ปกป้องแปลงผัก (3)
ทักษะใหม่ของกัสนั้นเกิดจากการพัฒนาทักษะกลืนกินแบบเดิมให้มีขนาดที่เล็กลงแต่มีจำนวนที่มากขึ้น
นอกจากนั้นแล้วกัสยังใส่สัญชาตญาณของนักล่าลงไปด้วยทำให้มันมีทั้งความหิวกระหายและสัญชาตญาณในการล่าเหยื่อรวมอยู่ด้วย
เมื่อความหิวผสานกับสัญชาตญาณแห่งการล่าหัวสิงโตสีดำก็กลายเป็นักล่าที่เต็มไปด้วยความหิวกระหายแทน
ทันทีที่ปล่อยมันออกมามันก็พุ่งเข้าไปหาแมลงที่อยู่ในรัศมี 10 เมตรรอบตัวกัสทันที
ความหิวกระหายที่ถูกส่งมาจากพลังของพรกระตุ้นสัญชาตญาณของนักล่าให้รุนแรงมากยิ่งขึ้นหัวสิงโตทั้งห้าพุ่งออกไปราวกับสัตว์ร้าย มันจู่โจมใส่ด้วยคมเขี้ยวที่แหลมคมแล้วบดขยี้แมลงจนแหลกละเอียด
ทว่ากัสไม่ได้สั่งให้พวกมันกินแมลงลงไปเพราะเขาไม่มั่นใจว่าแมลงพวกนี้กินได้หรือไม่ทุกครั้งที่หัวสิงโตกัดแมลงจนแหลก มันจะคายทิ้งและส่งเสียงคำรามที่ไร้เสียงออกมาครั้งหนึ่งแล้วเริ่มต้นการล่าที่ดุดันยิ่งกว่าเดิม
ผลรวมของทักษะมีประสิทธิภาพสูงจนน่าทึ่งแมลงทั้งหมดที่หลุดเข้าไปได้ถูกกัดจนตายในอึดใจโดยที่กัสไม่ต้องขยับตัวแม้แต่ก้าวเดียว
“สุดยอด!! สุดยอดเลยค่ะท่านพี่!!”
“พี่กัสสุดยอดเลย!!”
เสียงเชียร์ของเด็กสาวทำให้กัสกระตุกยิ้มขึ้นมาน้อยๆก่อนจะปั้นหน้าเครียดแล้วะโใส่แบบไม่จริงจังเท่าไหร่
“อย่าเอาแต่พูดสิ!! อย่าประมาท พวกแมลงยังไม่หมด!!”
หลังจากถูกดุน้องสาวทั้งสองก็ยิ้มกว้างแล้วขานรับด้วยท่าทีที่ร่าเริงกว่าเดิมมากจากนั้นหันกลับไปรับมือกับแมลงที่บุกเข้ามาต่อ
จำนวนของแมลงลดลงไปมากเพราะการคำรามของกัสและการใช้หัวสิงโตสีดำทั้งห้าไล่ล่าแมลง
เมื่อทักษะนี้ถูกใช้ออกมาพื้นที่ส่วนในก็กลายเป็เขตหวงห้ามของเหล่าแมลงที่พวกมันไม่อาจบุกเข้าไปได้แม้แต่น้อย
นิโกะที่อยู่แถวในก็ถูกสั่งให้ออกไปช่วยอิจิโกะที่อยู่แถวกลางแทนทำให้การป้องกันของชั้นที่สองแข็งแกร่งขึ้นอีกเล็กน้อย
ทุกคนพยายามฝืนทนต่อสู้กับพวกแมลงที่บุกเข้ามาอย่างสุดกำลังแต่ความอ่อนล้าที่ถาโถมเข้าใส่นั้นทำให้พวกเธออ่อนแรงลงทุกขณะ
การเคลื่อนไหวเชื่องช้าลงมากการลงมือที่เชื่องช้าทำให้ผิดพลาดบ่อยขึ้นเรื่อยๆส่งผลให้แมลงที่หลุดไปถึงตัวกัสได้เพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกขณะ
หัวสิงโตทั้งห้าอาจจะรวดเร็วและดุร้ายแต่มันก็มีแค่ห้าหัวเท่านั้น พวกมันไม่อาจรับมือกับแมลงที่มากเกินไปได้
