รถวิ่งออกจากตัวเมืองไปเรื่อยๆ บุษย์น้ำพราวพยายามกวดตามองตลอดสองข้างทาง เพื่อบันทึกและจดจำรายละเอียดของเส้นทางที่ผ่านเข้ามาไว้ในสมองเมื่อถึงเวลา เธอก็จะหนีจากเงื้อมมือของคนที่นั่งหลับตาสนิทอยู่ แม้จะต้องใช้เวลาแต่ก็จะพยายามหนีให้ได้!
นอกจากความหวาดกลัวแล้ว บุษย์น้ำพราวยังโกรธแค้นชายหนุ่มที่นั่งอยู่ใกล้ๆ
เขาโกรธพยัคฆ์และคุณหญิงอมรา ทำไมถึงไม่ไปเอาคืนกับสองคนนั้น มายุ่งกับเธอทำไม!
หญิงสาวใจชื้นขึ้นมานิดหนึ่งเมื่อเห็นรถเลี้ยวเข้าไปจอดเพื่อเติมน้ำมันแต่ปัญหาก็มีอยู่ คือกระเป๋าใส่ข้าวของจุกจิกโทรศัพท์และกระเป๋าใส่เงินวางอยู่ฝั่งขวาของสิหราชในขณะที่เธอนั่งอยู่ฝั่งซ้ายนะซิ แล้วจะทำยังไงเธอถึงจะได้มันคืนมา
บุษย์น้ำพราวขบคิด ฟันขบกัดลงบนกลีบปาก ขณะมองไปที่กระเป๋าเขม็ง...
หญิงสาวยื่นออกไปอย่างเชื่องช้า เต็มไปด้วยความระมัดระวังมากที่สุดเธอกลั้นลมหายใจ เพราะกลัวว่าถ้าทำอะไรลงไปแม้เพียงนิดเดียวจะทำให้ชายที่นั่งใกล้ๆ ตื่นลืมตาขึ้นมาได้
หัวใจบุษย์น้ำพราวเต้นระรัวเร็วราวกับจะหลุดออกมาจาก
อีกนิดเดียว...นิดเดียวเท่านั้นเธอก็จะคว้ากระเป๋าคืนมาได้ หาก...
หมับ!
เพียงแค่มือเรียวยื่นไปใกล้จะถึงกระเป๋าอยู่แล้วร่างบอบบางก็ถลาไปนอนเก้กังอยู่บนตักกว้างพร้อมกับมือใหญ่ที่ฝาดลงมาบนสะโพกกลมมลสองครั้ง แรงๆจนบุษย์น้ำพราวถึงกับหน้าเบี้ยวน้ำตาคลอ
“โอ๊ย! ฉันเจ็บนะ”
“นี่เป็โทษที่เธอสมควรได้รับจากการดื้อและคิดหนี”สีหราชพูดเสียงแข็ง เขาพยายามติดต่อพยัคฆ์หลายครั้ง โทรติดแต่ก็ไม่มีคนรับมันทำให้เขาอารมณ์เสียขึ้นมาเล็กน้อยแต่ก็คิดได้ว่าทางครอบครัวปาศัยสุนัยและครอบครัวเกษมศิริกรณ์คงจะวุ่นวายตามหาว่าที่เ้าสาวเสียให้วุ่น
เสียดายที่เขาเอาตัวหญิงสาวมาเร็วไปหน่อย น่าจะเอามาในวันพรุ่งนี้ก่อนจะกลับ เขาจะได้ดูหน้าของคุณหญิงอมราและผู้เป็หลานรักอย่างพยัคฆ์ ปาศัยสุนัยหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ เพราะเ้าสาวหายงานนี้คงจะเป็ข่าวดังในวงสังคมอยู่หลายวันเชียวล่ะ
บุษย์น้ำพราวแกะมือใหญ่ออกจากแขน “นายทำอย่างนี้ทำไม ฉันไปทำอะไรให้นาย”หญิงสาวถามเสียงสั่นระคนโกรธเคือง “นายโกรธคุณเสือ ก็ไปลงที่เขาซิ มาลงที่ฉันทำไม”
สีหราชยิ้ม เขามองไปทั่วร่างงามอย่างมีเลศนัย “เธอคิดไหมถ้าเ้าสาวหายไปในวันแต่งงาน พอสักอีกสองถึงสามเดือน ผู้หญิงคนนั้นกลับไปพร้อมกับ....”มือใหญ่ซ้อนกันวาดที่ท้องหญิงสาวจนมันนูนขึ้นมา
