“ท่านอ๋องท่านกลับมาแล้ว” หูเริ่นจง หรือพ่อบ้านเอ่ยขึ้นอย่างยินใด ใบหน้าชราเต็มไปด้วยรอยยิ้มยินดี รีบกุลีกุจอเข้าไปรับใช้อย่างกระตือรือร้น
“ลำบากพ่อบ้านหูแล้ว” น้ำเสียงทุ้มราบเรียบ
“ข้างนอกหนาวนักรีบเข้าข้างในเถิดขอรับ”
พ่อบ้านหูเอ่ยอย่างห่วงใย หรงอ๋องพยักหน้าก่อนจะเดินนำเข้าไปข้างใน ร่างสูงเดินตรงไปที่ตำหนักใหญ่ของตนอย่างไม่เร่งรีบ ยามใบหน้าคมต้องแสงจันทร์ด้านข้างก็เกิดเป็นเงามืดอย่างน่าประหวั่นกระแสหนึ่งขึ้นมา พ่อบ้านหูอดหวั่นสะพรึงเสียมิได้ การที่หรงอ๋องกลับมาจากชายแดนก่อนกำหนด บวกกับสีหน้าในยามนี้ คงมีเรื่องราวไม่ดีเกิดขึ้นเป็นแน่
“เปิ่นหวางไม่อยู่เสียหลายปี วังอ๋องแห่งนี้มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่” สุ้มเสียงกระจ่างใสแต่ทรงอำนาจอยู่ในทีเอ่ยเนิบนาบ พ่อบ้านหูรีบรายงานสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในวังอ๋องตั้งแต่สามปีก่อน ให้หรงอ๋องฟังอย่างไม่มีตกบกพร่องแม้แต่เรื่องเดียว
“เมื่อตอนกลางวันนางออกมาจากตำหนักจ่งจื่อในรอบสองปี เพื่อบอกคนครัวให้ยกสิ่งที่นางต้องการส่งไปที่ตำหนัก แต่ไม่มีใครทราบว่านำไปทำอะไรขอรับ” แม้แต่เรื่องของเยว่เหม่ยเสวี่ย พ่อบ้านหูรายงานอย่างละเอียด
“เรื่องราวของอนุในวังเปิ่นหวางไม่ต้องการรับฟัง พวกนางหาได้มีค่าอันใดต่อเปิ่นหวางไม่” สายตาคมปรายตามองพ่อบ้านหูเรียบนิ่ง พ่อบ้านหูรีบเอ่ยรับคำสั่งอย่างรวดเร็ว
“ทราบแล้วขอรับ”
“ยามนี้สถานการณ์บ้านเมืองวุ่นวายยิ่ง สงครามที่หนานเป่ยก็ยังไม่สามารถยุติลงโดยง่าย” หรงอ๋องเอ่ยด้วยใบหน้าเคร่งขรึม น้ำเสียงเป็นกังวล
“งั้น...ที่ท่านอ๋องกลับมาก่อนกำหนด” พ่อบ้านหูไม่กล้าเอ่ยต่อ
แววตาคมส่องประกายวูบไหวเล็กน้อย
“เปิ่นหวางต้องการมาสะสางเรื่องราวบางอย่าง” มือหนาหมุนลูกประคำที่อยู่ในมือไปมา สายตาจับจ้องออกไปเบื้องนอก พ่อบ้านหูพยักหน้ากรุ่นคิดตามคำบอกกล่าวของผู้เป็นนาย
ตำหนักจ่งจื่อ
เยว่เหม่ยเสวี่ยกำลังผสมน้ำร้อนกับเกลือ แล้วค่อยๆคนให้เกลือละลายอย่างระมัดระวัง เมื่อได้น้ำเกลือใสดังที่ต้องการแล้ว มือบางหยิบสำลีที่ทำมาจากนุ่นชุบน้ำเกลือ เช็ดทำความสะอาดใบหน้าอย่างเบามือ จากนั้นจึงทาหน้าด้วยน้ำผึ้งสดปล่อยทิ้งไว้ทั้งคืน ตื่นเช้ามานางก็ล้างหน้าด้วยน้ำนม ตามด้วยน้ำเกลือสะอาด ด้วยความที่ผิวแพ้น้ำการล้างหน้าด้วยน้ำเกลือ จึงสามารถทำความสะอาดได้ดีกว่าน้ำเปล่า
จากนั้นเยว่เหม่ยเสวี่ยก็มานั่งโคจรพลังปราณต่ออีกสามชั่วยาม จึงช่วยพอบรรเทาอาการแพ้ได้ถึงสามส่วน การรักษาโรคภูมิแพ้ให้หายขาดด้วยลมปราณ นางจำเป็นต้องอยู่ในขั้นสามเสียก่อนจึงจะสามารถรักษาอาการเเพ้ให้หายขาดได้ ในระหว่างนี้คงทำได้เพื่อรักษาเบื้องต้น พอบรรเทาอาการเท่านั้น
นางมองอาหารเที่ยงบนโต๊ะด้วยความสนใจเล็กน้อย บนโต๊ะมีเพียงโจ๊ก แกงผัก และหมั่นโถวอยู่สองลูก อยู่ในถ้วยใบเล็ก