มีอยู่ครั้งหนึ่งที่แมลงแทบจะหลุดไปถึงผักวิเศษได้แต่ก็ถูกกัสคำรามใส่ในระยะประชิดจนหมดสติเขาถึงได้หยุดมันเอาไว้ได้
ทว่าการคำรามแบบประชิดตัวก็มีผลเสียอยู่มากเช่นกันมันทำให้อิจิโกะกับนิโกะและน้องสาวคนเล็กของเขาซึ่งอยู่ใกล้ตัวเขาที่สุดถึงกับหูอื้อไปชั่วขณะเพราะกัสไม่มีเวลาส่งเสียงเตือนพวกเธอได้
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเลวร้ายมากกว่าเดิมอีกน้องสาวคนเล็กที่หูอื้อเพราะเสียงคำรามถึงกับร้องไห้ออกมาเสียยกใหญ่
เมื่อมีเสียงร้องไห้ดังขึ้นมันก็ราวกับโรคระบาดทำให้นิโกะกับซันโกะพากันร้องไห้ตามไปด้วย
แม้กระทั่งอิจิโกะที่เหมือนพี่สาวคนโตของกลุ่มกับน้องสาวคนโตที่พยายามทำตัวให้เป็ผู้ใหญ่ก็เริ่มส่งเสียงสะอื้นจนตาแดงก่ำขึ้นมา
เสียงร้องของน้องสาวทำให้หัวใจของกัสบีบรัดด้วยความเ็ปเขารู้สึกผิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกที่ฝืนพวกเธอทำเื่ที่ยากลำบากแบบนี้
‘ข้าขอโทษ..แต่ข้าจำเป็ ให้อภัยข้าด้วย’
กัสแทบจะหลั่งน้ำตาออกมาเหมือนกันเมื่อเห็นภาพของน้องสาวที่แม้จะร้องไห้แต่ก็ยังไม่ยอมหยุดมืออิจิโกะกับน้องสาวก็บินอย่างสุดกำลังในสภาพที่บินแทบจะไม่ตรงทาง
น้องสาวคนโตของเขาก็น้ำตานองหน้าแต่ก็พยายามกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้และลงมือด้วยความเร็วที่มากขึ้นจนกัสมองเห็นมือที่แตกจนมีแผลของเธอ
หัวใจของคนเป็พี่ปวดร้าวไปทั้งดวงแต่เขาก็ฝืนตัวเองให้สงบนิ่งเยือกเย็นพลางปลอบโยนตัวเองอยู่ในใจว่านี่คือครั้งแรกและเป็่เวลาที่ยากลำบากที่สุด
‘อดทนอีกนิดเถอะนะ..ถ้าครั้งนี้พวกเราผ่านมันไปได้ครั้งต่อไปจะไม่เป็แบบนี้อีกแล้ว..’
กัสขบฟันแน่นจนเืไหลออกมาจากนั้นก็ยกมือขึ้นเปิดระบบของบันทึกโลกิญญาเพื่อตรวจสอบระยะเวลาที่เหลือ
‘อีก 15นาทีก็จะใส่ปุ๋ยครั้งสุดท้ายได้..ทนอีกแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น’
ดวงตาของกัสเปลี่ยนเป็สีแดงขึ้นมา เขามองไปรอบตัวด้วยท่าทีที่ดุร้ายกลิ่นอายกระหายเืพวยพุ่งออกมาจนทำให้พวกแมลงที่บุกเข้ามาเริ่มชะลอตัวด้วยท่าทีที่หวาดกลัว
ทว่าพวกมันก็ไม่อาจสะกดข่มความ้าตามสัญชาตญาณได้และบุกเข้ามาอีกครั้ง
แม้ผลลัพธ์จะล้มเหลวแต่กัสก็มองเห็นอะไรบางอย่างจากปฏิกิริยาตอบสนองในครั้งนี้ดวงตาของเขาทอประกายออกมาวูบหนึ่งความคิดบางอย่างปรากฏขึ้นมาในใจก่อนจะถูกสลัดทิ้งไปในทันทีเพราะเขาไม่มีเวลามากพอที่จะคิดในตอนนี้
“อุดหูไว้!!”
