บรรยากาศของวิทยาลัยหนานเฟิงในวันนี้ดูคึกคักกว่าทุกวันเพราะการสอบซ้อมกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
การสอบซ้อมที่ว่านี้ก็คือการคัดเลือกภายในวิทยาลัยโดยจะคัดเลือกผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดยี่สิบอันดับแรกออกมาซึ่งทั้งยี่สิบคนนี้จะเป็ตัวแทนของวิทยาลัยหนานเฟิงไปร่วมการสอบใหญ่ของวิทยาลัย
ส่วนการสอบใหญ่ของวิทยาลัยนั้นก็เป็การสอบรวมกันของวิทยาลัยระดับกลางทั้งหมดในมณฑลเทียนสู่ซึ่งสิ่งที่่ชิงกันในการสอบใหญ่ก็คือสิทธิ์ในการเข้าเรียนวิทยาลัยระดับสูงอย่างเช่นวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิง
กล่าวคือมีเพียงผู้ที่ผ่านการคัดเลือกและติดหนึ่งในยี่สิบอันดับแรกของวิทยาลัยถึงจะมีสิทธิ์ไปแย่งชิงสิทธิ์ในการเข้าเรียนวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิง
แน่นอนว่านักศึกษาหลายคนเองก็รู้ตัวดีว่าวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงนั้นอยู่ไกลเกินเอื้อมสำหรับพวกเขาแต่หากพวกเขาสามารถทำอันดับในการสอบซ้อมได้ดีพอพวกเขาก็ยังสามารถเลือกเข้าเรียนในวิทยาลัยระดับสูงแห่งอื่นๆภายในอาณาจักรต้าเซี่ยได้เหมือนกัน
ถึงแม้ว่าทั้งขนาดความแข็งแกร่ง หรือชื่อเสียงวิทยาลัยระดับสูงเ่าั้จะเทียบกับวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงไม่ได้เลยแม้แต่น้อยแต่มันก็ยังถือเป็อีกทางเลือกหนึ่งเหมือนกัน
ดังนั้นการสอบซ้อมสำหรับพวกเขาแล้วจึงเป็โอกาสสุดท้ายในการพิสูจน์ตัวเอง
...
ณลานกว้างใจกลางวิทยาลัยหนานเฟิง
วันนี้ที่นี่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายมีเวทีประลองถูกสร้างขึ้นหลายสิบเวทีเพื่อใช้เป็สถานที่ประลองในการสอบซ้อม
ตอนที่หลี่ลั่วกับจ้าวคั่วเดินทางมาถึงที่นี่พร้อมกันก็ต้องใกับเสียงผู้คนมากมายที่ดังกระหึ่ม
“โอ้โหคึกคักมากไปหน่อยรึเปล่า” จ้าวคั่วกล่าว
“ถึงแม้ว่าจะเป็แค่การสอบซ้อมแต่สำหรับนักศึกษาเกือบทั้งหมดนั้นมันคือโอกาสสุดท้ายที่พวกเขาจะได้แสดงความสามารถออกมาในวิทยาลัยหนานเฟิงแห่งนี้แล้ว”หลี่ลั่วกล่าว
จ้าวคั่วพยักหน้าลูบหัวตัวเองพร้อมกล่าวอย่างเศร้าสร้อยเล็กน้อย“ไม่รู้ว่าครั้งนี้ข้าจะติดหนึ่งในยี่สิบอันดับแรกได้รึเปล่า”
เพราะการพัฒนาอย่างก้าวะโของหลี่ลั่วทำให้ตอนนี้จ้าวคั่วกลายเป็ผู้ที่แข็งแกร่งเป็อันดับสองของตึกสองแทนหากเทียบกับทั้งวิทยาลัยหนานเฟิงแล้วโอกาสที่จะติดหนึ่งในยี่สิบอันดับแรกได้ก็นับว่าสูงพอควรแน่นอนว่ามันก็ต้องขึ้นอยู่กับโชคด้วย หากโชคร้ายไปเจอกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งติดต่อกันทำให้ผลงานออกมาแย่ละก็ เกรงว่าคงจะหมดหวังเหมือนกัน
“ขึ้นอยู่กับดวงของเ้าด้วยแต่ดูท่าทางเ้าคงอยู่ได้แค่ไม่กี่รอบหรอก” หลี่ลั่วกล่าวพลางมองไปรอบๆ
จ้าวคั่วถึงกับหน้าบูดจนเขียวตวาดด่าทอออกมา “ไอ้เวรนี่ ขอให้เ้าได้เจอกับหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ั้แ่รอบแรกเลย”
“คำสาปจงสะท้อนกลับ”
“สะท้อนกลับไปอีก!”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังหยอกล้อกันแบบเด็กๆก็มีเสียงแหลมสูงดังขึ้นจากบนเวทีตรงลานกว้างดึงดูดสายตาของผู้คนมากมายให้หันไปมองซึ่งก็พบว่าผู้อำนวยการเว่ยซาได้นำเหล่าครูที่ปรึกษาจากแต่ละตึกมาปรากฏตัวขึ้นแล้ว
“นักศึกษาทุกท่านการสอบซ้อมของวิทยาลัยในวันนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วข้าหวังว่าพวกเ้าทุกคนจะทุ่มเทความสามารถออกมาให้เต็มที่แสดงพลังที่แข็งแกร่งที่สุดของตัวเองออกมาเพราะอันดับในครั้งนี้จะมีผลต่ออนาคตของพวกเ้า”
“การสอบซ้อมจะใช้เวลาสามวันตารางการประลองของแต่ละวันจะถูกติดเอาไว้บนกำแพงหินทั้งสี่ด้านของลานกว้างพวกเ้าสามารถไปตรวจสอบดูได้”
“ข้าจะไม่พูดอะไรมากขอประกาศให้ทราบ ณ ที่นี้ เริ่มการสอบซ้อม!”