นางต้องฝึกวรยุทธดังนั้นสารอาหาร ที่เพียงพอต่อร่างกายจึงเป็นเรื่องสำคัญ เยว่เหม่ยเสวี่ยเรียกผิงอันเข้ามา สั่งให้นางไปนำอาหารมาเพิ่ม และสั่งไปอีกว่าทุกมื้อให้จัดรายการอาหารตามที่นางสั่งมาอย่าให้ขาด ผิงอันรับคำสั่งก่อนจากไป ไม่นานนางก็กลับมาพร้อมกับถาดอาหารในมือ เยว่เหม่ยเสวี่ยมองอย่างพึงพอใจ
ไข่ดิบห้าฟอง เนื้อชิ้นใหญ่สองชิ้น ข้าวเปล่าสามถ้วยที่เต็มล้นถ้วย
ร่างกายนี้ผอมเกินไปอันดับแรก นางต้องขุนร่างนี้ให้มีเนื้อหนัง เหมาะแก่การฝึกวรยุทธเสียก่อน มือบางหยิบไข่ไก่ขึ้นมาตอกข้างโต๊ะอยู่สองสามที แล้วแกะลงบนถ้วยข้าวทำเช่นนี้ทั้งห้าฟอง
การกินไข่ดิบให้โปรตีนมากกว่ากินแบบสุก
และเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้เร็วกว่า เยว่เหม่ยเสวี่ยลงมือรับประทานอย่างไม่รีบร้อน ไม่นานอาหารมากมายก็ลงไปอยู่ในท้องน้อยๆ จนหมดเกลี้ยง นางรู้สึกตึงท้องอยู่บ้างแต่ไม่นานก็หายไป เมื่อนางเริ่มนั่งโคจรพลังปราณอีกครั้ง
นางทำเช่นนี้เป็นประจำทุกวัน จนเวลาล่วงเลยไปเกือบหนึ่งเดือนแล้ว ที่เยว่เหม่ยเสวี่ยใช้ชีวิตอยู่ที่นี้ โดยที่มิได้ย่างก้าวออกจากตำหนักไปไหนไกล นอกจากบริเวณตำหนัก
ยามนี้นางมีพลังยุทธอยู่ในขั้นหนึ่งระดับปลาย การเลื่อนระดับได้สองระดับภายในเวลาไม่ถึงเดือน ถือว่าเร็วกว่าคนทั่วไปที่ฝึกพลังยุทธ การเลื่อนระดับในแต่ระดับไม่ใช่เรื่องง่าย พลังยุทธสูงสุดในแคว้นเฉว่คือขั้นเจ็ด ส่วนผู้ที่ครอบครองพลังยุทธขั้นเจ็ดอันสูงส่งนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นหรงจ้าวหยาง อ๋องปิศาจแห่งแคว้นเฉว่นั้นเอง
ร่างกายที่เคยผอมแห้งก็มีเนื้อหนังมากขึ้นหลายส่วน ไม่ผอมติดกระดูกดังแต่ก่อน ใบหน้าที่เป็นหนองพุพองมากมายก่อนหน้าน้อยลง ส่วนผดผื่นที่ขึ้นตามตัวนั้นจางหายไป เหลือทิ้งเพียงรอยเเดงๆให้เห็น ทันทีที่นางเข้าทะลวงลมปราณเข้าสู่ระดับปลาย
ภายในเวลาไม่ถึงเดือนเกิดการเปลี่ยนแปลงกับร่างกายจนเป็นที่น่าพอใจ เยว่เหม่ยเสวี่ยลุกขึ้นมาแต่งตัว เลือกอาภรณ์สีฟ้าอ่อนขึ้นมาสวมใส่ มือผอมบางลูบผมที่ยาวลากพื้น ก่อนจะหยิบมีดสั้นมาตัดผมทิ้งอย่างไม่ลังเล ยาวเพียงกลางหลังเท่านั้น ผมที่เคยหยาบกระด้างหลังได้รับการบำรุงดูแลอย่างดี ก็กลับมานุ่มสลวยดังเดิม
เยว่เหม่ยเสวี่ยทำผมอย่างง่ายๆ จับปอยผมทั้งสองข้างมัดไว้ด้านหลังผูกด้วยโบผ้าสีขาว ปล่อยชายผมละแผ่นหลังบาง หยิบหน้ากากขาวขึ้นมาสวมใส่ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
วันนี้นางต้องการออกไปนอกวังอ๋อง เยว่เหม่ยเสวี่ยสามารถเดินออกจากวังอ๋องได้ไม่ยาก หรงอ๋องอนุญาตให้บรรดาอนุสามารถออกนอกวังได้เดือนละสองครั้ง ให้พวกนางกลับไปเยี่ยมเยือนครอบครัวหรือซื้อของที่ต้องการได้ โดยมีเงินเบี้ยเลี้ยงให้เดือนละสิบตำลึงเงิน จากการเก็บสะสมมาหลายปีโดยไม่ได้ใช่จ่าย ทำให้นางมีเงินมากกว่าสองตำลึงทอง หรือสองร้อยสี่สิบตำลึงเงิน