หวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ)

    เล่มที่ 3 บทที่ 83 ตอน อาจารย์และศิษย์ 1

            อาภรณ์สีเขียวกลมกลืนไปกับความมืดแสงไฟสลัวจากตะเกียงก่อให้เกิดเงาเลือนราง สตรีสองคนเดินผ่านต้นไม้ใหญ่ หญิงสาวในชุดสีเขียวมีผมยาวถึงเอวและดูงดงามราวเทพเซียนส่วนหญิงสาวอีกคนสวมเสื้อผ้าสีขาว ผมดำขลับ รวบผมสูง คิ้วยกเฉียง และดวงตาดอกท้องดงาม

            หญิงสาวสองคนนี้คือชิงซีและเทพธิดาอวี้เหอ

            เมื่ออวิ๋นจื่อออกมาต้อนรับแขกและเชื้อเชิญให้พวกนางเข้าไปด้านในนางรู้สึกราวกับว่าได้เห็นเทพธิดาจากสวรรค์ทั้งเก้า

            ชิงซีแย้มยิ้มและแนะนำเทพธิดาอวี้เหอให้สองพี่น้องรู้จักจากนั้นทุกคนก็สนทนากันอย่างเป็นมิตร

            เทพธิดาอวี้เหอมองอวิ๋นจื่อหัวจรดเท้าและกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า“เด็กคนนี้เป็นต้นกล้าที่ดี เหตุใดเจ้าถึงไม่ส่งนางไปที่สำนักของข้าล่ะ?”

            ชิงซีส่ายหน้า“สำนักชิงซานของข้าได้เตรียมการไว้แล้ว อีกทั้งตอนนี้เจ้ามีลูกศิษย์ถึงสามคนแล้วไม่ใช่หรือ? ข้าไม่ได้รับศิษย์มานานแล้วจะปล่อยให้นางไปอยู่กับเจ้าได้อย่างไร?”

            เทพธิดาอวี้เหอกล่าวด้วยรอยยิ้ม“ข้ากลัวว่าเจ้าจะให้จูเหยาสอนนาง ถ้าเป็นแบบนั้นก็แย่สิ ถ้าเจ้าไม่สอนนางเองข้าจะชิงตัวนางมาอยู่สำนักของข้า”

            ชิงซียิ้มตอบ “อวี้เหอเจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า? มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับเจ้าหรือไม่?”

            อวิ๋นจื่อและซูเจินฟังการสนทนาของสาวงามสองคนเงียบๆพวกเขาไม่รู้ว่าจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการสนทนาอย่างไร โดยเฉพาะอวิ๋นจื่อที่มีท่าทีตกใจอยู่พักหนึ่ง

            นางไม่เคยได้ยินชื่ออวี้เหอมาก่อน

            และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความสัมพันธ์ระหว่างชิงซีกับหญิงสาวตรงหน้าเป็นอย่างไร

            สิ่งที่ทำให้นางหวาดกลัวยิ่งกว่าก็คือทั้งสองดูเหมือนจะโต้เถียงกันเกี่ยวกับการชิงตัวนาง

            ยิ่งทำให้นางไม่รู้ว่าจะกล่าวอะไรดี

            เทพธิดาอวี้เหอยิ้ม“ไม่มีอะไร ข้าแค่ชอบเด็กคนนี้มาก”

            สีหน้าของชิงซียังคงไม่เปลี่ยนแปลงนางถามย้ำว่า “อวี้เหอ เจ้าไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน บอกข้าทีว่าเกิดอะไรขึ้น?”

