เมื่อกองทัพแดนใต้ของแคว้นเหลียนกลับไปแล้วเซียวหย่งเต๋อจึงได้ตรงไปที่เรือนพักของตนแล้วเข้าไปดูร่างกายของตนเองโดยมีเจิ้งหลวนซานคอยติดตามจับตามองเขาอย่างใกล้ชิดเขายื่นมือไปแตะใบหน้าของตนเองอย่างสำรวจตรวจตราแล้วก็ทอดถอนใจออกมาเมื่อได้เห็นว่าร่างกายของตนเองไม่ได้มีสิ่งใดที่ผิดปกติทั้งชีพจรและลมหายใจที่เข้าออกอย่างสม่ำเสมอล้วนเหมือนคนที่นอนหลับตามปกติทั่วๆ ไปสิ่งเดียวที่แตกต่างก็คือเขายังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาเสียทีเพียงเท่านั้น
“ท่านป้ารั่วหานได้บอกหรือไม่ว่าจะกลับมาเมื่อใด”เมื่อเซียวหย่งเต๋อเอ่ยถามเช่นนี้เจิ้งหลวนซานก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเ็า
“นางไม่ได้บอกแต่สั่งเอาไว้ว่าหากนางตามหานายท่านผู้เฒ่าสวีพบเมื่อใดก็จะกลับมา่นี้ก็ให้พวกข้าคอยดูแลท่านอ๋องให้ดีอย่าได้ปล่อยให้เกิดเื่กับท่านอ๋องอย่างเด็ดขาด”เมื่อเจิ้งหลวนซานเอ่ยเช่นนี้เซียวหย่งเต๋อก็นิ่วหน้านายท่านผู้เฒ่าสวีได้รับการขนานนามจากผู้คนว่าเป็หมอเทวดามีความสามารถในการรักษาจนเลื่องชื่อเพียงแต่การที่จะได้รับการรักษาจากเขานั้นล้วนเป็เื่ยากเนื่องจากเขามักจะออกไปศึกษาสมุนไพรและค้นคว้าวิธีการรักษาโรคเพิ่มเติมทำให้นายท่านผู้เฒ่าสวีมีที่อยู่ไม่เป็หลักแหล่งยากต่อการจะได้พบและได้รับการรักษาจากเขา
“ทางเมืองหลวงเป็อย่างไรบ้างทางที่ดีอย่าให้ผู้ใดรู้ว่าข้า... ว่าท่านอ๋องของพวกเ้านอนนิ่งอยู่บนเตียงเช่นนี้ไม่เช่นนั้นจะต้องมีคนฉวยโอกาสนี้ก่อความวุ่นวายเป็แน่”เมื่อเซียวหย่งเต๋อเอ่ยเช่นนี้เจิ้งหลวนซานก็รีบตอบกลับมาในทันที
“เื่นี้ไม่ต้องให้ท่านสั่งพวกข้าก็ย่อมจะทำเช่นนั้นอยู่แล้วว่าแต่ท่านเถิดได้แจ้งข่าวเื่นี้ให้กับคนของท่านไปแล้วหรือยังหรือว่าท่านจะลักลอบส่งข่าวออกไปแล้วคนของท่านจึงได้พากันมาสร้างความวุ่นวายจนถึงที่นี่เช่นนี้”คำพูดของเจิ้งหลวนซานทำให้เซียวหย่งเต๋อจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตำหนิและดูดุดันเมื่อได้พบกับสายตาเช่นนั้นของเซียวหย่งเต๋อคำพูดของเจิ้งหลวนซานก็พลันขาดหายไปในทันทีเขาจ้องมองเซียวหย่งเต๋อที่อยู่ในร่างของซ่งจื่อเหยากับเซียวหย่งเต๋อที่นอนอยู่บนเตียงสลับไปสลับมาแล้วจึงได้คิดเอาเองว่าสองคนนี้น่าจะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาต่อกันจริงๆเพราะแม้กระทั่งสายตาที่ใช้จ้องมองคนก็ยังคล้ายคลึงกันเลย