กัสส่งเสียงะโออกไปอีกครั้งเด็กสาวทุกคนปิดหูทันทีจากนั้นกัสก็สูดลมหายใจแล้วคำรามออกมาอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
คราวนี้แม้จะปิดหูเอาไว้เด็กสาวทุกคนก็ถึงกับหัวสมองหมุนคว้างจนล้มพับลงไปกับพื้นภายในหูของพวกเธอมีเสียงคำรามดังก้องอยู่ภายใน
เสียงที่ได้ยินก็เหมือนจะหายไปทำเอาเด็กสาวทั้งห้าถึงกับลุกไม่ขึ้นไปชั่วขณะ
ส่วนพวกแมลงที่ถูกเสียงคำรามะเิใส่นั้นพวกมันปลิวออกไปรอบทิศทางราวกับสายฝนและตกลงที่นอกแปลงผัก
พริบตาต่อจากนั้นกัสก็ไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีกลิ่นอายกระหายเืพวยพุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่งหัวสิงโตทั้งห้าพุ่งกลับมารวมตัวกันอีกครั้งจนกลายเป็หัวสิงโตขนาดใหญ่
หัวสิงโตที่หลอมรวมเข้าด้วยกันเงยหน้าขึ้นตามการเคลื่อนไหวของกัสและส่งเสียงคำรามที่ดังก้องก่อนจะก้มลงอย่างช้าๆและมองมายังกัสที่ยืนอยู่ใจกลางของแปลงผัก
ดวงตาที่ว่างเปล่าของมันค่อยๆปรากฏความหิวกระหายขึ้นมาภายใน ปากของมันอ้าออกทีละน้อยและอ้ากว้างขึ้นเรื่อยๆจนใหญ่กว่าสิบเมตร
พริบตานั้นหัวสิงโตก็ดิ่งลงมาราวกับอุกกาบาตตกลงใส่จุดที่กัสยืนอยู่แล้วกัดลงอย่างรุนแรง
เสียงดินแตกร้าวดังกราวออกมาจากจุดที่กัสยืนอยู่จนเกิดเป็ฝุ่นควันปลิวว่อนไปทั่วก่อนที่ทุกอย่างจะสงบลงอย่างช้าๆ
ฝูงแมลงที่ถูกส่งออกไปก่อนหน้านี้ก็ค่อยๆบินขึ้นมาอย่างช้าๆ ก่อนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะและเริ่มมีปฏิกิริยาแปลกๆที่ยากจะเข้าใจ
เด็กสาวทั้งห้าในตอนนี้สูญเสียความสามารถในการได้ยินไปชั่วขณะพวกเธอไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยนอกจากเสียงแปลกๆ ที่ดังอยู่ในหู
แต่ถึงจะไม่ได้ยินเสียงพวกเธอก็ยังมองเห็นและตระหนักว่าการเคลื่อนไหวของพวกแมลงเปลี่ยนไป
ฝูงแมลงหยุดการบุกที่บ้าคลั่งแล้วพวกมันเพียงบินวนไปวนมาอยู่รอบๆ แปลงผักราวกับกำลังมองหาอะไรบางอย่าง
บางตัวก็ถูกกลิ่นหอมของดอกไม้ล่อลวงมาจนบินเข้ามารุมล้อมดอกไม้บ้างก็บินเข้าไปหาใบของหัวผักกาดกลิ่นหอมและถูกหนามของแครอทใบหนามขัดขวางจนต้องบินวนไปมาเพื่อหาตำแหน่งที่ไม่มีหนาม
การเคลื่อนไหวที่ผิดปกตินี้ทำให้ทุกคนสับสนและตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ
สายตาของเด็กสาวทุกคนกวาดมองไปรอบๆก่อนจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อมองไปยังจุดที่กัสยืนอยู่
“ท่านพี่!!”
