ตอนที่ 3 ฝังเข็มห้ามเื
ห้องนี้มีขนาดเล็ก พวกผู้ชายจากหมู่บ้านหนิงซานไม่ได้เข้ามา คอยเฝ้าอยู่ในลานบ้านแทน มีเพียงผู้หญิงเท่านั้นที่มารวมตัวกันตรงหน้าประตูเพิงไม้
พวกนางมองดูท่าทางที่น่าสังเวชของเซี่ยต้ายาแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะพากันถอนหายใจ พร้อมกับก่นด่าสาปแช่งตระกูลเฉียวอันไร้ค่า ดอกไม้งามสดใสดอกหนึ่งถูกโยนเข้ามาให้ตระกูลเฉียวย่ำยีจนกลายเป็เช่นนี้ อีกทั้งในใจของพวกนางยังก่นด่าไป๋เพ่ยเพ่ยที่ก่อกรรมทำชั่ว ยอมสละหลานสาวที่แสนดีของตัวเองมาให้คนอื่นหยามเกียรติ
ต้องรู้ก่อนว่าเมื่อครั้งอยู่ในหมู่บ้านนั้น เป็ที่เลื่องลือว่าเซี่ยต้ายาขยันหมั่นเพียร เป็คนมีความสามารถในการงาน มีคนจำนวนไม่น้อยในหมู่บ้านที่หมายปองอยากจะแต่งนางเข้าบ้าน
ทว่าไป๋เพ่ยเพ่ยกลับกล่าวว่าอย่างไรน่ะหรือ?
กล่าวว่าพ่อผู้ให้กำเนิดของเซี่ยต้ายาได้ตกลงเื่การแต่งงานไว้แล้ว ไม่อาจถอนหมั้นได้ หากกลับคำถอนหมั้น นางจะไม่สามารถไปอธิบายกับพ่อผู้ให้กำเนิดของเด็กสาวในปรโลกได้
อธิบายกับผีน่ะสิ!
เมื่อครั้งได้สินสอดจากตระกูลเฉียวมา นางก็ไม่ได้โอนอ่อน ยึดสินสอดนั้นมา ซ้ำยังไม่ให้สินสอดเดิมของหลานสาวไปอีก ทำให้เซี่ยต้ายาต้องออกจากบ้านไปพร้อมกับเสื้อผ้าเพียงสองชุดอย่างไร้เกียรติ
มาตอนนี้ถึงคราว เซี่ยต้ายาต้องลงไป “กล่าวฟ้อง” ต่อพ่อผู้ให้กำเนิดของนางในปรโลกจริง ๆ แล้ว
แม้ว่าจะเป็หมู่บ้านใกล้เคียง แต่ครอบครัวไหนไม่มีของอย่างเข็มเย็บผ้าและด้าย ป้าหลิวเองก็พอรู้จักผู้คนในหมู่บ้านนี้อยู่บ้างจึงขอยืมมาได้ในเวลาไม่นาน
“ต้ายา ไม่ต้องกลัว พอแม่แทงเข็มเข้าไป เ้าก็จะไม่เป็อะไรแล้ว” ไป๋เพ่ยเพ่ยจับมือของเซี่ยต้ายาขึ้นมาจากมือของเซี่ยเหมียวเหมียวแล้วเอ่ย "เชื่อใจแม่ แม่จะช่วยเ้าอย่างแน่นอน"
ในตอนนี้เอง เซี่ยต้ายายิ่งอ่อนแอลง
และไม่รู้ว่าเป็เพราะไป๋เพ่ยเพ่ยให้ความมั่นใจกับเซี่ยต้ายา หรือเพราะตัวเซี่ยต้ายาเองก็ไม่อยากตาย หัวใจของนางจึงเกิดคลื่นความหวังซัดซามาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
นั่นสิ ในเมื่อยังมีชีวิตอยู่ได้ ใครจะอยากตายกัน?
เซี่ยต้ายาส่งเสียง "อื้อ" เบา ๆ แล้วปริปากเอ่ยแบบไร้เสียงว่า "ข้าเชื่อท่าน"
ในห้องนั้นล้วนเป็สตรี สิ่งที่เซี่ยต้ายามี บนร่างกายของคนอื่นก็มีทั้งสิ้น ไป๋เพ่ยเพ่ยจึงกล่าวบอกเซี่ยต้ายา แล้วเปลื้องผ้านางออกโดยไม่สนใจสิ่งใดอย่างไม่ลังเล
และด้วยการถอดเสื้อผ้าออกนี้ ทำให้ไป๋เพ่ยเพ่ยและทุกคนพลันตาแดงก่ำ พวกนางไม่คาดคิดเลยจริง ๆ ว่าบนร่างกายของเซี่ยต้ายาจะไม่มีจุดที่เป็ปกติเลยสักจุด
ไปตายซะ ลูกชายคนรองตระกูลเฉียว เฉียวเล่อเซิง!