เมื่อเสียงประกาศของผู้อำนวยการจบลงเสียงเฮในสนามก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น
ส่วนหลี่ลั่วกับจ้าวคั่วในตอนนี้ก็ได้เดินทางมาถึงกำแพงหินด้านหนึ่งของสนามแล้วบนกำแพงมีผนึกฉายภาพแขวนอยู่ก้อนหนึ่งตัวอักษรจำนวนมากไหลลงมาจาก้าราวกับสายน้ำ
ทั้งสองมองดูครู่หนึ่งก็พบเห็นเวลาประลองของตัวเองและคู่ต่อสู้ที่จะต้องเจอในวันนี้
จ้าวคั่วถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกทันทีเห็นได้ชัดว่าคู่ต่อสู้สองคนที่เขาจะต้องเจอในวันนี้ไม่ได้เหนือความคาดหมายของเขาดูท่ารอบนี้คงผ่านไปได้ด้วยดี
สีหน้าของหลี่ลั่วเองก็ค่อนข้างเรียบเฉยคู่ต่อสู้สองคนที่เขาต้องประลองด้วยในวันนี้ต่างก็มาจากตึกหนึ่งแต่ความแข็งแกร่งยังเทียบกับเป้ยคุนที่เขาเคยสู้ด้วยไม่ได้เลย
อันที่จริงมันก็เป็เื่ปกติวิทยาลัยหนานเฟิงมีนักศึกษารวมกันหลายพันคน จะไปเจอตอก้อนใหญ่ง่ายๆ ได้อย่างไร
ในทางกลับกันบางทีเขาและจ้าวคั่วคงกลายเป็ตอใหญ่ในสายตาของคนอื่นๆ ไปแทนแล้ว
“ใกล้ถึงตาข้าแล้วข้าไปเตรียมตัวก่อน เ้าเองก็พยายามเข้า” จ้าวคั่วมองเวลา ก่อนจะเอ่ยลาหลี่ลั่วจากนั้นก็หายเข้าไปในฝูงชนอย่างรวดเร็ว
หลี่ลั่วส่ายหน้าหันหลังเดินไปทางเวทีประลองอีกด้านหนึ่งการประลองรอบแรกของเขากำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วเหมือนกัน
เมื่อไปถึงเวทีประลองที่กำหนดไว้หลี่ลั่วก็รออยู่ราวๆ ครึ่งชั่วโมง จนกระทั่งผู้ดูแลบนเวทีขานชื่อเขาเขาจึงค่อยะโขึ้นไปบนเวที
การปรากฏตัวของหลี่ลั่วดึงดูดความสนใจจากผู้คนได้ไม่น้อยอย่างไรเสียหลังจากที่เขาเอาชนะเป้ยคุนและพรรคพวกอีกสองคนไปแบบหนึ่งต่อสามได้ในตอนนั้นชื่อเสียงของเขาภายในวิทยาลัยหนานเฟิงก็เริ่มฟื้นกลับขึ้นมาอีกครั้ง
ทว่าการประลองในวันนั้นก็ยังมีนักศึกษาบางส่วนที่ไม่ได้เห็นกับตา ดังนั้นกับการะเิพลังของหลี่ลั่วพวกเขายังคงคลางแคลงใจอยู่บ้าง ดังนั้นเมื่อเห็นหลี่ลั่วขึ้นเวทีแล้วพวกเขาย่อมต้องอยากจะดูให้เห็นกับตาสักครั้ง
ส่วนคู่ต่อสู้ของหลี่ลั่วเป็เด็กหนุ่มร่างผอมบางระดับหกตราคนหนึ่งสีหน้าของเด็กหนุ่มดูขมขื่นเล็กน้อยความแข็งแกร่งระดับหกตราของเขานั้นนับว่าเป็ระดับกลางๆ ภายในวิทยาลัยหนานเฟิงอันที่จริงก็ถือว่าไม่เลวแล้ว แต่ใครจะไปคิดว่าเขาจะโชคร้ายต้องมาเจอกับหลี่ลั่วั้แ่รอบแรก
อีกทั้งยังเป็หลี่ลั่วที่เพิ่งจะปลุกอัตลักษณ์ขึ้นมาได้มีแนวโน้มที่จะทะยานขึ้นฟ้าในก้าวเดียวเลยด้วย
“เริ่มได้!”