เสียงกรีดร้องของน้องสาวคนโตดังขึ้นด้วยความตระหนกเธออ้าปากค้างมองดูจุดที่กัสยืนอยู่ก่อนหน้านี้และเห็นเพียงหัวสิงโตขนาดใหญ่กองอยู่เพียงเท่านั้น
ความหวาดกลัวประดังขึ้นมาในหัวใจของเด็กสาวจนลืมทุกสิ่งและวิ่งตรงเข้าไปหากัสอย่างร้อนรน
การกระทำของน้องสาวคนโตนั้นดึงดูดสายตาของเด็กสาวคนอื่นได้เป็อย่างดีเมื่อรวมกับความสามารถในการรับฟังที่ค่อยๆ ฟื้นฟูจนได้ยินเสียงย่ำเท้าด้วยความร้อนรนพวกเธอก็สังเกตเห็นความผิดปกติ
“พี่กัส!!”
“ท่านกัส!!”
เหล่าเด็กสาวหวีดร้องด้วยความหวาดกลัวและรีบวิ่งตรงไปยังจุดที่กัสอยู่ทันที
ไม่นานนักพวกเธอก็ไปถึงและมองเห็นหัวสิงโตขนาดใหญ่ที่บัดนี้ใหญ่ยิ่งกว่าเดิมมากนอกจากนั้นมันยังดูแปลกๆทว่าความตื่นตระหนกของพวกเธอทำให้เด็กสาวกลุ่มนี้มองไม่เห็นความผิดปกตินี้เลยสักนิด
“ท่านพี่!! ท่านพี่!! ท่านพี่ตอบข้าด้วย!!”
เสียงร้องเรียกที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวนี้ทำให้ทุกคนยิ่งใจเสียยิ่งกัสไม่ตอบกลับมาก็ยิ่งทำให้พวกเธอหวาดกลัวจนน้ำตาไหล
ทว่าไม่นานนักหัวสิงโตที่ดำมืดก็ค่อยๆโปร่งใสขึ้นทีละน้อยจนมองเห็นกัสที่นั่งอยู่ภายในในสภาพที่มีเืไหลออกมาจากมุมปาก
“ใจเย็น..ข้าสบายดี..ไม่ต้องห่วงตอนนี้รีบฟื้นฟูตัวเองเสียข้าถ่วงเวลาได้ไม่นานนักหรอกเพราะงั้นรีบฟื้นฟูตัวเองเร็วเข้า”
เสียงของกัสนั้นแหบแห้งจนผิดปกติซึ่งทุกคนก็สังเกตเห็นได้และมองเห็นเืที่ไหลออกมาจากปากของกัสด้วยเช่นกัน
ทุกคนตื่นใและหวาดกลัวกับสภาพที่น่ากลัวของกัสจนไม่สามารถทำตามที่กัสสั่งได้
กัสเห็นแบบนั้นก็ยิ้มฝืนๆและส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะเค้นเสียงออกมาเบาๆ เพื่อดุว่าเด็กสาวทั้งห้า
“อย่ามัวแต่ใ!! ข้าไม่ได้เป็อะไรมากแค่ใช้เสียงมากไปคอเลยเจ็บจนเืออกเท่านั้น”
หลังจากพยายามอธิบายอยู่นานสองนานในที่สุดเด็กสาวทั้งห้าก็ยอมเชื่อและหยิบเอากระติกน้ำออกมาดื่มอย่างใจเย็นเพื่อฟื้นฟูพลังของตัวเองให้เร็วที่สุด
กัสเองก็เช่นเดียวกันเขายกกระติกน้ำขึ้นมาดื่มนมลงไปจนหมดแล้วถอนหายใจออกมายาวๆด้วยความพอใจจากนั้นจึงหลับตาลงทำสมาธิเพื่อคงสภาพของหัวสิงโตเอาไว้ให้นานที่สุด