ไปตายซะคนตระกูลเฉียว!
หัวใจของไป๋เพ่ยเพ่ยลุกเป็ไฟด้วยความโกรธ หญิงสาวพยายามกักความรู้สึกระงับมันไว้ โดยตัดสินใจว่าอีกสักพักเมื่อพบหน้าตัวการ นางจะต้องจัดการเก็บกวาดผู้ชายใจอำมหิตในบ้านนี้ให้ดี
ด้วยความกลัวว่าเข็มเงินอาจไม่สะอาด ไป๋เพ่ยเพ่ยจึงคนนำหินมาจุดไฟ แล้วจึงนำเข็มมารนไฟ ก่อนจะหาจุดเืลมสตรี แล้วแทงเข็มเข้าไปในร่างของเซี่ยต้ายา
ในขณะที่กำลังแทงเข็มลงไป นางก็พูดคุยกับเซี่ยต้ายาไป โดยกล่าวบอกว่าตนกำลังฝังเข็มเข้าที่จุดใดและมีจุดประสงค์เพื่ออะไร
แม้ว่าการเคลื่อนไหวของนางจะอ่อนโยน ทว่ารอยฟกช้ำดำเขียวมากมายบนร่างกายของเซี่ยต้ายาก็ย่อมถูกััอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และราวกับว่าเซี่ยต้ายานั้นเธอสูญเสียประสาทรับความเ็ปไปแล้ว จึงไม่มีคำว่าเจ็บออกมาจากปากของนางแม้เพียงสักคำ
เมื่อไป๋เพ่ยเพ่ยเห็นดังนั้น ดวงตาของนางก็ร้อนผ่าว แต่พยายามอดกลั้นเอาไว้ และเอ่ยพูดไปเรื่อย ๆ อย่างนุ่มนวลเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเซี่ยต้ายา
นางพูดด้วยเสียงเบา ๆ นุ่ม ๆ อย่างมีเหตุผลน่าฟังอย่างยิ่ง ไม่ต้องพูดถึงเซี่ยต้ายา แม้แต่คนอื่น ๆ ในห้องต่างก็ถูกดึงดูดจนพากันเงี่ยหูฟัง
ป้าหลิวรู้สึกแปลกประหลาดใจ ไม่คาดคิดว่าครอบครัวของเซี่ยเหล่าเอ้อร์จะมีความสามารถนี้จริง หากรู้แต่แรก แล้วนางเกิดมีอาการป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ไปหาให้นางช่วยตรวจดูให้ได้ไม่ใช่หรือ?
เซี่ยเหมียวเหมียวก็ตั้งใจฟังอย่างยิ่ง พยายามจดจำจุดฝังเข็มและผลกระทบของมันอย่างละเอียด แม้ว่านางจะไม่รู้ว่าอาสะใภ้รองจะช่วยพี่สาวของตนได้จริงหรือไม่ แต่นางก็เต็มใจที่จะเชื่อ
ในเมื่อเป็เช่นนี้ หากนางจำทั้งหมดนี้ได้ ครั้งต่อไปที่นางพบกับสถานการณ์เช่นนี้ นางก็จะช่วยได้มิใช่หรือ? ไม่ใช่ว่าเซี่ยเหมียวเหมียวเฝ้ารอให้พี่สาวของตนพบเจอเหตุการณ์นี้อีกครั้ง นางเพียงกลัวอย่างยิ่งกับความรู้สึกที่ตัวเองนั้นไม่สามารถช่วยอะไรได้เลยก็เท่านั้น
แน่นอนว่าหลังจากที่ไป๋เพ่ยเพ่ยฝังเข็มลงไปเข็มแล้วเข็มเล่า เืของเซี่ยต้ายาก็หยุดลงในที่สุดโดยไม่มีการไหลออกมาอีก
“์! น้องสาว เ้าช่างยอดเยี่ยมนัก!” ป้าหลิวอดไม่ได้ที่จะออกปากชมเชย พร้อมมองไป๋เพ่ยเพ่ยราวกับว่านางกำลังมองดูพระโพธิสัตว์ที่ยังมีชีวิตอยู่
ท่านป้าอีกสองคนก็เช่นกัน ครอบครัวไหนไม่มีหญิงสาวบ้างเล่า หญิงสาวคนไหนบ้างที่เมื่อยามคลอดบุตรไม่ต้องก้าวขาข้างหนึ่งเข้าประตูนรก?