บุษย์น้ำพราวอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นกลัวอย่างสุดขีดหญิงสาวรีบถอยออกมาชิดประตูรถพร้อมกับคว้าล็อคสำหรับเปิดประตูมือไม้สั่นและเย็นเฉียบด้วยรู้เพียงอย่างเดียวว่าเธอจะต้องหนีจากผู้ชายบ้าๆ คนนี้ให้ได้
เธอก็เป็ผู้รับเคราะห์คนหนึ่งเหมือนกันมาทำอย่างนี้เท่ากับซ้ำเติมให้ทุกข์ที่มีหนักขึ้นทำไมเขาไม่รู้จักเห็นอกเห็นใจคนที่เดือดร้อนที่ไม่ได้ปรารถนาจะแต่งงานกับพยัคฆ์เลย แต่เพราะความจำเป็บังคับถ้าพ่อไม่ทำธุรกิจผิดพลาด ทำให้มีหนี้สิน จนเกือบจะล้มละลายพ่อไม่มีวันให้เธอเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายที่เห็นผู้หญิงเป็เพียงแค่ของใช้สิ้นเปลืองอย่างพยัคฆ์หรอก
ชายหนุ่มคว้าร่างบางเข้ามาประชิดตัว จับมือที่เอื้อมขึ้นสูงไพล่ไปด้านหลัง
“กลัวหรือ...แต่ฉันว่าไม่นะ อยู่กับไอ้เสือพอเข้าหอแล้วเธอก็ต้องนอนกับมันอยู่ดีแค่เปลี่ยนตัวคู่นอนมาเป็ฉันมันก็เท่านั้นเอง แต่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม...”
ชายหนุ่มไล้มือไปบนใบหน้าหวานเรื่อยลงไปตามลำคอก่อนจะวกขึ้นไปที่ริมฝีปากอวบอิ่มที่เขาได้เชยชิมแล้วและก็ติดใจรสชาติหวานละมุนอยู่ไม่คลาย
“อีกอย่างนะ ฉันก็ไม่ได้ชมตัวเอง แต่ฉันสามารถทำให้เธอมีความสุขยามที่เราสองคนกำลังทำอย่างว่ากันจนเธอไม่อยากฉันไปเลยก็ได้”
ชายหนุ่มแนบจุมพิตลงไปบนปากนุ่ม ปลายลิ้นร้อนลากไล้สอดแทรกเข้าไปกวาดเคล้าเกี่ยวกระหวัดกับเรียวลิ้นเล็ก เขาจูบราวกับว่าจะสูบเอาิญญาของบุษย์น้ำพราวออกจากร่าง
มือเล็กที่ไม่รู้ว่าถูกปล่อยเมื่อไหร่ยกขึ้นดันบ่ากว้างสลับจิกปลายเล็บลงบนเนื้อผ้าหนาบุษย์น้ำพราวพยายามหันใบหน้าหนีปากหนาที่ตามติดจนแทบไม่ได้หายใจหายคอแต่กลับถูกเขาตรึงท้ายทอยไม่ให้หันหนีปลายลิ้นอุ่นร้อนรุกไล่ตามติดเกี่ยวกวัดลิ้นเล็กอีกมือก็รัดร่างบอบบางเข้ามาจนแนบชิดลูบไล้แผ่นหลังและสอดมือเข้าไปในตัวเสื้อลูบไล้ผิวเนื้อเนียนราวกับแพรไหม
ใบหน้าคมคร้ามซุกไซ้ใบหน้าลงมาเรื่อยๆ จนถึงลำคอระหงริมฝีปากอุ่นขบเม้มแอ่งชีพจรจมูกก็สูดกลิ่นหอมของผิวเนื้อที่มีแค่แป้งเด็กไร้ซึ่งเครื่องประทินผิวราคาแพง
“ฉันจะให้เธอไปห้องน้ำ ทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยก่อนที่เราจะเดินทางกันต่อ”
ชายหนุ่มเคลื่อนใบหน้าขึ้นไปกระซิบเบาๆข้างหูนุ่มแต่กลับดังก้องในสมองและหัวใจบุษย์น้ำพราว
“แต่ถ้าเธอหนี ฉันก็ไม่รับประกันเื่ที่ยังไม่ควรจะเกิดขึ้น จะเกิดขึ้นที่บนรถคันนี้หรือเปล่า เพราะฉันอาจจะบันดาลโทสะเปลี่ยนห้องหอจากห้องนอนอันแสนสบายมาเป็ในรถคันนี้ก็ได้”