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆเหล่าเด็กสาวก็ค่อยๆ สงบลงและเริ่มมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ดวงตาที่หวาดกลัวในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนไปประหลาดใจเมื่อสังเกตเห็นลักษณะของหัวสิงโตที่ผิดไปจากปกติ
มันดูไม่น่ากลัวเหมือนทุกทีทั้งยังมีขนาดที่ใหญ่โตกว่าเดิมมากโดยเฉพาะส่วนแก้มที่พองกลมจนชวนให้นึกถึงหนูที่กำลังเก็บของกินเอาไว้ในปากของพวกมัน
“ฮะๆ ดูสิ เหมือนหนูเลย”
เสียงหัวเราะของน้องสาวคนเล็กเรียกสายตาของทุกคนให้หันมามองด้วยความแปลกใจไม่นานนักเด็กสาวทุกคนก็แย้มยิ้มและส่งเสียงหัวเราะด้วยความขบขันเมื่อพบว่าหัวสิงโตที่พวกเธอกลัวแสนกลัวนั้นมีสภาพที่น่ารักขนาดไหนในตอนนี้
กัสที่นั่งอยู่ภายในเริ่มหน้าแดงขึ้นมาแต่ก็ยังทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นเพื่อป้องกันไม่ให้โดนถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับหัวสิงโตสีดำ
เหล่าเด็กสาวที่ถูกดึงดูดด้วยความผิดปกติของหัวสิงโตเริ่มพูดคุยกันเบาๆอย่างสนุกสนาน บ้างก็ชี้ไปยังแก้มของสิงโตที่พองออกมาบ้างก็ชี้ให้ดูหูของสิงโตที่ดูเหมือนใบหูของหนูที่ทั้งสั้นทั้งกลมมองดูน่ารักเป็พิเศษ
มองไปมองมาทุกคนก็เริ่มสลายความหวาดกลัวที่มีต่อหัวสิงโตสีดำนี้ไปโดยไม่รู้ตัวและค่อยๆฟื้นฟูพลังขึ้นมาทีละน้อย
ในขณะที่เด็กสาวทั้งห้าพูดคุยกันอย่างสนุกสนานนั้นกัสก็ยกมือขึ้นมามองดูเวลาที่ผ่านไปแล้วหยิบเอาแมลงออกมาเพื่อเปลี่ยนมันให้กลายเป็ปุ๋ย
แมลงทั้งห้าถูกละลายด้วยพลังเวทและหยดลงบนต้นหัวผักกาดแก้วมรกตที่ตอนนี้มีขนาดที่ใหญ่โตและสีสันที่สวยงามมากทีเดียว
ขนาดของหัวที่โผล่ออกมาเหนือดินนั้นใหญ่กว่าฝ่ามือเสียอีกและค่อยๆใหญ่ขึ้นทุกขณะเมื่อของเหลวสีเขียวข้นหยดลงไป
วินาทีนั้นเหล่าเด็กสาวก็ได้ยินเสียงที่ดังขึ้นมาจากรอบทิศทำให้พวกเธอต้องหันไปมองด้วยความใก่อนจะหน้าเปลี่ยนสีเมื่อเห็นฝูงแมลงกว่า 50 ตัวที่โผล่ขึ้นมาและค่อยๆรวมตัวกับฝูงเดิมที่ยังบินวนเวียนอยู่
เมื่อเห็นจำนวนของแมลงที่เพิ่มมากขึ้นอิจิโกะกับน้องสาวก็ส่งสายตาให้กันและบินออกไปในทันที
พวกเธอเหนื่อยและอยากพักมากแล้วแต่พวกเธอก็รู้ดีว่าหากไม่ทำอะไรสักอย่างในตอนนี้ความพยายามที่ผ่านมาของพวกเธออาจจะต้องสูญเปล่า
