นายหญิงใหญ่ยังไม่ทันรับของขวัญจากเยี่ยนเจาเจาของขวัญที่หยวนอีเฉี่ยวส่งมาก็ถึงมือนายหญิงใหญ่ก่อนแล้ว
นายหญิงใหญ่ “ดีใจแทบเป็นบ้าเป็นหลัง”เพราะของขวัญชิ้นใหญ่นี้ ยิ่งรู้ว่าหยวนอีเฉี่ยวขโมยสินเดิมของตนหนีไปเป็นอนุภรรยาก็แทบกระอักโลหิตด้วยความสุขใจ
หยวนอีเฉี่ยวหนีไปทรัพย์สินเงินทองกลับเป็นเรื่องเล็ก เพราะมันพัวพันกับชื่อเสียงของนายหญิงใหญ่แทนกล่าวว่านางอบรมสั่งสอนบุตรสาวไม่ดี กระทั่งคุณหนูจากบ้านรองและบ้านสามก็ยังโดนหางเลขด้วยเกรงว่าในอนาคตคงตกลงเรื่องคู่สมรสยากแล้ว
แต่เจินเจินกับอ้ายอ้ายนั้นยังดีปัจจุบันทั้งสองไม่สนใจเรื่องพวกนี้ การหย่าของนายหญิงรองส่งผลต่อพวกนางแล้วได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยมันไม่สำคัญเลย เจินเจินอ้ายอ้ายชินชาไปแล้ว
ของขวัญของหยวนอีเฉี่ยวมาถึงของขวัญของเยี่ยนเจาเจาก็ใกล้จะตามมาติดๆ
นายหญิงใหญ่รู้สึกใจไม่ดีอยู่ตลอดเพราะเรื่องราวของหยวนอีเฉี่ยวจึงส่งคนไปเรียกหยวนหยางฮุยกลับมา
ไม่คาดคิดว่ายังไม่ทันพบตัวหยวนหยางฮุยข่าวการจับกุมของทางการก็แพร่ไปทั่วจวนสกุลหยวนเสียก่อน
หยวนหยางฮุยพึ่งแอบออกไปเมื่อเช้านายหญิงใหญ่ไม่ได้ใส่ใจมากนัก คิดเพียงว่าเขาออกไปเล่นสนุกคงรู้ขีดจำกัดบ้าง
ตกค่ำก็ได้ยินคนบอกว่า หยวนหยางฮุยทะเลาะจนชกต่อยกับคนอื่นเพราะหึงหวงนักแสดงงิ้วขายตัวคนหนึ่งจนพลั้งมือฆ่าคนตาย โดนคุมขังอยู่ที่ศาลาว่าการ
นายหญิงใหญ่ไม่คาดคิดว่าหยวนอีเฉี่ยวจะต่อต้านตนและบุตรชายสุดรักสุดหวงจะทำเรื่องโง่เง่าในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อ จนนางคว้าน้ำเหลวตกอยู่ในสภาพเก้ๆกังๆ ไร้ทางแก้ สุดท้ายก็ได้แต่โกรธแทบล้มทั้งยืนเช่นนี้
แต่ไม่ว่านายหญิงใหญ่จะลมจับอย่างไรก็ไม่อาจเลื่อนการตรวจสอบคดีของหยวนหยางฮุยออกไปได้
เป็นเรื่องยากสำหรับทางศาลาว่าการที่จะพิจารณาตัดสินคดีให้หยวนหยางฮุยทั้งสองฝ่ายเลยเกิดความวุ่นวายขึ้น จึงทำให้เวลาล่าช้าไปพอสมควร
แต่อย่างไรหยวนหยางฮุยก็ทำเรื่องเลวทรามไปมากมายหลังตรวจสอบดูก็เหมือนว่าจะเป็นคดีร้ายแรงทั้งสิ้น
ทั้งใช้ผงห้าศิลา ลงไม้ลงมือกับคนอื่นจนคนรุ่นราวคราวเดียวกันบาดเจ็บสาหัสหลายคนทั้งยังบีบบังคับสตรีไปเป็นโสเภณี ประกอบกับทำร้ายเด็กสาวชนชั้นกลางมากมายจนตายโทษยาวเป็นหางว่าว เกินกว่าจะบรรยายออกมาได้