            เทพธิดาอวี้เหอส่ายหน้าเบาๆแสดงให้เห็นว่านางปฏิเสธที่จะตอบคำถาม

            ชิงซีหันไปกล่าวกับอวิ๋นจื่อและซูเจินว่า “เอาล่ะให้เจ้าสองคนดูพวกเราเถียงกันก็ไม่มีประโยชน์อันใด มานั่งด้วยกันเร็วเข้า”

            หลังจากที่ทุกคนนั่งลงเรียบร้อยแล้วจู่ๆ ซูเจินก็กล่าวว่า “ปรมาจารย์ให้เกียรติมาเยี่ยมเยือนถึงจวนอันต่ำต้อยของข้าเป็นวาสนาของตระกูลข้าจริงๆ ข้าสงสัยว่าท่านยังจำได้หรือไม่ว่าเคยสั่งสอนศิษย์ผู้หนึ่งที่อาศัยอยู่ชายแดน?”

            เทพธิดาอวี้เหอยิ้ม“เจ้าหมายถึงเย่เช่อ?”

            ซูเจินกล่าวว่า “ขอรับตอนนี้เขาพักอยู่ที่จวนข้าเช่นกัน ให้เขามาร่วมการสนทนากับพวกเราดีหรือไม่ขอรับ?”

            เทพธิดาอวี้เหอและชิงซีต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย

            ในไม่ช้าเย่เช่อก็มาถึง

            เขารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้พบอาจารย์ของตนเองหลังจากคำนับอีกฝ่ายตามธรรมเนียมแล้วเขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก

            ชิงซีรู้ว่าเซียวเหยียนและเย่เช่อเป็นศิษย์ร่วมอาจารย์กันนางสงสัยว่าหลังจากนี้จะเกิดการต่อสู้ระหว่างพวกเขาหรือไม่?

            ชิงซีมักสดใสร่าเริงอยู่เสมอแต่วันนี้นางกลับทำตัวแปลกไปจากเดิม ดูไม่เหมือนนางเลย

            นี่เป็นครั้งแรกที่อวิ๋นจื่อได้พบชิงซีในฐานะสมาชิกตระกูลซูนางจึงไม่กล้าพูดอะไรมาก

            ดังนั้นจึงมีเพียงซูเจินเท่านั้นที่เป็นฝ่ายพูด

            เขายังคงมีชีวิตชีวาดวงตาดอกท้อของเขาทอประกายแวววาว

            พวกเขาพูดคุยและทานอาหารร่วมกันอย่างครึกครื้นแม้ว่าต่างคนต่างมีเรื่องให้ครุ่นคิด ถึงอย่างนั้นการพูดคุยของซูเจินก็ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ แม้กระทั่งชิงซียังต้องยอมรับว่าทักษะการพูดของซูเจินนั้นยอดเยี่ยมจริงๆ

            หลังจากทานอาหารเสร็จแล้วพวกเขาก็ย้ายไปนั่งที่ศาลาในสวน เทพธิดาอวี้เหอต้องการใช้ประโยชน์จากดวงจันทร์ที่ส่องสว่างนางจึงเรียกเย่เช่อให้ลุกออกมาด้านนอกศาลาเพื่อที่จะทดสอบเขา นางหวังว่าศิษย์ของนางจะไม่ล้าหลังในวิชากระบี่

            ในค่ำคืนที่ดวงจันทร์ทอแสงสีเหลืองนวลและสายลมพัดพาทำให้อากาศปลอดโปร่งการประลองกระบี่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

            อีกด้านหนึ่ง ชิงซีลากอวิ๋นจื่อไปยังที่ลับตาคนและกระซิบว่า

            “อาจารย์ที่ข้าเลือกให้เจ้าคือเจ้าสำนักคนปัจจุบันของสำนักชิงซานนามว่าจูเหยา”น้ำเสียงของชิงซีฟังดูแปลกไปเล็กน้อย

            อวิ๋นจื่อรู้สึกงุนงง โดยปกติแล้วประมุขตระกูลมู่มักวางตัวอย่างเหมาะสมมาโดยตลอดแต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่านางจะทำตัวแตกต่างไปจากเดิม

            นางทำตัวค่อนข้างสุขุมและเคร่งครัด

            อวิ๋นจื่อตอบทันทีว่า“ข้ารู้ว่าอาจไม่เหมาะสมที่จะกล่าวเช่นนี้ แต่ข้าแอบหวังว่าจะได้รับเกียรติให้เป็นศิษย์ของท่านประมุข”

