ตอนที่ 31
คืนแรกที่รอดมาได้
เสียงกรงเล็บของ Sewer Ghoul ยังคงข่วนกำแพงเหล็กด้านนอกอย่างบ้าคลั่ง
แกร๊ก… แกร๊ก… แกร๊ก…
เสียงนั้นดังสะท้อนอยู่ทั่วทางเดินใต้ดิน ราวกับสัตว์ป่าหิวโหยที่พยายามเจาะเข้ามากินเหยื่อให้ได้ ผู้รอดชีวิตที่อยู่ในห้องควบคุมต่างตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว แม้กำแพงฉุกเฉินจะปิดลงแล้ว แต่ไม่มีใครมั่นใจว่ามันจะต้านสัตว์ประหลาดพวกนั้นได้นานแค่ไหน
นนท์นั่งพิงกำแพงหอบหนักอยู่กลางห้องรักษาความปลอดภัย
ทั่วร่างเต็มไปด้วยเื
บางส่วนเป็เืของ Sewer Ghoul
บางส่วนเป็เืของตัวเอง
แขนซ้ายที่ถูกแทงทะลุยังคงปวดแปลบทุกครั้งที่ขยับ ขณะที่าแตามตัวเริ่มส่งความเจ็บกลับมา หลังจาก Overdrive สิ้นสุดลง
ติ๊ง!
[ผลข้างเคียงจาก Overdrive]
[กล้ามเนื้อฉีกขาดบางส่วน]
[ร่างกายอ่อนล้าอย่างหนัก]
[แนะนำให้พักฟื้นทันที]
“ชิบหายเอ๊ย…”
นนท์พึมพำเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ วางขวานดับเพลิงลงข้างตัว มือของเขาสั่นจนแทบกำอะไรไม่อยู่แล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น…
เขายังรอด
รอดจาก Ravager
รอดจาก Devourer
และรอดจากคืนแรกของวันสิ้นโลก
SE-01 ลอยเข้ามาใกล้ ก่อนจะฉายแสงสแกนาแทั่วร่างของเขา
ปี๊บ…
“ระดับการาเ็อยู่ในขั้นอันตราย”
“ยังไม่ตายก็ดีแล้ว…”
“หากไม่ได้รับการรักษา อัตราเสี่ยงติดเชื้ออยู่ที่ 63%”
ดวงตาของนนท์หรี่ลงทันที
ติดเชื้อ…
ในโลกนี้ คำว่าติดเชื้ออาจไม่ได้หมายถึงไข้ธรรมดาอีกแล้ว
อาจหมายถึงการกลายเป็ Walker
ทันใดนั้นเอง—
ประตูห้องด้านในก็เปิดออก
เมย์รีบวิ่งเข้ามาทันที พร้อมกลุ่มผู้รอดชีวิตอีกไม่กี่คน สีหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความกังวลและใ หลังจากได้ยินเสียงต่อสู้ก่อนหน้านี้
“พี่นนท์!!”
เมย์รีบเข้ามาพยุงเขาทันที ดวงตาแดงก่ำเหมือนเพิ่งร้องไห้ เสื้อผ้าของเธอเต็มไปด้วยฝุ่นและเื แต่ยังพยายามฝืนยิ้มออกมา
“พี่… ยังอยู่จริงๆ ด้วย…”
นนท์ยิ้มจางๆ
“ถ้าตายไปแล้ว ใครจะดูแลพวกเธอ”
แม้จะพูดแบบนั้น แต่ในใจเขารู้ดี
อีกนิดเดียว…
เขาเกือบไม่รอด
ชายวัยกลางคนอีกคนมองซากของ Devourer ที่นอนอยู่ในห้องด้วยสีหน้าซีดเผือด
“พี่ฆ่ามันจริงๆ เหรอ…”
ไม่มีใครอยากเชื่อสายตา
สัตว์ประหลาดระดับนั้น…
ถูกฆ่าจริงๆ
ติ๊ง!
