“ข้าอยากไปไหว้เ้าเ้าค่ะ ท่านแม่” หญิงสาวในชุดมือปราบหน้าตามอมแมมเอ่ยด้วยน้ำเสียงแค้นเคือง
“จือจือ เ้าแปลกคนซะเสียจริง ปกติเ้าไม่เคยเชื่อเื่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ปาฏิหาริย์ เหตุใดวันนี้ถึงได้อ้าปากอยากไปไหว้เ้า ”
สีหน้าของอู๋จือดูกระอักกระอ่วน เื่ที่เกิดขึ้นในคืนนั้น นางไม่อาจจะเปิดปากบอกผู้ใดได้ มันเป็เื่น่าละอาย น่าอับอายเสียเหลือเกิน แม้ว่านางจะไม่ใช่ผู้หญิงคร่ำครึที่คิดว่าการถูกแตะเนื้อต้องตัวจะต้องไปะโน้ำตายเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ แต่เื่ที่นางเจอมัน...มันชวนให้หงุดหงิดอยู่แทบทั้งวัน
อู๋ฮูหยินหันไปมองดูลูกสาวที่ทำหน้าหงิกหน้างอก็ส่ายหน้า “เอาเถิดๆ ถ้าเ้ามีเื่ไม่สบายใจก็ไปเสีย นี่ก็จวนจะค่ำแล้ว รีบไปรีบกลับเล่า ประเดี๋ยวประตูศาลเ้าจะปิดเสียก่อน”
“เ้าค่ะ”
อู๋จือที่เพิ่งกลับมาถึงบ้านได้ไม่ถึงสองเค่อ จู่ๆ ก็บอกมารดาว่าตนเองอยากจะไปไหว้เ้า
มารดากับน้องสาวที่กำลังเตรียมอาหารได้ยินเช่นนั้นก็ทักท้วงเพราะยามนี้ใกล้จะมืดค่ำ การออกไปข้างนอกไม่ค่อยเหมาะสมนัก แต่นางเป็มือปราบน้องใหม่ วรยุทธ์ก็พอมี พลังกำลังก็ถือว่ามากพอๆ กับบุรุษ ที่ผ่านมานางไม่เคยถูกผู้ใดรังแก มารดาจึงได้พยักหน้าอนุญาต
พอพี่สาวก้าวเท้าผ่านธรณีประตูไป อู๋เสี่ยวถงรีบหันไปหามารดา
“ท่านแม่ ข้าดูท่าทางของพี่จือจือแล้ว เหมือนนางกำลังมีเื่กลุ้มใจอย่างมากเลยเ้าค่ะ หลายวันมานี่ดูหน้าตาหมองคล้ำ”
“พี่เ้าเป็มาั้แ่เมื่อใด ” อู๋ฮูหยินสีหน้าตระหนก
“เป็มาั้แ่นับเจ็ดวันแล้วเ้าค่ะ”
มารดาถอนหายใจยาว “แม่ไม่อยากให้พี่สาวของเ้าทำงานนี้เลยจริงๆ งานมือปราบเบี้ยหวัดน้อย ความเสี่ยงมาก แต่ละคดีก็ไม่ง่ายเลย แม้ว่าตอนนี้สตรีจะออกไปทำงานนอกบ้านได้ แต่อาชีพนี้ช่างมีแต่ปัญหา”
“ท่านแม่ห่วงพี่จือจือจะหาสามีไม่ได้เหรอเ้าคะ ”
“ก็ใช่น่ะสิ ดูแต่ละวันพี่เ้าเนื้อตัวมอมแมมกลับมา ดูได้ที่ไหน ตอนนี้อายุมากแล้ว แม่สื่อแต่ละคนพอได้ยินอาชีพของจือจือ ก็พากันส่ายหัว”
“มันช่วยไม่ได้นี่เ้าคะ พี่จือจือไม่ชอบงานเย็บปัก ดีที่ยังพอทำอาหารได้ แต่ก็ยากจะกลืนลง ที่เก่งกาจก็มีแต่การใช้กำลังต่อยตีนี่ล่ะ”
อู๋ฮูหยินฟังบุตรีคนกลางของตนพูดแล้วก็ถอนหายใจออกมา “นี่หากแม่มีเงินส่งเสียให้พวกเ้าร่ำเรียนหนังสือก็คงจะดี อย่างน้อยพี่สาวของเ้าก็ยังพอจะถูกตาครอบครัวเหล่าบัณฑิตบ้าง”