คำพูดและเสียงหัวเราะของผู้ชายตรงหน้าทำเอาบุษย์น้ำพราวถึงกับขนลุกซู่ด้วยความกลัวจับขั้วหัวใจคิดเพียงอย่างเดียวว่าเธอจะต้องหนี! หนีไอ้บ้านี่ให้พ้น
สีหราชมองหญิงสาวที่กระเถิบตัวหนีเขาไปจนชิดขอบประตูรถ ใบหน้าเธอขาวซีดแต่ริมฝีปากกลับแดงก่ำและบวมเป่ง ในแววตาใสๆ ที่เหมือนจะเป็คนพูดง่ายแต่ถ้ามองให้ดีจะพบว่าแววตาคู่นั้นซ่อนความดื้อดึงเอาไว้กว่าที่เขาจะปราบพยศให้อยู่หมัด
ประตูรถเปิดออกจากด้านนอก บุษย์น้ำพราวหันรีหันขวางอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะวิ่งไปยังห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกล
เสียงหัวเราะของผู้ชายบ้าๆคนนั้นยังคงติดอยู่ในศีรษะที่ทำให้เธอต้องเร่งรีบตัดสินใจทำอย่างที่คิด
หญิงสาวชะเง้อคอมอง ตอนนี้คนร้ายทั้งสองคนอยู่ที่ไหนแล้วเมื่อเห็นว่ารถที่นั่งมาเมื่อครู่ว่างเปล่า เธอก็รีบวิ่งไปหวังจะคว้ากระเป๋าใส่เงินและรีบหนีให้พ้นไปจากเื่บ้าๆนี่สักที แต่...
“ทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วหรือบุษย์น้ำพราว”สีหราชถามแววตายิ้มๆ ด้วยความพอใจ ที่สามารถสร้างความหวาดกลัวให้สาวน้อยตรงหน้าได้ด้วยการเรียกชื่อของเธออย่างถูกต้อง
น้ำเสียงของคนขับรถที่กระซิบบอกว่าคนที่วิ่งตัดหน้ารถเขาคือบุษย์น้ำพราวเกษมศิริกรณ์ หญิงที่กำลังจะกลายเป็เ้าสาวของพยัคฆ์ ปาสัยสุนัยผู้เป็น้องชายต่างแม่ของเขาและหลานสะใภ้ยายคุณหญิงอมราใจร้ายที่ไล่เขาและแม่ออกจากบ้านอย่างเืเย็นโดยไม่สนใจว่าตอนนั้นแม่เขากำลังป่วยหนักเพียงไหน
ชายหนุ่มกำหมัดแน่นจนเส้นเืปูดโปน เขาไม่สนว่าหนึ่งนั้นคือน้องชายอีกคนคือย่าผู้มีสายเืเดียวกัน รู้เพียงอย่างเดียวว่าเขาจะต้องแก้แค้นในสิ่งที่พวกนั้นได้กระทำต่อเขาและแม่
ทุกคนจะต้องได้รับผลกรรมที่ก่อขึ้น!
บุษย์น้ำพราวรีบวิ่ง วิ่งและวิ่งอย่างรวดเร็ว แต่เธอก็วิ่งไปได้เพียงแค่ไม่กี่ก้าว
“ว้าย! กรี๊ด!! ... ปล่อยฉันนะไอ้บ้า ไอ้คนสารเลว ปล่อย...”แต่ร่างบางกลับลอยขึ้นสูง ก่อนที่ท้องน้อยจะกระแทกกับบ่ากว้าง พร้อมกับ...
เพี๊ยะ!! เพี๊ยะ!!
ชายหนุ่มฟาดมือลงมาบนสะโพกกลมมลอย่างแรง จนคนถูกฝาดน้ำตาซึมเธอทุบแผ่นหลังกว้าง แต่เหมือนกับเอาไม่ซีกไปงัดไม้ซุงคนที่ถูกทำร้ายไม่มีอาการเ็ป แถมยังเอาคืนด้วยการส่งแรงฝาดลงมาบนสะโพกหนั่นแน่นอีกไม่ยั้งจนเธอต้องยอมแพ้ ปล่อยให้น้ำตาไหลด้วยความเ็ปทั้งร่างกายและจิตใจ
ตุบ!
