บทที่ 11
หลงลืมฐานะตน
จิ้งเส้าหวงคิ้วกระตุกด้วยความสนใจเส้นทางแรกสองตัวเลือกที่ซิ่งหลิงพูดถึงใช่ว่าเขาไม่เคยคิดมาก่อน เพียงแต่ยังไม่ได้คิดเป็จริงเป็จังนัก หากพ่อค้าสนิทสนมรู้จักกับคนซื้อมีไม่น้อยที่มักจะเพิ่มสินค้าให้ด้วยไมตรี ทว่าตอนนี้เขากลับสนใจเส้นทางที่สองของนางมากกว่า
การผูกมิตรฟังดูน่าสนใจเสียจริง...
“ในมหาสมุทรกว้างใหญ่ไม่ได้มีเพียงคุณชายจิ้งที่เป็ปลาใหญ่เพียงหนึ่ง ยังมีปลาที่ใหญ่กว่าท่านคอยสบโอกาสกัดกินและมีปลาเล็กที่คอยเอาเปรียบ หากผูกมิตรกับปลาขนาดตัวเท่ากันก็มีโอกาสรอดในมหาสมุทรแห่งนี้
หากคุณชายพูดคุยหารือกับกลุ่มพ่อค้าด้วยเงื่อนไข เช่นซื้อสินค้าในร้านค้าของสหายจนถึงกำหนดก็ให้เถ้าแก่ประทับตรายืนยัน มารับของที่พวกเรายากจัดการได้โดยไม่เสียเงินเพิ่มถือเป็การมอบของกำนัลให้แก่ลูกค้าและยื่นไมตรีสนับสนุนร้านค้าของสหาย แต่หากการมอบให้เปล่าไม่ถูกใจคุณชาย ก็อาจมอบโอกาสซื้อสินค้ายากจัดการที่อยู่ในคลังด้วยราคาที่ถูกลงกว่าราคาปกติ” ซิ่งหลิงพูดจบก็นิ่งเงียบไปเล็กน้อยแล้วพูดขึ้นอีกด้วยสีหน้าจริงจังกว่าเดิม
“สินค้าในคลังที่ยากจัดการส่วนมากแล้วเป็อาหารและของที่ต้องบริโภคเข้าไป ข้าคิดว่าควรแจ้งแก่ลูกค้าตามตรงว่าเป็สินค้าเก่าเก็บจะได้ไม่มีปัญหาหรือการเจ็บป่วยเกิดขึ้นในภายหลัง ชื่อเสียงและความเชื่อมั่นถูกทำลายได้ง่ายแต่สร้างขึ้นได้ยาก ไม่ควรนำความเชื่อใจที่สั่งสมมายาวนานแลกกับเงินเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้”
จิ้งเส้าหวงผงกหัวลงตอบรับนางอย่างลืมตัว เมื่อได้สติจึงกระแอมไอขึ้น ดวงตาคมจับจ้องสตรีตรงหน้าดังจะค้นหาบางสิ่งบางอย่าง สุดท้ายแล้วเขาจึงเอนกายไปด้านหลัง “เ้าออกไปก่อน”
ซิ่งหลิงลอบค้อนตามองเขาหนหนึ่ง รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ มือจัดชายกระโปรงให้เรียบร้อยแล้วเดินออกไปนอกเรือน ทันทีที่เงาร่างเล็กบางคล้อยหลังสีหน้าของจิ้งเส้าหวงพลันแปรเปลี่ยน ร้องเรียกเซี่ยจี้เสียงแข็ง
“ผู้น้อยอยู่นี้ขอรับ”
“ไปสืบประวัตินางมาให้ข้า สืบมาให้ละเอียด ต่อให้บิดามารดาของนางไม่อยู่แล้วก็ต้องสืบมาให้ได้ว่านางเป็ใคร!”
