ประกาศจากกิจกรรมจากระบบ
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
ชื่อกิจกรรม : การแข่งขันประลองฝีมือ
รายละเอียด : เป็การแข่งขันเพื่อคัดเลือกผู้เล่นจำนวน 10 คน
เพื่อเข้าไปในดันเจี้ยนพิเศษที่เมืองฟาเวร่า
ของรางวัล : จะได้รับหลังจากออกดันเจี้ยนมา เป็แรร์ไอเท็ม 1 ชิ้น และ เงินรางวัล10,000,000 เซีย
สถานที่สมัคร : สนามต่อสู้เมืองเกรย์ / สถานที่แข่งขัน : สนามต่อสู้เมืองเกรย์
ด่วน! รับสมัครเพียงแค่สามวันเท่านั้น
นับั้แ่วันนี้จนถึงวันที่ 19 มิถุนายน ปีเซียศักราช 185,664
เวลา 09.00 น –15.00 น
“ใช้วิธีคัดเลือกตัวแทนจากการแข่งขันงั้นเหรอ”
ผมกล่าวขึ้นอย่างลอย ๆ หลังจากได้อ่านข้อความของระบบที่ส่งมาให้ ตอนนี้ผมกำลังนั่งรับประทานอาหารเช้าที่ร้านอาหารขายของทุกอย่างอยู่ ซึ่งมันตั้งอยู่ใจในเมืองเริ่มต้น และแน่นอนว่าไม่ได้มีแค่ผมที่นั่งแต่เทลเลอร์ เดลต้า ผู้ติดตามของผม และเหล่าอดีตผู้ที่แข็งแกร่งก็นั่งอยู่กันครบเซ็ตบนโต๊ะอาหารรูปวงกลมที่ปูด้วยผ้าลูกไม้สีฟ้าอ่อน และเบื้องหน้าของทุกคนนั้นก็มีอาหารที่ตัวเองสั่งไว้วางอยู่
“ก็คงเป็วิธีแก้ปัญหาเื่คนตื่นใกับการต่อสู้บนเมืองฟาเวร่า ในแบบของด็อกเตอร์เขาน่ะ” ผลเหลือบสายตามองเอกอนที่เสนอความเห็นออกมา ก่อนจะกลอกตากลับไปที่หน้าจอโฮโลแกรม ที่มีข้อความที่ผมอ่านเมื่อครู่เหมือนเดิม
“แต่นั่นก็หมายความเราต้องเอาชนะคนที่เข้ามาแข่งขันให้หมด...” ผมหยุดพูดพร้อมกับปิดหน้าจอโฮโลแกรมลง แล้วหันมามองทุกคนที่นั่งโต๊ะไปทั่ว “แล้วก็ห้ามแพ้ด้วย”
เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะเมื่อถึงตอนนี้ แต่ก็ดูเหมือนทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ก็ไม่ได้แปลกใจ หรือหนักใจอันใดราวกับว่าพวกเขาได้ทำใจและยอมรับมันเรียบร้อยแล้ว ทั้ง ๆ ที่ไม่อาจทราบได้ว่าการแข่งขันครั้งนี้มันจะง่ายหรือยากปานใด เพราะของรางวัลที่ดร.เนวันระบุไว้มันล่อใจมาก บางทีอาจจะทำให้มีผู้เล่นอิสระที่มีระดับสูง และชอบทำตัวลึกลับหรือไม่สุงสิงกับใคร เข้าร่วมลงแข่งด้วยก็ได้ ถ้าเป็แบบนั้นจริงก็ตึงมือกันหน่อยล่ะ เนื่องจากคนพวกนี้มีฝีมือที่สูงแต่ชอบเก็บงำไว้ พอสบโอกาสก็ปล่อยตูมทีเดียวจบ
