ชายประหลาดกับน้ำชายามบ่าย
แสงแดดอุ่น ๆ ยามบ่ายสาดส่องลงกระทบบริเวณซุ้มมุกสีขาวขนาดใหญ่กลางสวนดอกไฮเดรนเยียที่บานสะพรั่งเต็มพื้นที่ใจกลางสวนของคฤหาสน์
ภายในซุ้มอันกว้างขวางถูกจัดวางด้วยชุดโต๊ะน้ำชาตัวโปรด ลมเอื่อย ๆ พัดพาเอาความเงียบสงบโชยมาพร้อมกับกลิ่นหอมของใบชาชั้นดี
เซเลสในยามนี้ได้เติบโตขึ้นสู่เด็กสาวสะพรั่งอย่างงดงาม ั์ตาคู่สวยทอดมองไอความร้อนที่ลอยกรุ่นออกจากถ้วยน้ำชาในมืออย่างใช้ความคิด เพราะเหลือเวลาอีกเพียงแค่สองสัปดาห์เท่านั้น กำหนดการเปิดภาคเรียนของโรงเรียนหลวงแห่งราชอาณาจักรเอเทอร์เรียลที่เธอต้องเข้าศึกษาต่อก็กำลังจะมาถึง
ซึ่งซุ้มกลางสวนแห่งนี้คือสถานที่ประจำที่เธอจะมานั่งจิบชายามบ่ายเช่นนี้ในทุก ๆ วัน โดยเซเลสนั่งอยู่ใกล้ ๆ กับไอวี่
ทว่าฝั่งเก้าอี้ที่เซเลสนั่งนั้นจะหันหน้าออกไปทางสวน ซึ่งตรงกับทิศทางเข้าของซุ้มพอดี
มีอาที่กำลังยืนเตรียมของอยู่ข้างหลัง หันหน้าออกไปทางสวนทิศทางเดียวกับคุณหนู ทันใดนั้น สายตาของพี่เลี้ยงสาวก็เหลือบไปเห็นร่างสูงโปร่งของใครบางคนกำลังเดินตรงเข้ามาทางด้านหน้า ใบหน้าของมีอาพลันเปลี่ยนสีทันที นางทำหน้าเซ็งสุดขีดก่อนจะส่งเสียงขึ้นจมูกพึมพำเบา ๆ แต่จิกกัดเด่นชัด
มีอา "หึ... เ้าหมอนี่มาอีกแล้ว"
เสียงบ่นพึมพำนั้นทำให้ไอวี่ที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ถึงกับหูผึ่งและรีบหันขวับไปมองตาม ทันทีที่เห็นแขกประจำที่ไม่ได้รับเชิญเดินตรงเข้ามาในซุ้ม ไอวี่ก็กอดอกทำหน้ามุ่ยทำเสียงฮึดฮัดในลำคอทันควัน
ไอวี่ "มาอีกแล้วเหรอ!? หมอนี่จะมาแย่งเวลาจิบชากับคุณหนูไปจากพวกเราอีกแล้วนะมีอา! ไม่ได้การละ... นี่มันศึกชิงตัวเลดี้ชัด ๆ !"
แม้สาว ๆ จะบ่นอุบ แต่ชายปริศนากลับไม่ได้สะทกสะท้านเลยสักนิด เสียงทุ้มต่ำ นุ่มลึก ทว่าแผงความยียวนอันเป็เอกลักษณ์ดังก้องขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม
หมอประหลาด "ไง... แม่หนูน้อย วันนี้ก็ยังมานั่งตรงเวลาเป๊ะเหมือนเดิมเลยนะ"
มีอา "ท่านเองก็แวะมาโดยไม่ได้รับเชิญ... ในเวลาเดิมเป๊ะไม่มีขาดตกบกพร่องเหมือนกันเลยนะเ้าคะ ท่านหมอ"
มีอาเอ่ยแทรกขึ้นมานิ่ม ๆ พร้อมกับส่งยิ้มพิมพ์ใจตามมารยาท ทว่าแววตากลับจิกกัดอย่างเปิดเผยจนไอวี่ที่อยู่ข้าง ๆ แอบยกนิ้วให้ในใจ ทว่าชายผมยาวกลับทำเพียงแค่หัวเราะในลำคออย่างไม่ถือสา
ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เขามักจะแวะเวียนมาหาเซเลสบ่อย ๆ มานั่งเฝ้าดูเธอทำนู่นทำนี่ ชวนคุยนู่นคุยนี่อยู่ฝ่ายเดียว ซึ่งส่วนใหญ่เซเลสจะยอมตอบบ้างไม่ตอบบ้างตามนิสัยนิ่งขรึมของเธอ แถมหมอนี่ยังชอบพกของแปลก ๆ หรือไอเทมพิสดารจากทั่วโลกมาอวดมาโชว์ให้เธอดูอยู่เรื่อย บทจะจริงจังก็พึ่งพาได้จนน่ากลัว แต่บทจะกวนประสาทก็น่าโดนด่าซะเหลือเกิน!