สีหราชวางร่างบางลงบนเบาะรถด้านหลัง พร้อมกับก้าวตามขึ้นไปด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราดไม่คิดว่าหญิงสาวตรงหน้าจะค่อนข้างดื้อและไม่เชื่อฟังคำสั่งเขาเอาเสียเลย
“อย่าทำให้ฉันโกรธมากไปกว่านี้นะน้ำพราวเพราะฉันไม่แน่ใจว่าจะสะกดกลั้นโทสะและทำตามคำที่พูดไปเมื่อครู่ได้หรือเปล่า”
บุษย์น้ำพราวที่ตอนนี้กลัวจนแทบจะไม่เหลือความกลัวอีกแล้ว รีบลุกขึ้นนั่นตัวตรงหน้าเชิดเธอหันมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความเกรี้ยวกราด เมื่อหนีไม่ได้ตอนนี้ก็มีเพียงอย่างเดียวคือต้องสู้และสู้ให้ถึงที่สุดผู้ชายคนนี้จะได้รู้ว่ามันไม่ง่ายที่จะย่ำยีร่างกายและศักดิ์ศรีของเธอ!
สีหราชยิ้มไม่คิดว่าหญิงสาวจะเปลี่ยนความกลัวที่มีให้เป็ความกล้าดูซิหน้าเชิดขึ้นจนคอแทบจะหักแบบนี้ซิถึงจะเหมาะกับการเป็หลานสะใภ้ของคุณหญิงอมราสักหน่อยไอ้แบบที่อ่อนแอเหยาะแหยะนั่นไม่นานก็คงจะถูกไล่ออกจากบ้าน
ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบไล้ปลายคางเขาค่อนข้างพึงพอใจที่เห็นหญิงสาวเริ่มจะมีปฏิกิริยาต่อสู้ เพราะสำหรับเขาแค่หวานอย่างเดียวมันก็น่าเบื่อแต่หากต่อสู้เอาตัวรอดบ้าง ถึงจะมีเสน่ห์ชวนค้นหาและลิ้มลอง
ชายหนุ่มผู้ทำหน้าที่ขับรถนามชาติรัฐเปิดประตูรถเข้ามานั่งประจำตำแหน่งของตัวเองเขาหันไปมองผู้เป็นายสายตาเป็คำถาม
“ไม่มีอะไรหรอกชาติ ออกรถเถอะ”
สิ้นเสียงนายหนุ่ม รถคันใหญ่ก็รีบขับมุ่งหน้าออกต่างจังหวัดทันที บุษย์น้ำพราวจิกเล็บลงบนฝ่ามืออย่าคิดนะว่าเธอจะยอมงอมืองอเท้าให้นายคนนี้รังแกเอาง่ายๆในเมื่อหนีไม่ได้แล้วก็มีอย่าเดียวคือสู้ให้ถึงที่สุด!
สีหราชช้อนร่างที่นอนซบบ่าเขาั้แ่ที่รถเริ่มเข้ามาในตัวจังหวัดจนตอนนี้รถจอดสนิทที่หน้าฟาร์มแสนสุขแล้ว แต่หญิงสาวก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาชายหนุ่มก้มลงมองคนในอ้อมแขนแล้วอมยิ้มตาพราว เขาเดินลิ่วๆขึ้นไปบนเรือนไม้หลังใหญ่
“สิงห์กลับมาแล้วหรือลูก”
ชายหนุ่มหยุดชะงักกับเสียงเรียกขานแ่เบาและนุ่มนวล ชายหนุ่มรีบหันไปมองหาที่มาของเสียงและพบร่างมารดากำลังนั่งเอนอยู่บนเก้าอี้นอนหันหน้ามามองเขาแววตารักใคร่และอ่อนโยนก่อนที่ใบหน้านั้นจะเปลี่ยนไปเมื่อเห็นว่าในอ้อมแขนเขามีบางสิ่งบางอย่างอยู่ด้วย
“นั่นลูกพาใครมาด้วยน่ะสิงห์”หญิงวัยกลางคนร่างเล็กบอบบางถามบุตรชายอย่างปราณี
เสียงอุทานอย่างใของใครบางคนดังมาถึงหูบุษย์น้ำพราวทำให้เธอรู้สึกตัวตื่นหญิงสาวหรี่ตาขึ้นเพื่อปรับสภาพให้ชินกับแสงไฟที่สะท้อนเข้ามาในดวงตาก่อนที่เธอจะส่งเสียงกรีดร้องและสองมือทุบตีอกกว้างอย่างแรงและเร็ว
“ไอ้คนบ้า คนสารเลวปล่อยฉันนะ ปล่อย....”