“ห้ามแพ้ฟังดูเหมือนเป็คำสั่งจังเลยนะคะ” เป็วรรณภาที่พูดออกมา เธอยกน้ำส้มคั้นขึ้นจิบทีหนึ่ง
“แต่ก็นั่นแหละ ยังไงเราก็ต้องชนะเพราะถ้าหากมาแพ้แค่การแข่งขันนี่ เื่อเล็กซ์ก็ปิดแฟ้มคดีไปได้เลย” แทซอนพูดเสริมบ้าง เขากอดอกนิ่ง ๆ แล้วผ่อนลมหายใจเบา ๆ
“แล้วเื่สมัครการแข่งขันล่ะครับ เราต้องไปลงชื่อด้วยมั๊ย”
เป็เดลต้าที่ถามขึ้นมา และเมื่อคืนผมได้ถามข้อมูลจากเ้าลูกศิษย์จอมทึ่ม เกี่ยวกับเขาเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้รู้มาบ้างว่าชายคนนี้ขึ้นเป็อันดับ 1ของเกมส์ในปัจจุบันด้วยระดับแค่ 75 แถมอยู่ชั้นซิลเวอร์อีกต่างหาก ซึ่งน้อยที่สุดในบรรดาทั้ง 5 อันดับ แถมตัวของเดลต้าเองก็ไม่มีอาชีพกับเผ่าพันธุ์อีก ที่สำคัญเทลเลอร์บอกว่าชายที่รับฉายาว่าโจ๊กเกอร์การ์ดผู้นี้ ใช้เพียงแค่การ์ดในเกมส์ต่อสู้เท่านั้นไม่ได้มีอาวุธอื่นเลย ซึ่งมันทำให้ผมถึงกับอดทึ่งไม่ได้ แต่ก็นั่นแหละตราบใดที่ผมไม่ลองสู้กับเขา ก็ไม่อาจรู้ว่าเดลต้าใช้วิธีอะไรที่ไต่เต้ามาไกลได้ถึงเพียงนี้
“เห็นดร.เนวันบอกว่าเขาลงชื่อให้พวกเราแล้ว” วรรณภาเป็คนตอบ
“ถ้างั้น 3 วันจากนี้เราจะทำอะไรดีล่ะ” เอกอนถามแทรกขึ้นมา
“ผมกะว่าจะกลับไปที่เผ่าพันธุ์ตัวเองหน่อย พอดีได้ข้อมูลใหม่มาว่าแต่ละเผ่ามีทักษะลับด้วย” ผมชิงตอบก่อนแล้วยกกาแฟของตัวเองขึ้นจิบหนึ่งครั้ง
“น่าสนใจดีนี่...ถ้างั้นผมจะตามเควินไปแล้วกัน แล้วคนอื่น ๆ ล่ะ” เอกอนบอกผม ส่วนประโยคท้ายหันไปถามย้ำอีกครั้งกับคนอื่น ๆ
“ฉันกับแทซอนจะไปหาภารกิจทำหน่อย เพิ่มระดับตัวเองสักนิดเผื่อว่าจะเป็ประโยชน์ได้บ้าง” วรรณภาตอบกับเอกอนแล้วยกน้ำส้มคั้นขึ้นจิบอีกครั้ง
“ส่วนคนแก่อย่างฉันก็อยากไปสงบจิตสักพักอาจจะชมนกชมไม้แถวนี้แหละ” ดราก้อนฟิชพูดแล้วยิ้ม
“ผมจะกลับไปทำธุระเื่ขอร้องให้อันดับ2 3 และ 4 ยอมเข้าร่วมกับเราด้วยครับ” เดลต้าเป็คนตอบสุดท้ายแล้วทุกอย่างก็เงียบลงชั่วครู่ จนผมต้องหันไปหาเทลเลอร์ที่นั่งนิ่งเงียบไม่พูดอะไร