อู๋เสี่ยวถงรีบกุมมือมารดา หากพูดเื่เงินขึ้นมาคราใด ท่านแม่ของนางจะต้องคิดมากและหวนรำลึกถึงการเจ็บป่วยครั้งนั้นของตนเองอยู่ร่ำไป
“ท่านแม่ ช่างเถิดเ้าค่ะ ทุกวันนี้พวกเราก็มีความสุขกันดีแล้ว รอให้ข้าเก็บเงินอีกสักหน่อย ก็ไม่ต้องรบกวนท่านพี่ให้จ่ายค่าร่ำเรียนของเสี่ยวตี้ ท่านพี่จะได้เก็บเงินสำหรับแต่งงานเสียที”
อู๋ฮูหยินน้ำตาซึม หากนางไม่ป่วย ป่านนี้ลูกๆ ทั้งสามก็คงไม่ต้องลำบาก ตอนนี้นางหวังเพียงว่าอู๋จือลูกสาวคนโตจะพอหาสามีที่ช่วยดูแลนางได้
“ปีนี้อายุของพี่เ้าก็สิบเก้าเข้าไปแล้ว หากแม่ยังมีเงินเก็บมากๆ อยู่ก็คงจะติดต่อแม่สื่อให้หาครอบครัวบุรุษดีๆ ให้ ถ้าเรามีสินเ้าสาวมากพอ ก็คงจะมีครอบครัวบัณฑิตยอมรับได้บ้าง”
“ท่านแม่ อย่าพูดเลยเ้าค่ะ เื่มันผ่านมานานแล้ว ตอนนี้ข้ากับท่านพี่ก็มีงานทำพอมีรายได้ ครอบครัวเราไม่ได้ลำบากอย่างแต่ก่อนแล้ว”
“อืม...” ผู้เป็มารดาถอนหายใจออกมา
หลังจากที่บิดาของอู๋จือซึ่งเป็อดีตมือปราบเสียชีวิตไป ได้ทิ้งเงินทองเอาไว้มากพอสมควร อู๋ฮูหยินจึงนำเงินพวกนั้นมาทำร้านขายอาหารเล็กๆ ในอำเภอ ด้วยฝีมือทำอาหารที่ดีเลิศ ทำให้นางหาเงินทองเอาไว้ได้จำนวนมาก
ทว่าสี่ปีก่อน นางเกิดล้มป่วยจนต้องนำเงินออกมารักษาจำนวนมาก หลังจากหายป่วยก็เหลือเงินพอให้เลี้ยงดูบุตรไม่มากนัก
ปีที่อู๋จืออายุสิบเจ็ด นางแอบหนีออกจากอำเภอเข้าเมืองหลวง แอบสอบมือปราบ พอนางสอบได้จึงกลับไปแจ้งมารดา ครอบครัวของอู๋จือจึงย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองหลวง เช่าเพิงเล็กขายอาหาร ผ่านไปหนึ่งปีก็พอมีเงินไปเช่าร้านขนาดหนึ่งคูหา
บุตรสาวคนที่สองคืออู๋เสี่ยวถงอายุได้สิบเจ็ดปีไปเป็ลูกจ้างที่ร้านขายสมุนไพรเล็กๆ ละแวกบ้าน ยังเหลือเพียงอู๋เหอตี้บุตรชายคนเล็กที่ยังร่ำเรียนอยู่ในสถาบันเค่อเฉิง ซึ่งเป็แหล่งการศึกษาชื่อดังในเมืองหลวง
การสอบเข้าเค่อเฉิงเป็การยากยิ่งนัก แต่อู๋เหอตี้ก็ไม่ทำให้คนในครอบครัวผิดหวัง เขาเป็บุตรชายเพียงคนเดียวของครอบครัวที่ทุกคนวาดหวังให้ได้เป็ขุนนาง เงินรายได้ของพี่สาวทั้งสองใช้ส่งเสียน้องชายคนเล็ก