เซเลสปรายตาคมสวยหันไปมองแขกประจำคนนี้ด้วยสายตาราบเรียบ
เซเลส "ท่านหมอ... วันนี้ก็แวะมาโดยไม่บอกล่วงหน้าอีกแล้วนะคะ"
หมอประหลาด "บอกก่อนก็ไม่เซอร์ไพรส์สิ แถม่บ่ายแดดดีขนาดนี้ ได้เวลาจิบชาพอดีไม่ใช่หรือไง?"
ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเซเลสอย่างเป็กันเอง แววตาของเขาที่มองเด็กสาวตรงหน้า เต็มไปด้วยความพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด... เขาไม่มีทางปล่อยให้โอกาสในการเฝ้ามอง ‘ความพิเศษ’ ของแม่หนูน้อยคนนี้หลุดลอยไปเด็ดขาด
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศในซุ้มน้ำชากำลังดำเนินไปด้วยศึกชิงตัวนัวเนียของฝั่งสาวใช้... หลังบานหน้าต่างกระจกของห้องนั่งเล่นบนคฤหาสน์ที่อยู่ไม่ไกล กลับมีรังสีความกดดันและสายตาอัมหิตสามคู่ของเหล่าพี่ชายที่พากันยืนคิ้วขมวดปมจนหน้ายู่ จับจ้องลงมาด้วยความหวงน้องสาวอย่างรุนแรง!
ฟิวส์ "หน็อย...! ไอ้หมอหน้าหล่อนั่นมันมาแย่งซีนพวกเราอีกแล้วเหรอ!? แวะมาบ้านคนอื่นบ่อยยิ่งกว่าคนในตระกูลซะอีก เข้ามาประชิดตัวเซเลสของพวกเราหน้าตาเฉยเลยพี่เอล! พี่คาร์ล!"
คาร์ล "ฟิวส์... เบาเสียงหน่อย"
คาร์ลปรามน้องชายเสียงเรียบพลางกอดอก ั์ตาคมกริบหรี่มองลอดผ่านหน้าต่างกระจกอย่างใช้ความคิด
คาร์ล "จริงอยู่ที่หมอนั่นเคยช่วยเซเลสเอาไว้... แต่การแวะเวียนมาขอนั่งจิบชากับน้องสาวเราแทบทุกวัน แถมยังทำตัวสนิทสนมเกินควรแบบนั้น... ข้าว่ามันเริ่มจะบ่อยเกินไปแล้ว"
เอล "ใจเย็น ๆ ก่อนทั้งสองคน..."