“ข้าไม่ได้ส่งข่าวให้กับผู้ใดไม่มีความจำเป็ที่จะต้องสร้างความวุ่นวายให้แก่ตนเองเพิ่มแต่เ้าเอ่ยมาเช่นนี้ก็ดีทำให้ข้านึกขึ้นมาได้ว่าข้ากำลัง้าคนนำข้อความของข้าไปบอกกับน้องชายที่อยู่ชายแดนทางทิศเหนือของแคว้นเหลียนช่วยหาคนที่มีสมองและมีฝีมือสักหน่อยเพราะว่าดินแดนทางเหนือของแคว้นเหลียนทั้งกันดารและอันตรายข้าไม่อยากจะนั่งพะวงว่าคนส่งข่าวของข้าจะตายระหว่างทางเสียก่อนที่จะได้ส่งข่าว”เมื่อเซียวหย่งเต๋อเอ่ยเช่นนี้เจิ้งหลวนซานก็รับคำเขาด้วยความเคยชิน
“ได้!ข้าจะไปหาคนมาให้”แต่เมื่อเห็นว่าคนที่กำลังเอ่ยปากสั่งงานเขาอยู่คือสตรีที่มาจากแคว้นเหลียนเขาก็พลันมีความคิดอยากจะต่อต้านนางในทันที
“เพียงแต่จะมีสมองและมีฝีมือตาม้าหรือไม่ข้าคงไม่อาจจะรับปากได้”เมื่อเจิ้งหลวนซานเอ่ยกับก็ได้สบสายตาของเซียวหย่งเต๋อที่อยู่ในร่างของซ่งจื่อเหยาอีกครั้งทำให้เขาพลันรีบแก้ไขคำพูดของตนเองในทันที
“แต่แน่นอนว่ามาตรฐานในการเลือกใช้คนของท่านอ๋องนั้นดีมากจึงเป็ที่แน่นอนแล้วว่าคนที่ข้าหามาได้นั้นคงจะสามารถทำให้แม่ทัพซ่งพึงพอใจได้”เมื่อเจิ้งหลวนซานเอ่ยเช่นนี้เซียวหย่งเต๋อก็พยักหน้าเขาจ้องมองร่างของตนเองที่กำลังนอนอยู่บนเตียงอีกครั้งแล้วจึงได้เดินกลับเรือนพักที่คนของเขาจัดให้ซ่งจื่อเหยา
ยามที่ไปถึงเรือนแล้วเซียวหย่งเต๋อก็ได้เห็นสตรีนางหนึ่งเดินวนเวียนอยู่ที่หน้าเรือนด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกระวนกระวายส่วนเสี่ยวหยินที่เดินตามด้านหลังของเขามารีบส่งเสียงเตือนเขาในทันที
“ท่านแม่ทัพข้าคิดว่าพวกเราอย่าพึงไปที่เรือนในยามนี้เลย” เซียวหย่งเต๋อยังไม่ทันได้ตอบรับคำพูดของเสี่ยวหยินสตรีที่เดินวนเวียนอยู่หน้าเรือนก็เดินตรงมาหานางเสียก่อน
“เ้าคือซ่งจื่อเหยาหรือ”เมื่อสตรีผู้นั้นสอบถามเช่นนี้เซียวหย่งเต๋อก็พลันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเ็า
“ใช่แล้วข้าคือซ่งจื่อเหยา”เมื่อเขาเอ่ยจบสตรีนางนั้นก็เงื้อฝ่ามือขึ้นทำท่าว่าจะตบเขาในทันทีเซียวหย่งเต๋อรีบยกมือของตนเองขึ้นไปรับฝ่ามือที่ฟาดลงมาแล้วกำข้อมือของสตรีตรงหน้าเอาไว้อย่างแแ่แล้วเอ่ยเตือนนางด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เฉิงซิ่นเล่อข้าไม่ชอบลงมือตบตีสตรีหากเ้าไม่อยากเจ็บตัวก็อย่าทำให้ข้าหมดความอดทน”คำพูดของเซียวหย่งเต๋อทำให้เฉิงซิ่นเล่อพลันเม้มปากแน่นแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคุกคาม
“ก็ลองลงไม้ลงมือกับข้าสิแล้วข้าจะทำให้เ้าต้องเสียใจ”เฉิงซิ่นเล่อเอ่ยพลางใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังจ้องมองเซียวหย่งเต๋อที่ยามนี้อยู่ภายในร่างของซ่งจื่อเหยา
“หึ หึสตรีเช่นเ้าเป็คนที่น่ารังเกียจจริงๆ ด้วยพวกเราพึ่งจะได้พบกันเ้าก็สามารถรู้ได้แล้วว่าข้าเป็ผู้ใดไม่น่าประหลาดใจเลยว่าเพราะเหตุใดท่านอ๋องจึงได้หลงเล่ห์ของเ้า”เมื่อเฉิงซิ่นเล่อเอ่ยเช่นนี้เซียวหย่งเต๋อก็พลันนิ่วหน้าส่วนซ่งจื่อเหยาก็ส่งเสียงโต้แย้งในหัวของเขาในทันที
‘ข้าไม่รู้เสียหน่อยว่านางคือผู้ใดแล้วก็ไม่ได้วางเล่ห์กลอันใดให้ท่านมาหลงกลด้วย’เสียงของซ่งจื่อเหยาที่ดังขึ้นในหัวทำให้เซียวหย่งเต๋อทอดถอนใจออกมาแล้วใช้คำพูดของนางตอบโต้คำพูดของเฉิงซินเล่อ
“ข้าไม่ได้วางเล่ห์กลอันใดและท่านอ๋องก็ไม่ได้หลงกลใดๆ ของข้าด้วย”เซียวหย่งเต๋อเอ่ยพลางปล่อยแขนของเฉิงซิ่นเล่อ
“อย่าได้โกหกข้าท่านอ๋องไม่มีทางชื่นชอบสตรีเช่นเ้าดังนั้นเ้าก็ควรจะเลิกใช้เสน่ห์เล่ห์กลกับท่านอ๋องแล้วก็ไปจากที่นี่เสียสตรีที่อยู่เคียงข้างท่านอ๋องได้มีแค่เพียงข้าเท่านั้น”คำพูดของเฉิงซิ่นเล่อทำให้ซ่งจื่อเหยาหัวเราะออกมาในทันที
‘ที่แท้ก็เป็แค่เพียงความหึงหวงของสตรีนี่เอง’
“เ้าอย่าได้พูดออกมาพล่อยๆท่านอ๋องเห็นเ้าเป็แค่เพียงน้องสาวของเขาเท่านั้นที่ผ่านมาเพราะเห็นแก่ท่านป้ารั่วหานท่านอ๋องจึงไม่ได้ผลักไสเ้าออกไปดังนั้นเ้าอย่าได้เอ่ยวาจาเช่นนี้กับผู้อื่นอีกมันจะทำให้ผู้อื่นเข้าใจเ้าผิดเอาได้”คำพูดของเซียวหย่งเต๋อทำให้เฉิงซิ่นเล่อมีใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธและความอับอายในทันทีนางจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังมากยิ่งขึ้นแล้วเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอาฆาตพยาบาท
“ซ่งจื่อเหยาข้าจะทำให้เ้าต้องเสียใจที่กล้าเอ่ยวาจาเช่นนี้กับข้า”เมื่อเอ่ยจบนางก็สะบัดหน้าแล้วเดินจากไปทิ้งให้เซียวหย่งเต๋อมองตามหลังนางแล้วเอ่ยพึมพำออกมาเสียงเบา
“ข้าแค่พูดความจริงมีอันใดให้ต้องเสียใจ”เมื่อเขาเอ่ยเช่นนี้ไม่ใช่แค่เพียงซ่งจื่อเหยาที่ทอดถอนใจแม้แต่เสี่ยวหยินที่ได้ยินคำพูดของเขาก็ยังต้องทอดถอนใจออกมาความจริงที่เขาเอ่ยออกมามันตรงกันข้ามกับสิ่งที่คนตรงข้าม้าจะสื่อถึงดังนั้นย่อมเป็เื่ธรรมดาที่ถ้อยคำตำหนิที่ว่าเฉิงซิ่นเล่อเอ่ยวาจาพล่อยๆ น่าจะยังไม่ทำให้นางเ็ปใจได้เท่ากับคำที่ว่า“ท่านอ๋องเห็นเ้าเป็แค่เพียงน้องสาว”