บทที่ 15 003
จ้าวคงเฉิงรู้สึกเหมือนตนเองจะะเิ
“ฉัน! นายยังถามฉันอีกเหรอว่าฉันเป็ใคร? ฉันคือผู้บริสุทธิ์ที่ถูกนายหลอกให้เชื่อใจและต้องทนหนาวอยู่ข้างนอกทั้งคืนไงเล่า!”
จ้าวคงเฉิงจับมือหลินชีเยี่ยไว้แน่น ราวกับเป็คุณลุงผู้บริสุทธิ์ที่กลัวแฟนหนุ่มจะถูกคนอื่นแย่งไป “ฉันบอกนายไว้เลยนะ อย่ามาแสร้งทำเป็ไม่รู้จักฉัน วันนี้นายหนีไม่รอดแน่!”
หลินชีเยี่ยมองแขนตัวเองที่ถูกจับอย่างแ่า ก่อนจะยอมแพ้ต่อการดิ้นรนอันไร้ประโยชน์ และยอมจำนนต่ออีกฝ่าย
“ก็ได้ คุณว่ามา อยากคุยกันที่ไหน?”
“ตามฉันมา”
จ้าวคงเฉิงเกี่ยวแขนหลินชีเยี่ย ก้าวเท้าไปยังทิศทางที่ไม่รู้จัก...
ทันใดนั้นสีหน้าของหลินชีเยี่ยพลันแปรเปลี่ยน ยามเห็นว่าตนกำลังเข้าใกล้โรงแรมสำหรับคู่รัก เขาจึงพยายามดึงมือหนีแต่กลับไร้ผล!
ทว่าจ้าวคงเฉิงไม่ยอมให้เขามีโอกาสนั้นเลย กลับมือจับเขาไว้แ่า ลากเข้าไปในโรงแรมอย่างไม่ใยดี
“คุณ… คุณจะทำอะไร? บอกไว้ก่อนเลยนะ ผมเป็ริดสีดวง คุณอย่ามายุ่งกับ...!”
“...พวกเด็กมัธยมนี่คิดอะไรกันอยู่ในหัวน่ะ? แค่หาที่คุยกันก็เท่านั้นเอง”
“คุยกันต้องมาที่โรงแรมคู่รักด้วยเหรอ? คุณไม่เห็นสายตาคนอื่นระหว่างทางเหรอ? ผมอับอายจะแย่อยู่แล้ว!”
“นายจะรู้อะไร ฉันเลือกที่นี่เพราะมันปลอดภัยต่างหาก ที่พานายมาไม่ได้มีเจตนาอื่น อีกอย่างฉันดู… เหมือนคนแบบนั้นเหรอ?!”
จ้าวคงเฉิงกลอกตา พลางลากหลินชีเยี่ยที่ดิ้นรนเข้าไปที่เคาน์เตอร์ ส่งสายตาหวานเยิ้มให้พนักงานหญิงที่กำลังอ้าปากค้าง
“ห้องเตียงคู่ธีมความเร่าร้อนหนึ่งห้อง ขอบคุณครับ”
หลินชีเยี่ย “...”
พนักงานหญิงตกตะลึงกับบทสนทนา หลังจากสมองค้างไปชั่วครู่ เธอก็หน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น!
“ได้เลยค่ะ คุณผู้ชาย รบกวนขอตรวจบัตรประจำตัวของคุณ และก็… คุณน้องชายคนนี้ด้วยค่ะ ขออนุญาตตรวจบัตรประจำตัวด้วยนะคะ”
หลินชีเยี่ยที่ถูกบังคับให้ส่งบัตรประจำตัว มองพนักงานหญิงที่ตื่นเต้นอย่างสงสัย ไม่รู้ว่าเธอกำลังจินตนาการสิ่งใดอยู่ในหัว…
แต่นั่นก็ไม่ใช่ความผิดของเธอ ใครจะไปคิดว่าตอนตีสาม ชายวัยกลางคนหนึ่งลากเด็กหนุ่มมาเปิดห้องที่โรงแรมคู่รัก แถมยังเป็ห้องชุดความเร่าร้อนอีกต่างหาก บอกว่าจะมาคุยกัน… ใครจะไปเชื่อล่ะ?!