เอล พี่ใหญ่ของบ้านเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าใบหน้าของเขาในยามนี้กลับมืดครึ้ม แววตานิ่งสนิทจนเดาความรู้สึกไม่ได้ ยามจ้องเขม็งไปที่ชายหนุ่มที่กำลังยกแก้วชาขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์ข้าง ๆ น้องสาวคนเล็ก
เอล "เท่าที่เฝ้าดูมาหนึ่งปี หมอนั่นไม่มีจิตมุ่งร้ายและไม่เคยทำอะไรเกินเลยเท่าที่เห็นก็คือแวะมาจิบชาและคอยนั่งมองหน้าเลดี้ของพวกเราเท่านั้น... แต่การจะให้ผู้ชายที่ไม่รู้ที่มาที่ไปแบบนี้มาป้วนเปี้ยนใกล้ ๆ น้องสาวคนสำคัญในวัยกำลังเติบโตเป็ผู้ใหญ่แบบนี้ ในฐานะพี่ใหญ่ ข้าคงปล่อยผ่านเื่นี้ไปเฉย ๆ ไม่ได้เหมือนกัน"
[หมอประหลาดกลับไป]
หลังจากยกชาแก้วสุดท้ายขึ้นจิบด้วยท่าทีสุนทรีย์ บุคคลประหลาดในคราบหมอก็ลุกขึ้นบิดี้เีเล็กน้อย พลางเอ่ยปากขอตัวกลับตามอารมณ์นึกสนุกของเ้าตัว เขาเดินทอดน่องออกจากเขตรั้วคฤหาสน์ไปอย่างเรียบเฉย ไม่ได้รีบร้อนอันใด
มีอายืนมองตามหลังพลางถอนหายใจยาว ท้าวสะเอวบ่นอุบออกมาเสียงดังอย่างเหลืออด ยามมองร่างที่เดินลอยชายออกไปจนพ้นรั้ว
มีอา "นึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไป... เ้าหมอประหลาดคนนี้ทำตัวตามใจตัวเองจริงๆ! แล้วดูซิ มาแทบทุกวันเพื่อมาแย่งน้ำชาส่วนของคุณหนูเซเลสกินหน้าตาเฉย ชาอื่นในโรงครัวเอามาเสิร์ฟให้ก็ไม่ยอมจะกิน ดันมาติดใจรสชาที่พี่ชายชงทิ้งไว้ให้คุณหนูเสียนี่ แย่งกินได้ทุกวันเลย!"
ไอวี่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ สะบัดหน้าเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างภูมิใจ ใบหน้าแสดงความโล่งอกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นแผ่นหลังของหมอคนนั้นห่างออกไป ก่อนจะหันไปพูดเสริมกับมีอาด้วยท่าทางแก่น ๆ ตามสไตล์
ไอวี่ "ไปได้ซะทีก็ดีนะ เ้าคนลึกลับคนนี้! มาทีไรทำตัวน่าหมั่นไส้ตลอดเลย!"
เซเลสได้แต่ส่งยิ้มบางๆ ให้กับท่าทีของทั้งสองคน ขณะที่สายตาของพวกพี่ชายยังคงจับจ้องตามหลังหมอคนนั้นผ่านบานหน้าต่างไป...
[ชายป่าและปริศนาใต้ผ้าคลุม]
ชายหนุ่มในชุดหมอเดินทอดน่องห่างออกจากคฤหาสน์ตระกูลเรย์มาได้เกือบ ๆ 20 นาที เส้นทางสายนี้เริ่มเข้าสู่เขตป่าที่ทำหน้าที่เป็ดั่งปราการธรรมชาติคั่นกลางระหว่างคฤหาสน์ลึกลับกับโลกภายนอก สภาพรอบตัวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็แนวต้นไม้และพุ่มไม้ปะปราย ทว่ายังไม่ได้เข้าสู่โซนกลางป่าที่ทึบหนาแน่น แสงอาทิตย์ยามเย็นเริ่มทอแสงอ่อนลงทำให้บรรยากาศในเขตด้านนอกอันห่างไกลดูลึกลับขึ้นมาถนัดตา
แต่แล้ว ฝีเท้าของหมอประหลาดกลับต้องชะงักลงกะทันหัน