“แล้วเธอล่ะ จอมทึ่ม” เทลเลอร์ทำสีหน้าไม่พอใจแบบเด็ก ๆ ที่ถูกเรียกด้วยสรรพนามแบบนั้น ก่อนจะตอบออกมา
“ผมก็จะตามพี่เควินไปนั่นแหละ” ผมพยักหน้ารับรู้แล้วหันกลับไปหาทุกคน
“เป็อันว่า ตกลงตามนี้ เจอกันอีกทีที่สนามต่อสู้เมืองเกรย์นะทุกคน ขอให้โชคดี”
+++++++++++++++++++++++++++++
กล่าวถึงเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์ มันคือเผ่าพันธุ์หนึ่งที่จัดอยู่ในเผ่าพันธุ์ทั้ง7 ที่แข็งแกร่งที่สุดในเซียออนไลน์ และก็เป็เผ่าพันธุ์ที่ตามหายากที่สุดด้วย ดังนั้นผู้เล่นคนไหนที่ได้เผ่าพันธุ์นี้ถ้าไม่ฟลุ๊ก ก็แสดงว่าเป็พวกหัวข้อมูลเกมส์ หรือไม่ก็เก่งจนได้รับของรางวัลจากระบบ แต่อันหลังนี่เห็นทีจะยากเพราะถ้าเราเก่ง นั่นก็หมายความว่าจะต้องมีคนที่เก่งกว่าอยู่แน่นอน ดังนั้นมันจึงไม่มีที่สิ้นสุด ส่วนผมจัดอยู่ในประเภทดวงดีบวกโชคนิดหน่อยหรือก็คือฟลุ๊กนั่นแหละถึงได้เผ่าพันธุ์นี้มา
“อยู่ที่เมืองอัลเทียร์เคย์เหรอ เผ่าของนาย”
เอกอนถามผมทันทีที่พวกเราโผล่มาอยู่ตรงประตูทางเข้าเมืองที่ว่า ก่อนจะพากันเดินผ่านซุ้มโค้งที่มีลวดลายอักขระอียิปต์โบราณเข้าไป และเมื่อพ้นมาได้กลิ่นอายของศิลปะแบบอียิปต์ ก็เริ่มเห็นชัดเจนขึ้น บ้านทุกบ้านและอาคารทุกอาคาร ถูกรังสรรค์ให้มีรูปแบบกับบรรยากาศที่ไม่ต่างจากการ เดินเข้าไปในยุคสมัยของฟาร์โรห์กำลังเรืองอำนาจไม่มีผิด
“ใช่” ผมตอบสั้น ๆ แล้วเดินนำเอกอน เทลเลอร์ และผู้ติดตามทั้ง 2 ของผมผ่านตึกรามบ้านช่องต่าง ๆ ไปตามซอกซอยหนึ่ง
“คนน้อยจังที่เมืองนี้”
เทลเลอร์เปรยขึ้นมา เมื่อเขามองเห็นผู้เล่นแค่หยิบมือเดียวเดินสวนไปมาตามข้างทาง ที่เป็แบบนี้ก็เพราะเมืองนี้ไม่ค่อยมีที่น่าสนใจเท่าไหร่ เนื่องจากมันเป็เมืองที่ไว้สำหรับจัดงานเทศกาลของระบบ จึงไม่ค่อยมีคนเข้ามาบ่อยนัก ดังนั้นที่เมืองนี้จะมีคนคับคั่งก็ต่อเมื่อมีงานเทศกาลก็เท่านั้น หรือไม่ก็มีการปล่อยบอสให้ผู้เล่นได้สังหารเพื่อเอาของรางวัลกันเป็ครั้งคราว
“ที่นี่แหละ” ผมพูดขึ้นแล้วหยุดยืนอยู่ตรงหน้าอาคารรูปร่างไม่ต่างจากมัสยิดเท่าไหร่แห่งหนึ่ง