ตอนแรกใต้เท้าผู้เฒ่าเพียงต้องการแก้แค้นหยวนหยางฮุยที่ทำให้ตนอับอายต่อหน้าคู่ขาแต่ตอนนี้กลับตรวจพบมาถึงจุดนี้
และเพราะหยวนหยางฮุยเหิมเกริมไม่คิดปกปิดพฤติกรรมสักนิดผู้คนมากมายเลยรู้เรื่องเลวร้ายที่หยวนหยางฮุยกระทำทั้งหมด หากไม่จัดการตามสมควรย่อมไม่อาจระงับความโกรธของประชาชนได้
ใต้เท้าผู้เฒ่าไตร่ตรองหลายครา สอบสวนแล้วก็ต้องทำให้ถึงที่สุดสุดท้ายจึงตัดสินโทษประหารหยวนหยางฮุยและรายงานไปยังราชสำนักส่วนกลางตามที่ทุกคนคาดหวัง
ทางด้านนายหญิงใหญ่เพิ่งฟื้นขึ้นมาได้ยินว่าหยวนหยางฮุยต้องโทษประหารทันทีก็โกรธจนแทบเป็นลมไปอีกหน
กล่าวกันตามตรง เดิมนายหญิงใหญ่ถือว่าเป็นบุคคลแข็งแกร่งคงกระพันแต่เยี่ยนเจาเจามองออกว่านายหญิงใหญ่ก็มีจุดอ่อนของตนเองจากการปะทะกันนับครั้งไม่ถ้วน
นางอาจปล่อยหยวนอีเฉี่ยวได้แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ปล่อยบุตรชายตนเองไม่ลง
แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าไม่สมควรกังวลเรื่องบุตรชายแต่นางกลับยังตัดใจไม่ลง ในจุดนี้นางไร้ปรานีและเห็นแก่ตัวไม่เท่านายหญิงรองเลย
เป็นไปไม่ได้ที่จะให้นายหญิงใหญ่เฝ้ามองบุตรชายโดนประหารอยู่เฉยๆนายหญิงใหญ่กล้ำกลืนความเจ็บช้ำ วิ่งติดสินบนไปทั่วอย่างไร้ผล สุดท้ายก็จนหนทางหันไปขอร้องหยวนหมินให้เห็นแก่ที่หยวนหยางฮุยเป็นบุตรชายคนเดียวของพวกเขาช่วยใช้เส้นสายของตนไกล่เกลี่ยสักหน่อย
อย่าว่าแต่หยวนหมินเป็นข้าราชการมือสะอาดสุจริตเที่ยงธรรม ไม่มีทางกระทำเรื่องฉ้อฉลเพียงเพราะเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตน
ต่อให้หยวนหมินต้องการเขาก็ไม่มีกำลังมากพอ ประการแรกเขาไม่ได้ดำรงตำแหน่งสำคัญในราชสำนักอีกทั้งสิ่งที่หยวนหยางฮุยทำก็ไม่ได้ถูกคนอื่นยัดของกลางหรือใส่ร้ายป้ายสีเป็นเรื่องจริงแท้แน่นอน ดิ้นรนเพียงใดก็ไร้ประโยชน์
ทุกอย่างล่าช้าเงินของหยวนอีเฉี่ยวไม่อาจเอาคืนมาได้ หยวนหยางฮุยก็ต้องโทษประหารเอาชีวิตไม่รอดแน่นอน
สุดท้ายนายหญิงใหญ่จึงล้มเลิกการต่อต้านทั้งหมดเตรียมจากซูโจวไปตามลำพังกับหยวนหมิน
ก็ช่างบังเอิญเหลือเกินขณะที่พวกเขาฉวยโอกาสตอนฟ้ายังไม่สางออกจากประตูเมืองเงียบๆพยายามเลี่ยงถนนเส้นหลักที่หยวนเอ๋อน่าจะใช้เดินทางมากลับไม่คาดคิดว่าหยวนเอ๋อจะรอพวกเขาออกมาอยู่ก่อนแล้ว
