ณ พระบรมมหาราชวัง
“ ท่านพี่เรื่องราวมาถึงขนาดนี้แล้ว ท่านควรที่จะทำอะไรให้มันเด็ดขาดไปเลยนะขอรับ” พระศรีสุธรรมน้องชายองค์ไล เอ่ยกับ องค์ไลที่บัดนี้นั่งอยู่บนบัลลังก์กษัตริย์กรุงศรีอย่างสบายอารมณ์
“ ใช่แล้วขอรับ แค่เพียงท่านผู้สำเร็จพยักหน้า พวกเราก็พร้อมจะสนับสนุนท่านให้ขึ้นครองอำนาจแทน เพื่อความมั่นคงของอาณาจักร” เจ้ากรมเวียง เอ่ยสนับสนุนสุดลิ่มทิ่มประตูไปเลย ขุนนางน้อยใหญ่ ที่มารวมตัวกันก็พยักหน้าเห็นด้วยพร้อมๆ กัน
“ ข้าเองไม่อยากเป็นกษัตริย์เลย ข้าจงรักภักดีต่อพระเจ้าทรงธรรมยิ่งนัก ข้าอุตส่าห์บุกน้ำลุยไฟ ยอมทำทุกอย่างไม่ว่า จะเรื่องชั่วช้าเลวทรามขนาดไหน เพื่อยกบัลลังก์ให้พระองค์ ข้าไม่เคยคิดแย่งชิงแม้แต่น้อย พวกเจ้าอย่าทำให้ข้าต้องทำผิดต่อพระองค์เลย”
“ มิได้ มิได้ สิ่งที่ท่านทำนั้นเพื่อมวลประชา หาใช่ทำเพื่อส่วนตัวไม่ บุญญาธิการ ของท่านตอนนี้ได้ฉายแสง ส่องประกายแล้ว เหมาะที่จะครอบครองแผ่นดิน เพื่อมวลมหาประชาชนจะได้ อยู่อย่างมั่นคง ขอให้ท่านเจ้าพระยาได้โปรดรับ ราชบัลลังก์กรุงศรีด้วยเถิด” พราหมณ์ผู้ใหญ่เอ่ยออกหน้าออกมา เสนาบดีทุกคนต่างคุกเข่า ขอร้องกันทุกๆ คน
“ เฮ้อ.. ถ้าเช่นนั้น เพื่อปวงประชาทั้งหลาย เราเองก็คงจะต้องลำบากใจยิ่งนัก ที่จะต้องรับ ภาระอันใหญ่หลวงขนาดนี้ หวังว่า พระเจ้าทรงธรรมคงจะเข้าใจตัวเรา”
เหล่าเสนาบดียังงันกับคำพูดของพระองค์ แต่พระศรีสุธรรมราชาผู้เป็นน้องชายองค์ไล กลับคุกเข่าแล้ว ตะโกนออกไปเสียงดังว่า
“ ขอให้พระเจ้าอยู่หัว ทรงพระเจริญ ยั่งยืนนับหมื่นๆ ปี”
แล้วในท้องพระโรงก็มีเสียงดังแบบเดียวกันก้องกังวานไปทั่ว
“ ดี ถ้าเช่นนั้น ตัดไผ่อย่าไว้หน่อ ฆ่าพ่อก็อย่าไว้ลูก จับตัวพระอาฑิตยวงศ์ไปทุบด้วยท่อนจันทร์ แล้วโยนลงไปในบ่อเดียวกับ พระเชษฐา ส่วนโอรสของพระเจ้าทรงธรรมที่เหลือ จับมันไปประหารที่วัดโคกพระยาให้หมด ส่วนพระราชธิดา ที่เหลือ ให้แต่งตั้งเป็นพระสนมของข้า ใครไม่ยอม ก็จัดการตามกฏหมาย ส่วนข้าราชบริพารทั้งหลาย สั่งให้มันมารายงานตัวให้หมด หากใครไม่มา บั่นหัวมันให้หมด”
คืนนั้นคำสั่งสังหารประกาศออกไป มีผู้คนล้มตายไปอีกหลายพันคน เหล่าโอรสพระเจ้าทรงธรรมถูกจับไปทุบด้วยท่อนจันทั้งหมดที่วัดโคกพระยา ส่วนองค์หญิงทั้งแปด ยกเว้นองค์หญิงใหญ่ ที่เป็นชายาขององค์ไลอยู่แล้วไม่ต้องถูกควบคุมตัว
ณ ตำหนักองค์หญิงแก้วสุริยา