[ประกาศ Safe Zone]
[ภัยคุกคามภายในถูกกำจัดแล้ว]
[ระดับความปลอดภัยเพิ่มขึ้น]
[24% → 41%]
เสียงถอนหายใจดังขึ้นพร้อมกันทั่วห้อง
หลายคนทรุดลงกับพื้นทันที ราวกับเพิ่งปลดภาระที่กดทับหัวใจออกไปได้ชั่วคราว บางคนร้องไห้ออกมาเงียบๆ หลังจากกดดันมาตลอดทั้งคืน
เพราะั้แ่วันสิ้นโลกเริ่มต้น—
นี่เป็ครั้งแรก…
ที่พวกเขารู้สึกว่า “อาจจะรอด”
แต่ในขณะเดียวกัน—
ความจริงก็ยังโหดร้าย
จากคนสิบสี่คนตอนแรก
ตอนนี้เหลือเพียงเก้าคน
วายุตายแล้ว
หลายคน้าถูก Zombie Tide กลืนกิน
ร้าน 7-ELEVEN ที่เคยเป็ร้านสะดวกซื้อธรรมดา ตอนนี้กลายเป็ป้อมปราการกลางนรกไปแล้ว
เมย์เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนถามเบาๆ
“พี่วายุ… เขา…”
บรรยากาศเงียบลงทันที
นนท์หลับตาลงช้าๆ
ภาพสุดท้ายของวายุยังติดอยู่ในหัว
เสียงหัวเราะของเขา
ประโยคสุดท้ายก่อนตาย
และใบหน้าที่อยู่ในอกของ Devourer
ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึก ก่อนตอบเสียงต่ำ
“เขาช่วยทุกคนไว้”
ไม่มีใครพูดอะไรต่อ
แต่ทุกคนเข้าใจความหมายทันที
เมย์ก้มหน้าลง น้ำตาหยดลงพื้นเงียบๆ
ทันใดนั้นเอง—
ติ๊ง!
[ผู้จัดการ Safe Zone สามารถเปิดใช้งานระบบพื้นฐานเพิ่มเติม]
[ปลดล็อก]
ห้องพยาบาล
ระบบผลิตน้ำสะอาด
โรงอาหารฉุกเฉิน
ห้องพักผู้รอดชีวิต
ดวงตาของหลายคนเบิกกว้างทันที
“ที่นี่… มีของพวกนั้นด้วยเหรอ…”
SE-01 พยักหน้าเบาๆ
“Safe Zone ถูกออกแบบเพื่อรองรับการล่มสลายระดับเมือง”
นนท์หรี่ตาลงทันที
อีกแล้ว…
เหมือนทุกอย่างถูกเตรียมไว้ล่วงหน้า
ทันใดนั้นเอง—
ปี๊บ…
หน้าจอหลักของฐานสว่างขึ้นอีกครั้ง
ภาพจากกล้องวงจรปิดชั้นบนปรากฏขึ้น
ร้าน 7-ELEVEN ้าเงียบลงแล้ว
Zombie Tide ส่วนใหญ่เริ่มกระจายตัวออกไปตามถนน ขณะที่ Ravager ไม่อยู่ตรงประตูลับอีกต่อไป
แต่นั่นไม่ได้ทำให้นนท์สบายใจเลย
เพราะกล้องอีกตัว…
จับภาพบางอย่างได้
ตรงกลางถนนที่เปียกฝน มี “รอยเท้า” ขนาดมหึมาปรากฏอยู่บนพื้น
ขนาดของมันใหญ่กว่ารถยนต์เสียอีก
และรอยเท้านั้น…
ไม่ได้เป็ของ Ravager
ติ๊ง!
[ตรวจพบสิ่งมีชีวิตระดับสูงเคลื่อนผ่านพื้นที่]
[ระดับภัยคุกคาม : ???]
[คำเตือนสูงสุด]
ทั้งห้องเงียบกริบทันที
SE-01 หยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกว่าเดิมเป็ครั้งแรก
“คำแนะนำสำหรับผู้จัดการ”
“พูดมา”
“กรุณาอย่าออกจาก Safe Zone ใน่เวลากลางคืน”
หัวใจของนนท์หนักอึ้งทันที
เพราะถ้าแม้แต่ AI ของฐานยังเตือนแบบนี้
นั่นหมายความว่า…
สิ่งที่เดินอยู่ข้างนอกตอนกลางคืน
อาจน่ากลัวกว่า Zombie Tide ทั้งหมดรวมกัน