หนึ่งปีผ่านไป...
วันนี้เป็นอีกวันที่ผมต้องไปแคสติ้งบทซีรีส์เรื่องหนึ่งตามความฝันแม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมไม่เคยประสบความสำเร็จเลยสักครั้งแต่ผมก็ยังคงดื้อรั้นที่จะเดินหน้าต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ
ตั้งแต่มอปลายจนถึงตอนนี้ผมไม่เคยได้ร่วมเล่นซีรีส์ตามที่หวังไว้ แม้ว่าจะพยายามพัฒนาตัวเองในทุกด้านทั้งการแสดง หน้าตา และทักษะต่างๆแต่ทุกอย่างดูเหมือนยังไม่พอที่จะทำให้ผมไปถึงจุดที่ฝันไว้
ทว่าวันนี้...ผมตั้งใจแล้วว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้าย ผมจะทุ่มเททำให้ดีที่สุดเพราะถ้าครั้งนี้ไม่สำเร็จ ผมอาจต้องยอมแพ้และเลิกล้มเส้นทางนี้เสียทีคนเราไม่ควรจมอยู่กับความผิดหวังเดิมๆ ซ้ำๆเพราะชีวิตยังมีสิ่งอื่นอีกมากมายที่รอให้ผมได้ลองทำและค้นหา
เช้านี้ผมรีบออกจากบ้านแต่เช้าตรู่เพื่อเดินทางมาโรงแรมที่ใช้เป็นสถานที่คัดเลือกนักแสดงให้ทันก่อนกำหนดบรรยากาศในห้องอบรมใหญ่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ทุกคนที่มาที่นี่ต่างมีความฝันเดียวกันนั่นคือการได้เป็นนักแสดงในซีรีส์เรื่องดัง หากพวกเขาและผมมีโอกาสได้รับเลือกผมเชื่อว่าอนาคตในวันข้างหน้าจะต้องสดใสอย่างแน่นอน
ทุกคนในที่นี้จึงตั้งใจทำงานกันอย่างหนักเพราะผ่านการคัดเลือกรอบแรกมาแล้วอาจพูดได้ว่าเกือบครึ่งหนึ่งของคนในห้องนี้มีโอกาสได้รับบทบาทในซีรีส์แม้จะไม่ใช่บทนำก็ตาม
หลังจากเตรียมตัวกันในช่วงเช้าครูสอนการแสดงชื่อดังก็เข้ามาให้คำแนะนำ สอนเทคนิคต่างๆ อย่างมืออาชีพมีการซักซ้อมบทสนทนา ฝึกแสดงอารมณ์ และทดลองเล่นฉากสำคัญจากบททุกอย่างเป็นไปอย่างเข้มข้นและตึงเครียดจนแทบไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่น
ผมเองก็พยายามมุ่งมั่นกับบทบาทของตัวเองเช่นกันพยายามทำให้ดีที่สุดโดยไม่กดดันตัวเองมากเกินไปแม้ว่าความกังวลจะยังคงวนเวียนอยู่ในหัว แต่ผมก็สามารถจัดการกับมันได้อย่างดี
ทว่าจู่ๆความคิดหนึ่งที่ไม่อาจปัดทิ้งไปได้ก็ก่อตัวขึ้นในใจอีกครั้งมันเป็นความรู้สึกไม่มั่นคง...คล้ายกับว่ามีบางสิ่งที่ไม่คาดคิดกำลังจะเกิดขึ้นผมพยายามสลัดความรู้สึกนี้ออกไป แต่ก็ไม่สำเร็จ
“มึงเป็นอะไรวะไอ้เต”ผมบ่นพึมพำกับตัวเองเพื่อเตือนสติว่าอย่าว่อกแว่กเป็นอันขาดเพราะการแคสบทครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะทำถ้าหากพลาดจากครั้งนี้ไปผมก็คงหมดกำลังใจไปแล้วจริงๆ
ในขณะที่ผมกำลังซักซ้อมบทกับเพื่อนๆอยู่ในห้องแคสติ้ง อย่างเคร่งเครียด จู่ๆ เสียงของกรรมการคนหนึ่งก็ดังขึ้นทำลายความเงียบจากด้านหน้าแนะนำใครบางคนให้ทุกคนรู้จัก
“เรามีเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีผู้ร่วมลงทุนรายใหญ่ของซีรีส์เข้ามาชมการแคสติ้งในวันนี้ด้วยท่านนี้เป็นบุคคลสำคัญที่มีส่วนในการสนับสนุนการผลิตซีรีส์ที่ทุกคนรอคอยโปรดปรบมือต้อนรับให้คุณ “อลัน” ด้วยครับ”