“ แย่แล้ว องค์หญิง ผู้สำเร็จราชการคิกกบฏ บัดนี้จับตัวโอรสทั้งหมดไปประหารหมดแล้ว และเวลานี้พวกมันได้ล้อมตำหนักองค์หญิงทุกพระองค์ไว้ ใครไม่ยอมเป็นชายาของมัน จะถูกสับเป็นสองท่อน ทำอย่างไรดีเพคะ” นางกำนัลคนสนิทเข้ามารายงาน ซึ่งองค์หญิงวันนี้ได้แต่งตัวในชุดสีดำ กำลังจะออกไปเพื่อลอบสังหารองค์ไลอยู่แล้ว แต่ไม่ทัน ถูกพวกขององค์ไลลงมือก่อน
“ ฮึ่ม..พวกมันลงมือรวดเร็วจริงๆ ข้าไม่ทันได้ลงมือเลย องค์ไลข้าต้องสังหารเจ้าให้ได้ เจ้าสังหารเสด็จพี่ของข้า แล้วคิดจะล้างราชวงศ์สุโขทัยของข้า แม้ข้าตายในวันนี้ ข้าก็จะลากเจ้าลงนรกไปด้วย” องค์หญิงหยิบถุงที่ใส่หุ่นพยนต์กุมารทองหัวจุกออกมา แล้วปล่อยต่อข้าวสารออกมา บินอยู่รอบๆ พระนาง แล้วจับทวนยาวเอาไว้แน่น
“ พวกเจ้าหลบหนีไปตามที่อยู่ที่ข้าให้ไว้ หากข้าไม่กลับไป บอกคนๆนั้นว่า สิ่งสุดท้ายที่ข้าขอคือ ในนำร่างกายของข้าไปฝัง ณ ที่แห่งนั้นด้วย”
“ องค์หญิง อย่าไปนะเพคะ ทรงยอมท่านผู้สำเร็จราชการเถิด อย่าขัดขืนเลย หม่อมฉันเห็นองค์หญิงแปด ถูกสับเป็นสองท่อน แล้วโยนลงน้ำมากับตา ได้โปรดเถิดองค์หญิง อย่าออกไปเลย นะเพคะ” นางกำนัลหลายคนต่างเข้ามาคุกเข่าต่อหน้าพระนาง แต่ว่าหาได้ทำให้องค์หญิงเปลี่ยนใจไม่ กระโดดลอยตัวข้าม นางกำนัล แล้วพุ่งตัวออกไปจากตำหนักในทันที
“ องค์หญิง องค์หญิง”
หน้าตำหนักทหารองครักษ์กว่าร้อยคน อาวุธครบมือ ทั้งพลปืนอีกสิบคน ยืนคุมอยู่มีขันที กำลังรอว่า องค์หญิงแก้วสุริยาออกมาจะว่าอย่างไร
พอประตูตำหนักเปิดออก ขันทียิ้มหน้าบาน กำลังจะอ้าปากถาม ทวนสีดำก็พุ่งเข้าปากขันที ฉึก !!!
“ นี่คือคำตอบของข้า” องค์หญิงกระชากทวนออกมา ร่างของขันทีตาเหลือกโพลงตายคาที่ หัวหน้าทหารองครักษ์เลยออกคำสั่งยิงปืนใส่องค์หญิงทันที
เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !! เจ้ากุมารทองอ้าปาก กลืนกินลูกกระสุนปืนจนหมด แล้วต่อข้าวสารตัวเล็กๆ ก็บินเข้าไปหา ทหารนับร้อย ที่ยังคงยืนตะลึงอยู่ ฝูงต่อข้าวสารเข้ารุมกันร่างของทหารองครักษ์จนแตกฮือ หนีไปจนหมด ใครที่หลบไม่ทันก็ถูกกัดกินอวัยวะภายใน แล้วมันก็ค่อยๆ ผุดออกจากผิวกายออกมาข้างนอก
องค์หญิงเห็นเช่นนี้ก็มั่นใจยิ่งนัก ว่าจะต้องฆ่าองค์ไลในวันนี้ให้จงได้
จึงพุ่งตัวไปยังพระบรมมหาราชวัง พระที่นั่งพระสรรเพชญมหาปราสาท ที่นั่งบัญชาการ ขององค์ไล ทหารที่เฝ้าด้านหน้า ต่างถูกฝูงต่อต่อย ตายไปหลายคนที่เหลือก็แตกฮือกันเข้ามารวมตัวในห้องโถงพระราชวัง คอยคุ้มกันองค์ไลเอาไว้
“ องค์หญิงแก้ว สุริยานี่เอง คิดไม่ถึงว่าจะทรงมีวิชาอาคมกับเขาด้วยหรือนี่?”