“ขอรับ!” เซี่ยจี้แม้จะสงสัยทว่าก็รับคำสั่งอย่างหนักแน่น รีบออกไปทำตามภารกิจที่ถูกมอบหมายอย่างรวดเร็ว
“คุณชายไม่พอใจแม่นางซิ่งหรือขอรับ” หยู่จี้เดินเข้าไปรินน้ำชาลงถ้วยให้ผู้เป็นาย กลิ่นชาหอมกรุ่นชวนให้จิตใจสงบจากใบชาไม่ส่งผลกับจิ้งเส้าหวง สีหน้าเคร่งเครียดจนคิ้วกระบี่ขมวดมุ่น ยากคาดเดาว่าจิ้งเส้าหวงมีสีหน้ามึนตึงเพราะเหตุใด ทั้งๆ ที่คำตอบของแม่นางซิ่งหลิงดีมากแท้ๆ
“เ้าไม่คิดว่าแปลกหรือ”
“มีสิ่งใดแปลกหรือขอรับ”
จิ้งเส้าหวงถอนใจเฮือกใหญ่ ปลายนิ้วแกร่งเคาะลงบนโต๊ะเล็กด้านข้างอย่างใช้ความคิด
“นางเป็อี้จีขายศิลปะแต่ความสามารถของนางควรมีเพียงแค่ขับร้องดีดพิณมิใช่หรือ เหตุใดนางถึงได้รู้เื่การค้าได้ ทั้งยังเชี่ยวชาญเพียงนี้ ไม่คิดว่าน่าสงสัยหรอกหรือ”
“เช่นนั้นแม่นางซิ่งหลิงถูกผู้อื่นบงการให้แอบแฝงอยู่ข้างกายคุณชายหรือขอรับ!”
“หากรู้ ข้าจะให้เซี่ยจี้ไปตรวจสอบหรือ”
การย้อนถามนี้ของจิ้งเส้าหวงทำให้หยู่จี้รีบหุบปากฉับ เกริ่นเกรงจนต้องขยับเท้าถอยห่างไปสองก้าว แม้ใบหน้าของคุณชายจะไม่แสดงออกอะไรทว่าั์ตากลับแข็งกระด้างยิ่งนัก
คุณชายกำลังไม่พอใจ...
แต่จะไม่พอใจด้วยเหตุใดกัน สตรีที่มีเบื้องลึกเื้ัถูกส่งมาแนบชิดไม่ถึงร้อยก็มีเก้าสิบ กับสตรีเ่าั้ไม่เห็นคุณชายจะโกรธเคืองอะไรยังร่วมเตียงกับพวกนางหน้าตาเฉย
แล้วไยถึงมาโกรธแม่นางซิ่งหลิงเสียได้เล่า...
ซิ่งหลิงเอนหลังนั่งพักอยู่บนตั่งยาวขยุ้มสาบเสื้อด้วยความคับแค้นใจ วันนี้นางตื่นั้แ่เช้าบรรจงประทินโฉมให้ละเมียดละไม เกล้าผมและสวมอาภรณ์หลายชั้นเพื่อให้ตนเองงดงามจะได้ไม่ขายหน้าผู้อื่นยามออกไปด้านนอก ทว่าแผนการที่นางคิดกลับตาลปัตรเมื่อต้องนั่งอยู่ในรถม้าจนหัวสั่นหัวคลอน หวิดอาเจียนอยู่หลายหน
เมื่อลงมาจากรถม้านางก็ไม่ได้นั่งพัก รวบกระโปรงเดินตามหยู่จี้ดูคลังสินค้าขนาดใหญ่จนปวดเมื่อยรวดร้าวไปทั้งขา อากาศวันนี้ก็ร้อนเสียจนทำให้นางหมดเรี่ยวแรงโดยง่าย ซ้ำยังต้องมานั่งขบคิดหาวิธีแก้ไขปัญหาที่ทำให้ปวดหัวแทบตาย พอจิ้งเส้าหวงบรรลุถึงสิ่งที่้าก็รื้อสะพานทิ้งโดยไม่ไยดี ไล่นางออกมาราวกับหมูหมา!
โกรธแทบตาย! บุรุษน่าตายทำให้นางอึดอัดใจนัก!