ั์ตาคมกริบภายใต้ท่าทีเอื่อยเฉื่อยตวัดไปมองเบื้องหน้า เมื่อสัญชาตญาณอันเฉียบคมบวกกับความรู้สายลึกของเขา ััได้ถึง 'กระแสพลังบางอย่าง' ที่ไม่ธรรมดา กำลังเดินสวนตรงมาจากทางออกของโซนป่าแห่งนี้
ร่างของบุรุษปริศนาในชุดคลุมยาวสีน้ำตาลเข้มปรากฏแก่สายตา... แม้จะมีผ้าคลุมผืนหนาบดบังอำพรางเรือนร่างไว้ ทว่าใต้ฮู้ดนั้นยังคงเห็นเส้นผมสีขาวโพลนพิสุทธิ์แซมสยายหลุดออกมา และสิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือดวงตาสีแดงฉานทอประกายแวววาวราวกับผลึกแร่สีเืที่ส่องแสงเยือกเย็นในความสลัว ท่าทางของเขาสุขุมและสงบนิ่งอย่างเสื่อมคลาย ทว่ากลับแผ่บรรยากาศกดดันจาง ๆ มุ่งหน้าตรงไปทางทิศของคฤหาสน์ตระกูลเรย์อย่างไม่สนใจสิ่งใด
ต่อให้ชุดคลุมจะปิดบังหน้าตาหรืออำพรางกายไว้แค่ไหน แต่สัญชาตญาณผู้รู้ของหมอประหลาดกลับร่ำร้องเตือนอย่างรุนแรง เขาััได้ในทันทีว่า... บุคคลตรงหน้านี้ไม่ใช่คนธรรมดา และไม่ใช่สิ่งมีชีวิตทั่วไปอย่างแน่นอน
หมอประหลาดหรี่ตาลง แววตาประกายความตื่นเต้นและฉงนใจวับหนึ่ง เขาเอ่ยทักทายขึ้นด้วยน้ำเสียงหยั่งเชิงพองาม
หมอประหลาด "เฮ้... พ่อหนุ่มผ้าคลุมน้ำตาล มาเดินทอดน่องอะไรในเขตลึกลับคนเดียวเวลานี้ล่ะเนี่ย? แล้วนั่น... แฝงตัวมาในร่างมนุษย์ด้วยเหตุผลกลใดกันหืม?"
ทว่า ร่างทรงเสน่ห์ใต้ผ้าคลุมสีเข้มกลับไม่มีแม้แต่คำตอบ ไม่มีแม้การชายตามามอง ฝีเท้ายังคงก้าวเดินตรงแน่วไปข้างหน้าเรื่อย ๆ มุ่งตรงไปยังจุดหมายเดียวคือคฤหาสน์หลังงามที่ตั้งตระหง่านอยู่บนที่ดินสวยงามฝั่งนั้น
ความเงียบและท่าทีเมินเฉยนั้น ยิ่งกระตุ้นต่อมความกระหายรู้ของบุคคลประหลาดผู้สังเกตการณ์โลกใบนี้ หมอประหลาดขยับยิ้มมุมปาก นึกแปลกใจว่าทำไมหมอนี่ต้องมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์หลังงามฝั่งนั้นด้วยฝีเท้าที่แน่วแน่ขนาดนั้น
ไวเท่าความคิด หมอประหลาดสืบเท้าเข้าหาจากทางด้านหลังอย่างเงียบเชียบ เอื้อมฝ่ามือขวาขึ้นหมายจะแตะเข้าที่ลาดไหล่ขวาของชายหนุ่มผ้าคลุมเพื่อรั้งตัวและเช็กกระแสพลังให้แน่ชัด
ฟุ่บ!
ฝ่ามือของหมอคว้าได้เพียงความว่างเปล่า!
ััที่ควรจะโดนเนื้อผ้าคลุมสีน้ำตาลกลับกลายเป็เพียงมวลอากาศ สัญชาตญาณดิบของพระเอกทำงานในเสี้ยววินาที สกิลการเคลื่อนไหวหลบหลีกอันเหนือชั้นถูกเรียกใช้อย่างไร้ร่องรอย ร่างในชุดคลุมสลายแวบไปจากจุดเดิม ก่อนจะไปโผล่วับอีกทีในระยะห่างออกไปราว ๆ 3 เมตร
ร่างนั้นหมุนตัวหันกลับมาเผชิญหน้ากับหมอประหลาดโดยสมบูรณ์ ดวงตาสีแดงฉานราวกับผลึกแร่สีเืสบตรงกลับมาอย่างเยือกเย็นและสุขุมสนิท บรรยากาศรอบทิวไม้พลันเย็นเยียบลงในพริบตาเดียว!