สีหราชรีบวางร่างบอบบางลงและจับสองมือเรียวไพล่หลัง อีกมือก็ยกขึ้นปิดปากป้องกันเสียงร้องของหญิงสาวเพื่อไม่ให้ไปสร้างความรำคาญให้กับมารดา
“ลูกพาใครมาด้วยน่ะสิงห์”
“แม่รู้จักไว้ซิครับบุษย์น้ำพราวว่าที่หลานสะใภ้คุณหญิงอมราไงครับ” สีหราชบอกมารดาเสียงแข็งกร้าวฟันกรามขบเม้มเข้าหากันจนแก้มนูนเด่นขึ้นมา
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ความรู้สึกโกรธและเกลียดหญิงชราคนนั้นไม่เคยห่างหายไปจากใจเขาเลย
ภาพวันที่คุณหญิงอมราขับไล่ไสส่งแม่ที่กำลังป่วยกับเด็กน้อยวัยเพียงแปดขวบอีกทั้งยังประกาศต่อหน้าคนทั้งบ้านว่า เขา! ไม่ใช่ลูกของพ่อแต่เป็ลูกของใครก็ไม่รู้ที่ติดท้องแม่ตอนที่แม่เข้าไปเป็ส่วนหนึ่งของครอบครัวเท่านั้น
น้ำเสียงเย็นราวกับน้ำแข็งแต่ยังเย็นไม่เท่ากับถูกคนที่เคยรักทำร้ายไม้ที่กระหน่ำซ้ำตีลงมาบนตัวเขาและแม่ทำให้เ็ปไปทั้งตัวจริงแต่ก็ไม่เท่ากับหัวใจที่มันเ็ปกับการกระทำของคนเป็ย่า
ส่วนบิดาก็เหลือเกิน มองดูเขาด้วยความเฉยชาและเฉยเมย จะมีเพียงแค่เด็กน้อยวัยหกขวบคนหนึ่งที่พยายามไขว่คว้าเรียกร้องหาเขาและแม่แต่แล้วพอย่าบอกว่า แม่เขาเป็คนทำให้แม่ของเด็กคนนั้นถึงแก่ความตายทั้งที่มันไม่เป็ความจริงแม้แต่นิดเดียว
สีหราชยิ้มหยัน แม้มันจะไม่มีาแใดหากหุ่นยนต์ที่เขามอบที่เด็กคนนั้นเขวี้ยงใส่หน้าเขามา
“เอากลับไปเลยเสือไม่เอาของคนใจร้าย อือๆ ”ดวงตาเด็กคนนั้นเปลี่ยนเป็แดงก่ำ น้ำตาไหลอาบสองแก้ม
“แม่พี่สิงห์ฆ่าแม่เสือ แม่วาใจร้าย”ไม้กวาดอันเล็กกับเรี่ยวแรงตีอันน้อยนิดน้อยนิดก็กระหน่ำลงมาบนร่างกายของเขาและแม่แต่ไม่เท่ากับความรู้สึกที่เขาและแม่สูญเสียไป
ทั้งๆ ที่ตอนนั้นเขาและแม่บอกปฏิเสธเสียงหลงแต่ก็ไม่มีใครเชื่อเด็กน้อยตีเขาพร้อมน้ำตาจนหมดแรงแล้วพ่อก็เข้ามาอุ้มร่างเล็กป้อมเดินกลับเข้าไปในบ้าน
สิ่งที่เห็น ตอกย้ำให้เขายิ่งเจ็บ หากเจ็บแค่กาย...ไม่สู้เจ็บที่ใจเสมือนมีตราประทับให้เขาจำได้ไม่เคยลืม
พ่อไม่แม้จะหันกลับมามองหน้าเขาแม้สักนิดถึงเขาจะร้องเรียกะโเรียกจนสุดเสียงแต่พ่อก็ไม่หันกลับมามอง
วันนั้นเขาพาแม่เดินออกจากบ้านหลังใหญ่ด้วยความเ็ปทั้งร่างกายและจิตใจแม่พาเขามาหาผู้ชายคนหนึ่งที่พ่อและย่าบอกว่าเป็ชู้ของแม่