องค์ไลเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มที่หาได้กลัวไม่
“ องค์ไลเสด็จพ่อดีต่อเจ้ามากแค่ไหน ก่อนตายเจ้าจำไม่ได้หรือ ว่าดื่มน้ำสาบานจะจงรักภักดี เจ้าไม่กลัวคำสาบานที่ให้เอาไว้เลยหรือไง?”
“ เฮอะ ข้าเป็นเทพมาจุติ จะไปกลัวคำสาบแช่งสาบานอะไร แล้วสิ่งที่เจ้าบอกว่าเสด็จพ่อของเจ้าดีต่อข้านั้น ข้าอยากถาม บัลลังก์นี้ข้าเป็นคนแย่งชิงมาใส่พานถวายให้เขา แต่แล้วดูซิสุดท้าย แทนที่จะยกคืนให้กับข้า กับมอบให้กับเด็กเมื่อวานซืน ที่แม้จะก้าวเท้ายืนหยัดด้วยตัวเองยังไม่ได้เลย แล้วข้าแย่งบัลลังก์ที่เป็นของข้าคืน มันผิดตรงไหน”
“ เจ้ามันเลี้ยงไม่เชื่อง เอาดีใส่ตัว เอาชั่วโยนให้ผู้อื่น วันนี้ข้าในฐานะตัวแทนเสด็จพ่อ จะสังหารเจ้าเสีย จัดการมัน” กุมารทองตัวน้อยขยายตัวใหญ่ขึ้น พร้อมกับฝูงต่อก็พุ่งเข้ามาโจมตี เป็นกลุ่มใหญ่ ทันใดนั้นก็มีเสียงสวดคาถาพระปริตรแว่วมาเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ กุมารทองที่ตัวใหญ่ต้องเอามือปิดหูของตน แล้วร้องดิ้นทุรนทุราย สุดท้ายกลายเป็นดินเหนียวไป ส่วนต่อข้าวสาร พอได้ยินบทสวดพระปริตรก็กลับกลายเป็นเม็ดข้าวสารตามเดิม สร้างความตกใจให้แก่องค์หญิงยิ่งนัก
แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ยอมแพ้ พุ่งตัวแทงหอกเข้าใส่ องค์ไลที่ยืนยิ้มอย่างไม่หวาดกลัวคมทวนเลยแม้แต่น้อย ทวนพุ่งวาบเข้ามาใกล้ก็มีนินจาชุดสีดำ ปรากฏตัวขึ้นหลายคน มีคนหนึ่งจับทวนเอาไว้มั่น แล้วอีกคนหนึ่งต่อยเข้าที่ท้ององค์หญิงกระเด็นไปกองกับพื้นท้องพระโรง ทวนถูกแย่งชิงไป ทหารองครักษ์ นำทวนจี้ใส่องค์หญิงกว่ายี่สิบทวน
องค์ไลยกมือให้หยุดเอ้าไว้ก่อน
“ ข้าละชอบท่านเสียจริงๆ องค์หญิงแก้วสุริยา ข้าจะแต่งตั้งท่านเป็นพระราชเทวี รองเจ้าจากพี่สาวขององค์หญิง ท่านว่าดีหรือไม่”
“ เฮอะ..ฝันไปเถอะ”
“ อย่าเพิ่งปฏิเสธ ลองคิดดูก่อน หากว่าท่านยอมข้าแต่โดยดี ข้าจะละเว้นโทษตายให้กับ เชื้อพระวงศ์ทุกคน รวมทั้งเจ้าอาฑิตยวงศ์ด้วย”
“ นี่น้องข้ายังไม่ตายหรือนี่?”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านช่างพยศนัก ไม่มีวิธีใดที่จะปราบพยศท่านได้ โดยการแลกชีวิตกับ เจ้าอาฑิตยวงศ์ ตกลงท่านจะยอมหรือไม่”
“ เจ้าเล่ห์ ชั่วช้าสามานย์นัก” องค์หญิงขบกรามแน่น หากว่าตัวคนเดียวก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่นี้ชีวิตของเชื้อพระวงศ์อีกหลายชีวิต จะต้องตายไปด้วย จำทำเช่นไรดี ทาเคชิเจ้าอยู่ที่ใด เหตุใดเจ้าถึงไม่มาเสียที ข้าจะทนไม่ไหวแล้วนะ
องค์หญิงหมดแรงขัดขืน ต้องกัดฟันจนเลือดไหลออกมา มองหน้าองค์ไลเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อแล้วเอ่ยลอดไรฟันว่า
“ ข้ายอมแล้ว”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้านึกเอาไว้อยู่แล้ว ในที่สุดท่านก็ต้องยอมเป็นราชเทวีของข้า”
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงลอยเข้ามาในท้องพระโรงว่า
“ นิสัยสันดานของคนนี่มันช่างเปลี่ยนแปลงยากเสียเหลือเกิน”
ร่างชายหนุ่มแต่งกายด้วยชุดสีขาวเสื้อคลุมดำในชุดบาทหลวง ลอยมาแต่ไกลมายืนด้านข้างองค์หญิงแก้วสุริยา แล้วช่วยพยุงให้องค์หญิงลุกขึ้น
“ ทาเคชิ”
“ จำข้าได้ด้วยรึ?”
“ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้าเลย หากว่าเจ้ายินยอมเข้าร่วมกับข้า เจ้าอยากปกครองเมืองไหน ข้าจะยกให้เจ้าเลย”
องค์ไลเอ่ยแบบนั้นออกไป แต่มือได้ส่งสัญญาณให้กับ พระศรีสุธรรมให้เรียกมือปืนระดับพระกาฬของโปรตุเกสให้เตรียมพร้อม
มือปืนที่ยืนอยู่ติดกำแพงค่อยๆ เคลื่อนตัวหาพิกัดหัวของ เทพเพื่อไม่ให้พลาด รอคำสั่งยิงเพียงอย่างเดียว
“ ถ้าหากข้าอยากครองกรุงศรีอยุธยาล่ะ เจ้าจะให้ข้าได้ไหม” เทพตอบไปเรื่อยแต่ในใจก็ปล่อยจิตสัมผัสออกไปรอบๆ หุ่นศิลาทั้งแปด แล้ว ควายธนูค่อยๆ ปรากฏร่างขึ้นช้าๆ
“ เจ้ามันบังอาจ เกินไปแล้ว ฆ่ามันเลย” องค์ไลส่งสัญญาณ มือปืนเพชฌฆาตจากโปรตุเกส ยิงปืนสั้นที่ว่าไว และแม่นยำที่สุดเข้าหัวเทพทันที เปรี้ยง !!
เทพขว้างดาบวิเศษสวนออกไป ผ่ากระสุนปืนออกเป็นสองส่วน แล้วดาบวิเศษก็พุ่งเข้าเจาะหน้าผากของ มือปืนเพชฌฆาต ตายคาที่ ทุกคนมองอย่างตะลึงงัน เสียงสวดพระปริตรดังขึ้น หุ่นศิลาของเทพนั้นกลับไม่เป็นอะไร ยังคงยืนนิ่งรอคำสั่งของเทพ
“ บทสวดพระปริตร คิดหรือว่าจะทำอะไร หุ่นพยนต์ของข้าได้ ข้าใช้คาถาปิดทวารทั้งเก้าให้กับพวกมัน ผู้ทรงศีลที่ไม่บำเพ็ญเพียร กลับมารับใช้คนชั่ว ก็จงรับกรรมไปเสียเถอะ” เทพอ้าปากออกมา แล้วปล่อยเสียงราชสีห์คำราม เป้าหมายคือ พระเถระทั้งเก้าที่กำลังสวดคาถาไม่หยุด
ย๊ากกกกกกกก !!!! เสียงร้องของเทพ พุ่งตรงเข้าทำลายแก้วหูของ เก้าพระเถระที่เริ่มตาโตตกตะลึง เลือดไหลออกจาก ปากและจมูก สุดท้ายแก้วหูทั้งสองข้า ถึงกับระเบิด กลายเป็นคนพิการหูดับไปทั้งหมด
องค์ไลมองเก้าพระเถระ ลงไปนอนร้องครวญคราง อย่างเจ็บปวด กุมหูของตนไม่ยอมปล่อย แล้วบอกว่า
“ ไปเลย เจ้าเอานางไป ต่อไปนี้ข้าจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเจ้าอีกเลย”
“ ปล่อยตัว พระอาฑิตยวงศ์มาให้ข้า และปล่อยตัวเชื้อพระวงศ์ทั้งหมด” องค์หญิงเห็นเป็นต่อเลยเรียกร้องออกไป
“ ได้ ได้ พระศรีสุธรรม ไปปล่อยพวกมันออกมา” พระศรีสุธรรมหันขวับมองหน้าองค์ไลด้วยความตกใจ เพราะว่า ทั้งหมดนั้น ถูกห่อผ้าแดง แล้วทุบด้วยท่อนจันตายไปจนหมดแล้ว โดยพระอาฑิตยวงศ์นั้นโดนทุบเป็นคนแรกเลย แต่ที่หลอกองค์หญิงนั้นก็เพื่อจะได้ ครองครองร่างกายขององค์หญิง แก้วสุริยาเพียงเท่านั้น