หากพูดบอกกันสักคำก้อนทองจะร่วงออกจากปากกระแทกหัวผู้อื่นตายหรือ!
ทว่าซิ่งหลิงก่นด่าจิ้งเส้าหวงอยู่ในใจได้ไม่ถึงครึ่งเค่อ [1] ก็เหนื่อยล้าไร้เรี่ยวแรงจะสบถด่าต่อไป ร่างกายเอนไหลไปด้านข้าง นอนพักเอาแรงบนตั่งยาวประหนึ่งผักที่เหี่ยวเฉาในฤดูร้อน...
ปึก ปึก
จิ้งเส้าหวงยืนอยู่หน้าตั่งยาว สองมือกอดอกใช้เท้าเตะไปที่ขาของซิ่งหลิงด้วยแรงที่ไม่เบา แรงกระแทกนี้ทำให้ซิ่งหลิงที่หลับใหลรู้สึกตัว สะลึมสะลือตื่นขึ้นยันตัวลุกจากตั่งยาว ความงัวเงียนี้ทำให้นางพยายามฝืนเปิดหนังตามองไปยังคนเบื้องหน้า
“ลุก”
แม้ยังจะไม่ตื่นเต็มตาดีแต่เนื้อเสียงคุ้นหูทำให้ซิ่งหลิงรู้ได้ทันทีว่าเป็ผู้ใด ความไม่สบอารมณ์พุ่งสูง สะบัดเสียงถาม ความไม่พอใจชัดเจน “ไปไหนเ้าคะ”
“จะถามมากมายไปไย หากไม่อยากถูกทิ้งอยู่ที่นี่ก็รีบตามมา”
ซิ่งหลิงถลึงตาใส่แผ่นหลังกว้างที่กำลังก้าวเดินออกไปก็กระวีกระวาดลุกขึ้น ลูบหน้าลูบตาก้าวเท้ายาวๆ ติดตามจิ้งเส้าหวงไปทันที ไม่นานนักนางก็มาหยุดลงตรงหน้ารถม้า เห็นจิ้งเส้าหวงมุดเข้าไปในรถม้าก็ต้องมุดตามเขาเข้าไปอย่างช่วยไม่ได้
สีของท้องฟ้ายามสนธยาทำให้ซิ่งหลิงคาดคะเนได้คร่าวๆ นางผล็อยหลับได้ไม่ถึงครึ่งชั่วยามด้วยซ้ำ ซิ่งหลิงอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรงเกินจะแผลงฤทธิ์ ดวงตาทอดมองไปยังจิ้งเส้าหวงที่ปิดตาเอนกายจึงถอนใจแล้วเปิดปาก
“รู้ว่าตัวข้าเป็บ่าวอุ่นเตียงไม่ควรยกเื่นี้ขึ้นมาพูด ทว่าหากเป็ไปได้ข้าน้อยก็หวังว่าให้คุณชายบอกกล่าวกันสักคำ”
“บอกสิ่งใด ข้าจำเป็ต้องบอกสิ่งใดแก่เ้ากัน” จิ้งเส้าหวงย้อนถามหลับตาผ่อนคลาย ไม่รู้สึกเลยแม้แต่น้อยว่าสิ่งที่ตนเองทำมีอะไรผิดปกติ
“วันนี้คุณชายมาคลังสินค้าก็ควรบอกกล่าวแก่ข้าสักคำ ตัวข้าจะได้เตรียมพร้อมให้เหมาะสมแก่การเดินทาง”
“มิใช่ข้าให้คนไปบอกแล้วหรือว่าให้เ้าเตรียมตัวให้พร้อม เ้าต่างหากที่คาดหวังลมๆ แล้งๆ ละเมอเพ้อฝันเื่เหลวไหล” จิ้งเส้าหวงลืมตาขึ้นมอง สีหน้าเรียบนิ่งไร้คลื่นอารมณ์ของเขาทำให้ซิ่งหลิงรู้สึกเหน็ดเหนื่อยมากขึ้น
จิ้งเส้าหวงไม่ใช่คนโง่ ไฉนเื่นี้ถึงได้เข้าใจยากเย็นเสียเหลือเกิน!
