเทศแอฟริกาใต้ (SouthAfrica) เมื่อวันที่ 26 มกราคม 1905 มีน้ำหนัก 3,106.75 กะรัต(621.35 กรัม)โดยครูรินานเม็ดนี้สามารถตัดแบ่งเป็นเพชรเม็ดใหญ่ 9 เม็ด และเพชรเม็ดเล็กๆ อีกหลายเม็ด
อ้างอิงจาก http://wowboom.blogspot.com/2009/03/biggest-diamond.html