“พี่เควินอย่าบอกนะว่า เผ่าพันธุ์ของพี่อยู่ที่...” เทลเลอร์เว้น่ไปแล้วชี้มือไปที่ป้ายชื่ออาคารที่ติดเด่นหราอยู่ “ธนาคารเมล่อน”
“ถูกต้อง! นี่แหละเหตุผลที่มันเป็เผ่าพันธุ์ที่หายากที่สุด เพราะดันมาตั้งในที่ ๆ คนคิดไม่ถึง แถมวิธีผ่านเข้าไปก็แสนง่ายดายแต่ผู้เล่นส่วนใหญ่ก็มองข้าม”
“เหมือนคำกล่าวที่ว่า ถ้าหากจะซ่อนของสำคัญ ก็ตั้งให้คนอื่นเห็นมันซะก็สิ้นเื่ ใช่มั๊ยล่ะ” เอกอนกล่าวเสริมออกมาซึ่งผมก็พยักหน้าให้
“มาเถอะเดี๋ยวผมพาไปทัวร์เผ่านกฟินิกซ์”
พูดจบผมเดินนำเข้าไปในธนาคารเมล่อน และทันทีที่พ้นผ่านประตูเข้ามาได้ ผมก็เห็นความวุ่นวายภายในธนาคาร ที่มีพนักงานวิ่งสับกันไปมาแล้วโยนเอกสารให้กันพัลวัน ซึ่งมันทำให้ผมนึกถึงห้องควบคุมระบบดรีมเน็ตเวิร์ก เพราะมันมีสภาพไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่นัก และสักพักก็มีพนักงานหญิงที่แต่งตัวด้วยสูทสีดำ รีบวิ่งออกมาต้อนรับพวกผมราวกับว่านี่คือลูกค้ารายแรกและรายสุดท้าย
“สวัสดีค่ะคุณลูกค้า ้าฝากเงิน ถอนเงิน หรือเปิดบัญชีใหม่ดีค่ะ”
เธอกล่าวทักทายด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มน้ำเสียงของเธอนั้นดูเร่งรีบแต่ก็เป็กันเอง ซึ่งพอจะให้ความรู้สึกอยากใช้บริการอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ผมมีสิ่งหนึ่งที่สนใจมากกว่า นั่นก็คือรูปปั้นนกฟินิกซ์สีทองขนาดเท่าคนยืน ที่ตั้งอยู่มุมซ้ายด้านในสุดของห้องที่ผมกำลังยืนอยู่นี่
“นกฟินิกซ์ตัวนั้นสวยจัง” ผมกล่าวออกมาเบา ๆ พร้อมกับชี้นิ้วไปที่นกฟินิกซ์ที่ว่า ซึ่งพนักงานคนนั้นก็มองตามมือของผม ก่อนจะหันกลับมาอีกครั้ง หากครั้งนี้เธอทำสีหน้าที่แปลกออกไป
“เชิญทางนี้ค่ะ” พนักงานนั่นบอกแล้วเดินนำผมไป ซึ่งเอกอนกับเทลเลอร์ก็หันมองหน้ากันอย่างสงสัยโดยมิได้นัดหมาย แต่ก็เดินตามผมมาในที่สุด จนกระทั่งมาหยุดอยู่ข้าง ๆ รูปปั้นนกฟินิกซ์สีทอง
“ขอให้โชคดีนะค่ะ” เธอกล่าวแค่นั้นแล้วก็เดินผละออกมา
“ไปกันเถอะ” ผมบอกกับทุกคน แล้วเอามือไปแตะที่รูปปั้นนั่น สักพักร่างของผมก็เรืองแสงสีแดงอ่อน ๆ ก่อนจะถูกแสงสีขาวที่บังเกิดสว่างวาบขึ้นข้างหลังดูดกลืนหายไป
“...”