ไม่เพียงแค่ความเย็นเยียบที่แผ่ซ่าน ทว่ารอบกายของบุรุษใต้ผ้าคลุมสีน้ำตาลเข้มพลันปรากฏกระแสพลังจิตอันหนักหน่วงและรุนแรงสายหนึ่งะเิออกมา คลื่นพลังงานที่มองไม่เห็นบดขยี้ใบไม้รอบข้างจนแหลกลาญ ราวกับว่าหากหมอประหลาดขยับตัวหรือคิดจะทำอะไรแผลง ๆ อีกเพียงก้าวเดียว คมเขี้ยวอันมองไม่เห็นนี้จะฉีกร่างของเขาเป็ชิ้น ๆ ทันที
เมื่อเห็นท่าไม่ดีว่าสถานการณ์กำลังจะเปลี่ยนเป็สนามรบ บุคคลประหลาดในคราบหมอกลับรีบเปลี่ยนสีหน้า เปลี่ยนท่าทีจากความสุขุมเมื่อครู่มาเป็ยกมือสองข้างขึ้นโบกไปมาหย็องแหยงทันควัน รีบเอ่ยห้ามทัพด้วยน้ำเสียงโจ๊ก ๆ ติดตลกกลบเกลื่อนบรรยากาศตึงเครียด
หมอประหลาด "อ๊ะ ๆ ๆ ! เดี๋ยوق่อน ๆ ๆ ! ใจเย็นก่อนพ่อนุ่มผ้าคลุม ข้าไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรขนาดนั้นเลยนะ! ปล่อยจิตสังหารซะน่ากลัวเชียว..."
หมอประหลาดหัวเราะแห้ง ๆ พลางแอบลดมือลงทอดสะเอว ท่าทางกวนประสาทและเอาตัวรอดน้ำขุ่น ๆ ของเขาดูขัดกับสถานการณ์รอบข้างสิ้นดี ก่อนที่เขาจะแสร้งทำเป็เอียงคอถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามสัญชาตญาณเดิม
หมอประหลาด "ข้าแค่อยากรู้เฉย ๆ น่ะ... ว่าเ้าจะมุ่งหน้าไปคฤหาสน์ฝั่งนั้นทำไมกัน? ในที่ห่างไกลแบบนั้น เ้ากำลังจะไปหาใครกันแน่หืม?"
ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง กลิ่นอายอันเป็เอกลักษณ์ที่แฝงมากับกระแสจิตอันรุนแรงของชายหนุ่มตรงหน้าก็เตะเข้าจมูกของหมอประหลาดอย่างจัง รูม่านตาของหมอประหลาดหดเกร็งขึ้นวับหนึ่ง
หมอประหลาด "กลิ่นอายของเ้ามัน..."
เขากระตุกยิ้มมุมปากเป็รอยยิ้มเ้าเล่ห์ดูลึกลับราวกับค้นพบความลับบางอย่าง ก่อนที่หมัดของชายหนุ่มปริศนาจะพุ่งเข้าซัดใบหน้าของหมอประหลาดอย่างจังจนกระเด็น!
[สามวันผ่านไป]
ร่างของหมอประหลาดเดินทอดน่องกลับมายังเส้นทางเดิม มือขวาลูบไล้ไปที่โหนกแก้มที่ยังมีรอยฟกช้ำจาง ๆ เขาบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงติดตลกปนเคืองเล็กน้อย
หมอประหลาด "โอย... เ้าหมอนั่นต่อยหนักชะมัด! รอยฟกช้ำพวกนี้กว่าจะจางลงจนดูเป็ผู้เป็คนได้นี่เล่นเอาตั้งสามวันเชียวรึเนี่ย? ข้าอุตส่าห์ทนรอให้รอยพวกนี้มันจางลงตั้งนานกว่าจะกล้าโผล่หน้ามาหาแม่สาวน้อยของข้าได้อีกครั้ง... หวังว่าวันนี้จะไม่มีเื่ให้ต้องเจ็บตัวเพิ่มอีกนะ!"