สมัยก่อนเมื่อต้องประสบกับอาการมดลูกตกเื ถึงไปตามหมอมาก็ไม่มีประโยชน์ เพียงเฝ้ารอความตายเท่านั้น หากสามารถอดทนไหว ก็มีชีวิตรอด แต่หากทนไม่ไหว นั่นก็หมายถึงชีวิต
และตอนนี้ไม่เป็ไรแล้ว พวกนางค้นพบคนที่สามารถรักษาอาการตกเืได้อย่างไม่คาดคิด?!
ถูกต้อง คนผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็สตรีชั่วร้ายที่ปกติใช้อำนาจบาตรใหญ่จนเป็ที่รู้ไปกันทั่ว จนมีชื่อเสียงที่ไม่ดีเลื่องลือ นามไป๋เพ่ยเพ่ย
ควรทำอย่างไรกับเื่นี้?
ด้วยตนนั้นเคยกล่าวให้ร้ายถากถางหลับหลังหญิงสาวมาก่อน หากจะขอความช่วยเหลือในอนาคต...
แม้จะกระอักกระอ่วนอยู่เล็กน้อย แต่ก็ทำได้เพียงพากันพูดดี ๆ กับไป๋เพ่ยเพ่ย อย่างเก้อเขิน โดยหวังว่าสักวันหนึ่งเมื่อพวกนาง้าความช่วยเหลือ ไป๋เพ่ยเพ่ยจะยื่นมือเข้ามา
“นั่นสิ น้องสาว เ้ามีฝีมือถึงเพียงนี้ ก็รีบเอาออกมาแต่เนิ่น ๆ สิ หากเ้าแสดงออกมาั้แ่แรก พวกเราคงไปกล่าวขอให้เ้าช่วยเสียนานแล้ว”
“น้องสาว ตอนนี้เ้าเองได้เผยออกมาแล้ว อย่างได้ซ่อนมันไว้อีกเลย มีครอบครัวไหนบางที่ไม่มีผู้หญิง มีครอบครัวไหนบ้างที่ไม่มีการคลอดบุตร? หากเ้าช่วยรักษามารดาที่คลอดบุตรพวกเอาไว้ได้ เ้าก็ถือเป็พระโพธิสัตว์ที่ยังมีชีวิตอยู่ที่คอยช่วยชีวิตผู้คน”
“น้องสาว เ้าเองถือเป็เช่นนั้นเลย!”
...
ไป๋เพ่ยเพ่ยรู้สึกอายที่จะบอกว่าไม่ใช่ว่าในอดีตนางไม่เปิดเผยฝีมือของตน แต่เป็เพราะนางไม่มีทักษะเพียงพอที่จะเปิดเผยต่างหาก
อีกทั้งคราวนี้ก็ถูกบีบบังคับอย่างไม่มีทางเลือก รักษาม้าตายประหนึ่งม้าเป็ จึงจำต้องกัดฟันทำ
ป้าหลิวและคนอื่น ๆ ต่างก็คิดเกี่ยวกับเื่นี้ หากไป๋เพ่ยเพ่ยมีความสามารถนี้จริง ๆ ทำไมต้องซ่อนมันไว้? ด้วยนิสัยของไป๋เพ่ยเพ่ย เกรงว่าคนทั้งใต้หล้าล้วนรู้เื่นี้ไปแล้วเสียด้วยซ้ำ
หลบซ่อนเอาไว้ เช่นนั้นก็ต้องไม่มีความมั่นใจเป็แน่ ไม่กล้าแสดงฝีมือออกมาก็ด้วยกลัวว่าจะสร้างเื่
เมื่อเ้าไปรักษาสตรีหรือภรรยาของใครเข้า หากช่วยชีวิตเอาไว้ได้ก็ย่อมไม่มีปัญหา แต่หากช่วยชีวิตไว้ไม่ได้ นั่นก็อาจเป็ไปได้ว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
ทว่าการรักษาที่ไป๋เพ่ยเพ่ยทำให้แก่เซี่ยต้ายานั้นแตกต่างออกไป ด้วยเซี่ยต้ายามีสภาพเช่นนี้อยู่แล้ว ถ้าไม่มีการรักษาทางออกสุดท้ายของอาการนี้คือความตาย หากรักษาก็ยังพอมีแสงแห่งความหวัง
และแม้ว่าจะรักษาไม่ได้ เซี่ยต้ายาก็เป็เด็กที่ไป๋เพ่ยเพ่ยเลี้ยงดูมา คนอื่นย่อมไม่สามารถทำอะไรนางได้ อย่างมากก็แค่กล่าวให้ร้ายลับหลังนางสองสามคำเท่านั้น
