
ตอนที่6 สินทรัพย์ค้ำประกัน
จัสมินก้าวเข้าไปในห้องทำงานขนาดใหญ่ด้วยหัวใจที่เต้นระรัวอยู่ในอก รู้สึกได้ชัดเจนว่ามือของเธอเย็นเฉียบ มาเฟียหน้าหล่อคนนั้นนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานจ้องมองมายังเธอ เขาดูราวกับพระาาที่กำลังนั่งมองเธออยู่บนบัลลังก์ทองคำ และเธอก็เปรียบเสมือนนักโทษที่รอคำตัดสินชี้เป็ชี้ตายจากเขา
“ไม่คิดว่าเราจะพบกันเร็วขนาดนี้”
ดิมิทรีเป็ฝ่ายกล่าวทักทายเธอก่อน
“ฉัน… คือว่า ฉันมาเพื่อต่อรองค่ะ”
จัสมินแทบจำน้ำเสียงของตัวเองไม่ได้ ต่อหน้าเขาลำพังสองต่อสองภายในห้องนี้ทำให้เธอประหม่า เธอไม่เคยพบเจอผู้ชายแบบดิมิทรีมาก่อน แน่นอนว่าเขาดูแตกต่างจากผู้ชายทุกคนที่เธอเคยรู้จัก ต่างจากผู้ชายหลายๆ คนที่พยายามเข้ามาสานความสัมพันธ์กับเธอ มันเป็ความแตกต่างที่โดดเด่นชัดเจน ที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือเขาทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ
“เดี๋ยวนะ!”
มาเฟียหนุ่มยกนิ้วชี้ขึ้น ครู่เดียวประตูห้องซึ่งอยู่ข้างๆ ของจัสมินก็เปิดออก มีผู้หญิงหน้าตาสะสวยคนหนึ่งเดินนวยนาดออกมาจากห้องนั้น
“…”
จัสมินอ้าปากตาค้าง เพราะเธอจำผู้หญิงคนนี้ได้ดี หล่อนเป็นางแบบรุ่นพี่ที่โด่งดัง หล่อนค่อนข้างถือตัว เย่อหยิ่ง หลายต่อหลายคนให้ฉายาหล่อนว่าเ้าหญิงแห่งวงการนางแบบ
วาเนสซ่า! นางแบบรุ่นพี่แต่งกายไม่ค่อยจะเรียบร้อยสักเท่าไหร่ บ่งบอกว่าเธอรีบร้อนที่จะยัดเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพงเข้าไปสวมใส่ วาเนสซ่ามองจ้องเธอเขม็ง ในดวงตาของหล่อนกำลังยิ้มเยาะให้จัสมิน
“ดิฉันขอตัวกลับก่อนนะคะคุณดิมิทรี หวังว่าโอกาสหน้าเราสองคนจะได้พบกันอีก”
กริยาของหล่อนยั่วยวนและมีความหวังอยู่ในที ต่างจากผู้ชายหลังโต๊ะที่ดูเหมือนไม่ค่อยจะยินดียินร้ายกับเธอสักเท่าไหร่
“ขอโทษนะครับ ผมเกรงว่ามันคงไม่เกิดขึ้นอีก เชิญครับตอนนี้ผมมีแขก คุณเกรเกอร์จะจัดสิ่งของตอบแทนและให้คนขับรถไปส่งคุณ”
ดิมิทรีตอบวาเนสซ่าอย่างเ็า จนจัสมินเห็นความเย่อหยิ่งในดวงตาคู่สวยของรุ่นพี่นางแบบหายวับไป หล่อนยิ้มออกมาฝืนๆ เชิดหน้า ริมฝีปากบางสั่นเทา
“ขอบคุณค่ะ”
วาเนสซ่าตวัดหางตามองจัสมิน แม้นแต่นางพญาที่เชิดฉายบนเวที นางแบบที่จัดว่ามีชื่อเสียงระดับโลกอย่างเวเนสซ่ายังกลายเป็แค่ของกินฆ่าเวลาสำหรับผู้ชายคนนั้น จัสมินไม่ใช่เด็กสาวไร้เดียงสา เธอพอจะเดาได้ว่าระหว่างดิมิทรีกับวาเนสซ่ามีกิจกรรมเข้าจังหวะกัน ก่อนหน้าที่เธอจะมาขอพบเขา
“นั่งก่อนสิ”