เมื่อเดินพ้นแนวต้นไม้เข้าสู่เขตสวนของคฤหาสน์ หมอประหลาดก็ปรับสีหน้าให้ดูปกติที่สุด ก่อนจะเดินกะเผลกเข้าใกล้โถงรับรองที่ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า
มีอาที่เห็นหมอประหลาดเดินกลับมาในสภาพแปลกตา ก็รีบเอ่ยปรามเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูผสมเกรงใจ
มีอา "อุ๊ยตาย... ท่านหมอไปโดนอะไรมาน่ะคะนั่น? มีอาว่าท่านหมอคงเหนื่อยมามากแล้วแน่ ๆ เลย"
เซเลสที่นั่งจิบชาอยู่ใกล้ ๆ ก็หลุดขำเบา ๆ พลางพยักหน้าสมทบอย่างอารมณ์ดี
เซเลส "นั่นสิคะ... ถึงท่านหมอจะมาหาที่คฤหาสน์ทุกวันจนพวกเราเริ่มจะชินแล้ว แต่เห็นสภาพท่านวันนี้แล้ว ฉันเองก็อดเป็ห่วงไม่ได้เหมือนกันค่ะ"
ในระหว่างที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ไอวี่ที่เพิ่งเดินถือถาดขนมที่นางตั้งใจจัดเตรียมมาเป็พิเศษจากห้องครัวเดินตรงเข้ามา นางเดินผ่านสวนมุ่งหน้าเข้าสู่โถงรับรองด้วยความชำนาญทุกย่างก้าว เพราะนางรู้ดีว่าทุกมุมของคฤหาสน์หลังนี้มีอะไรวางอยู่ตรงไหนบ้าง
ทว่าทันทีที่สายตาเหลือบไปเห็นร่างที่คุ้นเคยในสภาพสะบักสะบอมเดินเข้ามาก่อนหน้านี้ ไอวี่ก็นึกในใจทันทีว่า 'เฮ้อ... หมอนี่มาอีกจนได้นะ' นางเดินมาจนถึงโต๊ะแล้ววางถาดขนมลงเสียงดัง "ปุบ!"
พอเห็นสภาพใบหน้าของหมอประหลาดชัดๆ ไอวี่ก็อดที่จะหลุดขำออกมาไม่ได้ ก่อนจะเปลี่ยนเป็น้ำเสียงแซวแบบหยิกแกมหยอกตามประสาคนคุ้นเคย
ไอวี่ "อุ๊ยตาย! นี่ท่านหมอไปทำอะไรมาคะเนี่ย? สภาพหน้าตาดูเปลี่ยนไปเป็แบบนี้ได้ยังไง!"
ไอวี่เท้าสะเอวพลางมองสำรวจรอยฟกช้ำด้วยสายตาจับผิดแบบขำๆ
ไอวี่ "หายหน้าไปตั้ง 3 วัน ปกติไม่เคยเห็นจะขาดงานนานขนาดนี้... นี่อย่าบอกนะว่าไปหาเื่ใครเขาจนโดนซัดกลับมาน่ะ? สภาพดูไม่ได้เลยนะนั่นท่านหมอ ไม่สมกับเป็ท่านหมอมาดเท่ที่เคยรู้จักเลยสักนิด!"
หมอประหลาดทำหน้ามึนตึง ขยับไหล่แก้เขินพลางเบี่ยงตัวเดินเข้าไปในโถงเพื่อเลี่ยงคำถาม
หมอประหลาด "แหม... ก็แค่ไปทำธุระสำคัญนิดหน่อยน่ะน่า! ใครจะไปหาเื่ใครกันล่ะ ข้าออกจะเป็คนสุภาพเรียบร้อยจะตายไป... จริงไหมล่ะแม่สาวน้อย?"