“นี่คือคีย์การ์ดห้องค่ะ ห้อง 3966 ขอให้ทั้งสองท่าน… พักผ่อนอย่างมีความสุขนะคะ!” พนักงานหญิงพูดพร้อมกับยิ้มให้หลินชีเยี่ยอย่างเ้าเล่ห์
หลินชีเยี่ยกำหมัดแน่น
“ยืนเซ่ออยู่ทำไม ตามฉันมาได้แล้ว” จ้าวคงเฉิงเอ่ยพร้อมกับลากหลินชีเยี่ยไปที่ลิฟต์
เมื่อเสียบคีย์การ์ดเข้าไปในห้อง หลินชีเยี่ยผู้บริสุทธิ์ก็ได้เห็นสิ่งอำนวยความสะดวกแปลก ๆ มากมายเต็มไปหมด พลันตระหนักได้ว่า พวกคนรวยเล่นอะไรแปลก ๆ ขนาดนี้เลยเหรอ...
สมกับเป็ความเร่าร้อนจริง ๆ!
จ้าวคงเฉิงล็อกประตูห้อง ก่อนจะปล่อยมือหลินชีเยี่ย แล้วเดินตรงไปนั่งที่ขอบเตียงนอนไฟฟ้า ร่างกายที่แข็งทื่อมาทั้งวันก็ได้ผ่อนคลายลงเสียที
“อย่าเครียดขนาดนั้นสิ แค่คุยกันเฉย ๆ” จ้าวคงเฉิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ยามเห็นสีหน้าหวาดระแวงของหลินชีเยี่ย
หลินชีเยี่ยถอนหายใจ นั่งลงบนโซฟาข้างประตู “คุณอยากคุยอะไรกับผม?”
“แน่นอนว่าต้องเป็เื่ของนายสิ”
“หลินชีเยี่ย เพศชาย อายุ 17 ปี โสด ส่วนสูง 175 น้ำหนัก…”
“ฉันไม่ได้หมายถึงเื่พวกนี้นะ” จ้าวคงเฉิงยกมือทาบหน้าผาก มืออีกข้างชี้ไปที่ดวงตาของหลินชีเยี่ย “ฉันกำลังหมายถึงดวงตาของนาย”
หลินชีเยี่ยตกอยู่ในความเงียบ
“นายเคยเจอมิคาเอลใช่ไหม?”
เมื่อได้ยินวาทะนี้ ร่างของหลินชีเยี่ยสั่นเทาเล็กน้อย ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะผงกศีรษะเบา ๆ
อย่างที่คิด... ชายผู้นี้น่าจะรู้อะไรหลายอย่าง และเื้ัของเขา… คงไม่ธรรมดาเช่นกัน!
คำพูดนี้ยังเปิดเผยข้อมูลสำคัญให้กับหลินชีเยี่ย นั่นคือ ทูต์เซราฟที่เขาพบเมื่อสิบปีก่อน ที่แท้ก็คือมิคาเอล าาแห่งทูต์
เมื่อเห็นหลินชีเยี่ยพยักหน้า จ้าวคงเฉิงก็รู้สึกโล่งใจ สายตาที่มองหลินชีเยี่ยค่อย ๆ ร้อนแรงขึ้น
“ทำไมพระองค์ถึงมาหานาย? พระองค์บอกอะไรบ้าง? ตอนนี้นายใช้ผนึกต้องห้ามได้ถึงขั้นไหนแล้ว?”
คำถามของจ้าวคงเฉิงราวกับะุปืนใหญ่ที่ยิงออกมาอย่างต่อเนื่อง หลินชีเยี่ยขมวดคิ้วพลางส่ายหน้า
“คำถามของคุณมันเยอะเกินไป”
จ้าวคงเฉิงเพิ่งตระหนักได้ว่าตนเสียมารยาทไปบ้าง จึงหัวเราะแห้ง ๆ “ก็นะ ตอนนี้นายคงมีคำถามอยู่ในใจมากมาย งั้นฉันจะอธิบายให้นายก่อนแล้วกัน อยากรู้อะไรก็ถามมาเลย”
หลินชีเยี่ยใคร่ครวญสักพัก ก่อนจะจ้องตาจ้าวคงเฉิง แล้วถามคำถามแรก “ในโลกนี้… มีเทพเ้าในตำนานจริง ๆ หรือ?”
“มี” จ้าวคงเฉิงพยักหน้าอย่างไม่ลังเล “แต่ไม่ใช่เทพเ้าทุกองค์ที่จะมีอยู่จริง”
“หมายความว่ายังไง?”
จ้าวคงเฉิงครุ่นคิดราวกับกำลังไต่ตรองว่าจะเริ่มเล่าจากตรงไหนดี “นายคิดว่า ตำนานปรัมปราคืออะไร?”