เ้าของห้องผายมือไปที่โต๊ะรับแขกสุดหรู
“ขอบคุณค่ะ”
จัสมินเดินไปนั่งตามที่เขาบอก โดยมีดิมิทรีลุกเดินตามเธอมาติดๆ เขานั่งตรงข้ามกับเธอแล้วยกขาขึ้นไขว่ห้าง
“ฉัน… เอ่อ”
“ใช่ คุณเข้ามาขัดจังหวะความสุขของผม คุณจัสมิน” ยังไม่ทันที่จัสมินจะพูดจบประโยค ดิมิทรีก็สวนขึ้นมาเหมือนกับอ่านใจเธอออก นั่นทำให้หญิงสาวหน้าแดงจัด
“และผมหวังว่าการมาของคุณจะทำให้ผมมีความสุข ชดเชยกับที่คุณเพิ่งทำให้ของเล่นของผมชิ้นหนึ่งต้องหลุดมือไป… ก่อนเวลา” คิ้วเข้มข้างหนึ่งยกขึ้น
ของเล่นงั้นเหรอ? ของเล่นที่เขาว่าคงหมายถึงวาเนสซ่าสินะ ไอ้คนเลว จัสมินด่าทอผู้ชายตรงหน้าอยู่ในใจ
“ฉันอยากจะมาขอเวลาคุณสักหน่อยน่ะค่ะ ได้โปรดฟังฉันก่อนนะคะ คือฉันอยากจะขอผ่อนใช้เงินก้อนที่พ่อเลี้ยงและคุณแม่ของฉันกู้ยืมคุณมา ฉันทำงานเป็นางแบบซึ่งข้อนั้นฉันคิดว่าคุณคงรู้ดีอยู่แล้ว ปีหนึ่งฉันมีรายได้ที่ค่อนข้างดี ฉันเลยคิดว่าจะผ่อนหนี้ก้อนนี้ให้คุณเป็รายปีน่ะค่ะ ฉันลองคำนวณจากหนี้ทั้งหมดไม่เกินห้าปีฉันต้องให้หนี้ก้อนนี้ให้คุณหมดแน่”
หญิงสาวเอ่ยขึ้น มือของเธอกุมแน่นอยู่บนตัก
“ไม่” ดิมิทรีส่ายหน้า
“ผมไม่มีเวลาให้คุณมากขนาดนั้น”
“ฉันรับรองว่าไม่เบี้ยวคุณแน่นอนค่ะ”
“ผมไม่ได้กลัวว่าคุณจะเบี้ยว เพราะไม่ว่าคุณจะหนีไปอยู่ตรงไหนของโลก คนของผมก็จะตามตัวคุณจนพบ”
คิ้วเรียววิ่งชนกันเป็ปม สีหน้าของเธออยู่ในอารมณ์เครียดอย่างเห็นได้ชัด
“ผมว่าผมมีข้อเสนอที่ดีต่อเราทั้งสองฝ่าย”
ดิมิทรีกล่าวขึ้น สายตาคมกริบมองสำรวจเธออย่างหยาบคาย ราวกับเธอเปลื้องผ้าอยู่ต่อหน้าของเขา การมองด้วยสายตาแบบนี้ทำให้หญิงสาวรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ
“ข้อเสนออะไรคะ”
“คุณต้องมาทำงานให้ผมเป็เวลาสี่ปี แล้วหนี้สินทั้งหมดของพ่อเลี้ยงและแม่ของคุณเป็อันว่าหายกัน โดยระหว่างนี้คุณต้องอยู่สายตาของผมตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เงินก้อนหนี้มันมหาศาลและคุณจะต้องใช้ตัวเองเป็สินทรัพย์ค้ำประกัน”
“อะไรนะคะ”
“ผมไม่มีเวลามานั่งคุยทั้งวันหรอกนะสาวน้อย พ่อเลี้ยงกับแม่ของคุณกำลังรอการตัดสินใจของคุณอยู่ อีกสิบนาทีเกรเกอร์จะมาพบคุณพร้อมกับเอกสารสัญญาระหว่างผมกับคุณ ตัดสินใจซะ”
ดิมิทรีลุกขึ้นและเดินออกไปจากห้อง ปล่อยให้หญิงสาวนั่งตัวแข็งทื่ออยู่ในห้องเพียงลำพัง ขอบตาของเธอร้อนผ่าว อ้าปากสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เนื่องจากรู้สึกเหมือนเธอจะเป็ลม ผู้ชายคนนั้นเสนอหนทางเพียงหนึ่งเดียวให้เธอเดิน และเธอก็ไม่สามารถปฏิเสธมันได้เลย