[การมอบไอเทมลับ]
หมอประหลาดเปลี่ยนสีหน้ากวนประสาทเป็ความจริงจังขึ้นมาอย่างฉับพลัน เขาสบตาเซเลสก่อนจะสะบัดมือเบาๆ ในเสี้ยววินาทีนั้น โลกทั้งใบพลันหยุดนิ่ง เสียงน้ำชาที่เคยริน เสียงลมพัดในสวน... ทุกอย่างเงียบสนิทราวกับเวลาถูกแช่แข็ง
ในจังหวะที่โลกหยุดหมุน หมอประหลาดก็วางผลึกรูปทรงดาว 4 แฉกสีขาวขุ่นลงในมือของเซเลสทันที สายตาของเขาเปลี่ยนเป็จริงจังอย่างที่สุด
หมอประหลาด "จำไว้นะแม่สาวน้อย... อย่าให้ใครเห็นสิ่งนี้เด็ดขาดและห้ามทำหายเป็อันขาด! พกติดตัวไว้ใช้ตอนสอบวัดพลังเท่านั้น เพราะหลังจากการทดสอบเสร็จสิ้น ของชิ้นนี้มันจะสลายหายไปเองตามกลไกของมัน
แล้วก็่นี้ข้าคงไม่ได้มาหาเ้าสักระยะ เพราะมีธุระต้องเดินทางไปต่างอาณาจักรน่ะ อย่าเพิ่งก่อเื่จนกว่าข้าจะกลับมาล่ะ!"
สิ้นคำพูดของหมอประหลาด โลกที่หยุดนิ่งก็กลับมาหมุนต่อทันทีราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ไอวี่ยังคงเท้าสะเอวอยู่ด้วยท่าเดิม มีอายังคงมองมาด้วยความเอ็นดู ราวกับว่าหมอประหลาดเพิ่งจะหยุดยืนอยู่ตรงนั้นเพียงเสี้ยววินาทีที่ทุกคนกะพริบตา
หมอประหลาดกลับมายิ้มกวนประสาทดังเดิม ก่อนจะคว้าขนมจากถาดของไอวี่ไปดื้อๆ
หมอประหลาด "เอาล่ะ! ข้าไปล่ะ ขนมเ้านี่อร่อยดีนะ ข้าขอหยิบติดมือไปด้วยก็แล้วกัน!"
หมอประหลาดไม่รอช้า รีบเดินผิวปากหายออกไปจากโถงทันที ทิ้งให้เซเลสกำผลึกนั้นไว้แน่นในมือด้วยความใและงุนงง
[ความวุ่นวายเล็กน้อย]
ไอวี่ที่เห็นหมอหายไปอย่างรวดเร็วผิดปกติ ก็ทำได้เพียงยืนเท้าสะเอวพลางบ่นพึมพำอย่างขัดใจ
ไอวี่ "ชิ! หมอนี่มันเป็อะไรของมันนะ? ปกติเห็นนั่งจิบชากับเซเลสอยู่ได้ตั้งนาน แต่นี่อะไร... นึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไป แถมทำตัวแปลกๆ ประสาทจะกิน!"
มีอาที่ยืนดูอยู่ข้างๆ ก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางพยักหน้าเห็นด้วยกับไอวี่
มีอา "นั่นสิเ้าคะ... คนอะไรเอาแน่เอานอนไม่ได้เลยสักนิด วันนี้ทำไมถึงรีบไปนักก็ไม่รู้ แถมยังชอบมาแย่งขนมของคุณหนูไปกินหน้าตาเฉยทุกทีเลย... เหอะ!"
ไอวี่ "นั่นสิ! ไม่รู้จะรีบอะไรนักหนา ถ้ามาคราวหน้าละก็... เจอดีแน่!" (ไอวี่พูดพลางทำท่าทางเหมือนกำลังคิดแผนพิเรนทร์เพื่อแกล้งหมอ)
ท่าทีบ่นกระปอดกระแปดของทั้งสองสาวทำให้เซเลสที่นั่งจิบชาอยู่ถึงกับหลุดขำและยิ้มออกมาเบาๆ กับท่าทางของทั้งคู่
บรรยากาศภายในซุ้มน้ำชายามเย็นค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปตามแสงอาทิตย์ที่เริ่มลาลับขอบฟ้า แสงสีส้มทองทอดยาวผ่านหน้าต่างบานสูงเข้ามา กระทบลงบนชุดน้ำชาและใบหน้าของเซเลสที่ดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
ความวุ่นวายเมื่อครู่เลือนหายไป เหลือไว้เพียงความเงียบสงบที่แสนอบอุ่นในคฤหาสน์ ก่อนที่ความมืดมิดของราตรีจะเข้ามาโอบล้อม ปิดฉากวันอันน่าปวดหัวของหมอประหลาดไปอีกหนึ่งวัน