เป็อะไร! บทจะโง่ก็โง่ขึ้นมาเฉยๆ เช่นนี้น่ะหรือ!
“ข้าน้อยเป็อี้จี เคยเยือนเพียงโรงงิ้วและโรงน้ำชา การเตรียมพร้อมของข้าและคุณชายนั้นแตกต่าง ข้าน้อยถึงปรารถนาให้คุณชายบอกกล่าวแก่ข้าอย่างละเอียดสักคำ หากคุณชายไม่สะดวกบอกด้วยตนเอง ให้บ่าวนำความมาส่งต่อก็ได้ นี่มิใช่เื่ที่เกินความสามารถของคุณชายนะเ้าคะ หากข้าน้อยรู้ล่วงหน้าจะได้จัดการเตรียมตัวให้พร้อมกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิด”
“ไม่มีผู้ใดหยั่งรู้อนาคต เมื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นก็ต้องใช้ไหวพริบและความอดทนผ่านไปให้ได้”
ซิ่งหลิงได้ยินคำตอบนี้บังเกิดความอึดอัดใจจนแทบอยากจะกระอักเืพ่นใส่หน้าเขา ขยับตัวคลานเข้าใกล้ ยื่นฝ่ามือข้างหนึ่งบดบังดวงตาครึ่งบนของเขาเอาไว้ น้ำเสียงที่เอ่ยทั้งเหนื่อยล้าและขุ่นข้อง “ตอนนี้ข้ารู้สึกเช่นนี้เ้าค่ะ มองเห็นเส้นทางที่อยู่ใน่ปลายเท้าเท่านั้น ทั้งๆ ที่สามารถมองออกไปได้ไกลมากกว่านี้แต่กลับถูกท่านจำกัดเอาไว้ ข้าอึดอัดใจเ้าค่ะ” ซิ่งหลิงตัดสินใจพูดออกมาตามตรง
แรกเริ่มเดิมทีเขาและนางก็พบเจอกันในสถานการณ์ไม่ใคร่จะดีนัก ในตอนนั้นนางยังเป็อี้จีในหอคณิกา เขาจะเป็อย่างไรนางไม่สนใจ ไม่ได้ตัวติดกับเขาไปตลอดเสียเมื่อใด แต่สถานการณ์เวลานี้ต่างออกไปนางกลายเป็บ่าวอุ่นเตียงของเขา ต่อให้ไม่อยากเจอแต่ก็ไม่อาจไม่พบหน้ากันไปตลอดได้ ทั้งตัวนางไม่ใช่คนที่จะยอมถอยไปเรื่อยๆ ถ้าเป็เช่นนั้นคงได้อึดอัดใจจนตาย ถึงตัดสินใจพูดคุยกับจิ้งเส้าหวงอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้
“ลืมฐานะของตนเองไปแล้วหรือ เ้าเป็บ่าวอุ่นเตียงคอยฟังเพียงคำสั่งของข้าก็เหมาะสมดีอยู่แล้ว คนเช่นข้าต้องอธิบายบอกเ้าทุกเื่เลยหรือ ถือดีอะไรกัน”
จิ้งเส้าหวงปัดมือของนางออก สบตามองั์ตาคู่งามที่กำลังสั่นไหว ทว่าดวงตาของเขากลับมั่นคงไร้ระลอกคลื่นของอารมณ์เลยแม้แต่น้อย
เขาให้ท้ายส่งเสริมนางในยามนี้ก็เหนือฐานะบ่าวอุ่นเตียงไปมากแล้ว เป็อี้จีจากหอเล็กๆ ทั้งยังมีที่ไปที่มาไม่กระจ่างชัดยังกล้าเรียกร้องอีกหรือ
ไม่เจียมตน ทั้งยังละโมบ
...เป็สตรีที่น่ารังเกียจเสียจริง
[1] เค่อ สิบห้านาที