ไป๋เพ่ยเพ่ยจับชีพจรของเซี่ยต้ายาและตรวจดูให้แน่ใจว่าเืหยุดไหลแล้วจริง ๆ จากนั้นนางจึงรบกวนให้ชาวบ้านช่วยต้มน้ำร้อนให้เพื่อมาเช็ดตัวทำความสะอาดร่างกายของเซี่ยต้ายาและเปลี่ยนเป็เสื้อผ้าที่สะอาด
เซี่ยต้ายาผู้น่าสงสาร แต่งเข้าตระกูลเฉียวมาได้ก็สองปีแล้วแต่กลับไม่มีแม้แต่เสื้อผ้าที่พอดีตัวเสียด้วยซ้ำ
การค้นหาเสื้อผ้าในกล่องนี้ทำให้ไป๋เพ่ยเพ่ยเดือดดาลอีกครั้ง จึง้าจะไปค้นหาจากในบ้านของแม่เฒ่าเฉียว
แม่เฒ่าเฉียวเห็นพวกเขามากันหลายคนจึงซ่อนตัวอยู่นาน ไม่กล้าออกมา แต่เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ นางก็รีบออกมาเพื่อหยุดหญิงสาวเอาไว้ “พวกเ้ากำลังทำอะไรกัน? พวกเ้าบ้าไปแล้ว จะมาค้นข้าวของในบ้านของคนอื่นตามใจอย่างนี้ได้อย่างไร พวกเ้าเป็โจรนี่...”
“โจรงั้นรึ?” ไป๋เพ่ยเพ่ยหัวเราะเยาะเมื่อเห็นนาง “ข้ามาถึงบ้านตระกูลเฉียวนี้อยู่นานนม ไม่เห็นมีแม้แต่ผีสาง ทำไม พอข้ามาค้นหาของเข้าหน่อย คนก็ออกมาเลยงั้นสิ?”
แม่เฒ่าเฉียวนั้นเป็พวกรังแกคนที่อ่อนแอกว่าแต่กลัวคนที่แข็งแรงกว่า หากไป๋เพ่ยเพ่ยมาคนเดียว นางเองก็ยังไม่เห็นว่ามีประโยชน์อะไร แต่ปัญหาก็คือไป๋เพ่ยเพ่ยพาคนกลุ่มหนึ่งมาด้วย และพวกเขายืนกันอยู่เต็มลานบ้าน
อีกทั้งเสียงของเจิงชุ่ยชุ่ย ลูกสะใภ้ของนาง ก็ทำให้นางกลัวไม่น้อย
เมื่อตกที่นั่งเสียเปรียบ ก็พลันคิดวิธีมือที่ยื่นมาไม่ยอมตบคนยิ้มให้*[1] ขึ้นมา แม่เฒ่าเฉียวจึงยกยิ้ม “โอ๊ย ข้าก็ว่าใคร ที่แท้ก็แม่ยายของลูกชายมาเยี่ยมเยือนนี่เอง ทำเอาข้าตกอกใหมด เห็นคนมามากมายก็คิดว่าเป็โจรมาปล้นบ้าน จึงต้องไปซ่อนตัวเอาไว้... หากรู้แต่แรกว่าเป็แม่ยาย คงออกมาเสียนานแล้ว แล้วเ้ามาทำอะไรหรือ? มา ๆ นั่ง ๆ ข้าจะให้ชุ่ยชุ่ยเอาน้ำมาให้”
เอ่ยจบก็ขยิบตาให้ลูกสะใภ้ใหญ่ของนางอย่างเจิงชุ่ยชุ่ย เพื่อบอกให้หญิงสาวมีไหวพริบเสียหน่อย อย่าได้ก่อเื่ให้นาง
ไป๋เพ่ยเพ่ยอยากจะกลอกตาเสียจริง ปฏิบัติอย่างโหดร้ายทารุณต่อลูกสาวนางถึงเพียงนี้ หนำซ้ำยังทุบตีลูกสาวนางจนอยู่ในสภาพนั้น แล้วยังคิดมาเอาอกเอาใจนางอีกงั้นหรือ?
ฝันไปเถอะ
ไป๋เพ่ยเพ่ยปฏิเสธโดยตรง พร้อมเอ่ยถามทันที "เกิดอะไรขึ้นกับต้ายาของข้า นางเองยังดี ๆ อยู่แล้วแท้งลูกขึ้นมาได้อย่างไร?"
*[1] มือที่ยื่นมาไม่ยอมตบคนยิ้มให้ หมายถึง เมื่ออีกฝ่ายทำดีด้วยหรือสำนึกผิดก็ไม่อาจไม่ทำดีด้วยได้