เมื่อผู้ดูแลเห็นว่าทั้งสองฝ่ายขึ้นมาบนเวทีแล้วก็ประกาศเริ่มการประลองทันที
เด็กหนุ่มร่างผอมบางะเิพลังอัตลักษณ์ทั้งหมดออกมาทันทีอย่างไม่ลังเลพร้อมกับตั้งท่าป้องกันอย่างรัดกุมเห็นได้ชัดว่าเขาคิดจะใช้หลักนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว
แต่หลี่ลั่วกลับไม่ลังเลแม้แต่น้อยพลังอัตลักษณ์สีน้ำเงินพลุ่งพล่านขึ้นมา หมุนวนอยู่บนผิวกายราวกับเกลียวคลื่น
ร่างของเขาพุ่งออกไปราวกับประกายสายฟ้าสำแดงวิชาอัตลักษณ์อันร้ายกาจออกมา
การประลองจบลงเร็วกว่าที่ทุกคนคาดคิดไว้เสียอีก
เพียงไม่กี่นาทีเด็กหนุ่มร่างผอมบางที่ตกอยู่ภายใต้การโจมตีดุจพายุคลั่งของหลี่ลั่วก็พ่ายแพ้อย่างราบคาบสุดท้ายก็ขอยอมแพ้ทันที
หา!
รอบๆเวทีประลองมีเสียงฮือฮาดังขึ้นมากมายสายตานับไม่ถ้วนจ้องมองมาที่หลี่ลั่วด้วยความใโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักศึกษาที่อยู่ในระดับหกตราต่างก็มีสีหน้าตึงเครียดพวกเขาดูออกว่าความแข็งแกร่งที่หลี่ลั่วแสดงออกมาเมื่อครู่นี้ดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่าตอนที่สู้กับเป้ยคุนเสียอีก
หลี่ลั่วไม่ได้สนใจสายตาเ่าั้หลังจากที่ผู้ดูแลประกาศว่าเขาเป็ฝ่ายชนะ เขาก็ะโลงจากเวที หายเข้าไปในฝูงชน
การประลองรอบที่สองของหลี่ลั่วก็ไม่ได้รอนานนักแต่ผ่อนคลายกว่ารอบแรกมาก เพราะอีกฝ่ายไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะสู้เลยด้วยซ้ำยอมแพ้ั้แ่แรก
ดังนั้นการประลองในวันแรกของหลี่ลั่วจึงจบลงด้วยชัยชนะทั้งหมด
หลังจากประลองเสร็จหลี่ลั่วก็เก็บข้าวของเตรียมตัวจะกลับเขายังต้องรีบไปที่เรือนซีหยางเพื่อเรียนวิชาเกลาอัตลักษณ์กับเหยียนหลิงชิงต่อหลังจากฝึกฝนมาได้ระยะหนึ่งแล้ว่นี้เขาก็รู้สึกว่าตัวเองใกล้ที่จะหลอมสร้างน้ำยาแสงวิเศษระดับหนึ่งสำเร็จแล้ว
ทว่าในตอนที่เขาออกมาจากฝูงชนได้ไม่นานเขาก็เห็นเงาร่างอันงดงามสายหนึ่งจ้องมองมาที่เขาจากด้านหน้าเป็หลี่ว์ชิงเอ๋อร์นั่นเอง
วันนี้นางสวมชุดฝึกสีขาวรัดรูปเผยให้เห็นท่อนขาอันเรียวยาว เอวบางราวกับโอบได้ด้วยมือเดียวผมยาวถูกมัดเป็หางม้าเมื่อรวมกับใบหน้าอันงดงามสะสวยแล้วก็นับว่าดึงดูดสายตาอย่างยิ่ง
แต่เมื่อหลี่ลั่วเห็นนางเขาก็ได้แต่ยิ้มออกมาอย่างจนใจก่อนจะเอ่ยทักทาย “วันนี้เ้าประลองเสร็จแล้วหรือ? คงไม่ยากอะไรอยู่แล้วสินะ”
คำพูดนี้ถือเป็คำพูดไร้สาระโดยสิ้นเชิงหลี่ว์ชิงเอ๋อร์เป็ถึงอันดับหนึ่งของวิทยาลัยหนานเฟิงใครก็ตามที่เจอกับนางก็ได้แต่ต้องยอมรับชะตากรรมเท่านั้น
หลี่ว์ชิงเอ๋อร์มองสำรวจหลี่ลั่วครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า“ความแข็งแกร่งของเ้า เพิ่มขึ้นอีกแล้วสินะ ข้าแค่อยากถามว่าเ้าตั้งใจแค่ไหนในการสอบซ้อมครั้งนี้?”