สตรีรูปร่างสันทัด หุ่นเพรียว ใบหน้าน่ารักในชุดมือปราบสีแดงเืหมู เดินก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปในอารามใหญ่ นางคุกเข่าลงหน้าเทพยี่ว์หวงต้าตี้ผู้เป็ใหญ่ใน์
‘ท่านเทพผู้เป็ใหญ่ ได้โปรดดลบันดาลให้ข้าลืมเื่เลวร้ายพวกนั้นเสียทีเถิดเ้าค่ะ ข้านอนไม่หลับมาหลายคืนแทบจะเป็ประสาทอยู่แล้ว’
อู๋จือนั่งพนมมือนั่งพึมพำอยู่ครู่หนึ่ง ก็มีเสียงคนคุกเข่าลงที่เบาะด้านข้าง
“เ้าคิดจะขอสิ่งใดหรือ ”
น้ำเสียงนั้นทำเอาอู๋จือพลันสะดุ้ง นางลืมตาแล้วหันขวับไปดูชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ ดวงตาของนางเบิกขึ้นกว้างกว่าเดิม
“เป็ท่าน ท่านมาได้อย่างไร ”
คนผู้นั้นผิวพรรณขาวผุดผ่อง ใบหน้างดงามดุจเทพเซียน ดวงตาทอดมองมายังนางคล้ายจะยิ้มล้อเลียนอยู่ในที...อู๋จือผวา
ใบหน้านี้ตามมาหลอกหลอนนางถึงในวัดเชียวหรือ เห็นทีนางคงต้องนำเอาขี้เถ้าในกระถางธูปไปละลายน้ำมาล้างหน้าเสียกระมัง
“ข้ารึ ข้าอยากมาไหว้เ้าก็เลยเข้ามาที่นี่ ทำไมเล่า อารามนี้เป็ของส่วนกลาง ไม่ว่าผู้ใดก็สามารถมาไหว้ได้มิใช่หรือ ”
“หึ! คนบาปก็อยากจะได้บุญ” อู๋จือหงุดหงิดเป็กำลัง นางอุตส่าห์ขอพรให้ไม่พบเจอคนผู้นี้ แต่ยังไม่ทันอธิษฐานจบ คนต้นเหตุก็ปรากฏ ์จงใจยัดเยียดความทุกข์โถมโหมซัดให้นางหรือ
‘ดวงข้านี่มัน ซวยซ้ำซวยซ้อนหรืออย่างไร มาเจอคนเลวเข้าจนได้’
บุรุษรูปงามในแพรพรรณราคาแพงลุกขึ้น แต่ยังไม่วายยิ้มหวานให้กับ อู๋จือมือปราบหญิงกำหมัดแน่น นึกถึงจูบแรกของตนที่ถูกคนผู้นี้ฉกฉวยไปในคืนนั้นแล้วก็รู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมา
ฮัวหยาง คุณชายใหญ่แห่งสกุลฮัว ผู้มีรูปลักษณ์หล่อเหลาราวเทพเซียน แทบจะไม่ย่างเท้าออกจากเรือนชานเมือง แต่เพราะเจ็ดวันนี้เขาไม่อาจจะข่มตาหลับลงได้
ทุกคราที่หลับตาลง ใบหน้าของมือปราบหญิงหน้าตามอมแมมก็ปรากฏขึ้น ทำให้เขาต้องออกมาไหว้เทพขอพร เพื่อให้ตนเองสงบใจลง
...ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอตัวต้นเหตุมาไหว้พระที่เดียวกัน...
“ฟ้าใกล้จะมืดแล้ว มือปราบอู๋ เ้าไปส่งข้าหน่อยได้หรือไม่ ”
“เหตุใดข้าต้องไปส่งท่านด้วย ” หน้าตาของนางถมึงทึง
“เ้าเป็ผู้รักษากฎหมายและดูแลความสงบของบ้านเมือง ข้าเป็เพียงราษฎรผู้อ่อนแอ เ้าไม่คิดจะช่วยเหลือข้าเลยหรือ ”
*************
ไรเตอร์แนะนำ...อีบุ๊กมีวางจำหน่ายแล้วในเว็บ mebmarket และปิ่นโตบุ๊ก