ไร้ซึ่งคำบรรยายจากผู้ที่พึ่งเคยเห็น แต่ว่าไม่รวมไคน์กับเวียร่าแน่นอน เพราะเขาและเธอก็เอามือไปแตะที่รูปปั้นนั่นแล้วก็หายตามเ้านายตัวเองไปเช่นกัน ทิ้งให้เอกอนกับเทลเลอร์ยืนงงค้างอยู่พักใหญ่
“ง่ายเกินไปมั๊ย” เอกอนให้วลีแค่นั้นแล้วก็เอามือไปแตะที่รูปปั้นพร้อมกับเทลเลอร์ สักพักพวกเขาก็ถูกแสงสีขาว ที่ส่องสว่างจากด้านหลังของตัวเองดูดกลืนหายตามกันไป
+++++++++++++++++++++++
“ช่วยบอกทีว่าที่นี่สมควรจะเรียกว่าที่ตั้งเผ่าพันธุ์หรือเปล่า”
เทลเลอร์เอ่ยขึ้นมาทันทีที่โผล่ขึ้นตรงข้างหลังผม และคำพูดเหน็บแหนมที่เ้าลูกศิษย์นี่พ่นออกมานั้น มันก็ทำให้ผมนึกอยากจะประเคนมะเหงกให้สักหนึ่งที
“ใช่ ถึงมันจะมีสภาพแวดล้อมที่แปลกๆ แต่มันก็เป็ที่ตั้งของ 1 ใน 7เผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดนะ”
ในที่สุดผมก็แก้ต่างออกมาจนได้ แม้ในใจนึกคล้อยตามอยู่หน่อย ๆ แต่สถานที่ ๆ มีพื้นดินที่แตกระแหงแล้วมีเปลวไฟพวยพุ่งออกมาเป็ระยะๆ ที่พวกผมกำลังยืนอยู่นี้ ก็เป็ที่ตั้งของเผ่าพันธุ์นิกฟินิกซ์ นกที่ได้ชื่อว่ามีชีวิตเป็ะจริง ๆ
“แห้งแล้งใช้ได้เลย” เอกอนเปรยออกมา เขากำลังมองต้นไม้ที่ไร้ใบแล้วถูกไฟเผาจนเป็ตอตะโก ที่ขึ้นประปรายไปทั่วอย่างนึกสงสาร
“ไม่มีใครอยู่เหรอค่ะ”
ทักษะเผ่าพันธุ์ เปลวเพลิงปักษา
สิ้นคำพูดของเวียร่า จู่ ๆ ก็ปรากฏเปลวไฟดวงหนึ่งพุ่งยาวมาจากด้านหลังของเธอ เอกอนเห็นดังนั้นจึงรีบใช้ทักษะออกต้าน แต่ดูเหมือนเขาจะมีปัญหา เพราะทักษะที่จะใช้กลับไม่แสดงผลเอาเสียดื้อ ๆ
ทักษะเผ่าพันธุ์ เปลวเพลิงปักษา
ดวงไฟขนาดเท่าโอ่งัปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือที่ยื่นออกไปข้างหน้าของผม และพริบตานั้นเองมันก็พุ่งยาวเป็เปลวไฟปะทะต้านการโจมตีนั่นได้ทัน แล้วะเิหายไปก่อนจะปรากฏร่างของผู้ที่มุ่งทำร้ายพวกผมออกมา แต่ทันทีที่จะได้ทำอะไรพวกเราก็พบว่า กำลังตกอยู่ในวงล้อมของนกฟินิกซ์ตัวขนาดเท่าวัว 20 กว่าตัวไปเสียแล้ว
“เผ่าเดียวกับพวกเราหรือนี่ แถมมีเผ่าเอลฟ์ เผ่าน้ำแข็ง เผ่าหมาป่า กับเผ่าัธาตุดินอีกต่างหาก” ประโยคพูดสุดท้ายที่มันพูดแบบเปรย ๆ นั้น ผมเดาว่าคงหมายถึงเทลเลอร์
