EP 4 — ััระนาด
(POV : ริน)
หลังจากเสียงแรกของ สุบรรณมรณะ ดังขึ้น...ความเงียบก็เข้าปกคลุมบ้าน
มันไม่ใช่ความเงียบสงบ แต่เป็ความเงียบที่ หนาหนัก เหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นเราออกจากโลกภายนอก
ตฤณยังคงยืนนิ่งอยู่ข้างระนาด ใบหน้าของเขาซีดเผือด แต่ดวงตาของเขา...เต็มไปด้วยความมึนเมา
เขาไม่ได้สนใจเสียงร้องไห้ของเด็กที่แฝงมากับเสียงแก้วแตกนั้นเลย
เขาได้ยินแค่ ความสมบูรณ์แบบ
“ริน...คุณได้ยินไหม?” เขาถามฉัน
เสียงของเขาไม่ได้ถามเพื่อขอคำยืนยัน แต่เพื่อ อวดอ้าง
“ได้ยินค่ะ” ฉันตอบด้วยเสียงที่สั่นเครือ
“มันไม่ใช่แค่เสียงระนาด ตฤณ...มันเหมือนมีคนถูกขังอยู่ในนั้น”
เขาไม่ฟัง
เขาค่อย ๆ วางไม้ระนาดลงบนผ้ากำมะหยี่อย่างทะนุถนอม
ราวกับว่าไม้ระนาดคู่นั้นคือ อวัยวะที่สำคัญที่สุด ของเขา
“มันคือ เสียงของครูบาอาจารย์ ที่อุทิศชีวิตให้กับดนตรี” ตฤณพูด
“อาจารย์พิศาลบอกว่ามันบันทึกทุกสิ่งไว้...ความเ็ป, ความหิวโหย, ความรักที่ไม่มีใครเข้าใจ”
ฉันมองไปที่ผืนระนาดโบราณนั้นอีกครั้ง
มันถูกทำความสะอาดแล้ว แต่มันยังคงทิ้งความรู้สึกเหมือนมี คราบเืแห้ง ติดอยู่
ฉันเดินเข้าไปใกล้ระนาด
เม็ดระนาดทุกเม็ดถูกขัดเงาจนสะท้อนแสงไฟจากหลอดเพดาน
ฉันยื่นมือออกไปััที่เนื้อไม้
เย็น
ความเย็นนั้นไม่ได้มาจากอุณหภูมิของห้อง แต่มันมาจาก ภายใน ของไม้
มันเย็นะเืเหมือนกับการแตะหินอ่อนในสุสานเก่าแก่
ฉันดึงมือกลับทันที
และในจังหวะที่ฉันก้มลงมองผืนระนาดที่สะท้อนแสงนั้น...
ฉันเห็น เงา
ไม่ใช่เงาของฉันที่สะท้อนอยู่บนผืนระนาด
แต่เป็ เงาของผู้ชายคนหนึ่ง ที่นั่งคุกเข่าอยู่ด้านหน้า
เขาเป็ชายสูงวัย สวมชุดไทยโบราณ
เขากำลังก้มหน้าลง...และ มือของเขากำลังสั่นอย่างรุนแรง
ฉันหันขวับไปมองรอบ ๆ ห้อง—ไม่มีใครอยู่
มีแค่ฉันกับตฤณ
“ตฤณ...คุณมาอยู่ข้างหลังฉันั้แ่เมื่อไหร่?” ฉันถามอย่างใจหาย
“ผมอยู่ตรงนี้ตลอด” ตฤณตอบอย่างรำคาญ “คุณเป็อะไร? ดูประสาทไปแล้วนะริน”
ฉันไม่ตอบ แต่ชี้ไปที่ผืนระนาด
“มองดูดี ๆ ตฤณ...มองไปที่เงาสะท้อนในเม็ดระนาด”
ตฤณยื่นหน้าเข้าไปใกล้
“ผมเห็นแค่ผม...กับแสงไฟ”
เขาไม่เห็น!
ฉันรู้สึกเหมือนโลกกำลังพลิกกลับ
สิ่งที่ฉันเห็นนั้นชัดเจนมาก—เงาของชายโบราณผู้นั้น กำลังเงยหน้าขึ้นมามองฉันจากผืนระนาด
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วย ความทรมาน ที่ถูกบีบอัด...และริมฝีปากของเขากำลังพยายามจะ เปล่งเสียง
“ช่วย...ด้วย...”
เสียงนั้นไม่ได้ดังออกมาจากอากาศ แต่ดังขึ้นใน โสตประสาท ของฉันอย่างรุนแรง
ฉันผงะถอยหลังชนกับกำแพง
นี่คืออาถรรพ์ที่แท้จริง
ตฤณจับแขนฉันไว้
“ริน! คุณต้องใจเย็น ๆ สิ! นี่มันคือโอกาสของผม! อย่าทำให้มันดูแย่!”
“นี่ไม่ใช่โอกาส ตฤณ!” ฉันตะคอกกลับ
“นี่มันคือ หลุมพราง! คุณไม่เห็นความเ็ปที่ถูกขังอยู่ในนั้นเหรอ? ระนาดนี้มัน มีชีวิต และมันกำลังจะ กลืนกิน คุณ!”
ฉันพยายามดึงเขาให้ห่างจากระนาด แต่เขายืนกรานที่จะอยู่กับมัน
“ผมไม่สนว่ามันจะมาจากที่ไหน” ตฤณพูด
แววตาของเขามีความมืดมัวที่น่ากลัวปรากฏขึ้น “สิ่งที่ผมสนคือ เสียง ที่มันจะให้ผมได้
ตอนนี้ผมได้มันมาแล้ว...ผมจะแสดงให้โลกเห็นว่าความสมบูรณ์แบบคืออะไร”
เขาเดินกลับไปที่ระนาด
แตะไม้ลงบนเม็ดระนาดเบา ๆ
และในครั้งนี้...ไม่มีเสียงแก้วแตก มีเพียง เสียงระนาดที่ไพเราะราวกับเสียง์
แต่...
มันเป็เสียงที่เศร้าโศกที่สุดที่ฉันเคยได้ยินมา
เหมือนกับมีใครกำลัง บอกลา โลกนี้ด้วยความรักและความทุกข์ระทมที่เท่ากัน
ฉันมองไปที่ตฤณ
เขาเริ่มบรรเลง
แต่ฉันเห็น นิ้วมือของเขาเริ่มชา
เขาเล่นอย่างรวดเร็วและแม่นยำ แต่นิ้วของเขาไม่ได้เต้นรำ
มันกำลัง เคลื่อนที่
ราวกับมี แรงแม่เหล็ก ดึงดูดให้มือของเขาต้องตีลงบนผืนระนาดตามโน้ตที่ถูกกำหนดไว้แล้ว
และในขณะที่เขาเล่นไปเรื่อย ๆ
ฉันเห็นร่องรอยเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นที่ ปลายนิ้ว ของตฤณ
มันเป็รอยแตกจาง ๆ...เหมือนกับ รอยร้าวที่อยู่ในเนื้อไม้ระนาด...?!
(โปรดติดตามตอนต่อไป)