มีคำกล่าวว่า วาตะทองน้ำค้างหยกได้พบพาคู่ใดในโลกาไหนเลยจะเทียบทาน [1]
แต่น่าเสียดายที่หยวนหมินกับหยวนเอ๋อพบกันอีกคราผลลัพธ์เกรงว่าจะออกมาไม่สวยงามเช่นนั้น
หยวนเอ๋อไม่รู้ได้ข่าวมาจากที่ใดทราบตั้งแต่แรกว่านายหญิงใหญ่และหยวนหมินจะเลือกออกทางประตูไหนกลับมาคราวนี้เลยมาขวางนายหญิงใหญ่กับหยวนหมินตรงหน้าประตูเมือง
อารมณ์ของหยวนเอ๋อตรงกับที่นายหญิงรองคาดการณ์เอาไว้เขาไม่สนใจความเป็นพี่น้องใดๆ ทั้งสิ้นพุ่งไปดึงนายหญิงใหญ่ออกมาจากด้านหลังหยวนหมิน แล้วสอบถามนายหญิงใหญ่ว่าเหตุใดจึงได้มีจิตใจโฉดชั่วทนเห็นบ้านรองของเขาอยู่ดีไม่ได้
หยวนเอ๋อสะสมความโกรธมาตลอดทาง ไม่ว่าจะนายหญิงใหญ่หรือนายหญิงรองที่โดนเขาจับได้ล้วนเป็นกระสอบทรายชั้นดีทั้งนั้น
ตั้งแต่นายหญิงใหญ่แต่งเข้าก็ไม่เคยพูดคุยกับน้องสามีของตนมาก่อนเลยไม่รู้มาว่าหยวนเอ๋อเกลียดสตรีปลิ้นปล้อนที่สุด
หลายวันมานี้นางเหนื่อยล้าทั้งกายและใจเดิมคิดว่าตนเองหลบหนีเคราะห์ร้ายพ้นแล้ว คาดไม่ถึงว่าจะถูกหยวนเอ๋อจับได้ขณะที่เถียงข้างๆ คูๆ ตามสัญชาตญาณได้ไม่กี่คำ ก็ถูกหยวนเอ๋อที่เกรี้ยวกราดตบเข้าฉาดหนึ่ง
นางเป็นสตรีไฉนจะทนแรงของชายวัยกลางคนอย่างหยวนเอ๋อได้ไหว การตบนี้เลยทำนางล้มคว่ำลงกับพื้นใบหน้ากระแทกจนเลือดอาบ กระทั่งฟันหน้ายังหักไปสองซี่
นายหญิงใหญ่คงไม่คิดมาก่อนว่านายหญิงรองไม่มีวันยอมปล่อยนางไปเรื่องนายหญิงใหญ่ทำร้ายนางด้วยปรอท นางก็ห่อหลักฐานส่วนหนึ่ง สั่งให้คนส่งไปให้หยวนเอ๋ออย่างไม่เปิดเผยชื่อ
หยวนเอ๋อโกรธนายหญิงรองมากและรังเกียจนายหญิงใหญ่ที่จิตใจทะเยอทะยานอำมหิตที่สุด หากหยวนหมินไม่อยู่ข้างกายเขาเขาคงจะถลกหนังของนายหญิงใหญ่ต่อหน้าทุกคนแล้ว
หยวนเอ๋อคลุ้มคลั่งแล้วจริงๆกล่าวกระทั่งว่าสิ่งที่ไม่มีวันได้มาคือสิ่งที่ดีที่สุด ยามนี้ในใจของเขาบุตรชายที่ตายจากและซูซื่อที่เหลือเพียงเสียงไพเราะกับรอยยิ้มพริ้มเพราอันเลือนรางเป็นดั่งความเจ็บช้ำตลอดกาลของหยวนเอ๋อ พอมองเห็นนายหญิงใหญ่จึงเดือดดาลจนเดินไปเตะเข้าที่ท้องนางอีกหลายหน