หลี่ลั่วยิ้มกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ“แค่ติดหนึ่งในยี่สิบอันดับแรก ได้สิทธิ์เข้าร่วมการสอบใหญ่ก็พอแล้ว”
เขาไม่ได้อยากจะแย่งชิงอันดับที่สูงกว่านั้นจริงๆเพราะไม่จำเป็ อันดับในการสอบซ้อมไม่ว่าจะสูงแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์อะไรทั้งสิ้นในทางกลับกันหากอันดับสูงเกินไป อาจจะถูกนักศึกษาจากวิทยาลัยอื่นๆจ้องเล่นงานเอาด้วย
เมื่อได้ยินดังนั้นหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ก็ขมวดคิ้วเล็กๆ กล่าวว่า “ความแข็งแกร่งเ้าข้าคิดว่าน่าจะแย่งชิงสิบอันดับแรกได้”
หลี่ลั่วยิ้ม“ประเมินข้าสูงขนาดนั้นเลย?”
หลี่ว์ชิงเอ๋อร์กล่าว“หลี่ลั่ว ข้าคิดว่าเ้าไม่จำเป็ต้องปกปิดตัวเองมากเกินไปการเปิดเผยความแข็งแกร่งออกมาบ้างในเวลาที่เหมาะสมจะสามารถปิดปากคนที่ชอบดูถูกเ้าได้”
หลี่ลั่วรู้สึกจนใจหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ภายนอกดูอ่อนโยน แต่แท้จริงแล้วนางเป็คนที่ชอบเอาชนะอย่างมากบางทีนี่อาจเป็สาเหตุที่ทำให้นางคอยจับตามองเขาอยู่เสมอก็เป็ได้ เพราะในตอนนั้นหลี่ลั่วเป็เพียงคนเดียวที่สามารถเอาชนะนางได้ดังนั้นนางจึงรู้สึกยอมรับในตัวหลี่ลั่วเป็พิเศษ
เพียงแต่นิสัยของหลี่ลั่วกลับไม่ชอบเปิดเผยความแข็งแกร่งทั้งหมดของตัวเองออกมาต่อหน้าฝูงชนหากไม่จำเป็
บางทีมันอาจเป็นิสัยที่เกิดขึ้นมาจากสัญชาตญาณการป้องกันตัวที่เป็ผลมาจากประสบการณ์ใน่หลายปีที่ผ่านมานี้ก็เป็ได้
“เข้าใจแล้วข้าจะพยายาม”
ทว่าหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรดังนั้นหลี่ลั่วจึงได้แต่ตอบรับส่งๆ จากนั้นก็หาข้ออ้างหนีไปทันที
หลี่ว์ชิงเอ๋อร์มองตามหลังเขาด้วยความจนใจเช่นกันก่อนจะหันหลังเดินจากไป
เพียงแต่ตอนที่ทั้งสองแยกย้ายกันไปไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่า บนเวทีประลองที่อยู่ไม่ไกลออกไปซ่งอวิ๋นเฟิงที่เพิ่งจะเอาชนะคู่ต่อสู้เสร็จได้มองเห็นภาพเหตุการณ์ทั้งหมดพอดี
เขามองไปยังทิศทางที่หลี่ลั่วจากไปด้วยแววตามืดมน
“ข้าเคยเตือนเ้าแล้วแท้ๆ...”
“จะหาเื่กันให้ได้เลยใช่ไหม?”