เมื่อสิ้นเสียงประกาศ คณะกรรมการและผู้เข้าร่วมแคสติ้งทุกคนก็หันไปมองพร้อมกันเพื่อทักทายและปรบมือต้อนรับ ผมเองก็ทำแบบนั้นตามมารยาทแต่พอหันไปเห็นใบหน้าของผู้ที่เข้ามา สายตาของผมพลันสบเข้ากับเขา หัวใจของผมก็หล่นวูบลงทันที
“อลัน? ไอ้ชั่วนั่นมาได้ไง?” ผมพึมพำเบาๆ ในใจ อย่างคนเสียสติ แต่ว่าลึกๆ แล้วจิตใจของผมกลับเต้นระส่ำอย่างไม่เป็นจังหวะเมื่อได้พบกับใบหน้าอันคุ้นเคยของหมอนั่นอีกครั้งผมควรจะโกรธแค้นสิถึงจะถูก
ผมจ้องมองร่างอลันที่กำลังเดินเข้ามาในห้องประชุมแห่งนี้อย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองพลางมีความคิดมากมายวนอยู่ในหัว
อลัน...หมอนั่นหยุดยืนแล้วโบกมือไปมาอยู่ตรงนั้นด้านหน้าท่ามกลางเสียงชมของใครหลายๆคน แน่นอนว่าเพราะหน้าตาและช่วงวัยของเขาที่ใกล้เคียงกับพวกผมจึงทำให้คนที่เข้าร่วมแคสติ้งในห้องนี้แตกตื่นเป็นธรรมดา
“คุณอลัน…หากพวกเราไม่รู้มาก่อนว่าคุณคือผู้จัดรายใหญ่เราคงคิดว่าคุณคือผู้เข้าคัดเลือกการแคสติ้งครั้งนี้เลยนะเนี้ย!”
“จะว่าไป…ถ้าไม่ติดอะไร คุณสนใจเล่นบทตัวเอกของเรื่องเลยก็ได้นะครับฮ่าๆ”
เสียงของคณะกรรมการคนอื่นๆพากันพูดแซวอลันด้วยความชื่นชม ส่วนหมอนั่นก็แสดงท่าทีตามประสาของผู้ลงทุนรายใหญ่ส่วนผมที่ยืนมองเขาจากที่ไกลๆ ได้แต่ขมวดคิ้วอย่างงุนงง
หมอนั่นมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?
แล้ว…ไม่ได้ติดคุกอยู่หรอกเหรอ?
ในหัวของผมเต็มไปด้วยคำถามที่หาคำตอบไม่ได้ จึงทำเพียงแค่ยืนมองและปรบมือให้ไปตามมารยาท
แต่แล้วจู่ๆ ความหวาดกลัวก็แล่นเข้ามาในหัวทันทีการที่ อลันโผล่มาในเวลานี้ อาจทำให้ความฝันที่ผมพยายามทำให้สำเร็จในครั้งสุดท้ายต้องจบสิ้นลงถ้าหากเขาได้พบกับผม
ไม่แน่ว่าความลับบางอย่างของผมที่เคยฝังกลบเอาไว้ในอดีตอาจถูกเปิดเผยโดยอลันก็เป็นได้ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกเหมือนมีเงาทะมึนทาบลงมาบนตัวความหวังทั้งหมดที่ผมมีในการแคสติ้งครั้งนี้เริ่มสั่นคลอนไม่มั่นคง
ผมพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองตามที่เคยได้รับการชี้แนะมาจากอาจารย์สอนการแสดงชื่อดังแล้วหันกลับมาซ้อมบทกับเพื่อนๆ ด้วยท่าทีปกติแต่ความกลัวในใจมันเกินกว่าจะซ่อนเอาไว้ได้ ผมไม่รู้ว่าอลันเห็นผมแล้วหรือยังแต่สิ่งที่ผมแน่ใจคือ ผมต้องทำทุกวิถีทางเพื่อหลบหน้าเขาผมไม่อาจปล่อยให้เขาพบผมได้ ไม่เช่นนั้นฝันที่ผมเฝ้าฝันไว้อาจจบลงทันที
ตลอดการแคสติ้งผมทำทุกอย่างเพื่อหลบเลี่ยงสายตาของ อลันผมพยายามหลีกเลี่ยงทุกจังหวะที่เขาเดินผ่านหรือมองมา ทุกครั้งที่เขาเดินเข้ามาใกล้ผมจะหันไปทางอื่น ทำเป็นคุยกับเพื่อนหรือครูสอนการแสดงผมรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกจากอกทุกครั้งที่รู้สึกถึงสายตาของเขา
ไม่ว่าเขาจะจำผมได้หรือไม่...สิ่งเดียวที่ผมรู้ในตอนนี้คือผมต้องทำทุกอย่างเพื่อให้อลันไม่พบผม ถ้าผมยังอยากได้บทในซีรีส์เรื่องนี้
แต่ทว่าเรื่องบางอย่างก็ไม่อาจหนีได้พ้น
เวลานั้น...เมื่อผมก้าวขาเข้าห้องน้ำหลังจากพักเบรกเสร็จเสียงหัวใจผมพลันเต้นแรงขึ้น เมื่อผมเห็นร่างที่คุ้นเคยกำลังยืนอยู่ด้านในนั้น…