            ชิงซีตกตะลึงเพราะตอนที่นางอยู่เหนือสวรรค์ทั้งเก้า ใครเล่าไม่รู้บ้างว่าพระธิดาองค์เดียวของฮ่องเต้แห่งลั่วซานเป็นผู้เชี่ยวชาญวิชากระบี่? นางยังไปเยือนพระราชวังลั่วซานเพื่อเรียนรู้วิชากระบี่เลย

            แต่ดูสถานการณ์ตอนนี้สิ

            ชิงซียิ้มบางๆ และกล่าวว่า“อย่าไปสนใจคำพูดไร้สาระของอวี้เหอเลยจูเหยาเป็นศิษย์ที่น่าภาคภูมิใจที่สุดของเจ้าสำนักคนก่อนถ้าเขาเป็นคนสั่งสอนเจ้าข้าก็ไม่มีสิ่งใดต้องกังวล”

            อวิ๋นจื่อก้มหน้าและกล่าวว่า“ขอบคุณท่านประมุข ลำบากท่านแล้ว”

            ชิงซียิ้ม

            จากนั้นชิงซีก็กล่าวว่า“อีกประมาณสองสัปดาห์ข้าจะพาเจ้าไปที่ภูเขาชิงเฉิง เจ้าคิดอย่างไร?”

            อวิ๋นจื่อกล่าวว่า“ทุกอย่างย่อมขึ้นอยู่กับการเตรียมการของท่านประมุข”

            จู่ๆ ชิงซีก็ถามว่า“เจ้าไม่มีความสุขใช่หรือไม่?”

            อวิ๋นจื่อก้มหน้าเล็กน้อยดวงตาของนางเหม่อลอย

            ชิงซีเข้าใจทันที นางกล่าวว่า“ไม่มีใครที่จะเหมือนเดิมตลอดไปรวมทั้งข้าด้วย ทุกอย่างที่ข้าทำย่อมไม่ทำร้ายเจ้าแต่หนทางข้างหน้าเจ้าต้องก้าวเดินด้วยขาของตนเอง เจ้าเข้าใจหรือไม่?”

            น้ำตาร่วงหล่นจากดวงตาของอวิ๋นจื่อราวกับสายฝน

            นางและชิงซีไม่ใช่ศิษย์และอาจารย์กันแต่น้ำเสียงที่ชิงซีใช้เวลาพูดกับนางฟังราวกับอาจารย์ผู้หวังดีต่อศิษย์

            ชิงซียื่นผ้าเช็ดหน้าให้“ข้าหวังว่าจากนี้ไปจะไม่มีใครเห็นน้ำตาของเจ้านอกจากข้า”

            ผู้อื่นอาจไม่เข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดของชิงซีสิ่งที่นางต้องการจะบอกคือ อวิ๋นจื่ออาจได้รับความช่วยเหลือจากผู้คนมากมาย แต่ไม่สามารถเชื่อใจทุกคนได้มีเพียงนางเท่านั้นที่อวิ๋นจื่อสามารถไว้ใจได้

            อวิ๋นจื่อพยักหน้ารับคำอย่างเงียบๆ

            และแล้วการประชันกระบี่อย่างดุเดือดระหว่างเย่เช่อกับอาจารย์ของเขาก็จบลง

            เทพธิดาอวี้เหอกล่าวเบาๆว่า “อาเช่อ ความลุ่มหลงในใจเจ้าลึกล้ำเกินไป”

            เย่เช่อกล่าวด้วยท่าทีเฉยเมย“ขอบคุณอาจารย์ที่ตักเตือน แต่มีเพียงความพากเพียรเท่านั้นที่ทำให้ศิษย์สามารถยืนหยัดได้เช่นทุกวันนี้”