เมื่อเห็นอิจิโกะกับน้องสาวบินออกไปทั้งที่บินแทบจะไม่ไหวน้องสาวทั้งสองของกัสก็รู้สึกเหมือนว่าพวกเธอกำลังจะแพ้ทำให้ทั้งสองรู้สึกว่ายอมไม่ได้และฝืนตัวเองวิ่งออกไปด้วยเช่นกัน
แมลงที่ถูกล่อลวงให้เข้ามาใกล้ดอกไม้ถูกสองพี่น้องเก็บกวาดไปทีละตัวสองตัว
แม้ว่าจะลงมือได้ช้ากว่าเดิมมากแต่แมลงที่สูญเสียเป้าหมายก็ไม่ได้หลบหนีหรือเปลี่ยนเป้าหมายไปที่อื่นทำให้พวกเธอจับได้ง่ายมาก
เช่นเดียวกับอิจิโกะกับน้องสาวที่ไล่ตามแมลงทั้งฝูงได้ไม่ยากเพราะพวกมันบินไปมาแบบไม่มีจุดหมายเนื่องจากผักวิเศษถูกซ่อนเอาไว้ในปากของสิงโตสีดำ
สิ่งที่กัสทำอยู่ในตอนนี้คือการกระตุ้นพลังของพรให้แสดงออกมาในรูปแบบพิเศษโดยอาศัยพลังของสายเืมาร่วมด้วยจนกลายเป็ทักษะอีกรูปแบบที่ก้ำกึ่งระหว่างการกินและคายซึ่งกัสเรียกมันว่าการอม
มันเป็ทักษะรูปแบบหนึ่งของเผ่าหนูที่มักจะอมอาหารเอาไว้ในแก้มของตัวเองเพื่อเก็บไว้กินในตอนที่หิวหรือใช้ในการเคลื่อนย้ายอาหารจำนวนมากที่หาเจอ
ภาพลักษณ์ของทักษะนี้ค่อนข้างที่จะน่าอายอยู่บ้างแต่ปัญหาที่ทำให้กัสไม่ใช้มันแต่แรกนั้นไม่ใช่เื่นี้แต่อย่างใดแต่เป็ความหิวที่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่อมต่างหาก
ยิ่งความหิวโหยรุนแรงมากขึ้นเท่าไหร่การควบคุมมันก็ยากมากขึ้นเท่านั้นและถ้าเขาควบคุมมันไม่ได้ขึ้นมาเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับบลูไซต์ก็อาจจะเกิดขึ้นอีกครั้ง
นี่เป็เหตุผลที่ทำให้กัสไม่กล้าที่จะใช้ทักษะนี้เพราะมันกระตุ้นความหิวโหยของเขาอยู่ตลอดและเป็การกระตุ้นที่รุนแรงมากซึ่งอาจจะทำให้เขาสูญเสียสติเพราะความหิวได้ตลอดเวลา
ภายในหัวสิงโตสีดำกัสมองเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายนอกเขามองเห็นสิ่งที่อิจิโกะกับน้องสาวทำและเห็นความมุ่งมั่นของน้องสาวทั้งสอง
รอยยิ้มของเขายกสูงขึ้นก่อนจะสงบลงและเริ่มปิดตาลงเมื่อความรู้สึกหิวกระหายทวีความรุนแรงขึ้นจนยากจะควบคุม
‘อดทนไว้..อีกชั่วโมงเดียวเท่านั้น’
ปุ๋ยครั้งสุดท้ายถูกใส่ลงไปแล้วในตอนนี้เหลือเพียงรอเวลาให้ผักวิเศษเติบโตขึ้นใน 1 ชั่วโมงนี้เท่านั้นขอเพียงผ่านพ้นชั่วโมงนี้ไปหัวผักกาดแก้วมรกตก็พร้อมที่จะเก็บเกี่ยว
ถึงตอนนั้นแมลงทั้งหมดก็จะจากไปโดยที่พวกเขาไม่ต้องกลัวว่ามันจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาพยายามสร้างขึ้นมา