“กลับไปแจ้งข่าวให้หัวหน้าหน่วยที่3 ทราบบอกว่าผู้บุกรุกมีมากกว่า 1” ผู้ที่ลอบโจมตีเวียร่าหันมาสั่งกับนกฟินิกซ์ตัวหนึ่ง ซึ่งผมก็เห็นมันผงกหัวที่เต็มไปด้วยเปลวไฟสีแดงแล้วบินหายไปบนท้องฟ้า สักพักผู้ที่ออกคำสั่งก็แหวกวงล้อมของนกฟินิกซ์เข้ามายืนประจันหน้ากับผม ทำให้สังเกตรูปร่างหน้าตาได้ถนัด แต่หมวกเหล็กที่มันสวมอยู่นั้นก็ปิดบัง จนไม่เห็นใบหน้าได้ชัดเจนนัก
“เ้า...” มันชี้มือมาที่ผม “เป็เผ่าพันธุ์เดียวกับพวกเรา ใยต้องนำเผ่าพันธุ์อื่นข้ามเขตแดนมาด้วย หรือคิดจะเป็ฏต่ออาณาจักรนกฟินิกซ์งั้นรึ”
“พวกเขาเป็เพื่อนผม ได้โปรดพาข้าไปพบผู้นำเผ่าพันธุ์ด้วย” ผมตอบกลับไปด้วยสำเนียงของมันอย่างใจเย็น
“บังอาจ เ้าคิดว่าตัวเองเป็ใคร แค่มีเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์ก็จะสามารถทำตามใจชอบงั้นเรอะ” ผมขบกรามแน่นเมื่อถึงตอนนี้ ดูเหมือนว่าการมาทัวร์ที่เผ่าพันธุ์ของตัวเองจะออกมาไม่ค่อยสวยเท่าไหร่
“โธ่เว้ย! ทำไม่ใช้ทักษะไม่ได้นะ” เป็เอกอนที่สบถออกมา เขากำลังง่วนอยู่กับการพยายามเรียกใช้ทักษะพิเศษอย่างเอาเป็เอาตาย จนผมต้องกระซิบบอกเขานั่นแหละจึงทำให้เอกอนสงบลง
“เอกอนที่อาณาจักรนกฟินิกซ์น่ะ มีอาณาเขตพิเศษที่ทำให้เราไม่สามารถใช้ทักษะประจำอาชีพ กับทักษะพิเศษได้นอกเหนือจากทักษะเผ่าพันธุ์ของตัวเอง”
“ทำไมไม่บอกแต่แรก” เอกอนบ่นอย่างเสียไม่ได้ และแอบลอบสำรวจทักษะที่ใช้โจมตีได้ของเผ่าตัวเอง เพราะดูเหมือนเผ่าเอลฟ์จะมีแต่ทักษะเสริมเป็ส่วนใหญ่
“แต่ถึงยังไงผมก็ต้องพบผู้นำของเผ่าพันธุ์ให้ได้”
“งั้นก็ข้ามศพข้าไปก่อน แล้วขอเตือนนะต่อให้เป็เผ่าพันธุ์เดียวกัน ข้าก็ไม่ออมมือให้”
“เดี๋ยว! หัวหน้าหน่วยที่ 2เ้ากำลังเสียมารยาทนะ”
ก่อนที่เหตุการณ์กำลังจะปะทุการต่อสู้ขึ้น จู่ ๆ ก็ปรากฏนกฟินิกซ์ตัวหนึ่ง กำลังบินถลาจากฟากฟ้าลงมาตรงกลางระหว่างผมกับคู่กรณีพอดิบพอดี ร่างของนกไฟที่มีชิวิตะตัวนั้นค่อย ๆ หมุนตัวเองช้าๆ จนไฟรอบตัวของมันพวยพุ่งและลุกโชด่ขึ้น สักพักจึงปรากฏร่างของหญิงสาวที่มีใบหน้าตาจิ้มลิ้มออกไปทางจีนหน่อยๆ ท่ามกลางกองไฟที่โหมกระพือเมื่อครู่ แล้วพลันสลายหายไปในบันดล
“หัวหน้าหน่วยที่ 3 เ้ากำลังขัดขวางการต่อสู้ของข้านะ” ผู้ที่ถูกหญิงที่มาใหม่เรียกว่าหัวหน้าหน่วยที่2 ขึ้นเสียงน้อย ๆ แต่ดูเธอจะไม่สนใจเลยสักนิด