            เทพธิดาอวี้เหออดหัวเราะไม่ได้

            นั่นทำให้เย่เช่อที่ยืนอยู่ข้างๆนางหน้าเสียเล็กน้อย

            เทพธิดาอวี้เหอกล่าวว่า“เจ้ารู้หรือไม่ว่าคนสุดท้ายที่พูดเช่นนี้กับข้าตอนนี้ไปโผล่ที่ถนนหวงฉวน[1]แล้ว”

            เย่เช่อก้มหน้าลงและไม่พูดอะไร

            เทพธิดาอวี้เหอกล่าวต่อว่า“เจ้าอาจไม่รู้ว่าคนผู้นั้นฉลาดมาก ฉลาดกว่าอวิ๋นเซียวด้วยซ้ำแต่เขากลับตกหลุมรักคนที่ไม่ควร อาเช่อ ในฐานะอาจารย์ข้าไม่อยากให้เจ้าเจริญรอยตามคนผู้นั้น”

            เย่เช่อกล่าวว่า“เย่เช่อเชื่อฟังอาจารย์ขอรับ”

            เทพธิดาอวี้เหอกล่าวว่า “เจ้าช่างเหมือนเขาเสียจริง ถ้าข้าบอกว่าคนที่เจ้ารักตอนนี้จะทำให้เจ้าต้องพบเจออันตรายมากมายแม้กระทั่งชีวิตของเจ้าก็ตกอยู่ในอันตรายด้วย เจ้าก็จะไม่เปลี่ยนใจใช่หรือไม่?”

            สายตาของเย่เช่อดูแน่วแน่เป็นอย่างยิ่งเขากล่าวว่า “ศิษย์จะไม่มีวันเปลี่ยนใจ ศิษย์รักนาง นอกจากนางศิษย์ก็ไม่สนใจสิ่งใดอีกแม้กระทั่งชีวิตของศิษย์เอง”

            “เหตุใดเจ้าถึงดื้อรั้นเช่นนี้?” เทพธิดาอวี้เหอโกรธเล็กน้อย “ข้าสามารถผลักดันเจ้าเป็นรัชทายาทได้ ข้าทำให้เจ้าเป็นได้แม้กระทั่งฮ่องเต้ผู้อยู่เหนือคนทั้งแผ่นดินแต่ข้าไม่สนับสนุนให้เจ้าอยู่กับนาง”

            เย่เช่อถามเสียงต่ำว่า“อาจารย์ ศิษย์ของทราบเหตุผลได้หรือไม่ขอรับ?”

            จู่ๆสีหน้าของเทพธิดาอวี้เหอก็แปรเปลี่ยนเป็นเศร้าสร้อย นางกระซิบว่า “ข้าเห็นคำทำนายของเจ้าแล้วมันเต็มไปด้วยความวุ่นวายและเป็นสัญญาณของหายนะ แน่นอนว่าเจ้ายังพอมีหนทางหลีกเลี่ยงคำทำนายนั้น”

            “อาจารย์โปรดให้ความกระจ่างแก่ศิษย์ด้วยขอรับ”เย่เช่อมีท่าทีเคร่งขรึมขึ้นมาทันใด

            เมื่อหลายปีก่อนเขาคว้าเอาดอกจื่อเยวี่ยนที่ร่วงหล่นลงมาในสวนของจวนตระกูลเย่เขาถือดอกไม้ที่มีกลีบบอบบางเอาไว้ในมืออย่างอ่อนโยนและมองไปยังทิศทางของวังหลวงในใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังและความสดใสของเด็กหนุ่ม

            เทพธิดาอวี้เหอถอนหายใจยาวจู่ๆ นางก็รู้สึกราวกับได้ยินเสียงร้องของกระเรียนสวรรค์ดังมาจากขอบฟ้าอันไกลโพ้น

             

            ------------------------

            [1] หวงฉวนหมายถึง ถนนที่ผู้คนที่ตายไปแล้วใช้เดินทางไปยังยมโลก

    คล้ายกับเรื่องหวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ) ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199