หลินชีเยี่ยตรึกตรอง “เป็ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนโบราณ? หรือเป็ความกลัวและจินตนาการต่อพลังอำนาจที่ไม่รู้จักของธรรมชาติ?”
“นายพูดถูกแล้ว” จ้าวคงเฉิงพยักหน้า “จนถึงร้อยปีก่อน ทุกคนล้วนคิดแบบนั้น”
"ร้อยปีก่อน?"
“ใช่แล้ว ก่อนที่หมอกนั่นจะปรากฏขึ้น ไม่เคยมีร่องรอยของเทพเ้าปรากฏขึ้นบนโลกนี้เลย” จ้าวคงเฉิงหรี่ตาลงเล็กน้อย “ทว่า นับั้แ่หมอกหนาที่ปกคลุมโลกนี้ปรากฏขึ้น ทุกอย่าง… ดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไป”
“เดือนกันยายน ปี 1922 หนึ่งปีหลังจากที่หมอกปรากฏ ทีมสำรวจหมอกหน่วยหนึ่งของต้าเซี่ยได้สังเกตเห็นัขนาดมหึมาบินอยู่บนท้องฟ้าอย่างเชื่องช้า ตรงบริเวณร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนา*[1] นั่นเป็ครั้งแรกในประวัติศาสตร์มนุษยชาติที่ได้พบเห็นสิ่งมีชีวิตในตำนาน”
“หลังจากการวิจัยและตรวจสอบแล้ว พบว่าัตัวนั้นคือ เลวีอาธาน ัแห่งความโกลาหลในพระคัมภีร์ไบเบิล ตามตำนานกล่าวว่ามันเป็สิ่งมีชีวิตที่พระเ้าสร้างขึ้น การค้นพบัตัวนี้ได้พลิกโฉมความรู้ความเข้าใจของชนชั้นสูงแห่งต้าเซี่ย พวกเขาตระหนักว่า นับั้แ่หมอกนี้ปรากฏขึ้น โลกพลันแปรเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว”
“ในตอนนั้น หมอกเพิ่งจะปรากฏขึ้น ทั้งต้าเซี่ยต่างตกอยู่ในความหวาดกลัว ชนชั้นสูงจึงปกปิดผลการสำรวจครั้งนี้ไว้เพื่อความมั่นคงของประเทศ”
“ส่วนัแห่งความโกลาหลเลวีอาธาน เป็สิ่งมีชีวิตในตำนานชนิดแรกที่มนุษย์พบเห็น ชนชั้นสูงแห่งต้าเซี่ยจึงกำหนดรหัสให้เป็ 001และสิ่งมีชีวิตในตำนานที่ค้นพบในภายหลังก็จะกำหนดรหัสต่อเนื่องกันไป”
“ทูต์เซราฟมิคาเอลที่นายเห็นก็คือสิ่งมีชีวิตในตำนานชนิดที่สามที่มนุษย์พบเห็นในปี 1928 มีรหัส 003”
“ปี 1928?” หลินชีเยี่ยตกตะลึง “ตอนนั้นเรายังไม่มีเทคโนโลยีในการไปดวงจันทร์ไม่ใช่เหรอ? แล้วพวกเขาเจอทูต์เซราฟบนดวงจันทร์ได้ยังไง?”
“ไม่ใช่เราที่ไปหาพระองค์” จ้าวคงเฉิงส่ายหน้า “เดือนมีนาคม ปี 1928 มีประกายดาบสีทองพุ่งออกมาจากดวงจันทร์ ทะลุผ่านจักรวาล ผ่าูเาไฟขนาดใหญ่ในอเมริกาเหนือราบเป็หน้ากลอง ซึ่งตอนนั้นเองที่เราได้รู้ว่าบนดวงจันทร์ยังมีเทพเ้าอยู่”
"อเมริกาเหนือ? ที่นั่นมีอะไรหรือ?"
"หลังจากนั้น หน่วยสำรวจของเราใช้เวลาหนึ่งปีเต็มในการเดินทางไปถึงูเาไฟลูกนั้น ท่ามกลางซากปรักหักพัง ได้ค้นพบเทพเ้าหมายเลข 004 ที่ถูกผนึกไว้ในผนึกเทวะ..."
จ้าวคงเฉิงชะงักครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ “เทวทูตตก์ ลูซิเฟอร์”
[1] ร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนา เป็ชื่อธรณีวิทยาทางทะเลของร่องลึกก้นสมุทรที่ลึกที่สุดในโลก อยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก