หลังจากที่เทพจื่อหลันจากไปได้ไม่นาน แมวน้อยสีขาวขนปุยที่กำลังเลียขนทำความสะอาดตัวเองอยู่พร้อมกับครุ่นคิดถึงภารกิจที่ตัวเองต้องทำเพื่อให้กลับมาเป็มนุษยได้ แมวน้อยที่ไม่ทันได้ระวังตัวอะไร
เงาร่างหนึ่งที่กำลังเคลื่อนตัวอย่างเร่งรีบร่างนั้นคือบุรุษหนุ่มชุดคลุมยาวสีฟ้าน้ำเงินเข้ม มีลวดลายปักเส้นทองอย่างประณีตตอนนี้เขามาอยู่ด้านหลังของเ้าแมวน้อยแล้ว พร้อมเตรียมตัวตะครุบจับแมวน้อยขนปุยสีขาวที่อยู่ด้านหน้าเขาแมวน้อยสีขาว เหมือนรู้โดยสัญชาตญาณ ะโหลบอย่างว่องไว ขนสีขาวปุย กระเพื่อมตามการเคลื่อนไหว
เหวินอวี้ใสุดขีด!เมื่อเห็นใบหน้าของบุรุษที่กำลังไล่จับเขา เขานึกขึ้นได้ว่า ชายผู้นี้คือคนที่จับเขาขังไว้ในกรงก่อนหน้าที่เขาจะหลุดออกมาและมานอนอยู่ที่สวนแห่งนี้หรือหากจะบอกอีกทีก็คือ ชายผู้นี้คือคนที่จับเ้าแมวน้อยตัวนี้ขังไว้จากนั้นแมวน้อยก็หลุดออกจากกรง จนมาสิ้นลมที่สวนแห่งนี้ประจวบกับิญญาของเขาเข้ามาอยู่ในร่างของแมวตัวนี้ มันจึงฟื้นขึ้นมา
(โอ้! … นึกว่าจะมีแต่ในนิยายซะอีก)
เหวินอวี๋ระลึกถึงภูมิหลังของแมวน้อย ก็พลันใเขาเคยแต่ได้ยิน หรืออ่านเจอว่าตายแล้วกลับชาติไปเกิดเป็คนนั้น คนนี้ ... แต่นี้อะไรเขาดันซวย กลับชายมาเกิดเป็แมวซะได้ ...
ท่านเทพยมตัวดี ไม่รู้มาไม้ไหนทำให้เขาต้องเข้ามาอยู่ในร่างแมว ... มันน่านักเชียว!
“เ้าแมวน้อย! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” ชายหนุ่มส่งเสียงไล่ตาม แต่ ..ใครจะยอมให้จับง่ายๆ กันล่ะ! ... ไม่ยอมหรอก!
แมวน้อยวิ่งพุ่งไปข้างหน้าใช้ขาทั้งสี่ตะกุยพื้นกระโจนขึ้นไปบนโต๊ะหิน ก่อนจะพุ่งตัวไปเกาะบนโคมไฟหินอ่อนกลางแจ้งมันเป็โคมไฟหินที่แกะสลักแล้วจัดเรียงซ้อนกันหลายชั้น “เฮ้ย!ระวัง!” เฟิงหลินรีบคว้าตัวเ้าแมว แต่พลาด!
โครม! เสียงโคมไฟหินอ่อนกลางแจ้ง กลิ้งตกกระทบพื้นเสียงดังสนั่น
“ให้ตายสิ! เ้าตัวแสบ!”ชายหนุ่มกัดฟัน รีบคว้าตัวแมวขาวอีกครั้ง ทว่าแมวน้อยกลับหมุนตัวตวัดหางใส่หน้าเขากระโจนไปด้านหน้า
เพี๊ยะ! ... “โอ๊ย!”ห่างแมวฟาดเข้าที่หน้าของชายหนุ่ม แล้นเอาชายหนุ่มเซถอยหลังไปหลายก้าวขณะที่แมวน้อยใช้โอกาสนั้นวิ่งหายไปในพุ่มไม้
“เฟิงหลินนี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน!? ... เอะอะอะไรกัน!?”เสียงชายหนุ่มอีกคนดังขึ้นทางเื้ั มันเป็เสียงที่ทรงอำนาจ ทุ้มเย็นทำเอาคนที่ถูกเรียกชื่อตัวแข็งทื่อไปในทันที แม้กระทั้งเหวินอวี้ยังขนตั้งชันทั้งตัว
เฟิงหลิน ค่อยๆหลังหน้ามาเผชิญกับภัยที่เข้ามาจวนตัวสภาพเขาตอนนี้ไม่ได้อยู่ในสภาพองครักษ์ผู้สง่างามเลยแม้แต่น้อย มันดูแย่เพราะเขากำลังวุ่นในการไล่จับแมวน้อยที่เขาเพิ่งได้มาใหม่ เสียงที่ดูรู้สึกผิด “ท่านประมุข...”เฟิงหลินมีสีหน้าตื่นตระหนก ยกมือขึ้นคารวะทันที พร้อมก้มหน้าตลอดเวลา ไม่กล้าสบตา
ชายหนุ่มร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำสนิทปักลวดลายัเงินเดินออกมาจากเรือนหลักดวงตาดำลึกจับจ้องมาทางเฟิงหลินและโคมไฟหินอ่อนที่แตกกระจายอยู่บนพื้นเขากวาดสายตามองความวุ่นวายตรงหน้า ก่อนที่สายตาของเขาจะหยุดลงที่เงาสีขาวเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่หลังก้อนหิน
ดวงตากลมสีอำพันของแมวน้อยสบเข้ากับดวงตาอกีคู่แมวน้อยขนลุกชัน เตรียมตั้งรับ ความหวาดกลัวเกิดขึ้นโดยสัญชาตญาณแต่ก็ข่มมันเอาไว้ ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินเข้าใกล้แมวน้อยเสียงของเฟิงหลินก็เอ่ยขึ้นมาก่อน
“ท่านประมุข ... เสี่ยวไป๋ คือ บรรณาการของท่านผู้นั้นที่ส่งมาให้กับท่านประมุขขอรับ”
เหวินอวี้ที่กำลังจับประเด็นประโยคที่คนทั้งคู่สนทนากันเขาหยุดนิ่ง ไม่ขยับ และตั้งใจฟัง เขามองชายหนุ่มที่ดูหล่อเหล่า ชนิดที่ต้องยอมรับว่าฟ้าดินลำเอี้ยง
ก่อนหน้านั้นท่านเทพยมบาลให้เขาดูภาพนิ่งของชายผู้นี้แล้ว ขนาดภาพนิ่งเขายังคิดว่านี่มันเทพชัดๆ ... แต่… ตอนนี้เขาเจอตัวจริง
โอ้พระเ้า ... ออร์ร่าพุ่งทะลุลูกตาเขาเลยทีเดียวชนิดที่ดาราตัวท๊อปเทียบไม่ได้ “คนอะไรจะหล่อได้ขนาดนี้วะ” เหวินอวี้พูดกับตัวเองแต่เสียงที่ออกจากลำคอเขากับเป็เพียงเสียงร้งย เหมียวเหมียวเท่านั้น