ตอนแรกหยวนหมินยังตกตะลึงภายหลังก็ตระหนักได้ว่าต้องเกลี้ยกล่อมหยวนเอ๋อคาดไม่ถึงว่าหยวนเอ๋อจะกล้าลงมือกระทั่งพี่ชาย ต่อยเข้าที่ใบหน้าเขาอย่างแรงทั้งยังตำหนิเขาเสียงกังวานว่าเป็นขุนนางประสาอะไรจัดการแม้แต่เรือนหลังตนเองไม่ได้ แถมยังแต่งงานกับสตรีผิดปรกติอีก ทำเอาหยวนหมินเสียหน้า
หยวนหมินไม่ใช่พระอิฐพระปูนไร้ความรู้สึกเขาเริ่มโต้เถียงหลังคุยกับหยวนเอ๋อได้ไม่กี่คำ หยวนเอ๋อยังอยากลงไม้ลงมือสุดท้ายชายฉกรรจ์ทั้งสองเลยตะลุมบอนกันอยู่ตรงนั้น
สองพี่น้องสู้กันอุตลุดไม่สนหน้าตาอยู่กลางถนนชาวบ้านรอบข้างต่างชมดูเรื่องสนุกกันคึกคักถึงขั้นมีคนไปรายงานทางการข้อหาทะเลาะวิวาทอย่างไม่รังเกียจว่าจะเป็นเรื่องใหญ่
ช่วงนี้จวนสกุลหยวนเกิดเรื่องไม่หยุดไม่หย่อนก่อนหน้ามีหยวนอีเฉี่ยวที่ขโมยสินเดิมของมารดา หนีไปเป็นอนุภรรยาด้วยตัวเองจากนั้นก็มีหยวนหยางฮุยที่ใช้ยาต้องห้ามทำร้ายคนจนตาย แล้วบีบบังสตรีไปเป็นนางโลมตามด้วยสองพี่น้องสกุลหยวนก่อเหตุวิวาทกันที่หน้าประตูเมืองช่างมีฉากน่าสนุกให้ดูไม่หวาดไม่ไหวเสียจริง
เมื่อเจ้าหน้าที่ทางการมาถึงหยวนหมินและหยวนเอ๋อก็หน้าบวมช้ำแล้ว
กลับกัน บางคนเหลือบไปเห็นว่านายหญิงใหญ่ที่ถูกตบก่อนหน้านี้ยังคงนอนอยู่บนพื้นใบหน้าขาวซีดราวกับกระดาษทอง
ฝูงชนที่รอชมละครกันอยู่สายตาเฉียบแหลมเห็นนายหญิงใหญ่กุมท้องตัวเองมีคราบเลือดไหลเป็นทางออกมาจากร่างกายท่อนล่าง ถึงค่อยมีคนร้องตะโกนเสียงดังลั่นแล้วรีบไปเรียกท่านหมอ
จากที่ดูสันนิษฐานว่านายหญิงใหญ่โดนหยวนเอ๋อเตะจนซี่โครงหักไปสองซี่ซี่หนึ่งแทงอยู่ในท้องน้อย
เดิมทีนางแท้งลูกได้ไม่นาน เพิ่งออกจากอยู่เดือนร่างกายจึงอ่อนแอมากตอนนี้มาซี่โครงในร่างหักอีก ย่อมช่วยไม่ได้แล้ว
เผชิญหน้ากับความเป็นความตายเล่ห์เหลี่ยมและแผนการมากแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์
ในอดีตนายหญิงใหญ่วางแผนใส่ผู้คนมากมายมีมากกว่าหนึ่งชีวิตต้องตายทางอ้อมภายใต้เงื้อมมือนางวันนี้คราวตายของนางคืบคลานเข้ามาแล้ว
ท่านหมอกล่าวว่านายหญิงใหญ่กระดูกซี่โครงหักสองซี่ทั้งยังโดนอวัยวะภายใน อาการหนักเกินเยียวยาแล้วต่อให้เป็นท่านหมอฮว่าถัวและเปี่ยนเชว่ ยื้อด้วยตำรับยาชั้นยอดมากมายก็ดึงชีวิตนายหญิงใหญ่เอาไว้ไม่ไหว คงอยู่ไม่พ้นวันพรุ่งนี้
เกิดเหตุทะเลาะวิวาทปานนี้สกุลหยวนไม่มีทางเลือกนอกจากให้คนพานายหญิงใหญ่กลับมา จะให้นางตายอยู่ข้างนอกอย่างเดียวดายได้อย่างไร?
นายหญิงใหญ่ที่วางแผนมาตลอดครึ่งชีวิตไม่เคยคิดมาก่อนว่าตนจะมาหายใจรวยรินอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้
ตอนที่นายหญิงใหญ่กำลังจะขาดใจตายไม่มีใครคอยปรนนิบัติข้างกายสักคน
ผู้อาวุโสหยวนมู่ไม่มีทางมานายหญิงผู้เฒ่ายิ่งจงเกลียดจงชังนางเข้ากระดูกดำ บุตรชายโดนโทษประหารอยู่ในคุกส่วนบุตรสาวกลายเป็นอนุภรรยาชั้นต่ำที่นับว่าเป็นนางบำเรอผู้ดีในเรือนผู้อื่นไม่ได้ด้วยซ้ำ
ชีวิตช่วงแรกของนางราบรื่นเท่าไรชีวิตช่วงหลังก็พลิกผันตกต่ำมากเท่านั้น จนนางทนรับไม่ได้ไปช่วงหนึ่งความเจ็บปวดตรงท้องผุดขึ้นมาไม่สิ้นสุด ใบหน้าเปรอะเปื้อนคราบน้ำตาไม่รู้ว่าเป็นร่างกายหรือหัวใจกันแน่ที่เจ็บปวด อาจจะทั้งสองอย่าง
ขณะที่นายหญิงใหญ่คิดว่าตนกำลังจะตายไปเช่นนี้คนที่นายหญิงไม่เคยคาดคิดมาก่อนก็เข้ามา
ช่วงแรกนายหญิงใหญ่มองเห็นร่างเล็กๆ อยู่ข้างเตียงนางอย่างพร่ามัวคิดว่าเป็นหยวนอีย่วนบุตรอนุภรรยาของตน แต่มองดูดีๆ อีกครั้งถึงมองออกว่าเป็นเยี่ยนเจาเจา
นายหญิงใหญ่จึงนึกได้ว่าเยี่ยนเจาเจาก็เป็นเด็กแค้นฝังลึกคนหนึ่งสมองคนเราอาจจะปลอดโปร่งขึ้นตอนคนใกล้ตาย ทำให้นึกถึงจุดจบอันน่าสังเวชของเด็กสกุลเจียงสองคนนั้นจึงได้เผลอถามเยี่ยนเจาเจาว่าเรื่องราวติดขัดนับไม่ถ้วนที่ตนเผชิญอยู่ช่วงนี้เป็นฝีมือนางหรือไม่
เยี่ยนเจาเจาไม่ได้ตอบคำถามนางเพียงโน้มตัวลงเล็กน้อยมาใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดเหงื่อบนหน้าผากนาง ก่อนแย้มรอยยิ้มอ่อนโยนสุดๆ
“นายหญิงใหญ่ ท่านดีใจหรือไม่?”
ดีใจ?
นายหญิงใหญ่โกรธจนแทบสิ้นสติ
“หากนายหญิงใหญ่คิดได้ตั้งแต่เนิ่นๆวันนี้คงไม่ถึงขั้นต้องนอนหายใจรวยรินอยู่ที่นี่หรอก”
เยี่ยนเจาเจาเอ่ยเสียงแผ่วเบา
ประโยคนี้ทำให้นายหญิงใหญ่โกรธจนกระอักเลือดออกมาท้องไส้นางปั่นป่วน เลือดไหลทะลักไม่หยุด หายใจติดขัดจนพูดไม่ออกสักคำ
เยี่ยนเจาเจายังเช็ดโลหิตที่ข้างมุมปากให้นางฉับพลันสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเฉยชาโหดร้าย
“หากตอนแรกท่านนิ่งเฉยความรุ่งโรจน์และความมั่งคั่งยิ่งใหญ่ของสกุลหยวนก็ยังอยู่ในกำมือท่าน น่าเสียดายที่ท่านโง่งมต้องการลงมือกับข้าและพี่ชายของข้าอยู่ได้ ตอนนั้นท่านต้องไม่คาดคิดแน่ว่าท่านจะมีชีวิตรอดไม่ถึงปีหน้าแล้ว”
คำพูดของเยี่ยนเจาเจาแผ่วเบาลงเรื่อยๆ
โลหิตมากมายไหลออกมาจากปากนายหญิงใหญ่ ความคิดของนางสับสนเลอะเลือนจำได้เพียงใบหน้าเยี่ยนเจาเจาที่ก้มลงมาหานาง
บนใบหน้าอ่อนเยาว์ไร้เดียงสามีกระทั่งร่องรอยสมเพชเวทนานายหญิงใหญ่อ้าปากจะเอ่ยบางอย่าง กลับเห็นเยี่ยนเจาเจายกมือขยับผ้าห่มไหมที่ห่มบนร่างขึ้นบดบังใบหน้านางอย่างไร้ปรานี
“ท่านน่ะ พ่ายก็พ่ายที่ความละโมบแต่ท่านไม่ต้องรู้สึกโดดเดี่ยวบนถนนน้ำพุเหลือง [2] หรอกเพราะบุตรชายท่านจะร่วมเดินทางไปสะพานไน่เหอ [3] กับท่านด้วยเพียงแต่ตอนนั้นท่านต้องเตือนตัวเองและหยวนหยางฮุยให้ดีบนโลกใบนี้คนแรกที่ไม่อาจยั่วยุก็คือข้า”
โลหิตกระอักออกมาจากปากนายหญิงใหญ่ เปรอะเปื้อนเครื่องนอนจนเป็นสีแดงฉานนางไม่มีแรงจะขยับผ้าห่มที่คลุมใบหน้านางออก ทำได้เพียงหอบหายใจเฮือกใหญ่ เค้นเสียงอย่างยากเย็น“เจ้า... เจ้าไม่ใช่หยวนชิงจ้าว เจ้าคือใคร...”
กับคนใกล้ตายเยี่ยนเจาเจารู้สึกว่าไม่มีสิ่งใดต้องปิดบัง
มือนางกดผ้านวมปิดจมูกและปากของนายหญิงใหญ่อย่างแรงจนนายหญิงใหญ่หายใจไม่ออก ผลักความตื่นตระหนกและความหวาดกลัวที่ตามมากลับลงไปในอกนางแต่คำพูดกลับอ่อนโยนยิ่งนัก “ข้าหรือ ท่านแม่ข้าแซ่เหลียง เหลียงจากเหลียงฉง”
เหลียง...
สกุลแห่งราชวงศ์ของต้าซี ฮ่องเต้หญิงเหลียงฮุ่ยองค์หญิงฉงหยางเหลียงฉง เหลียงฉงมีบุตรสาวอยู่เพียงคนเดียว รักใคร่โปรดปรานยิ่งนักล้ำค่าดั่งหยกสลัก
ดวงตานายหญิงใหญ่พลันเบิกกว้าง
บางทีช่วงเวลานี้ในใจนางคงกำลังเสียใจและเจ็บปวดแต่บนโลกมียารักษาความเศร้าที่ไหนกัน?
เช่นเดียวกับชีวิตของนางที่ผ่านแล้วผ่านเลยเหมือนเมื่อวานมาเสียใจเอาตอนนี้ย่อมไร้ความหมาย
แน่นอนว่าเป็นดังที่ท่านหมอกล่าวนายหญิงใหญ่หลินซื่อมิอาจรอดพ้นวันที่สอง เมื่อฟ้าสางร่างของนายหญิงใหญ่ก็เย็นเฉียบแล้ว
นายหญิงผู้เฒ่าเกลียดชังนางยิ่งนักไม่อนุญาตให้ฝังนางที่สุสานบรรพชนสกุลหยวน ห่อนางด้วยเสื่อฟางโยนไว้ในสุสานไร้ญาติและฝังอย่างลวกๆ
การตายของนายหญิงใหญ่ไม่ได้เปลี่ยนอะไรทั้งสิ้น
นางแต่งเข้ามาช่วงต้นฤดูเหมันต์ตอนนี้ก็พึ่งเหมันตฤดูพอดีจุดจบและจุดเริ่มต้นของนายหญิงใหญ่นับว่าเสมอต้นเสมอปลายทีเดียว
คนสกุลหลินมีท่าทีเช่นไรขอไม่เปิดเผยชั่วคราวหลายสิ่งหลายอย่างจบลงเมื่อคนตาย แต่คนเป็นยังมีความเจ็บปวดของตนเองกรรมที่ตนเป็นคนหว่านสุดท้ายก็ต้องทนกล้ำกลืนมันลงไป
-------------------------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] วาตะทองน้ำค้างหยกได้พบพาคู่ใดในโลกาไหนเลยจะเทียบทาน หมายถึง บทกวีของหนึ่งในสี่บัณฑิตแห่งซูเหมินในสมัยราชวงศ์ซ่งสื่อถึงความรักอันลึกซึ้ง ปนเปกับความโศกสลดระหว่างหนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า
[2] ถนนน้ำพุเหลือง หมายถึง โลกของคนตายหรือ “ปรโลก”เป็นสถานที่ที่ทุกดวงวิญญาณจะไปอาศัยอยู่ คำนี้มีที่มาจากตอนที่ขุดบ่อน้ำลงไปลึกๆน้ำจะเป็นสีเหลือง และร่างของคนตายก็ฝังลึกอยู่ในพื้นดินจึงถูกใช้เรียกดินแดนที่อยู่ลึกที่สุด อยู่ลึกลงไปใต้โลกซึ่งเป็นดินแดนที่คนตายอาศัยอยู่
[3] สะพานไน่เหอ หมายถึง สะพานข้ามภพที่เชื่อมแดนสวรรค์มนุษย์ และนรก ตามความเชื่อของพุทธมหายาน