“แต่เ้ากำลังจะเสียมารยาทกับแขกนะ” เธอหันไปบอกกับคู่กรณีของผม “แล้วถ้ายังดึงดัน ข้าจะรายงานกับท่านผู้นำเผ่าว่าเ้าต้อนรับแขกผู้มาเยือนเช่นไร” หญิงสาวขึ้นเสียงในตอนท้าย จนทำให้ผู้ที่เป็ถึงหัวหน้าหน่วยที่ 2เงียบลงไปทันที
“ข้าขอโทษแทนเขาด้วย เขาพึ่งขึ้นรับตำแหน่งใหม่อาจเสียมารยาทไปบ้าง” เธอหันมาพูดกับผมแล้วก้มหัวให้เล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้น ซึ่งนั่นทำให้ผมได้เห็นใบหน้าที่สวยสะพรั่งของเธอได้ถนัดตา องค์ประกอบที่อยู่บนโครงหน้าเรียวรูปไข่ของเธอนั้นช่างน่ามองไปหมด ไม่ว่าจะเป็ดวงตากลมโต คิ้วเรียวยาว ริมฝีปากบางชมพู มันช่างเป็สิ่งที่ทำให้หวั่นไหวใจอยู่ครามครัน แม้จะรู้อยู่เต็มอกกว่านี่คือรูปร่างที่ระบบเป็คนสร้างก็ตาม
“ไม่เป็ไร” ผมพูดได้แค่นั้น แต่เธอกับยิ้มพรายให้กับผมราวกับว่ารู้จักกับผมมาเป็เวลานานแสนนาน
“ท่านจำข้าไม่ได้...” ผมเอียงหน้าสงสัย “แต่ข้าจำท่านได้แม้ว่าจะเนิ่นนานเพียงใด”
“...”
“ในที่สุดท่านก็กลับมา เควิน”
++++++++++++++++++++++++++
“เซฟ ถามจริงนายจะเกลียดอะไรไคน์นักหนา ผมก็เห็นว่ามันไม่ได้ทำอะไรให้เลยนะ” เซฟใช้สายตาที่หรี่ลงมองแทซอนนิ่ง ๆ แล้วกล่าวตอบออกมาเบา ๆ
“พวกเราเป็เผ่าพันธุ์ปรปักษ์กัน มิอาจจะสมานฉันท์กันได้นายท่าน”
“ถึงงั้นก็เถอะเมื่อกี้นายก็ควรเข้าไปนั่งในร้านอาหารกินอะไรกับพวกเราบ้างนะ”
“ข้าขอโทษ นายท่านคราวหลังข้าจะพยายาม”
แทซอนเอามือตบหน้าผากอย่างปลงตก จากนั้นเขาก็หยุดคุยเื่นี้ไปเลย แล้วหันมายืนรอวรรณภาที่หายเข้าไปในสำนักงานล่าค่าหัวมอนสเตอร์ที่ตั้งอยู่ในเมืองริวชินแทน ซึ่งเขากับวรรณภามาถึงเมืองนี้ได้สักพักหนึ่งแล้ว และเมืองนี้ก็ขึ้นชื่อเื่ภารกิจและการล่าสังหารมอนสเตอร์เพื่อเอารางวัล แน่นอนว่าหากใคร้าสังหารมอนสเตอร์ แล้วได้ของตอบแทนจากระบบละก็ ที่นี่มีภารกิจให้ทำเพียบ ั้แ่ภารกิจระดับง่าย ๆ จนถึงระดับยากที่สุด
“แทซอน” เสียงเรียกของผู้ที่ได้รับฉายาว่า นักบวชลึกลับ ดังมาก่อนตัวของผู้พูดจะโผล่ออกมาจากประตูของสำนักงานเสียอีก และทันทีที่วรรณภาถึงตัวเขา เธอชูกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นแล้วโบกไปมา
“ได้แล้ว”
“ภารกิจอะไรล่ะ”
“ถล่มรังัแห่งความมืด”