กัสอดทนฝืนทนต่อความหิวโหย อดทนต่อความแสบร้อนในกระเพาะอาหารและเสียงท้องร้องที่ดังออกมาไม่ได้หยุด
เขากลืนน้ำลายลงไปหลายต่อหลายครั้งลมหายใจค่อยๆ ทวีความเร่งร้อนมากยิ่งขึ้นสัญชาตญาณของอสูรเริ่มเดือดพล่านราวกับสัตว์ร้ายที่หิวกระหายจนถึงขีดสุด
ดวงตาของกัสกลายเป็สีแดงเืความหิวโหยพุ่งทะยานจนแทบถึงขีดสุด พลังในร่างกายเดือดพล่านจนเนื้อตัวแดงก่ำร่างกายก็ขยายใหญ่ขึ้นอีกเล็กน้อยเพราะการตื่นตัวของสายเือสูร
ความหิวกระหายทำให้ลมหายใจของกัสร้อนผ่าวความ้าที่ไร้จุดสิ้นสุดนี้ทำให้ดวงตาของกัสแดงฉานจนมองเห็นทุกสิ่งเป็สีแดงจนหมด
‘แย่ละ..สติจะไปแล้ว..ต้องหาอะไรกินก่อน..’
กัสพยายามสะกดลมหายใจที่เร่งร้อนเอาไว้อย่างสุดกำลังจากนั้นก็หยิบเอาของกินที่พกติดตัวออกมากินทีละคำๆพยายามฝืนไม่ให้ตัวเองกลืนเนื้อลงไปทั้งก้อน แต่ค่อยๆ กัดกินทีละนิดๆด้วยความพยายามที่จะกินให้ช้าที่สุด
ทว่าความเร็วในการกินของกัสก็มีแต่จะเพิ่มขึ้นโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดจากเดิมที่กัดหลายสิบครั้งกว่าเนื้อจะหมดไปก้อนหนึ่ง ก็ลดลงอย่างรวดเร็วจนกลายเป็การกัดเพียงไม่กี่ครั้งก็หมดจนกระทั่งกลืนมันลงไปทีเดียวทั้งก้อนโดยไม่รู้ตัว
ในหัวของกัสเหลือแต่คำว่ากินคำว่ากิน กิน กิน ลอยอยู่เต็มหัวของเขาไปหมดความหิวโหยก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจนแทบจะควบคุมสติไม่อยู่
ดวงตาที่แดงก่ำของกัสมองดูเวลาที่ผ่านไปอย่างช้าๆทีละวินาทีๆ จนถึงตอนนี้ก็ยังผ่านไปเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น
‘เร็วเข้า!! เร็ว!! เร็ว!!!’
จากคำภวนาให้เวลาผ่านไปเร็วๆก็แทบจะกลายเป็เสียงคำรามที่ดังออกมาจากปากของกัสทำเอาเด็กสาวทั้งห้าถึงกับสะดุ้งด้วยความใ
พอพวกเธอหันกลับไปก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อพบว่าสภาพของกัสในตอนนี้น่ากลัวขนาดไหน
โดยเฉพาะน้องสาวทั้งสองที่ได้เห็นเหตุการณ์ในวันนั้นที่กัสกินบลูไซต์เข้าไปด้วยปากของเขาภาพของเนื้อสดๆ ที่ถูกกัดจนหลุดออกไปชิ้นใหญ่ ภาพของเงามายาที่ปรากฏขึ้นมารางๆและภาพของบลูไซต์ที่หายไปครึ่งหนึ่งในพริบตา
“ม..ไม่นะ!! ท่านพี่..ไม่เอาแบบนั้น!!”