องค์ไลเหมือนจะรู้เลยใช้เท้าถีบให้น้องชายรีบออกไป คล้ายจะบอกว่าให้ไปตามทหารปืนไฟให้รีบเข้ามาในพระบรมมหาราชวัง พระศรีสุธรรมเริ่มเข้าใจทันที
แล้วรีบไปที่กองทหารปืนไฟเรียกพวกมันทั้งหมดกว่าห้าสิบนาย ตามไปที่พระบรมมหาราชวังทันที ระหว่างทางดันเป็นขบวนขนศพ เตรียมไปฝังที่วัดโคกพระยา จึงให้ทหารตัดหัวของพระอาฑิตยวงศ์ออกมาแล้ว นำไปด้วย
พอไปถึงทุกคนต่างเฝ้ารอการมาของ พระอาฑิตยวงศ์ แต่ว่าพระศรีสุธรรมกับโยนศรีษะของพระอาฑิตยวงศ์ กลิ้งไปกับพื้น ไปวางไว้ตรงหน้าองค์หญิงแก้วสุริยา
องค์หญิงพอเห็นหน้า ก็จำได้ เป็นอนุชาที่มีอายุเพียง 10 ชันษาเท่านั้น ถึงกับกรีดร้องออกมาอย่างเสียใย
เทพเองก็ไม่นึกฝันว่าจะเป็นเช่นนี้ ในประวัติศาสตร์ เจ้าอาฑิตยวงศ์ยังมีชีวิตอยู่ถึงยี่สิบกว่าปี หรือว่าเป็นเพราะ เรามาปรากฏตัว ประวัติศาสตร์เลยคลาดเคลื่อนไปเช่นนี้
“ ทาเคชิ ไม่ว่าท่านต้องการอะไร ข้าจะให้ทุกอย่าง ขอเพียงอย่างเดียว ตัดหัวองค์ไล กับน้องของมันให้ข้าด้วย” องค์หญิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาปานน้ำแข็ง บรรยากาศเย็ยเยียบ เทพถึงกับอ่อนใจ ไม่คิดว่าจะต้องสังหารผู้ที่จะเป็นกษัตริย์กรุงศรีอยุธยาทั้งสองคนในคราวเดียวกันเช่นนี้ แต่พวกมันก็ช่างชั่วช้าเสียเหลือเกินจริงๆ
เทพไม่ทันได้ตัดสินใจ กองทหารปืนไฟ ก็เข้ามาระดมยิงใส่เทพกับ องค์หญิง จนดังลั่นไปทั่วท้องพระโรง ยันต์เกราะเพชรที่เขียนเอาไว้หลังของหุ่นศิลาทั้ง 8 ตัวทำงาน หยุดกระสุนปืนทั้งหมดเอาไว้ไม่ให้เข้าใกล้เทพกับ องค์หญิงแก้วสุริยา
เทพใช้ดาบวิเศษ ฟันออกไปตามแนวนอน รัศมีดาบวิเศษ กระจายออกไปตัด ร่างของพลปืนที่ยิงเข้ามาขาดเป็นสองท่อนไปในทันที
ร่างของมือปืนทั้งหมดกลายเป็นซากศพเกลื่อนท้องพระโรง
“ องค์ไล วันนี้ไม่ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร เอ็งต้องตายภายใต้ดาบของข้า”
องค์ไลเพิ่งจะเห็นดาบวิเศษอย่างใกล้ชิด ก็จำได้ ยิ่งเห็นพลังของดาบวิเศษที่เทพถือเอาไว้ ก็ตกใจแทบสิ้นสติ เพราะดาบเล่มนี้มันเป็นของศิษย์พี่ของเขา พระยาเทพสงครามมันหายไปสิบกว่าปี แล้วนี่มันมาปรากฏอยู่ในมือของทาเคชิไปได้อย่างไรกันเนี่ย !.....